นครปฐม

“ศุภจี” หายไปไหน เพจกระทรวงพาณิชย์โพสต์เองชวนให้มาติดตาม

“ศุภจี” หายไปไหน เพจกระทรวงพาณิชย์โพสต์เองชวนให้มาติดตาม

กลายเป็นประเด็นที่ชาวเน็ตหลายคนให้ความสนใจกันอย่างมาก เมื่อมีกระแสคำถามว่า “ศุภจี” หายไปไหน หลังจากที่หน้าฟีดโซเชียลมีเดียมีการพูดถึงการหายไปของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จนทำให้เพจเฟซบุ๊กกระทรวงพาณิชย์ต้องออกมาเคลื่อนไหวด้วยการโพสต์ภาพล้อเลียนสไตล์ “Gone girl” เพื่อไขข้อข้องใจให้กับพี่น้องประชาชนที่กำลังสงสัยในประเด็นนี้แบบสุดๆ

หากใครที่สงสัยว่า “ศุภจี” หายไปไหน ทางเพจกระทรวงพาณิชย์ก็ได้ยืนยันชัดเจนแล้วว่า ท่านไม่ได้หายไปไหน แต่กำลังทุ่มเททำงานอย่างหนักในภารกิจต่างๆ ที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ โดยทางเพจได้เชิญชวนให้ประชาชนทุกคนเข้ามาติดตามความเคลื่อนไหวผ่านเพจหลักได้ทุกๆ วัน เพื่อจะได้เห็นภาพการปฏิบัติงานจริงและภารกิจที่อัปเดตแบบเรียลไทม์ไม่ต้องนั่งเดากันอีกต่อไป

ส่องภารกิจแน่นเอี๊ยดของท่านรัฐมนตรี

จากการตรวจสอบย้อนหลังในเพจเฟซบุ๊กกระทรวงพาณิชย์ เราจะพบว่ากิจกรรมของท่านรัฐมนตรีนั้นแน่นมากจริงๆ โดยตัวอย่างภารกิจสำคัญที่มีการรายงานล่าสุด ได้แก่:

  • การลงพื้นที่ จ.ราชบุรี เพื่อติดตามการดำเนินงานของ “ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอมต้นแบบ”
  • การวางแผนขยายผลโครงการ “ล้งชุมชน” ไปยังจังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม
  • การเป็นประธานกล่าวเปิดงานและปาฐกถาในงาน Thailand Gold Summit 2026 ที่ True Digital Park

งานนี้ใครที่ยังตั้งคำถามว่า “ศุภจี” หายไปไหน คงได้คำตอบกันแล้วว่าตารางงานของท่านนั้นแน่นเอี๊ยดจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน การที่กระทรวงพาณิชย์นำเรื่องนี้มาโพสต์ในเชิงสนุกสนานก็ถือว่าเป็นกลยุทธ์การสื่อสารที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงการทำงานของรัฐบาลได้ง่ายขึ้นและดูเป็นกันเองมากขึ้นครับ

สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามข่าวสารและการทำงานของกระทรวงพาณิชย์อย่างใกล้ชิด ผมแนะนำว่าให้กดติดตามเพจไว้เลยครับ เพราะการที่ผู้บริหารระดับสูงอย่างท่านรัฐมนตรีลงพื้นที่ทำงานจริงตลอดเวลาแบบนี้ เป็นนิมิตหมายที่ดีที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในยุคใหม่ให้เติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน การติดตามข่าวสารโดยตรงจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้จะช่วยให้เราไม่ตกกระแสและเข้าใจบริบทการพัฒนาประเทศได้ดียิ่งขึ้นครับ

ที่มา – “ศุภจี” หายไปไหน เพจกระทรวงพาณิชย์โพสต์เองชวนให้มาติดตาม

สั่งพักงาน “กำนันจิ๋ว” สอบวินัยร้ายแรง ปมยิงเสี่ยโรงหมู

เหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญในจังหวัดนครปฐมกำลังเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วประเทศ เมื่อสั่งพักงาน “กำนันจิ๋ว” สอบวินัยร้ายแรง ปมยิงเสี่ยโรงหมูดับ หลังจากนายคมศักดิ์ แก้วสังข์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “กำนันจิ๋ว” กำนันตำบลดอนยายหอม อำเภอเมืองนครปฐม ใช้อาวุธปืนยิงนายอุดมพงษ์ เจ้าของโรงหมูวัย 54 ปี จนเสียชีวิตคารถหรู เหตุเกิดเมื่อค่ำคืนวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 02.00 น. คาดว่าสาเหตุมาจากปมความหึงหวง

สั่งพักงาน “กำนันจิ๋ว” สอบวินัยร้ายแรง ปมยิงเสี่ยโรงหมูดับ เปิดช่องยื่นอุทธรณ์

อธิบดีกรมการปกครองได้มีคำสั่งมอบหมายให้นายโชติพงศ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอเมืองนครปฐม ออกคำสั่งที่ 465/2569 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 สั่งให้ “กำนันจิ๋ว” พักหน้าที่ทันที เพื่อรอผลการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง โดยอ้างอิงจากคำสั่งจังหวัดนครปฐมที่ 1395/2569 ที่แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน และรายงานจากสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐมเกี่ยวกับเหตุอุกฉกรรจ์

คำสั่งระบุชัดเจนว่า หากปล่อยให้กำนันจิ๋วยังอยู่ในตำแหน่งต่อไป อาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อทางราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคดีนี้เป็นเรื่องสะเทือนขวัญและอยู่ในความสนใจของสังคม คำสั่งนี้ใช้อำนาจตามมาตรา 61 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พุทธศักราช 2457 ประกอบพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551

ข้อกล่าวหาวินัยร้ายแรงและคดีอาญา

กำนันจิ๋วถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรง จากการถูกจับกุมในคดีอาญาหลายประการ ได้แก่

  • ฐานความผิดฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
  • พาอาวุธปืนติดตัวเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือชุมชน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 02.10 น. ผู้เสียชีวิตได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่ตำบลดอนยายหอม

ช่องทางการยื่นอุทธรณ์คำสั่งพักงาน

คำสั่งยังเปิดช่องให้กำนันจิ๋วยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 5 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง โดยยื่นหนังสือต่อนายอำเภอเมืองนครปฐม ระบุข้อโต้แย้ง ข้อเท็จจริง หรือข้อกฎหมายที่อ้างอิง ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พุทธศักราช 2457 และพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

นอกจากนี้ เหตุการณ์นี้ยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของปัญหาความขัดแย้งส่วนตัวที่ลุกลามจนกลายเป็นคดีอาญาร้ายแรง โดยเฉพาะจากผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่ในท้องถิ่น ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลความสงบเรียบร้อยของชุมชน การที่กำนันจิ๋วซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในตำบล กลับกลายเป็นผู้ก่อเหตุ สะท้อนถึงช่องโหว่ในระบบคัดเลือกและกำกับดูแลผู้บริหารท้องถิ่น

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย การสอบสวนวินัยร้ายแรงอาจนำไปสู่การถอดถอนตำแหน่งหากพบความผิดจริง ซึ่งจะเป็นบทเรียนให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศให้ระมัดระวังการใช้อำนาจและอารมณ์ส่วนตัว นอกจากคดีอาญาที่กำลังดำเนินการโดยตำรวจ คดีวินัยนี้จะเป็นตัวกำหนดอนาคตในหน้าที่ราชการของนายคมศักดิ์

ประชาชนในพื้นที่ต่างพูดถึงเหตุการณ์นี้อย่างกว้างขวาง บางคนแสดงความไม่พอใจต่อพฤติกรรมของกำนัน ขณะที่บางส่วนรอฟังผลสอบสวนอย่างเป็นธรรม เหตุการณ์นี้ยังจุดประกายให้มีการพูดคุยถึงการปฏิรูประบบกำนันผู้ใหญ่บ้านในยุคสมัยใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

สุดท้ายแล้ว สั่งพักงาน “กำนันจิ๋ว” สอบวินัยร้ายแรง ปมยิงเสี่ยโรงหมูดับ เป็นเครื่องเตือนใจว่าทุกคนเท่าเทียมต่อกฎหมาย ไม่เว้นแม้ผู้มีอำนาจท้องถิ่น คุณคิดเห็นอย่างไรกับกรณีนี้? แสดงความคิดเห็นในช่องคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตข่าวสารล่าสุดจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – สั่งพักงาน “กำนันจิ๋ว” สอบวินัยร้ายแรง ปมยิงเสี่ยโรงหมูดับ เปิดช่องยื่นอุทธรณ์

กำนันจ่อยิงเจ้าของโรงเชือดหมู ดับคารถหรูป้ายแดง หน้าสถานบันเทิงที่นครปฐม

เกิดเหตุสะเทือนขวัญกลางดึก! กำนันจ่อยิงเจ้าของโรงเชือดหมู ดับคารถหรูป้ายแดง หน้าสถานบันเทิงที่นครปฐม ทำให้ชาวนครปฐมและคนทั่วไปตกตะลึงกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากปมทะเลาะวิวาท เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นข่าวอาชญากรรมที่ร้อนแรง แต่ยังสะท้อนปัญหาความขัดแย้งในสังคมที่อาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมได้ทุกเมื่อ

กำนันจ่อยิงเจ้าของโรงเชือดหมู ดับคารถหรูป้ายแดง หน้าสถานบันเทิงที่นครปฐม

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 02.10 น. ตำรวจสถานีตำรวนภูธรนครปฐม ได้รับแจ้งเหตุยิงกันตายหน้าสถานบันเทิงชื่อดังในพื้นที่ตำบลสนามจันทร์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม พลตำรวจตรีอชิรวัตติ์ ถาวรเริญวัฒน์ ผู้กำกับการสถานี พร้อม ร้อยตำรวจเอกกิตติพัฒน์ วิไลลักษณ์ตระกูล พนักงานสอบสวน และทีมพิสูจน์หลักฐาน รีบรุดไปที่เกิดเหตุทันที ร่วมกับมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์

ที่จุดเกิดเหตุ พบรถยนต์ BMW สีดำ ป้ายแดง รถหรูของผู้เสียชีวิต มีรอยกระสุนเจาะกระจกด้านหน้า ข้างในรถพบศพ นายอุดมพงษ์ เซ็นบัว อายุ 54 ปี เจ้าของโรงเชือดหมูย่านตำบลมาบแค ถูกยิงเข้าที่ศีรษะด้านขวา 1 นัด เจ้าหน้าที่รีบปั๊มหัวใจ แต่ผู้บาดเจ็บเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล

ผู้ก่อเหตุคือกำนันชื่อดัง ยืนรอมอบตัว

ผู้ก่อเหตุคือนายคมศักดิ์ แก้วสังข์ หรือ “กำนันจิ๋ว” กำนันตำบลดอนยายหอม ซึ่งยืนรอให้การกับตำรวจอย่างสงบเสงี่ยม เมื่อทีมข่าวถามสาเหตุ กำนันจิ๋วมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ตอบคำถาม ก่อนถูกควบคุมตัวไปสถานีตำรวจภูธรนครปฐม

ปมเหตุทะเลาะวิวาทจากภายในสถานบันเทิง

พยานผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าทั้งสองฝ่ายมีปากเสียงกันภายในสถานบันเทิงตั้งแต่แรก ทางร้านเลยขอให้ออกไปเคลียร์กันด้านนอกเพราะใกล้เวลาปิด เมื่อออกมานอก กำนันจิ๋วก็ใช้อาวุธปืนจ่อยิงนายอุดมพงษ์ที่นั่งอยู่ในรถ BMW จนเสียชีวิตทันที

  • พบอาวุธปืน .38 กระบอกหนึ่งตกในรถผู้ตาย
  • ร่องรอยกระสุนที่กระจกด้านหน้ารถ
  • ปลอกกระสุนขนาด 11 มม. ตกห่างรถ 2 เมตร

เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อใช้ในการสอบสวน

สันนิษฐานสาเหตุจากหึงหวงและเรื่องเงิน

เบื้องต้น ตำรวจสันนิษฐานว่าปมหลักน่าจะมาจากความหึงหวง เพราะภรรยาเก่าของกำนันจิ๋วมีความสัมพันธ์กับผู้ตาย แต่ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องเงินทอนหรือหนี้สิน ซึ่งตำรวจจะสอบปากคำผู้ต้องหาอย่างละเอียดเพื่อหาความจริง กำนันจิ๋วถูกแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และจะดำเนินคดีตามกฎหมายเต็มขั้น

เหตุการณ์ กำนันจ่อยิงเจ้าของโรงเชือดหมู ดับคารถหรูป้ายแดง หน้าสถานบันเทิงที่นครปฐม นี้ สร้างความสะเทือนใจให้กับชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะในพื้นที่นครปฐมที่ปกติสงบสุข การมีปืนติดตัวและใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหาเป็นสิ่งที่อันตรายมาก เหตุการณ์นี้เตือนใจให้ทุกคนควบคุมอารมณ์และหาทางออกที่ถูกต้อง หากพบปัญหาควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือเจ้าหน้าที่ทันที

ติดตามข่าวอาชญากรรมและเหตุการณ์ร้อนๆ ในนครปฐมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – กำนันจ่อยิงเจ้าของโรงเชือดหมู ดับคารถหรูป้ายแดง หน้าส्थานบันเทิงที่นครปฐม

ตำรวจบุกค้นบ้าน พบซุก “ยาบ้า” กว่า 8 แสนเม็ด สารภาพเก็บไว้ขายให้ลูกค้า

ในเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาให้กับชาวจังหวัดนครปฐม เมื่อ ตำรวจบุกค้นบ้าน พบซุก “ยาบ้า” กว่า 8 แสนเม็ด สารภาพเก็บไว้ขายให้ลูกค้า ซึ่งเป็นหนึ่งในการจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามอาชญากรรมยาเสพติดในพื้นที่

ตำรวจบุกค้นบ้าน พบซุก “ยาบ้า” กว่า 8 แสนเม็ด สารภาพเก็บไว้ขายให้ลูกค้า

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.บางเลน นำโดย พ.ต.อ.อภิศักดิ์ กำเนิด ผู้กำกับการ สภ.บางเลน, พ.ต.ท.บุญทัน แก้วพวง รองผู้กำกับการสอบสวน, และ พ.ต.ท.เพชร ไชยป่ายาง สารวัตรสอบสวน พร้อมชุดสืบสวน ได้รับแจ้งข้อมูลการสืบสวนว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติดภายในบ้านพักแห่งหนึ่ง จึงได้นำหมายค้นจากศาลจังหวัดนครปฐม ที่ ค.208/2569 ลงวันที่ 26 มีนาคม 2569 เข้าตรวจค้นทันที

สถานที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้สองชั้น ตั้งอยู่ที่ ต.ลำพญา อ.บางเลน จ.นครปฐม เมื่อเจ้าหน้าที่บุกขึ้นไปตรวจสอบชั้น 2 ของบ้าน พบของกลางจำนวนมหาศาล ได้แก่ ยาบ้า จำนวน 882,102 เม็ด, เคตามีนน้ำหนัก 6.43 กรัม และโทรศัพท์ไอโฟน 15 จำนวน 1 เครื่อง ซึ่งน่าจะใช้ในการติดต่อลูกค้าหรือเครือข่าย

ผู้ต้องหาสารภาพเต็มปาก เก็บยาบ้าไว้ขายต่อ

ผู้ต้องหาคือ นายอาณัติ หรือ ตั้ม ชูชะเอม อายุ 40 ปี ซึ่งถูกจับกุมตัวได้ในที่เกิดเหตุ นายตั้มให้การรับสารภาพอย่างชัดเจนว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของตนเอง โดยนำมาพักไว้ที่บ้านเพื่อรอส่งขายให้กับลูกค้าต่อไป เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน และตั้งข้อหากระทำผิดฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า) ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงที่ต้องรับโทษจำคุกยาวนาน

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่การจับกุมครั้งใหญ่ แต่ยังสะท้อนปัญหายาเสพติดที่ยังคงรุนแรงในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทอย่างนครปฐมที่ใกล้ชิดกับกรุงเทพฯ ทำให้กลายเป็นจุดกลางในการลักลอบขนส่งยาเสพติดจากชายแดนเข้ามา

ผลกระทบของยาบ้าต่อสังคมไทย

ยาบ้า หรือเมทแอมเฟตามีน เป็นยาเสพติดชนิดอันตรายที่ส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพ เช่น ทำให้เกิดอาการประสาทหลอน ใจสั่น ความดันโลหิตสูง และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตกะทันหัน นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดอาชญากรรมต่างๆ เช่น การขโมย การทำร้ายร่างกาย และการค้ายาเสพติดที่เป็นวงจรอุบาทว์

  • สถิติจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) แสดงให้เห็นว่าปีละมีผู้เสพยาบ้ากว่า 1.5 ล้านคนทั่วประเทศ
  • การจับกุมยาบ้ากว่า 8 แสนเม็ดครั้งนี้ คิดเป็นมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท หากปล่อยให้ไหลเวียนเข้าสู่ตลาด
  • เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มมาตรการสืบสวนและใช้เทคโนโลยี เช่น โดรนและกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามเครือข่าย

ปัญหายาเสพติดไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อเยาวชนและครอบครัว การที่ ตำรวจบุกค้นบ้าน พบซุก “ยาบ้า” กว่า 8 แสนเม็ด สารภาพเก็บไว้ขายให้ลูกค้า จึงเป็นตัวอย่างที่ดีในการแสดงศักยภาพของตำรวจไทย

เพื่อป้องกันปัญหานี้ สังคมควรมีส่วนร่วมโดยการแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ หากคุณพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัย สามารถแจ้งสายด่วน 191 ได้ทันที นอกจากนี้ ผู้ปกครองควรสอนลูกหลานให้รู้เท่าทันพิษภัยของยาเสพติด

ในมุมมองของผู้เขียน การจับกุมครั้งนี้เป็นสัญญาณบวก แต่ต้องเร่งรัดปราบปรามที่ต้นตอ เช่น การลักลอบข้ามชาติ เพื่อให้สังคมไทยปลอดภัยยั่งยืน

เรียกร้องให้ทุกคนมีส่วนร่วม: แชร์ข่าวนี้เพื่อเตือนภัยยาเสพติด และช่วยกันสร้างสังคมปลอดภัย!

ที่มา – ตำรวจบุกค้นบ้าน พบซุก “ยาบ้า” กว่า 8 แสนเม็ด สารภาพเก็บไว้ขายให้ลูกค้า

พ่อแม่ลูก ดับ 3 ศพ กระบะบรรทุกผัก เสียหลักตกร่องถนนกำลังซ่อม

อุบัติเหตุสุดสะเทือนใจเกิดขึ้นบนถนนเพชรเกษม เมื่อ พ่อแม่ลูก ดับ 3 ศพ กระบะบรรทุกผัก เสียหลักตกร่องถนนกำลังซ่อม รถกระบะวีโก้สีขาวบรรทุกผักไปขายตลาด เกิดเสียหลักพุ่งตกร่องที่กำลังขุดซ่อมผิวจราจร หน้ารถพังยับ ผู้เสียชีวิตทั้งครอบครัวติดคากองเหล็ก กู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดช่วยงัดร่างออกมา

พ่อแม่ลูก ดับ 3 ศพ กระบะบรรทุกผัก เสียหลักตกร่องถนนกำลังซ่อม

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 26 มีนาคม 2569 ร.ต.ท.อรรถสิทธิ์ สุริยวงศ์ รอง สว.สอบสวน สภ.สามพราน จ.นครปฐม รับแจ้งเหตุบนถนนเพชรเกษม ขาเข้า กรุงเทพฯ หลักกิโลเมตรที่ 35 + 400 หมู่ 2 ตำบลท่าตลาด อ.สามพราน จ.นครปฐม ที่เกิดเหตุพบรถกระบะวีโก้สีขาว ทะเบียนนครปฐม ด้านหน้ารถเสียหายหนัก ชนเข้ากับขอบปูนถนน ขณะที่บริเวณดังกล่าวกำลังมีการซ่อมผิวจราจรโดยขุดร่องลึก

รายละเอียดผู้เสียชีวิตและการกู้ภัย

ผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย คือ นายนพรัตน์ สว่างวงศ์ไว อายุ 48 ปี (พ่อ), น.ส.สุจิรัตตา อรชร อายุ 46 ปี (แม่) และนายเอกสิทธิ์ สว่างวงศ์ไว อายุ 18 ปี (ลูก) ซึ่งเป็นครอบครัวที่กำลังนำผักไปขายที่ตลาดกระทุ่มแบน มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐมต้องใช้เครื่องตัดถ่างงัดรถนานหลายชั่วโมงกว่าจะนำร่างออกมาได้ ก่อนมอบศพให้ตรวจชันสูตรที่โรงพยาบาลนครปฐม

เบื้องต้นสาเหตุมาจากรถเสียหลักตกร่องถนนที่กำลังซ่อม ส่งผลให้รถกระแทกขอบปูนอย่างแรง ตำรวจกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิด สอบปากคำพยาน และเรียกผู้รับเหมาที่ซ่อมถนนมาสอบสวนเรื่องป้ายเตือนและมาตรการความปลอดภัย

บทเรียนจากอุบัติเหตุพ่อแม่ลูกดับ 3 ศพ

อุบัติเหตุแบบนี้เตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องระวังพื้นที่กำลังซ่อมแซม โดยเฉพาะช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยไม่ดี

  • ตรวจสอบป้ายเตือนและแสงไฟก่อนขับผ่าน
  • ลดความเร็วลงในจุดเสี่ยง
  • ใช้เข็มขัดนิรภัยทุกคน
  • หลีกเลี่ยงการบรรทุกของหนักเกิน

นอกจากนี้ ผู้รับเหมาควรติดตั้งป้ายสัญญาณให้ชัดเจนและมีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันโศกนาฏกรรมซ้ำรอย

สถิติอุบัติเหตุบนถนนเพชรเกษมมักเกิดจากถนนชำรุดและการซ่อมไม่ทันเวลา ในปีที่ผ่านมา มีอุบัติเหตุคล้ายๆ นี้หลายราย สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน เช่น กรมทางหลวงเร่งซ่อมและประชาสัมพันธ์ จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

สุดท้ายนี้ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และฝากเตือนทุกท่านให้ขับขี่ปลอดภัย หยุดรถพักผ่อนหากง่วงนอน แชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์เพื่อเตือนภัยผู้อื่นด้วยนะครับ

ที่มา – พ่อแม่ลูก ดับ 3 ศพ กระบะบรรทุกผัก เสียหลักตกร่องถนนกำลังซ่อม

สลด! เรืออีป๊าบชนคลองบางช้าง ตกน้ำดับ 1 ศพ

เกิดเหตุการณ์สุดน่าเศร้าใจ เมื่อเกิดสลด เรืออีป๊าบชนกันสนั่นคลองบางช้าง คนขับถูกกระแทกตกน้ำ เสียชีวิต 1 ศพ ในพื้นที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างทันทีทันใด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในคลองที่ชาวบ้านใช้สัญจรเป็นประจำ สร้างความสะเทือนใจให้กับชุมชนท้องถิ่นอย่างมาก

สลด เรืออีป๊าบชนกันสนั่นคลองบางช้าง คนขับถูกกระแทกตกน้ำ เสียชีวิต 1 ศพ

จากรายงาน เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 18 มีนาคม 2569 มูลนิธิกู้ภัยพรานพิทักษ์ อ.สามพราน จ.นครปฐม ได้รับแจ้งเหตุเรือชนกันในคลองบางช้างใต้ หลังวัดบางช้างใต้ หมู่ 2 ต.บางช้าง อ.สามพราน จ.นครปฐม จนต้องรีบรุดไปช่วยเหลือทันที ที่เกิดเหตุเป็นคลองกว้างประมาณ 15 เมตร ลึก 5-6 เมตร ชาวบ้านมุงดูเหตุการณ์แน่นขนัด

พบเรืออีป๊าบ 1 ลำลอยเกยตื้นริมตลิ่ง ผู้สูญหายคือ นายเด่น หรือช่างเด่น ตะโกจีน อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นคนขับเรือ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจัดทีมประดาน้ำลงค้นหา ใช้เวลานานถึง 2 ชั่วโมงจึงพบศพ การชันสูตรเบื้องต้นพบบาดแผลกระแทกที่ลำตัวด้านหน้า ก่อนมอบศพให้โรงพยาบาลสามพรานต่อไป

สาเหตุจากคำให้การในเหตุสลด เรืออีป๊าบชนกันสนั่นคลองบางช้าง

นายปู ผู้ขับเรือคู่กรณี เล่าว่า ตนกำลังขับเรือออกไปทางแม่น้ำท่าจีน ขณะที่เรือของผู้เสียชีวิตขับตรงมาจากทางแม่น้ำเช่นกัน พื้นที่เกิดเหตุเป็นโค้งคลองและมีเรือขุดจอดขวาง ทำให้ทั้งสองลำพุ่งชนกัน หัวเรือของนายปูไปกระแทกตัวนายเด่นจนพลัดตกน้ำ นายปูรีบตะโกนขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน แต่ค้นหาไม่เจอ จนเจ้าหน้าที่มาช่วย

ด้าน พ.ต.ท.ชานนท์ ยางนอก รอง ผกก.สอบสวน สภ.สามพราน ได้รุดมาตรวจสอบ บันทึกภาพหลักฐาน สอบปากคำพยานและผู้ขับขี่ ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายจราจรทางน้ำต่อไป เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้เรือในคลองแคบๆ

อันตรายของเรืออีป๊าบและปัจจัยเสี่ยงในคลองบางช้าง

เรืออีป๊าบ หรือเรือหางยาวเครื่องยนต์ขนาดเล็ก เป็นยานพาหนะยอดนิยมในพื้นที่ชนบทไทย โดยเฉพาะนครปฐมที่เต็มไปด้วยคลองสาขาแม่น้ำท่าจีน แต่ความเร็วสูงและการควบคุมยาก ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ปัจจัยเสี่ยงหลัก ได้แก่

  • ทางโค้งแคบ: คลองบางช้างมีโค้งมาก การเร่งความเร็วเกินทำให้เสียการควบคุม
  • สิ่งกีดขวาง: เรือขุดหรือต้นไม้ริมคลอง บดบังทัศนวิสัย
  • ไม่สวมเสื้อชูชีพ: ผู้เสียชีวิตในเหตุนี้ไม่พบหลักฐานสวมอุปกรณ์ช่วยชีวิต
  • ขาดการบังคับใช้กฎ: ไม่มีป้ายเตือนหรือด่านตรวจทางน้ำ

สถิติจากกรมเจ้าท่า พบว่าอุบัติเหตุทางน้ำในไทยมีผู้เสียชีวิตกว่า 500 รายต่อปี โดยส่วนใหญ่เกิดจากเรือชนกันและตกน้ำ สาเหตุหลักคือความประมาทและสภาพคลองที่ไม่เหมาะกับความเร็วสูง

คำแนะนำป้องกันเหตุสลด เรืออีป๊าบชนกันแบบนี้

เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย ควรปฏิบัติดังนี้

  • ขับเรือด้วยความเร็วต่ำในโค้งและพื้นที่แคบ ไม่เกิน 10 กม./ชม.
  • สวมเสื้อชูชีพทุกครั้ง โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ
  • ตรวจสอบสภาพเรือและเครื่องยนต์ก่อนใช้งาน
  • หลีกเลี่ยงการขับตอนกลางวันที่มีแดดจ้า หรือฝนตก
  • อบรมทักษะการขับเรือจากหน่วยงานท้องถิ่น

นอกจากนี้ ชุมชนควรเรียกร้องให้หน่วยงานติดตั้งป้ายเตือนและไฟส่องสว่างในคลองสำคัญ เหตุการณ์นี้เตือนใจว่าความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ แม้จะเร่งรีบแค่ไหนก็ตาม

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุสลดนี้สะท้อนปัญหาการจัดการทางน้ำในท้องถิ่นที่ยังล้าหลัง หากมีการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดและให้ความรู้ประชาชนมากขึ้น คงลดอุบัติเหตุได้มาก ลองแชร์ประสบการณ์ขับเรือของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดไลค์ แชร์ เพื่อเตือนภัยให้ผู้อื่นด้วยนะครับ

ที่มา – สลด เรืออีป๊าบชนกันสนั่นคลองบางช้าง คนขับถูกกระแทกตกน้ำ เสียชีวิต 1 ศพ

คอหวยฮือฮา! เลขเด็ด พิธีหล่อพระร่วงโรจนฤทธิ์ งวด 16/3/69

สวัสดีครับเพื่อนๆ คอหวยตัวยงทุกท่าน! วันนี้มีข่าวเด็ดมาอัปเดตให้ฟังกันแบบสดๆ ร้อนๆ จากโลกหวยงวดใหม่ งวด 16 มี.ค. 2569 ที่กำลังจะมาถึง คอหวยฮือฮากันทั้งงานกับ เลขเด็ด พิธีหล่อพระร่วงโรจนฤทธิ์ จากพิธีใหญ่ที่ตำรวจภูธรภาค 7 จัดขึ้นเมื่อบ่ายวันที่ 14 มี.ค. 2569 ที่ลานหน้าองค์พระร่วงโรจนฤทธิ์ องค์พระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร อ.เมืองนครปฐม บรรยากาศคึกคัก ตำรวจนายทหารระดับสูงตบเท้าร่วมเพียบ!

ภาพพิธีหล่อพระร่วงโรจนฤทธิ์ เลขเด็ดหวยงวด 16/3/69

พิธีนี้ยิ่งใหญ่สมฐานะ ประธานฝ่ายสงฆ์คือสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ส่วนประธานฝ่ายฆราวาสคือพล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 ร่วมกันเททองหล่อพระพุทธรูปองค์พระร่วงโรจนฤทธิ์ จำลองขนาด 24 นิ้ว 18 นิ้ว และ 9 นิ้ว รวมถึงเหรียญ 3 เนื้อ (ทองเหลือง เงิน ทองแดง) กว่า 1.4 หมื่นเหรียญ พระใหญ่ 24 นิ้ว จะประดิษฐานที่หอพระใหม่ของตร.ภ.7 เพื่อให้ตำรวจและประชาชนกราบไหว้ขอพร เสริมสิริมงคล ปกป้องคุ้มครอง ส่วนขนาด 18 นิ้วแจกสถานีตำรวจ 104 แห่งในภาค 7 ขนาด 9 นิ้วแจกสถานีรองและผู้สนับสนุน เช่น ทุนการศึกษาบุตรธิดาตำรวจเสียชีวิตหรือเรียนดี เหรียญมีสัญลักษณ์ตร.ภ.7 ด้านหลัง แจกตำรวจทุกคนเลยนะ!

เลขเด็ด พิธีหล่อพระร่วงโรจนฤทธิ์

หลังพิธีเททอง จะมีพุทธาภิเษกใหญ่ในวันที่ 20 พ.ค. 2569 นิมนต์หลวงปู่ศิลา สิริจันทรโท เกจิดังและคณาจารย์ดังๆ มาร่วม เพิ่มความเข้มขลัง พิธีเริ่มด้วยบวงสรวงอาหารคาวหวานผลไม้ พราหมณ์หลวงอ่านโองการ พระสงฆ์ 9 รูปสวดมนต์นำโดยพระราชวชิรสุตาภรณ์ และพระธรรมวชิรเจติยาจารย์ ก่อนเททอง โดยมีข้าราชการและแม่บ้านลงนามแผ่นทองใส่เตา

ภาพปรากฏการณ์ท้องฟ้ามืด พิธีหล่อพระร่วงโรจนฤทธิ์ เลขเด็ด

เลขเด็ด พิธีหล่อพระร่วงโรจนฤทธิ์ จากปรากฏการณ์ศักดิ์สิทธิ์

ไฮไลต์ที่คอหวยตื่นเต้นสุดๆ คือช่วงพราหมณ์อ่านโองการ ท้องฟ้าที่แดดร้อนอบอ้าวกลับมืดครึ้ม ลมพัดแรง ร่มเย็นสบาย พออ่านเสร็จ ท้องฟ้าโปร่ง แดดจ้าอีกครั้ง! ผู้ร่วมงานฮือฮา วิพากษ์ถึงความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระร่วงโรจนฤทธิ์ เซียนหวยรีบส่องเวลาเกิดเหตุ 14.09 น. และเวลาหล่อพระ 15.19 น. นำไปตีเป็น เลขเด็ด พิธีหล่อพระร่วงโรจนฤทธิ์ ลุยงวด 16/3/69

ภาพผู้ร่วมพิธีหล่อพระร่วงโรจนฤทธิ์ คอหวยส่องเลขเด็ด

เลขเด็ดที่กำลังฮอตฮิตจากเหตุการณ์นี้ มีดังนี้

  • 14
  • 09
  • 15
  • 19
  • 1409
  • 1509
  • 0915
  • 1915
  • 409
  • 519

พระร่วงโรจนฤทธิ์เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านนครปฐม เชื่อว่าช่วยปกป้องคุ้มครอง แก้เคล็ดดวง พิธีนี้จัดเพื่อเสริมบุญบารมีให้ตร.ภ.7 ครอบคลุม 8 จังหวัด คอหวยหลายคนเชื่อว่าปีนี้ดวงปังแน่ ถ้าได้กราบไหว้พระองค์นี้

ส่วนตัวผมมองว่า เลขเด็ด พิธีหล่อพระร่วงโรจนฤทธิ์ งวดนี้มีโอกาสสูงมาก เพราะปรากฏการณ์ท้องฟ้ามืดลมแรงชัดเจนเกิน! เพื่อนๆ คอหวยลองไปหาลอตเตอรี่เลข 09 14 15 19 มาจับคู่กันดูนะ อาจถูกรางวัลใหญ่ เปลี่ยนชีวิตได้เลย สนับสนุนด้วยการแชร์โพสต์นี้ให้เพื่อนๆ คอหวยด้วยล่ะ หวังทุกท่านโชคดี มีเงินล้านนะ!

ที่มา – คอหวยฮือฮา ส่อง “เลขเด็ด” พิธีหล่อพระร่วงโรจนฤทธิ์ หวังได้โชคปัง งวด 16/3/69

จับแล้ว “โจรบุกเดี่ยว” ชิงทองกว่า 3 ล้านบาท

ข่าวใหญ่ที่หลายคนจับตามอง เมื่อตำรวจสามารถ จับแล้ว “โจรบุกเดี่ยว” ชิงทองกว่า 3 ล้านบาท ได้เรียบร้อย พร้อมของกลางทองคำ 23 เส้น มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ร้านทองในห้างสรรพสินค้าดังย่านนครปฐม สร้างความฮือฮาให้กับชาวเน็ตเป็นอย่างมาก

จับแล้ว “โจรบุกเดี่ยว” ชิงทองกว่า 3 ล้านบาท อ้างทำไปเพราะเป็นหนี้พนันออนไลน์

วันที่ 14 มีนาคม 2567 พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 หรือ ผบช.ภ.7 ได้แถลงข่าวการจับกุมคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองอย่างเป็นทางการ โดยมี พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 ฝ่ายปราบปราม และ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม ร่วมแถลงด้วย ชุดสืบสวนทั้งสภ.จว.นครปฐมและสภ.เมืองนครปฐม สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บ้านพักในพื้นที่อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2567 เวลาประมาณ 19.30 น. คนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนจี้ร้านทองออโร่รา ภายในห้างสรรพสินค้าสาขานครปฐม กวาดทองหนักเส้นละ 2 บาทไป 23 เส้น ก่อนยิงปืนขู่และหลบหนีไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดรอหน้าห้าง ขี่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ขั้นตอนการสืบสวนที่ละเอียดยิบ

หลังเกิดเหตุ ตำรวจบูรณาการกำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งในห้างและเส้นทางใกล้เคียง แต่ไม่พบเบาะแสชัดเจนในตอนแรก จึงขยายรัศมีตรวจสอบกล้องวงจรปิดออกไปไกลถึง 50 กิโลเมตร และประสานตำรวจพื้นที่ใกล้เคียง เช่น จ.ราชบุรี และสมุทรสาคร

จากการวิเคราะห์ภาพ พบรถจักรยานยนต์สีเทาดำต้องสงสัยขับวนเวียนหลายเส้นทาง ออกจากถนนเพชรเกษม ไปอ.นครชัยศรี วนกลับเมืองนครปฐม ไปราชบุรี และแวะกินข้าวที่ตลาดนัดหน้าศาลากลางนครปฐม แม้รถจะมีป้ายทะเบียนต่างจากที่แจ้งหาย แต่สีและลักษณะเหมือนกันเป๊ะ

ตรวจสอบเจ้าของรถคือ นายสมชาย ชุ่มหิรัญ อายุ 55 ปี บ้านอยู่ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ชุดสืบจึงส่งสายลับไปส่อง พบชายรูปพรรณคล้ายคนร้ายและรถจอดอยู่ใต้ถุนบ้าน จึงขอหมายศาลเข้าตรวจค้นเช้าวันที่ 14 มี.ค. เวลา 08.00 น.

ผลการค้นบ้านน่าตกใจ! พบเสื้อลายสก๊อตขาวดำแขนยาว, ปืนแบล็กกัน 9 มม. ในกระเป๋า, รองเท้า, หมวกกันน็อคสีน้ำเงินเข้มที่แปะสติ๊กเกอร์ดำทับตอนก่อเหตุ ซุกซ่อนตามจุดต่างๆ และในถังขยะ ลายนิ้วมือจากที่เกิดเหตุตรงกันเป๊ะหลังส่งกองวิทยาการตรวจ

ที่พีคสุดคือทอง 23 เส้น ซ่อนในกระป๋องน้ำมันเครื่อง 1 ลิตร ใต้เตียงนอน มีตราประทับร้านทองชัดเจน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตอนแรก แต่สุดท้ายรับสารภาพ

สาเหตุช็อก! หนี้พนันออนไลน์บีบให้ชิงทอง

จากการสอบสวน นายสมชายรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุคนเดียว ก่อนชิง 1 วันแวะลาดเล่าร้านทองหลายร้าน พบร้านออโรราไม่มียาม พนักงานหญิงเยอะ ก่อนปิดร้านคนน้อย จึงตัดสินใจ ก่อนลงมือกินข้าวปลอบใจที่ตลาดนัดรอฟ้า tối รอตำรวจเวรตรวจเซ็นชื่อไป แล้วบุกทันที

หลบหนีวนรถหลายรอบ ไม่กล้ากลับบ้านกลัวเมียรู้ จนตี 4 จึงซ่อนของ สาเหตุหลักคือ หนี้พนันออนไลน์ ถูกทวงขู่หลายครั้ง ไม่มีเงินจ่าย เลยคิดชิงทองไปขายชำระ แต่ยังไม่ทันขายโดนจับ

เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาพนันออนไลน์ที่กำลังระบาดในไทย ทำให้คนธรรมดากลายเป็นอาชญากรได้ง่ายๆ หากติดหนี้สินล้นพ้น ร้านทองทั่วไปควรเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น ยามรักษาการ กล้องวงจรปิดครบวงจร และระบบแจ้งเตือนด่วน

สำหรับประชาชน ควรหลีกเลี่ยงพนันออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย เพราะไม่เพียงเสียเงิน แต่ยังนำมาซึ่งปัญหาชีวิตใหญ่หลวง ตำรวจตั้งข้อหาหนัก ชิงทรัพย์กลางคืน ใช้ปืน ปลอมตัว ใช้ยานพาหนะหลบหนี

คุณคิดเห็นอย่างไรกับกรณี จับแล้ว “โจรบุกเดี่ยว” ชิงทองกว่า 3 ล้านบาท นี้? พนันออนไลน์กำลังทำลายสังคมไทยหรือไม่? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอาชญากรรมอัปเดตจากเราเพื่อความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน

ที่มา – จับแล้ว “โจรบุกเดี่ยว” ชิงทองกว่า 3 ล้านบาท อ้างทำไปเพราะเป็นหนี้พนันออนไลน์

คอหวยส่องเลขเด็ดหลวงพ่อสมหวัง ยาย86ล้วงไข่ 16/3/69

คอหวยเตรียมตัวเลยนะ! วันนี้มีเรื่องราวสุดฮือฮาจาก เลขเด็ดหลวงพ่อสมหวัง ที่กำลังเป็นกระแสในหมู่คนรักหวย โดยเฉพาะยายวัย 86 ปีจากชลบุรี ที่ไหว้ไหว้วานลูกหลานพามากราบไหว้พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์นี้ที่วัดกลางบางพระ จังหวัดนครปฐม ก่อนกลับไม่พลาดล้วงไข่มงคล ได้เลขสวยๆ 638 มาฝากกัน ลุ้นรวยงวด 16/3/69 นี้เลย

บรรยากาศที่วัดกลางบางพระคึกคักมาก โดยเฉพาะช่วงใกล้หวยออก ผู้คนหลั่งไหลมาขอพรจากหลวงพ่อสมหวัง พระพุทธรูปปางมารวิชัย สูงกว่า 30 เมตร ที่ขึ้นชื่อเรื่องเมตตาให้โชคลาภ ทั้งชาวไทยและต่างชาติแห่มาสักการะไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะขอเรื่องงาน รัก สุขภาพ หรือโชคลาภก็สมหวังหมด

เลขเด็ดหลวงพ่อสมหวัง

หลวงพ่อสมหวังเป็นที่เลื่องลือเรื่องให้โชค โดยเฉพาะเลขเด็ดที่ได้จากการล้วงไข่มงคล ซึ่งเป็นกิจกรรมยอดฮิตของผู้ที่มากราวไหว้ ไข่เหล่านี้ถูกใส่ไว้ในไหศักดิ์สิทธิ์ ผู้ขอพรจะเขย่าไหแล้วล้วงขึ้นมา 3 ฟอง เลขบนไข่จะกลายเป็นแนวทางหวยที่คอหวยไม่ยอมพลาด

เลขเด็ดหลวงพ่อสมหวัง บรรยากาศวัดกลางบางพระ

ยายนงค์วัย 86 ล้วงไข่ได้เลขเด็ด

ยายนงค์ วัย 86 ปี บ้านอยู่จังหวัดชลบุรี ได้ดูข่าวหลวงพ่อสมหวังจากทีวี เลยไหว้วานลูกหลานพามากราบขอพร โดยเฉพาะขอโชคลาภ มาถึงก็ซื้อดอกไม้ธูปเทียน บูชาอธิษฐาน จุดเทียนกล่าวคำขอพร แล้วให้ลูกปิดทองที่พระหัตถ์ขวาแทน เพราะยายสูงวัยขึ้นบันไดไม่ไหว

หลังกราบไหว้เสร็จ ก่อนกลับยายนงค์บอกลูกหลานว่า “มาถึงแล้ว ขอโชคลาภแล้ว ต้องล้วงไข่หน่อย” ลูกหลานเลยเขย่าไหให้ แม่ยายล้วงขึ้นมา 3 ฟอง ได้เลข 638 ชัดเจน ยายยิ้มแย้มบอกว่าชอบมาก เพราะตรงกับเลขอายุตัวเองที่มี 8 กับ 6 และอธิษฐานขอถูกรางวัล 3 ตัวท้ายก็ยังดี หากถูกรางวัลใหญ่สัญญาจะกลับมาทำบุญแก้บนแน่นอน

ยายวัย 86 ล้วงไข่มงคล เลขเด็ดหลวงพ่อสมหวัง 638

นี่เป็นครั้งแรกที่ยายนงค์มากราบหลวงพ่อสมหวัง แต่เลขที่ได้ทำให้รู้สึกมั่นใจสุดๆ แถมยังขอพรให้ครอบครัวสุขภาพแข็งแรง เดินทางปลอดภัย จิตใจสบาย

สำหรับผู้ที่อยากไปขอพรหลวงพ่อสมหวัง ต้องรู้วิธีทำบุญให้ถูกต้องด้วยนะ

  • ปิดทองที่พระหัตถ์ขวาขององค์หลวงพ่อ
  • ลงไปกราบไหว้ที่จุดรับพรกลางแจ้ง
  • เซ่นไหว้ด้วยของที่หลวงพ่อชอบ เช่น หัวหมู ไข่ไก่ ข้าวสาร และของสมหวังต่างๆ
  • หลังขอพร ลองล้วงไข่มงคลเพื่อได้เลขเด็ดหลวงพ่อสมหวัง
ไข่มงคลเลขเด็ดหลวงพ่อสมหวัง

วัดกลางบางพระอยู่ไม่ไกลกรุงเทพฯ เดินทางสะดวก เหมาะสำหรับคอหวยที่อยากได้ เลขเด็ดหลวงพ่อสมหวัง แบบสดๆ ใหม่ๆ หลวงพ่อเมตตาให้โชคมาตั้งหลายงวดแล้วนะ ลองไปพิสูจน์ดู

อย่างไรก็ตาม การเล่นหวยต้องมีสติ อย่าลงทุนเกินตัว สิ่งสำคัญคือศรัทธาและการทำบุญ ถ้าคุณได้เลขเด็ดจากหลวงพ่อสมหวังหรือที่ไหน ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างนี้กันนะ หวังว่าทุกท่านจะสมหวังงวดนี้!

ที่มา – คอหวยส่อง “เลขเด็ด” ยายวัย 86 ล้วงไข่มงคล “หลวงพ่อสมหวัง” ลุ้นงวด 16/3/69

Scroll to top