นักปีนเขา

เนปาลจัดพิธีไว้อาลัย 10 นักปีนเขา เหยื่อหิมะถล่ม บรอดพีก

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวเศร้าที่ทำเอาวงการนักปีนเขาทั่วโลกต้องหยุดชะงัก เมื่อมีการรายงานว่า เนปาลจัดพิธีไว้อาลัย 10 นักปีนเขา เหยื่อหิมะถล่ม “บรอดพีก” ในปากีสถาน สูญเสียครั้งใหญ่ของวงการ ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นความโศกเศร้าของครอบครัวผู้สูญเสีย แต่ยังเป็นการสูญเสียบุคลากรระดับตำนานที่ทิ้งร่องรอยไว้ในหน้าประวัติศาสตร์โลก

เนปาลจัดพิธีไว้อาลัย 10 นักปีนเขา เหยื่อหิมะถล่ม “บรอดพีก” ในปากีสถาน สูญเสียครั้งใหญ่ของวงการ

บรรยากาศที่กรุงกาฐมาณฑุเต็มไปด้วยความเงียบสงัดและเสียงสวดมนต์ เมื่อเหล่าเพื่อนฝูงและไกด์ภูเขาได้รวมตัวกันจุดเทียนรำลึกถึงผู้ที่จากไป เหตุการณ์หิมะถล่มครั้งนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการยืนยันว่าหนึ่งในนั้นคือ นีร์มัล “นิมส์” ปูร์จา นักปีนเขาผู้เป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ทั่วโลก การจากไปของเขาตอกย้ำให้เราเห็นว่า แม้แต่มืออาชีพที่เชี่ยวชาญที่สุด ก็ยังต้องเผชิญกับความโหดร้ายของธรรมชาติที่ไม่อาจคาดเดาได้บนภูเขาสูง

สรุปเหตุการณ์ เนปาลจัดพิธีไว้อาลัย 10 นักปีนเขา เหยื่อหิมะถล่ม “บรอดพีก” ในปากีสถาน สูญเสียครั้งใหญ่ของวงการ

เหตุการณ์น่าสลดนี้เกิดขึ้นในพื้นที่กิลกิต-บัลติสถาน ของปากีสถาน ขณะที่ทีมนักปีนเขาหลากสัญชาติกำลังพิชิตยอดเขา ซึ่งผลกระทบที่ตามมามีดังนี้:

  • เกิดเหตุหิมะถล่มรุนแรงฉับพลันในขณะที่กลุ่มนักปีนเขากำลังไต่ระดับ
  • เจ้าหน้าที่ปากีสถานเร่งระดมทีมกู้ภัยค้นหาท่ามกลางสภาพอากาศที่ปิดสนิท
  • ความพยายามในการกู้ร่างผู้เสียชีวิตยังคงดำเนินต่อไป แม้เฮลิคอปเตอร์จะเข้าถึงพื้นที่ได้ยาก

ความสูญเสียครั้งนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือชีวิตและความมุ่งมั่นของนักปีนเขา 10 ชีวิตที่รักในภูเขาอย่างสุดหัวใจ การที่ เนปาลจัดพิธีไว้อาลัย 10 นักปีนเขา เหยื่อหิมะถล่ม “บรอดพีก” ในปากีสถาน สูญเสียครั้งใหญ่ของวงการ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของชุมชนนักปีนเขา ที่พร้อมจะโอบกอดและเยียวยาจิตใจซึ่งกันและกันในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด

ในมุมมองของนักกิจกรรมกลางแจ้ง เหตุการณ์นี้เตือนให้เราตระหนักถึงความปลอดภัยและการเตรียมตัวก่อนออกเดินทางเสมอ แม้เราจะรักการผจญภัยเพียงใด แต่การเคารพธรรมชาติและประเมินความเสี่ยงถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ขอให้เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนและขอให้ดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตทุกท่านไปสู่สุคติ

ที่มา – เนปาลจัดพิธีไว้อาลัย 10 นักปีนเขา เหยื่อหิมะถล่ม “บรอดพีก” ในปากีสถาน สูญเสียครั้งใหญ่ของวงการ

ทีมกู้ภัยกู้ร่าง นีร์มาล ปูร์จา นักปีนเขาชื่อดังได้แล้ว

ถือเป็นข่าวที่สร้างความโศกเศร้าให้กับวงการนักปีนเขาทั่วโลกเป็นอย่างมาก เมื่อมีการยืนยันจากสมาคมเทือกเขาแอลป์แห่งปากีสถานว่า ทีมกู้ภัยกู้ร่าง นีร์มาล ปูร์จา นักปีนเขาชื่อดังได้แล้ว หลังจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมหิมะถล่มบนยอดเขาบรอดพีคในประเทศปากีสถาน ซึ่งพรากชีวิตของเขาและลูกทีมไปอย่างน่าเสียดาย

ทีมกู้ภัยกู้ร่าง นีร์มาล ปูร์จา นักปีนเขาชื่อดังได้แล้ว

การจากไปของ นีร์มาล ปูร์จา หรือที่รู้จักกันในชื่อ “นิมส์ ได” ไม่เพียงแต่เป็นความสูญเสียของครอบครัว แต่ยังเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์การปีนเขาโลก เขาคือผู้ที่เคยสร้างปรากฏการณ์พิชิตยอดเขาความสูงเกิน 8,000 เมตรทั้ง 14 แห่งทั่วโลกได้สำเร็จภายในเวลาไม่ถึง 7 เดือน โดยภารกิจครั้งล่าสุดที่เขาตั้งใจจะทำคือการพิชิตยอดเขาบรอดพีคเป็นครั้งที่ 2 แต่น่าเสียดายที่ธรรมชาติกลับเล่นงานเขาและทีมงานในช่วงเวลาที่คาดไม่ถึง

สรุปเหตุการณ์กู้ร่าง นีร์มาล ปูร์จา และลูกทีม

หลังจากเกิดเหตุหิมะถล่มเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างมหาศาล ทั้งในเรื่องของสภาพอากาศที่แปรปรวนและระดับความสูงที่อันตรายกว่า 5,700 เมตร จนในที่สุด ทีมกู้ภัยกู้ร่าง นีร์มาล ปูร์จา นักปีนเขาชื่อดังได้แล้ว พร้อมกับร่างของลูกทีมอีกบางส่วน ซึ่งตอนนี้กำลังเร่งดำเนินการลำเลียงลงมาจากภูเขาเพื่อนำกลับสู่ภูมิลำเนาต่อไป

  • เหตุเกิดบริเวณยอดเขาบรอดพีค ประเทศปากีสถาน
  • ทีมนักปีนเขามีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 10 ราย
  • การกู้ภัยเป็นไปด้วยความยากลำบากจากสภาพหิมะถล่มและอากาศหนาวจัด
  • เจ้าชายวิลเลียมแห่งสหราชอาณาจักรได้ร่วมแสดงความเสียใจต่อการจากไปของวีรบุรุษนักปีนเขาผู้นี้

ความมุ่งมั่นของ นีร์มาล ปูร์จา ในการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศเนปาลและการยกระดับวงการปีนเขานั้นเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกเสมอมา การเสียชีวิตของเขาในครั้งนี้ทิ้งไว้เพียงตำนานแห่งความกล้าหาญและความรักในภูเขาที่เขามักจะเอ่ยถึงอยู่เสมอ เราขอร่วมส่งกำลังใจให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกท่านในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ และหวังว่าเรื่องราวของเขาจะยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักปีนเขารุ่นหลังต่อไป

ที่มา – ทีมกู้ภัยกู้ร่าง “นีร์มาล ปูร์จา” นักปีนเขาชื่อดังได้แล้ว หลังหิมะถล่มคร่าชีวิต

หิมะถล่มคร่าชีวิต นีร์มาล ปูร์จา นักปีนเขาผู้พิชิต 14 ยอดเขา

เป็นข่าวเศร้าที่ทำเอาคนทั้งโลกต้องตกตะลึง เมื่อมีการยืนยันการจากไปของ นีร์มาล ปูร์จา นักปีนเขาชาวเนปาลระดับตำนาน ผู้ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนนับล้านด้วยความมุ่งมั่นและหัวใจที่ไม่มีวันยอมแพ้ เขาได้เสียชีวิตลงพร้อมกับทีมงานหลังเผชิญเหตุหิมะถล่มบนยอดเขาบรอดพีค ในประเทศปากีสถาน ถือเป็นการสูญเสียบุคลากรที่เปี่ยมด้วยความสามารถและจิตวิญญาณของนักสู้ไปอย่างน่าใจหาย

หิมะถล่มคร่าชีวิต นีร์มาล ปูร์จา นักปีนเขาคนดัง ผู้พิชิต 14 ยอดเขาใน 7 เดือน

เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความโศกเศร้าให้แก่วงการปีนเขาโลกเป็นอย่างมาก เพราะ นีร์มาล ปูร์จา ไม่ใช่แค่นักปีนเขาธรรมดา แต่เขาคือผู้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการพิชิตยอดเขาสูง 8,000 เมตรขึ้นไปครบทั้ง 14 แห่งภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ซึ่งเรื่องราวความสำเร็จของเขายังถูกนำไปถ่ายทอดผ่านสารคดีดังบน Netflix อย่าง “14 Peaks: Nothing Is Impossible” อีกด้วย

เส้นทางตำนานของ นีร์มาล ปูร์จา

ก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกของการปีนเขาแบบเต็มตัว นีร์มาล ปูร์จา เคยรับใช้ชาติในกองทัพอังกฤษและหน่วยรบพิเศษมาก่อน ประสบการณ์ความอดทนทางร่างกายและจิตใจจากงานทหารได้หล่อหลอมให้เขากลายเป็นยอดนักปีนเขา เขาเป็นคนแรกๆ ที่กล้าทำในสิ่งที่ผู้คนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ และการเสียชีวิตของ หิมะถล่มคร่าชีวิต นีร์มาล ปูร์จา นักปีนเขาคนดัง ผู้พิชิต 14 ยอดเขาใน 7 เดือน นี้ถือเป็นบทสรุปของชีวิตที่คลุกคลีอยู่กับความเสี่ยงบนยอดเขาสูงเสมอมา

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขาได้ทิ้งผลงานและมรดกทางความคิดไว้มากมาย โดยเฉพาะคติพจน์ที่ว่าทุกยอดเขาในชีวิตสามารถพิชิตได้หากเรามีความพยายามมากพอ แม้ว่าเขาจะเคยถูกตั้งคำถามในเรื่องสไตล์การปีนเขาหรือประเด็นส่วนตัว แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพลังในการขับเคลื่อนของเขานั้นมหาศาลเพียงใด

  • ผู้สร้างประวัติศาสตร์ปีน 14 ยอดเขาในเวลาอันสั้น
  • ผู้นำทีมพิชิตยอดเขา K2 ในฤดูหนาวเป็นกลุ่มแรกของโลก
  • ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือลูกหาบและสนับสนุนการศึกษาในเขตภูเขา

อย่างไรก็ตาม ความตายเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดเดาได้ โดยเฉพาะบนพื้นที่ที่สูงชันและอันตรายที่สุดในโลกอย่างบรอดพีค เหตุการณ์ หิมะถล่มคร่าชีวิต นีร์มาล ปูร์จา นักปีนเขาคนดัง ผู้พิชิต 14 ยอดเขาใน 7 เดือน ในครั้งนี้ จะกลายเป็นบทเรียนสำคัญให้กับนักปีนเขาทั่วโลกให้ตระหนักถึงความปลอดภัยและการเคารพต่อธรรมชาติเสมอ การสูญเสียครั้งนี้คือการปิดฉากตำนานที่ไม่มีวันลืมเลือน

เราขอร่วมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของนีร์มาล ปูร์จา และทีมงานทุกคนที่ร่วมชะตากรรมในครั้งนี้ หวังว่าเรื่องราวของเขาจะเป็นอนุสรณ์ให้ผู้ที่ฝันอยากพิชิตยอดเขาในชีวิตของตนเองได้ก้าวเดินต่อไปด้วยความกล้าหาญและระมัดระวัง

ที่มา – หิมะถล่มคร่าชีวิต “นีร์มาล ปูร์จา” นักปีนเขาคนดัง ผู้พิชิต 14 ยอดเขาใน 7 เดือน

นิมาล ปูร์จา สูญหายพร้อมคณะ 10 คน หลังหิมะถล่มยอดเขาบรอดพีก

วงการปีนเขาโลกต้องตกอยู่ในสภาวะช็อกอีกครั้ง กับข่าวล่าสุดที่ระบุว่านักปีนเขาชื่อดัง นิมาล ปูร์จา สูญหายพร้อมคณะ 10 คน หลังหิมะถล่มบนยอดเขาบรอดพีกในปากีสถาน ท่ามกลางความกังวลใจของแฟนคลับและคนทั่วโลกที่คอยติดตามภารกิจท้าทายมรณะของเขามาโดยตลอด

เหตุสลด นักปีนเขาชื่อดัง “นิมาล ปูร์จา” สูญหายพร้อมคณะ 10 คน หลังหิมะถล่มบนยอดเขาบรอดพีกในปากีสถาน

เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นบนยอดเขาบรอดพีก (Broad Peak) ซึ่งมีความสูงถึง 8,047 เมตร ในเทือกเขาคาราโครัม ประเทศปากีสถาน โดยรายงานระบุว่าเกิดหิมะถล่มในระหว่างที่คณะของ “นิมส์ ปูร์จา” กำลังปฏิบัติภารกิจพิชิตยอดเขา ซึ่งถือเป็นพื้นที่อันตรายที่รู้จักกันในชื่อ “เขตมรณะ” เพราะออกซิเจนเบาบางมาก

เปิดแผนปฏิบัติการค้นหา นิมาล ปูร์จา สูญหายพร้อมคณะ 10 คน หลังหิมะถล่มบนยอดเขาบรอดพีกในปากีสถาน

ทางสโมสรอัลไพน์แห่งปากีสถานกำลังเร่งประสานงานกับรัฐบาลเพื่อเตรียมส่งทีมกู้ภัยและเฮลิคอปเตอร์เข้าพื้นที่ทันทีที่สภาพอากาศเอื้ออำนวย โดยนอกจากนิมาล ปูร์จาแล้ว คณะดังกล่าวยังประกอบไปด้วยนักปีนเขาจากหลากหลายสัญชาติรวม 10 ราย ซึ่งขณะนี้ยังคงมีสถานะสูญหายและขาดการติดต่อ

ทำไมยอดเขาแห่งนี้ถึงอันตรายนัก? นี่คือข้อเท็จจริงที่คุณควรทราบ:

  • สภาพอากาศแปรปรวน: บริเวณเทือกเขาคาราโครัมขึ้นชื่อเรื่องพายุหิมะที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
  • พื้นที่เสี่ยงสูง: บรอดพีกเป็นยอดเขาสูงลำดับที่ 12 ของโลกที่เต็มไปด้วยความลาดชันและหิมะถล่ม
  • ระดับความสูงที่อันตราย: ความสูงเกิน 8,000 เมตรทำให้ออกซิเจนต่ำจนไม่สามารถหายใจได้ตามปกติ

สำหรับประวัติของ นิมาล ปูร์จา นั้น เขาถือเป็นตำนานที่มีชีวิต เคยสร้างสถิติโลกด้วยการพิชิตยอดเขา 8,000 เมตรทั้ง 14 แห่งในเวลาเพียง 6 เดือน และในครั้งนี้เขามีความตั้งใจจะทำลายสถิติด้วยการปีนโดยไม่ใช้ออกซิเจนเสริม ซึ่งเป็นความพยายามที่กล้าหาญอย่างยิ่ง

แม้ว่าจะมีรายงานจากสื่อเนปาลว่าอุปกรณ์ติดตามสัญญาณยังมีการเคลื่อนไหว แต่เรายังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง ทุกคนทั่วโลกต่างส่งกำลังใจให้ทีมกู้ภัยสามารถปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จ และภาวนาให้บรรดานักปีนเขาทุกคนปลอดภัยจากเหตุการณ์ครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม บทเรียนจากเหตุการณ์นี้ย้ำเตือนให้เราเห็นว่า แม้มืออาชีพที่มากประสบการณ์ที่สุดอย่างนิมาล ปูร์จา ก็ยังต้องเผชิญกับพลังมหาศาลจากธรรมชาติ การปีนเขาไม่ใช่แค่การต่อสู้กับยอดเขา แต่เป็นการต่อสู้กับขีดจำกัดของร่างกายและโชคชะตาด้วย

ที่มา – นักปีนเขาชื่อดัง “นิมาล ปูร์จา” สูญหายพร้อมคณะ 10 คน หลังหิมะถล่มบนยอดเขาบรอดพีกในปากีสถาน

พบศพนักปีนเขา 5 รายบนยอดเขาเอลบรุส ยอดเขาสูงสุดรัสเซีย

พบศพนักปีนเขา 5 รายบนยอดเขาเอลบรุส ยอดเขาสูงสุดรัสเซีย

เป็นข่าวเศร้าที่คนทั่วโลกต่างร่วมแสดงความเสียใจ เมื่อมีรายงานยืนยันการพบศพนักปีนเขา 5 รายบนยอดเขาเอลบรุส ยอดเขาสูงสุดรัสเซีย หลังจากคณะนักปีนเขาจากบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างหนักขณะพยายามพิชิตยอดเขาแห่งนี้ ถือเป็นเหตุการณ์ที่เตือนใจนักผจญภัยทุกคนถึงความน่ากลัวของธรรมชาติบนความสูงที่เกินคาดเดา

รายละเอียดเหตุการณ์ พบศพนักปีนเขา 5 รายบนยอดเขาเอลบรุส ยอดเขาสูงสุดรัสเซีย

เหตุโศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อกลุ่มนักปีนเขาสัญชาติบอสเนียจำนวน 7 คน ได้เดินทางไปทำกิจกรรมปีนเขาที่เทือกเขาคอเคซัส สถานที่ซึ่งนักปีนเขาทั่วโลกใฝ่ฝันจะไปสัมผัส ทว่าในระหว่างการเดินทาง สภาพอากาศบนพบศพนักปีนเขา 5 รายบนยอดเขาเอลบรุส ยอดเขาสูงสุดรัสเซียได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เกิดลมกรรโชกแรงและทัศนวิสัยที่ย่ำแย่ จนทำให้คณะนักเดินทางหลงทิศทางและไม่สามารถลงจากเขาได้ตามกำหนด

จากการรายงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัยรัสเซีย มีข้อมูลสำคัญดังนี้:

  • สมาชิกคณะปีนเขาจำนวน 7 คน ประสบภาวะอากาศที่เลวร้ายฉับพลันที่ระดับความสูง 5,100 เมตร
  • มีผู้รอดชีวิตเพียง 2 รายเท่านั้นที่ได้รับการช่วยเหลือจากทีมกู้ภัย
  • สภาพอากาศที่เลวร้ายมีลมแรงถึง 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ปฏิบัติการกู้ภัยเป็นไปอย่างยากลำบาก
  • ทางการบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาประกาศให้เป็นวันไว้อาลัยแห่งชาติเพื่อเป็นการให้เกียรติผู้เสียชีวิต

ยอดเขาเอลบรุสซึ่งมีความสูงถึง 5,642 เมตร ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนรัสเซียและจอร์เจีย ขึ้นชื่อเรื่องสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงแบบกะทันหัน แม้จะเป็นจุดหมายที่ดูสวยงามน่าหลงใหล แต่ในขณะเดียวกันก็นับเป็นหนึ่งในจุดที่ท้าทายและอันตรายที่สุดสำหรับนักปีนเขามือสมัครเล่นและมืออาชีพ หากปราศจากการเตรียมตัวที่ดีหรือไกด์ท้องถิ่นที่ชำนาญ การเดินทางในพื้นที่นี้อาจนำมาซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้ทันที

เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดอุบัติเหตุบนภูเขาแห่งนี้ ซึ่งเป็นบทเรียนราคาแพงที่ย้ำเตือนนักท่องเที่ยวและนักผจญภัยว่า อย่าชะล่าใจต่อสภาพอากาศ ไม่ว่าคุณจะเตรียมตัวมาดีเพียงใด ความรอบคอบและอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยที่ครบครันคือหัวใจสำคัญของการมีชีวิตรอดกลับมา

สุดท้ายนี้ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและเพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิตทุกท่าน นี่คือบทเรียนเตือนใจคนรักการปีนเขาว่า ความปลอดภัยต้องมาก่อนความสำเร็จเสมอ และการเคารพธรรมชาติคือสิ่งสำคัญที่สุดในการทำกิจกรรมกลางแจ้งเช่นนี้

ที่มา – พบศพนักปีนเขา 5 รายบน “ยอดเขาเอลบรุส” ยอดเขาสูงสุดรัสเซีย เหตุสภาพอากาศแปรปรวน

ไกด์เชอร์ปาเปิดใจ วินาทีเฉียดตายบนเอเวอเรสต์ รอดชีวิต 6 วันด้วย ช็อกโกแลต-เคี้ยวน้ำแข็ง

ไกด์เชอร์ปาเปิดใจ วินาทีเฉียดตายบนเอเวอเรสต์ รอดชีวิต 6 วันด้วย ช็อกโกแลต-เคี้ยวน้ำแข็ง

เรื่องราวสุดเข้มข้นที่ฟังดูเหมือนบทภาพยนตร์ฮอลลีวูดแต่เป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นบนยอดเขาเอเวอเรสต์ คือกรณีของ ดาวา ไกด์ชาวเชอร์ปาวัย 57 ปี ที่เอาชีวิตรอดจากสภาวะวิกฤตบนภูเขาที่สูงที่สุดในโลกได้นานถึง 6 วัน หลายคนอาจสงสัยว่ามนุษย์เราสามารถอดทนต่อสภาพอากาศที่โหดร้ายและอุณหภูมิที่ติดลบสุดขั้วได้อย่างไร คำตอบที่น่าเหลือเชื่อคือเขาประทังชีวิตด้วยการ เคี้ยวน้ำแข็ง และช็อกโกแลตเพียงไม่กี่ชิ้นที่พบในกระเป๋า

วินาทีเฉียดตายและการเอาชีวิตรอดของไกด์เชอร์ปาเปิดใจ วินาทีเฉียดตายบนเอเวอเรสต์ รอดชีวิต 6 วันด้วย ช็อกโกแลต-เคี้ยวน้ำแข็ง

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อดาวาไม่สามารถเดินต่อได้เนื่องจากออกซิเจนหมดระหว่างลงจากยอดเขา เขาต้องติดอยู่ท่ามกลางหิมะท่ามกลางความหนาวเหน็บที่หลายคนคิดว่าเขาไม่มีทางรอด ครอบครัวของเขาที่กาฐมาณฑุถึงขั้นเตรียมจัดพิธีศพเพราะความหวังริบหรี่เต็มที แต่ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นเมื่อเขาสามารถเอาตัวรอดจากการตกลงไปในรอยแยกน้ำแข็งนานถึง 2 วัน ด้วยการพึ่งพากำลังใจบวกกับหิมะถล่มที่เปิดทางให้เขาปีนขึ้นมาได้

  • การปรับตัวเพื่อความอยู่รอด: เขาต้องเคี้ยวน้ำแข็งเพื่อแก้กระหาย แม้จะรู้ว่ามันทำให้ฟันเจ็บปวดอย่างรุนแรง
  • โภชนาการจำกัด: ช็อกโกแลตที่เหลือเพียงไม่กี่ชิ้นกลายเป็นแหล่งพลังงานเดียวที่ประทังชีวิตในวันที่ยากลำบาก
  • ความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจ: การคลานลงจากเขาด้วยอาการน้ำแข็งกัดและกระดูกหักเป็นเรื่องที่เกินขีดจำกัดของมนุษย์ทั่วไป

ความสำเร็จในการกลับมาครั้งนี้ของดาวาไม่ใช่แค่เรื่องของโชค แต่เป็นความเชี่ยวชาญของชาวเชอร์ปาที่รู้จักเส้นทางและมีจิตวิญญาณของผู้กล้า การที่เขาได้รับการช่วยเหลือจากทีมเก็บขยะบนภูเขาเปรียบเสมือนการได้รับชีวิตที่สอง ซึ่งสร้างความตื่นตะลึงให้แก่ชุมชนนักปีนเขาทั่วโลก เรื่องราวของ ไกด์เชอร์ปาเปิดใจ วินาทีเฉียดตายบนเอเวอเรสต์ รอดชีวิต 6 วันด้วย ช็อกโกแลต-เคี้ยวน้ำแข็ง ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครก็ตามที่กำลังเผชิญกับอุปสรรคชีวิตที่ดูเหมือนจะก้าวข้ามไม่ได้

บทเรียนครั้งนี้สอนให้เราเห็นว่า แม้ในสถานการณ์ที่มืดมนที่สุด หากเราไม่ยอมแพ้และใช้ทุกทรัพยากรที่มีอย่างคุ้มค่า ปาฏิหาริย์ก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอ ขอให้เรื่องราวของดาวาเตือนใจพวกเราให้เห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่และการให้กำลังใจซึ่งกันและกันในยามวิกฤตครับ

ที่มา – ไกด์เชอร์ปาเปิดใจ วินาทีเฉียดตายบนเอเวอเรสต์ รอดชีวิต 6 วันด้วย “ช็อกโกแลต-เคี้ยวน้ำแข็ง”

กู้ร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุภูเขาไฟดุโกโนปะทุ 1 ศพ เร่งค้นหาอีก 2

เหตุการณ์ภูเขาไฟปะทุที่อินโดนีเซียสร้างความสูญเสียล่าสุด เมื่อทีมกู้ภัยสามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุภูเขาไฟดุโกโน อินโดนีเซียปะทุได้แล้ว 1 ศพ โดยเชื่อว่าเป็นนักปีนเขาชาวอินโดนีเซีย ขณะที่นักปีนเขาชาวสิงคโปร์อีก 2 รายยังคงสูญหาย ท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้ายและกิจกรรมภูเขาไฟที่รุนแรงขึ้น เรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ

กู้ร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุภูเขาไฟดุโกโน อินโดนีเซียปะทุได้แล้ว 1 ศพ เร่งค้นหาอีก 2 ที่ยังสูญหาย

นายอิวาน รัมดานี หัวหน้าหน่วยกู้ภัยท้องถิ่นของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ค้นพบร่างผู้เสียชีวิตคนแรกแล้ว ซึ่งคาดว่าเป็นหญิงชาวอินโดนีเซียชื่อ “แองเจิล” ที่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนักเดินป่าทั้ง 20 คน ปัจจุบันทีมกำลังเร่งนำร่างออกจากพื้นที่เพื่อส่งไปยังโรงพยาบาลประจำภูมิภาค เพื่อยืนยันตัวตนอย่างเป็นทางการ แม้จะประสบความสำเร็จในการกู้ร่าง 1 ศพ แต่ภารกิจยังไม่สิ้นสุด เพราะนักปีนเขาชาวสิงคโปร์ 2 รายยังคงติดค้างอยู่

รายชื่อนักปีนเขาชาวสิงคโปร์ที่สูญหาย

  • Heng Wen Qiang Timothy อายุ 30 ปี
  • Shahin Muhrez bin Abdul Hamid อายุ 27 ปี

ทั้งสองคนได้เปิดใช้งานอุปกรณ์ส่งสัญญาณฉุกเฉิน (Locator Beacon) ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุตำแหน่งได้แล้ว แต่การเข้าถึงยังยากลำบาก เนื่องจากภูเขาไฟดุโกโนยังคงปะทุอย่างต่อเนื่อง ส่งเถ้าถ่านพวยพุ่งสูงกว่า 10 กิโลเมตร มีฝนตกหนัก น้ำหลาก และเศษวัสดุภูเขาไฟที่ยังร้อนจัด ทำให้ทีมกู้ภัยเสี่ยงอันตรายสูง

ก่อนเกิดเหตุ กลุ่มนักเดินป่าทั้ง 20 คน ซึ่งประกอบด้วยชาวสิงคโปร์ 7 คนและชาวอินโดนีเซีย 10 คน กำลังปีนอยู่บนไหล่เขาของภูเขาไฟดุโกโน เมื่อเกิดการปะทุในช่วงเช้าวันศุกร์ ทำให้ 3 คนสูญหาย ขณะที่อีก 17 คนได้รับการช่วยเหลือออกมาอย่างปลอดภัย ชาวสิงคโปร์ 7 คนที่รอดชีวิตจะเดินทางกลับประเทศในวันอาทิตย์นี้

อุปสรรคหลักในการปฏิบัติการกู้ภัย

สำนักงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซีย (BNPB) ระบุว่า แม้จะรู้ตำแหน่งของผู้สูญหายแล้ว แต่สภาพภูมิประเทศที่ขรุขระ ฝุ่นเถ้าปกคลุม และการปะทุที่รุนแรงขึ้น เป็นอุปสรรคใหญ่หลวง ทีมกู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์พิเศษและรอจังหวะที่ปลอดภัยเพื่อเข้าไป นอกจากนี้ กระทรวงต่างประเทศสิงคโปร์ยังประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ความช่วยเหลือกงสุลแก่ครอบครัวผู้ประสบภัย

ข้อมูลเบื้องหลังภูเขาไฟดุโกโน

ภูเขาไฟดุโกโนตั้งอยู่บนเกาะฮาลมะเฮรา ทางตอนกลางของอินโดนีเซีย มีความสูง 1,229 เมตร เป็นภูเขาไฟที่活跃มากที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค มีประวัติการปะทุบ่อยครั้ง ล่าสุดในปี 2024 ก็มีการปะทุหลายครั้ง ส่งผลกระทบต่อชุมชนใกล้เคียงและนักท่องเที่ยว นักเดินป่าหลายคนชื่นชอบเส้นทางนี้เพราะทิวทัศน์สวยงาม แต่ต้องตระหนักถึงความเสี่ยงจากก๊าซพิษ เถ้าถ่าน และการไหลของลาวา

เคล็ดลับความปลอดภัยสำหรับนักปีนเขภูเขาไฟ

  • ตรวจสอบประกาศเตือนภัย จากหน่วยเฝ้าระวังภูเขาไฟก่อนออกเดินทางเสมอ
  • พกอุปกรณ์ฉุกเฉิน เช่น Locator Beacon และหน้ากากกันเถ้า
  • เดินทางเป็นกลุ่มใหญ่และมีไกด์ท้องถิ่นนำทาง
  • ติดตามสภาพอากาศและหลีกเลี่ยงช่วงฤดูฝน
  • เตรียมแผนอพยพฉุกเฉินและแจ้งญาติล่วงหน้า

เหตุการณ์กู้ร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุภูเขาไฟดุโกโน อินโดนีเซียปะทุครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญถึงอันตรายของภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ภูเขาไฟที่คาดเดาไม่ได้ หวังว่าทีมกู้ภัยจะช่วยเหลือผู้สูญหายทั้ง 2 รายได้อย่างปลอดภัยในเร็ววัน

คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวต่างประเทศและภัยพิบัติล่าสุดจากบล็อกของเรา เพื่อความรู้และการเตรียมตัวที่ดียิ่งขึ้น

ที่มา – กู้ร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุภูเขาไฟดุโกโน อินโดนีเซียปะทุได้แล้ว 1 ศพ เร่งค้นหาอีก 2 ที่ยังสูญหาย

หนุ่มนักปีนเขาขึ้นศาล ปมทิ้งแฟนสาวหนาวตายลำพังบนยอดเขาสูงสุดออสเตรีย

หนุ่มนักปีนเขาขึ้นศาล ปมทิ้งแฟนสาวหนาวตายลำพังบนยอดเขาสูงสุดออสเตรีย

หนุ่มนักปีนเขาขึ้นศาล ปมทิ้งแฟนสาวหนาวตายลำพังบนยอดเขาสูงสุดออสเตรีย กลายเป็นข่าวช็อกวงการปีนเขาทั่วยุโรป คดีนี้เกิดขึ้นบนยอดเขากรอสกลอคเนอร์ (Grossglockner) ซึ่งมีความสูง 3,798 เมตร เป็นยอดเขาสูงสุดในออสเตรีย โธมัส พี ชายวัย 30 กว่าปี ถูกอัยการในเมืองอินส์บรุคฟ้องร้องข้อหา “กระทำโดยประมาทอย่างร้ายแรงเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” หลังจากเคียร์สติน จี แฟนสาววัย 33 ปี เสียชีวิตจากภาวะตัวเย็นจัด (Hypothermia) ท่ามกลางพายุหิมะรุนแรงในช่วงเช้ามืดวันที่ 19 มกราคม 2025

เหตุการณ์เริ่มต้นจากทริปพิชิตยอดเขาที่ทั้งคู่ตั้งใจจะทำในฤดูหนาว ซึ่งถือเป็นความท้าทายสูงสุดสำหรับนักปีนเขา อย่างไรก็ตาม อัยการชี้ว่าโธมัสซึ่งมีประสบการณ์ปีนเขามากมาย กลับตัดสินใจผิดพลาดหลายครั้ง โดยเริ่มเดินทางช้ากว่ากำหนดถึง 2 ชั่วโมง แม้สภาพอากาศจะเลวร้าย ลมพัดกระโชกความเร็วสูงสุด 74 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อุณหภูมิ -8 องศาเซลเซียส และเมื่อรวมกับแรงลมแล้ว ความรู้สึกหนาวจะเทียบเท่า -20 องศาเซลเซียส

ข้อกล่าวหาหลักในคดีหนุ่มนักปีนเขาขึ้นศาล

นอกจากนี้ อัยการยังตั้งคำถามถึงการเตรียมตัวที่ไม่สมบูรณ์ เช่น ไม่พกอุปกรณ์ฉุกเฉินสำหรับค้างคืนให้เพียงพอ และปล่อยให้แฟนสาวสวมรองเท้าบู๊ทสโนว์บอร์ดแบบนุ่ม ซึ่งไม่เหมาะสมกับเส้นทางผสมหิมะและหินบนยอดเขา นอกจากนี้ ยังถูกวิจารณ์ว่าทำไมไม่หันหลังกลับทันทีเมื่อสภาพอากาศแย่ลง ทั้งที่ยังอยู่ในจุดที่ทำได้

  • เริ่มทริปช้าเกินไป ท่ามกลางพายุหิมะ
  • อุปกรณ์ไม่พร้อมสำหรับภาวะฉุกเฉิน
  • รองเท้าไม่เหมาะสมกับภูมิประเทศ
  • ไม่ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือทันท่วงที แม้เฮลิคอปเตอร์จะบินผ่าน

ตามคำให้การของจำเลย ทั้งคู่ไปถึงจุด Frühstücksplatz เวลา 13:30 น. ของวันที่ 18 มกราคม ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงที่หากเดินหน้าต่อจะยากต่อการย้อนกลับ แต่โธมัสยืนยันว่าทั้งคู่ยังมีแรงเหลือ ทนายความ คาร์ล เยลิเนค ยังโต้แย้งว่าทั้งสองวางแผนร่วมกันและมั่นใจในความพร้อมของตัวเอง

ไทม์ไลน์เหตุการณ์นำไปสู่โศกนาฏกรรม

เวลา 20:50 น. ทั้งคู่ติดค้างบนเขา แต่โธมัสไม่โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที จนกระทั่ง 00:35 น. ของวันถัดไปจึงโทรหาตำรวจภูเขา อย่างไรก็ตาม มีข้อกล่าวหาว่าเขาปิดเสียงโทรศัพท์และไม่รับสายเพิ่มเติม ภาพจากเว็บแคมจับได้ว่ามีแสงไฟฉายไต่ขึ้นยอดเขา และเงาชายคนหนึ่งลงจากยอด ทนายจำเลยอธิบายว่าพวกเขาไปถึงจุดต่ำกว่าสูงสุด 40 เมตร แต่เคียร์สตินอ่อนแรงมาก โธมัสจึงตัดสินใจปีนข้ามยอดเขาไปอีกด้านเพื่อขอความช่วยเหลือ

แต่ฝ่ายอัยการโต้ว่า เขาทิ้งเธอไว้ราวตีสอง โดยไม่ใช้ผ้าห่มฉุกเฉินอลูมิเนียมกันหนาว และแจ้งเหตุช้าเกินไป ทำให้เฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถบินช่วยได้ในคืนนั้นเนื่องจากลมแรง สุดท้ายเคียร์สตินต้องจากไปอย่างโดดเดี่ยวบนไหล่เขาที่กลายเป็นน้ำแข็ง หากศาลตัดสินว่าผิด โธมัสอาจติดคุกสูงสุด 3 ปี และคดีนี้จะกลายเป็นตัวอย่างสำคัญในการกำหนดเส้นแบ่งระหว่างความเสี่ยงส่วนตัวกับความผิดอาญาในกีฬาปีนเขา

บทเรียนจากคดีหนุ่มนักปีนเขาขึ้นศาล ปมทิ้งแฟนสาวหนาวตายลำพัง

ยอดเขากรอสกลอคเนอร์เป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักปีนเขามืออาชีพ แต่ฤดูหนาวเพิ่มความเสี่ยงจากพายุหิมะและภาวะ Hypothermia ซึ่งเกิดจากการสูญเสียความร้อนร่างกายอย่างรวดเร็ว อาการเริ่มจากสั่น อ่อนเพลีย สับสน และอาจช็อกตายได้ นักปีนเขาควรเตรียมอุปกรณ์อย่าง GPS สัญญาณ SOS ผ้าห่มฉุกเฉิน เสื้อผ้ากันหนาวหลายชั้น และตรวจสภาพอากาศล่วงหน้าเสมอ

คดีนี้เตือนใจว่าประสบการณ์มากมายไม่ได้การันตีความปลอดภัย การเป็นผู้นำทริปต้องรับผิดชอบชีวิตผู้อื่น คิดให้ดีก่อนรับความเสี่ยงสุดขีด คุณนักปีนเขาคนไหนเคยเจอสถานการณ์คล้ายๆ นี้บ้าง? แบ่งปันประสบการณ์และเคล็ดลับความปลอดภัยในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ในวงการนะครับ!

ที่มา – หนุ่มนักปีนเขาขึ้นศาล ปมทิ้งแฟนสาวหนาวตายลำพังบนยอดเขาสูงสุดออสเตรีย

ช็อก นักปีนเขาตกเขาดับสลดในจีน หลังถอดเชือกเพื่อถ่ายรูป

ช็อก นักปีนเขาตกเขาดับสลดในจีน หลังถอดเชือกนิรภัยเพื่อถ่ายรูป (คลิป)

โลกโซเชียลสั่นสะเทือนด้วยคลิปสุดช็อกที่เผยภาพนักปีนเขาชาวจีนพลัดตกจากยอดเขาสูงชัน ขณะที่กำลังปีนยอดเขานามะในมณฑลเสฉวน เหตุการณ์น่าเศร้านี้เกิดขึ้นหลังจากที่ชายหนุ่มรายนี้ถอดเชือกนิรภัยออกเพื่อถ่ายภาพเซลฟี่ ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครคาดคิด

ช็อก นักปีนเขาตกเขาดับสลดในจีน หลังถอดเชือกนิรภัยเพื่อถ่ายรูป

เหตุการณ์สุดสะเทือนใจเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตานักปีนเขาคนอื่นๆ หลายสิบคน บนยอดเขานามะซึ่งมีความสูงกว่า 5,588 เมตร นักปีนเขาหนุ่มที่มีนามสกุลหง อายุประมาณ 30 ปี เดินทางมาปีนเขาลูกนี้เป็นครั้งแรก เขาตัดสินใจถอดเชือกนิรภัยออกเพื่อให้ถ่ายภาพเซลฟี่ได้สวยงามยิ่งขึ้น แต่ในขณะที่กำลังลุกขึ้นยืนเพื่อจัดท่าโพส เขากลับสะดุดกับรองเท้าตะปูที่สวมใส่ จนเสียหลักพลัดตกลงจากหน้าผาสูงชันราว 100-200 เมตร

คลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์บันทึกภาพช่วงเวลานั้นไว้อย่างชัดเจน เสียงกรีดร้องและความตกตะลึงของผู้เห็นเหตุการณ์ดังก้อง ท่ามกลางลมแรงและภูมิประเทศที่อันตราย แต่โชคร้ายที่ไม่มีใครสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทันเวลา สื่อท้องถิ่นอย่าง Red Star News รายงานว่ากองกำลังกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังเร่งสอบสวนสาเหตุของอุบัติเหตุนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยในอนาคต

ยอดเขานามะ: จุดหมายยอดนิยมแต่เต็มไปด้วยความเสี่ยง

ยอดเขานามะตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ถือเป็นหนึ่งในยอดเขาข้างเคียงของภูเขากงกา ซึ่งเป็นภูเขาสูงที่สุดในภูมิภาคนี้ด้วยความสูงกว่า 7,500 เมตร ทุกปีมีนักปีนเขาจำนวนมากเดินทางมาท้าทายตัวเองที่นี่ ด้วยทัศนียภาพที่งดงามและความรู้สึกพิชิตยอดเขา แต่ในขณะเดียวกัน ภูมิประเทศที่ชันลึกและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เหตุการณ์ช็อก นักปีนเขาตกเขาดับสลดในจีน ครั้งนี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจสำคัญสำหรับนักผจญภัยทุกคน

การปีนเขาที่ปลอดภัยต้องคำนึงถึงอุปกรณ์และกฎระเบียบเสมอ เชือกนิรภัย รองเท้าที่มั่นคง และการประเมินความเสี่ยงก่อนถ่ายภาพหรือทำกิจกรรมใดๆ ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย นักปีนเขามืออาชีพหลายคนเตือนว่าการถ่ายเซลฟี่บนขอบผาสามารถนำมาซึ่งอันตรายร้ายแรงได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่มีรั้วกั้นหรือสิ่งป้องกัน

  • ตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนปีนเสมอ: เชือกนิรภัยต้องอยู่ในสภาพดีและติดตั้งอย่างถูกต้อง
  • หลีกเลี่ยงการถอดอุปกรณ์ป้องกันเพื่อถ่ายภาพ: ความปลอดภัยมาก่อนภาพสวย
  • ปีนกับทีม: มีผู้ช่วยเหลือใกล้ชิดเพื่อรับมือเหตุฉุกเฉิน
  • ศึกษาสภาพอากาศและเส้นทางล่วงหน้า: เพื่อลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก

นอกจากนี้ เหตุการณ์นี้ยังจุดประกายการสนทนาบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับความรับผิดชอบในการผจญภัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการปีนเขาจากทั่วโลกชี้ให้เห็นว่าอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความประมาท โดยเฉพาะการแสวงหาภาพถ่ายที่เสี่ยงภัยเพื่อโพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์ ในจีนเอง รัฐบาลท้องถิ่นได้เพิ่มมาตรการตรวจสอบและอบรมความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาปีนเขาลูกนี้แล้ว

สำหรับนักปีนเขาชาวไทยที่ชื่นชอบการผจญภัย ควรศึกษากรณีศึกษาอย่างเหตุการณ์ช็อก นักปีนเขาตกเขาดับสลดในจีน เพื่อนำไปปรับใช้ในการวางแผนทริปของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเส้นทางที่เหมาะสมหรือการจ้างไกด์นำทางมืออาชีพ สุดท้ายแล้ว การปีนเขาคือการท้าทายตัวเอง แต่ต้องไม่เสี่ยงจนเกินขอบเขต

เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนราคาแพงที่เตือนใจทุกคนว่าความตื่นเต้นจากการผจญภัยต้องมาพร้อมกับความระมัดระวัง หากคุณมีประสบการณ์การปีนเขาที่น่าจดจำหรือเคล็ดลับความปลอดภัย แชร์ให้เราฟังในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – ช็อก นักปีนเขาตกเขาดับสลดในจีน หลังถอดเชือกนิรภัยเพื่อถ่ายรูป (คลิป)

Scroll to top