นักโทษหลบหนี

ตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่น นักโทษชายใช้ใบเลื่อยปลดกุญแจมือ หนีออกจาก รพ.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเชียงใหม่และคนไทยทุกคน วันนี้มีข่าวด่วนที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลเลยนะครับ เรื่อง ตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่น นักโทษชายใช้ใบเลื่อยปลดกุญแจมือ หนีออกจาก รพ. เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลนครพิงค์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 10 มีนาคม 2567 ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและราชทัณฑ์ต้องระดมกำลังล่าตัวแบบล้นหลาม ประชาชนในพื้นที่ต่างตื่นตัวเป็นหูเป็นตากันทั้งเมืองเลยครับ

ตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่น นักโทษชายใช้ใบเลื่อยปลดกุญแจมือ หนีออกจาก รพ.

มาดูรายละเอียดกันแบบละเอียดยิบเลยนะครับ ผู้ต้องขังคนนี้ชื่อ นายจิรวัฒน์ มูลการิน หรือที่เรียกกันว่า น.ช.จิรวัฒน์ เป็นชายหนุ่มที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เขาถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางเชียงใหม่ คดีที่ถูกดำเนินคือคดีลักทรัพย์ ซึ่งเป็นคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ท้องถิ่น เมื่อเช้านี้ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวนายจิรวัฒน์ มาที่โรงพยาบาลนครพิงค์เพื่อรับการรักษาอาการป่วยตามปกติ แต่แล้วก็เกิดเรื่องไม่คาดฝัน เมื่อนายจิรวัฒน์อาศัยจังหวะที่เจ้าหน้าที่เผลอ ใช้ใบเลื่อยขนาดเล็กที่ไม่ทราบที่มา ปลดกุญแจมือของตัวเองออกได้อย่างรวดเร็ว และวิ่งหนีออกจากโรงพยาบาลไปทันที

ภาพจากกล้องวงจรปิดและพยานผู้เห็นเหตุการณ์ บอกว่าการหลบหนีเกิดขึ้นช่วงสายๆ หลังจากนั้นไม่นาน ตำรวจ สภ.แม่ริม ได้รับแจ้งเหตุทันที และประสานงานกับชุดสืบสวน ภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกระจายกำลังลงพื้นที่ค้นหา พวกเขาแจกจ่ายภาพถ่าย ลักษณะเด่นของผู้ต้องหา ไปยังทุกชุมชน หมู่บ้าน ปั๊มน้ำมัน สถานีบริการ และแม้แต่โรงเรียนใกล้เคียง โรงเรียนหลายแห่งในพื้นที่อำเภอแม่ริมต้องสั่งปิดประตูรั้วทันที เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากร

การติดตามตัวและรางวัลนำจับ

พ.ต.อ.ยุทธการ เมธา ผู้กำกับการ สภ.แม่ริม ได้ออกมาแถลงในช่วงเย็นของวันเดียวกันว่า ทีมงานกำลังลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ใช้ทั้งกำลังคน สุนัขล่า และเทคโนโลยีติดตาม คาดว่าจะได้ตัวผู้ต้องหลบหนีในเร็วๆ นี้แน่นอนครับ นอกจากนี้ ยังมีการประกาศ ตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่น บาท สำหรับผู้ที่ให้เบาะแสสำคัญนำไปสู่การจับกุม ใครมีข้อมูลสำคัญอย่าลังเลนะครับ โทรแจ้งได้เลย

ปริศนาใบเลื่อยและการสอบสวน

คำถามใหญ่ที่ทุกคนสงสัยคือ ใบเลื่อยที่ใช้ปลดกุญแจมือมาจากไหน? เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์กำลังสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อหาที่มาของอุปกรณ์อันตรายนี้ ว่ามีการลักลอบนำเข้าโรงพยาบาลหรือได้จากภายในหรือไม่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะสถานพยาบาลที่รับผู้ต้องขัง ต้องเพิ่มมาตรการตรวจสอบสิ่งของ สุ่มตรวจตัวผู้ต้องขัง และเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่คุมตัวให้มากขึ้น

  • ลักษณะผู้ต้องหลบหนี: ชายหนุ่ม สูงประมาณ 165 ซม. รูปร่างผอม ผิวคล้ำ ผมสั้นดำ สวมเสื้อผ้าธรรมดา (อาจเปลี่ยนเสื้อผ้าได้)
  • คดี: ลักทรัพย์
  • พื้นที่เสี่ยง: อ.แม่ริม, อ.แม่แตง, ตัวเมืองเชียงใหม่
  • ช่องทางแจ้งเบาะแส: สภ.แม่ริม โทร. 053-310200 หรือ 191
  • รางวัล: 50,000 บาท

เหตุการณ์นักโทษหลบหนีแบบนี้เคยเกิดขึ้นหลายครั้งในไทย เช่น กรณีนักโทษหนีจากโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด มักเกิดจากช่องโหว่ในการคุมตัวระหว่างการรักษาพยาบาล ซึ่งเป็นช่วงที่เสี่ยงที่สุด สถานที่อย่างโรงพยาบาลนครพิงค์ที่เป็นโรงพยาบาลใหญ่ในเชียงใหม่ รับผู้ป่วยจำนวนมาก รวมถึงผู้ต้องขัง ทำให้ต้องมีระบบที่แน่นหนากว่านี้

ในมุมของผม เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าความมั่นคงของเรือนจำต้องเชื่อมโยงกับสถานพยาบาลให้ดีกว่านี้ ควรใช้กุญแจมือแบบพิเศษที่ตัดยาก หรือติดตั้ง GPS tracker รวมถึงกล้อง CCTV ทุกมุม และฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้ตื่นตัวตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

CTA: พี่น้องชาวเหนือและคนไทยทั้งประเทศ ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากเห็นบุคคลต้องสงสัยตรงกับลักษณะนี้ อย่าเข้าใกล้ แต่รีบแจ้งตำรวจทันทีครับ ไม่เพียงช่วยสังคมให้ปลอดภัย แต่ยังลุ้นรับรางวัลนำจับ 50,000 บาทด้วย กันทำให้เชียงใหม่กลับมาสงบสุขไวๆ นะครับ!

ที่มา – ตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่น นักโทษชายใช้ใบเลื่อยปลดกุญแจมือ หนีออกจาก รพ.

เม็กซิโกเร่งล่าตัว 23 นักโทษ ฉวยโอกาสแหกคุก หลังแก๊งค้ายาโจมตี

เม็กซิโกเร่งล่าตัว 23 นักโทษ ฉวยโอกาสแหกคุก หลังแก๊งค้ายาโจมตี เป็นข่าวร้อนที่สะเทือนวงการความมั่นคงในเม็กซิโก เมื่อแก๊งค้ายาเสพติดชื่อดัง “ฮาลิสโก นิว เจนเนอเรชัน” หรือ CJNG เปิดฉากโจมตีเรือนจำเพื่อล้างแค้นผู้นำที่ถูกสังหาร ส่งผลให้นักโทษหลบหนีออกมาได้จำนวนมาก

เม็กซิโกเร่งล่าตัว 23 นักโทษ ฉวยโอกาสแหกคุก หลังแก๊งค้ายาโจมตี

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2569 ที่เมืองปวยร์โต บายาร์ตา เมืองตากอากาศชื่อดังชายฝั่งแปซิฟิกของรัฐฮาลิสโก แก๊ง CJNG ซึ่งนำโดยเอล เมนโช (El Mencho) ที่เพิ่งถูกกองกำลังความมั่นคงวิสามัญฆาตกรรม ได้ตอบโต้ด้วยการปิดกั้นถนน จุดไฟเผารถยนต์หลายคัน และบุกโจมตีเรือนจำโดยตรง ชายฉกรรจ์ขับรถพุ่งชนประตูเรือนจำ เปิดทางให้นักโทษ 23 คนหลบหนีไปในความโกลาหล

เจ้าหน้าที่เม็กซิโกกำลังเร่งไล่ล่าตัวคนร้ายเหล่านี้ โดยนายฮวน พาโบล เอร์นันเดซ เลขานุการฝ่ายความมั่นคงแห่งรัฐฮาลิสโก ระบุว่ากำลังประสานงานกับรัฐอื่นๆ เพื่อจับกุมนักโทษข้ามแดน แต่ยังไม่เปิดเผยชื่อหรือรายละเอียดตัวตนของผู้หลบหนี

ผลกระทบจากการโจมตีของแก๊ง CJNG

นอกจากเม็กซิโกเร่งล่าตัว 23 นักโทษ ฉวยโอกาสแหกคุก หลังแก๊งค้ายาโจมตีแล้ว เหตุการณ์นี้ยังทำให้เกิดความวุ่นวายทั่วเมือง ผู้เสียชีวิตกว่า 70 ราย รวมถึงสมาชิกกองกำลังพิทักษ์ชาติ 25 นาย ภาพควันดำพวยพุ่งเหนือเมืองตากอากาศ สายการบินยกเลิกเที่ยวบิน และเรือสำราญ 2 ลำเลี่ยงจอดพัก ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวต้องกักตัวในที่พัก

  • แก๊ง CJNG ปิดกั้นถนนและเผารถยนต์หลายคัน
  • บุกเรือนจำด้วยรถพุ่งชนประตู
  • นักโทษ 23 คนหลบหนีสำเร็จ
  • ผู้เสียชีวิตกว่า 70 รายทั่วเม็กซิโก
  • กระทบการท่องเที่ยวที่ปวยร์โต บายาร์ตา

ปัญหาแก๊งค้ายาในเม็กซิโกเป็นภัยคุกคามมาอย่างยาวนาน CJNG ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ทรงอิทธิพลที่สุด ควบคุมเส้นทางการค้ายาเสพติดไปยังสหรัฐฯ การสูญเสียผู้นำอย่างเอล เมนโช ทำให้เกิดการตอบโต้รุนแรงแบบนี้ ซึ่งสะท้อนถึงจุดอ่อนของระบบเรือนจำและความมั่นคงในประเทศ

มาตรการของทางการเม็กซิโกในการรับมือ

ทางการเม็กซิโกเพิ่มกำลังทหารและตำรวจไล่ล่าทั้งนักโทษและสมาชิกแก๊ง โดยเน้นพื้นที่ชายแดนและเมืองท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังมีแผนปรับปรุงความปลอดภัยเรือนจำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น เช่น ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มและฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ป้องกันการบุกจากภายนอก

เหตุการณ์เม็กซิโกเร่งล่าตัว 23 นักโทษนี้ ชี้ให้เห็นว่าความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับแก๊งค้ายายังคงรุนแรง หากไม่แก้ปัญหาต้นตอ เช่น ความยากจนและการทุจริต สถานการณ์อาจยิ่งเลวร้าย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของเม็กซิโก

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่ารัฐบาลเม็กซิโกต้องเร่งปฏิรูประบบยุติธรรมให้แข็งแกร่ง เพื่อปกป้องประชาชนและนักท่องเที่ยว หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ สามารถติดตามเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุดได้

ที่มา – เม็กซิโกเร่งล่าตัว 23 นักโทษ ฉวยโอกาสแหกคุก หลังแก๊งค้ายาโจมตี

จับได้แล้วนักโทษชาย เรือนจำนนทบุรีหลบหนี

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีข่าวอาชญากรรมด่วนที่เพิ่งปิดคดีได้อย่างรวดเร็ว จับได้แล้วนักโทษชาย เรือนจำจังหวัดนนทบุรี ที่แหกคุกหลบหนีกลางดึกไปเมื่อคืนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ปล่อยให้ลอยนวล จับกุมได้ภายในเวลาแค่ 1 วันกว่าๆ เท่านั้นเอง เหตุการณ์นี้สร้างความฮือฮาในพื้นที่นนทบุรีเป็นอย่างมาก เพราะแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัย

จับได้แล้วนักโทษชาย เรือนจำจังหวัดนนทบุรี

จับได้แล้วนักโทษชาย เรือนจำจังหวัดนนทบุรี

เรื่องราวเริ่มต้นจากกรมราชทัณฑ์ได้รับแจ้งจากเรือนจำจังหวัดนนทบุรี ว่ามีผู้ต้องขังหลบหนีรายหนึ่งชื่อ นายชูชัย ศรจิ้น อายุ 40 ปี ซึ่งถูกคุมขังในฐานความผิดร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด เมื่อเวลาประมาณ 02.22 น. ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เขาได้แหกห้องขัง ปีนแนวกำแพงข้างป้อม 2 โรยตัวลงลานจอดรถบริเวณร้านอาหารใกล้เรือนจำ แล้วเดินเท้าออกไปทางท่าน้ำนนทบุรี เรียกได้ว่าวิธีการหลบหนีแบบคลาสสิกแต่เสี่ยงมาก

วิธีการหลบหนีของนักโทษชาย เรือนจำจังหวัดนนทบุรี

หลังจากเกิดเหตุ กรมราชทัณฑ์และเรือนจำประสานงานกับตำรวจทันที ระดมกำลังไล่ล่าตัวผู้หลบหนีอย่างต่อเนื่อง แต่แล้วความคืบหน้าอย่างรวดเร็วก็เกิดขึ้นในเวลา 16.30 น. ของวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ สภ.บางแม่นาง นำโดย พ.ต.อ.ประเดิม จิตวัฒนาภิรมย์ ผู้กำกับการ และ พ.ต.ท.ณัฐยุทธ์ แก้วปาน รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม ได้ส่งตำรวจสายตรวจ 2 นายออกตรวจพื้นที่ตามปกติ

โชคดีที่พวกเขาพบตัวนายชูชัยกำลังนอนพักอยู่ในศาลาบริเวณหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี สภาพไม่มีการต่อต้าน ตำรวจนายนั้นแสดงตัวเข้าควบคุมได้ทันที นำตัวกลับสภ. และประสานกรมราชทัณฑ์ให้มารับตัวทันที คิดเป็นเวลาที่หลบหนีได้แค่ประมาณ 1 วัน 14 ชั่วโมงเท่านั้นเอง!

จับได้แล้วนักโทษชาย เรือนจำจังหวัดนนทบุรี

สาเหตุที่อ้างและข้อเท็จจริง

ระหว่างสอบสวนเบื้องต้น นายชูชัยให้การว่าหลบหนีเพราะ คิดถึงพ่อ ที่ป่วยเป็นโรคไต และบอกว่าพ่ออยู่ซอยหลังวัดใกล้ๆ เรือนจำ เลยอยากไปเยี่ยม แต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลไม่ตรง บิดาของเขาพักอาศัยอยู่ในจังหวัดชลบุรีจริงๆ และป่วยโรคไตจริง แต่ไม่ใช่พื้นที่ใกล้เคียงอย่างที่อ้าง เรียกได้ว่าพยายามหาข้อแก้ตัว แต่ไม่สำเร็จ

  • ไทม์ไลน์เหตุการณ์:
  • 02.22 น. 13 ก.พ. 2569: หลบหนีโดยปีนกำแพง
  • 16.30 น. 14 ก.พ. 2569: จับกุมได้ที่ศาลาหมู่บ้าน
  • ประสานกรมราชทัณฑ์ทันทีเพื่อรับตัว

ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนเพิ่มเติมเรื่องเส้นทางหลบหนี และตรวจสอบว่ามีใครช่วยเหลือหรือไม่ ก่อนส่งตัวกลับเรือนจำเพื่อดำเนินคดีเพิ่มฐานหลบหนีด้วย

เหตุการณ์ จับได้แล้วนักโทษชาย เรือนจำจังหวัดนนทบุรี ครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ แสดงให้เห็นว่าไม่ว่าจะหลบหนีด้วยเหตุผลอะไร กฎหมายก็ยังคงจับตามองอยู่เสมอ ในมุมมองของผม มันสะท้อนถึงประสิทธิภาพของตำรวจชายแดนและเรือนจำที่เพิ่มการเฝ้าระวังมากขึ้น แม้จะมีช่องโหว่บ้างแต่ก็แก้ไขได้ทันท่วงที

คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? คิดว่าสาเหตุจริงๆ คืออะไร หรือมีเคล็ดลับป้องกันหลบหนีแบบนี้ยังไงบ้าง ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ และอย่าลืมติดตามข่าวอาชญากรรมอัปเดตอื่นๆ จากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – จับได้แล้วนักโทษชาย เรือนจำจังหวัดนนทบุรี แหกห้องขังปีนกำแพงคุกหลบหนี อ้างคิดถึงพ่อ

นักโทษชาย เรือนจำจังหวัดนนทบุรี หลบหนีกลางดึก

เกิดเหตุวุ่นวายในวงการยุติธรรม เมื่อนักโทษชาย เรือนจำจังหวัดนนทบุรี หลบหนีออกจากคุกได้สำเร็จกลางดึกคืนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 นักโทษรายนี้คือ นายชูชัย ศรีจิ้น อายุ 40 ปี ผู้ต้องขังคดีลักทรัพย์ ทำให้เจ้าหน้าที่เรือนจำต้องเร่งตรวจสอบและแจ้งตำรวจทันที เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับชาวนนทบุรีและประชาชนทั่วไป เพราะเป็นการหลบหนีที่กล้าแกร่งและวางแผนมาอย่างดี

นักโทษชาย เรือนจำจังหวัดนนทบุรี หลบหนี

รายละเอียดของเหตุการณ์ นักโทษชาย เรือนจำจังหวัดนนทบุรี หลบหนี เกิดขึ้นประมาณเวลา 02.00 น. นายชูชัยได้แหกห้องขัง แล้วปีนข้ามกำแพงเรือนจำบริเวณป้อม 2 โรยตัวลงมาที่ลานจอดรถของร้านหับเผย จากนั้นเดินเท้าออกไปทางท่าน้ำนนทบุรี เจ้าหน้าที่เพิ่งทราบเรื่องตอนเช้าเวลา 09.00 น. ขณะตรวจนับนักโทษก่อนลงเรือนนอน จึงรีบแจ้งความที่ สภ.เมืองนนทบุรี

ภาพนักโทษหลบหนี

หลังจากนั้น พ.ต.อ.ชยชัย นาธนกาญจน์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองนนทบุรี สั่งการชุดสืบสวนประสานงานกับเรือนจำ ติดตามไปยังบ้านพักของนายชูชัยที่ตำบลปลายบาง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี แต่ไม่พบตัว ปัจจุบันเจ้าหน้าที่กำลังสืบหาเพื่อนสนิทและเครือข่ายของผู้ต้องหา เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีเพิ่มเติมในข้อหาหลบหนี

ไทม์ไลน์จากกล้องวงจรปิด

กล้องวงจรปิดบันทึกภาพเส้นทางการหลบหนีของนายชูชัยได้ชัดเจน ดังนี้

  • 02.22 น. ปีนรั้วกำแพงเรือนจำออกมาลานจอดรถร้านหับเผย แล้วเปิดประตูรั้วหลบหนี
  • 02.28 น. เดินผ่านห้างเมเจอร์นนทบุรี ตรงข้ามตลาดสดเทศบาลนครนนทบุรี มุ่งหน้าไปยังแยกเลี่ยงเมืองนนทบุรี
  • 02.39 น. ผ่านแยกเลี่ยงเมืองนนทบุรี และเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสีดำเพื่อพรางตัว
  • 02.52 น. เดินข้ามถนนมาป้อมจราจร นั่งพักหอบเหนื่อย ก่อนข้ามสะพานพระราม 5 ไปยังฝั่งตำบลบางไผ่ อำเภอเมืองนนทบุรี
ภาพ CCTV ปีนกำแพง
ภาพ CCTV เดินผ่านห้าง
ภาพ CCTV เปลี่ยนเสื้อ

ประวัติผู้ต้องหาและคดี

นายชูชัย ศรีจิ้น ถูกจับกุมครั้งแรกโดย สภ.ปลายบาง ในคดีร่วมกันลักทรัพย์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 มีภูมิลำเนาเดิมที่ตำบลปลายบาง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เหตุการณ์ครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ในระบบรักษาความปลอดภัยของเรือนจำ ซึ่งอาจต้องมีการปรับปรุง เช่น เพิ่มกล้อง CCTV บริเวณกำแพง หรือระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวกลางคืน

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นักโทษชาย เรือนจำจังหวัดนนทบุรี หลบหนีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการป้องกันอาชญากรรมต้องเข้มงวดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้ชุมชนอย่างนนทบุรีที่ประชากรหนาแน่น หากคุณมีข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับนายชูชัย โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีเพื่อช่วยให้จับกุมได้เร็วที่สุด สังคมจะได้ปลอดภัยมากขึ้น

ที่มา – นักโทษชาย เรือนจำจังหวัดนนทบุรี แหกห้องขังปีนกำแพงคุกหลบหนีกลางดึก ยังจับไม่ได้

ราชทัณฑ์ล่าตัว! ตั้งรางวัลนำจับ “น.ช.ตนุภัทร”

กรมราชทัณฑ์ระดมกำลังตำรวจล่าตัว “น.ช.ตนุภัทร” นักโทษคดียาเสพติดแหกคุกดอยฮาง! พร้อมตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่นบาทสำหรับผู้แจ้งเบาะแส

ราชทัณฑ์ตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่น ล่าตัว “น.ช.ตนุภัทร” นักโทษแหกคุกดอยฮาง

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นักโทษชาย ตนุภัทร จะกา อายุ 38 ปี นักโทษเด็ดขาดในคดียาเสพติด (เมทแอมเฟตามีน) หลบหนีออกจากเรือนจำชั่วคราวดอยฮาง สังกัดเรือนจำกลางเชียงราย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังนับยอดนักโทษก่อนเข้าเรือนนอน โดยพบเห็นครั้งสุดท้ายบริเวณกองงานเลี้ยงกระบือ ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมของเรือนจำชั่วคราวฯ

จากการตรวจสอบพบว่า น.ช.ตนุภัทร เพิ่งย้ายมาจากเรือนจำอำเภอฝาง เมื่อวันที่ 22 มกราคม เพื่อเข้ารับการอบรม “โครงการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย” (หลักสูตร 5 เดือน) เนื่องจากเป็นนักโทษชั้นดีที่ใกล้พ้นโทษ เจ้าหน้าที่คาดว่าอาจมีแรงจูงใจส่วนตัว หรือต้องการหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติที่คุ้นเคย

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังกับตำรวจ สภ.แม่ยาว และฝ่ายปกครอง ปิดล้อมพื้นที่ตามแนวแม่น้ำกก และตั้งจุดตรวจเข้มที่ด่านผาหงษ์ อ.ไชยปราการ เพื่อสกัดกั้นการหลบหนีไปยังภูมิลำเนาใน อ.แม่อาย และ อ.ฝาง

เรือนจำกลางเชียงรายได้ประกาศมอบเงินรางวัลนำจับ 50,000 บาท แก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมตัว “น.ช.ตนุภัทร” ได้ ผู้ที่ทราบเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่ โทร 080-4925695, 063-3986454 หรือสายด่วนตำรวจ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

คำเตือน: ผู้ใดให้ที่พักพิงหรือช่วยเหลือผู้ต้องขังหลบหนี จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เส้นทางหลบหนีที่คาดการณ์ของ “น.ช.ตนุภัทร”

รายงานเพิ่มเติมระบุว่า จากข้อมูลผู้ดูแลหลังพ้นโทษและจุดที่พบเห็นล่าสุด คาดว่านักโทษหลบหนีออกจากเรือนจำชั่วคราวดอยฮางไปยังบริเวณหน้าถ้ำตุ๊ปู่ ทางทิศเหนือของลำน้ำกก จากแผนที่ในเอกสารระบุตำแหน่งบ้านของพี่ชาย ซึ่งคาดว่าเป็นจุดหมายปลายทางของ “น.ช.ตนุภัทร” โดยคาดว่าจะหลบหนีขึ้นไปทางทิศเหนือตามลำน้ำกก มุ่งหน้าสู่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

เส้นทางเข้าสู่บ้านพี่ชายต้องผ่านห้วยม่วงนอกและห้วยม่วงใน บ้านพักตั้งอยู่ที่หมู่ 5 ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวติดถนนบ้านหล่อทีสอง ใกล้กับบ้านสองชั้น ระหว่างหลบหนี นักโทษได้ขโมยเสื้อผ้าชาวบ้านมาเปลี่ยนเป็นเสื้อสีเทาและกางเกงยีนส์ เพื่ออำพรางตัว

สภ.แม่ยาวได้ประสานงานไปยัง สภ.แม่อาย เพื่อเฝ้าระวังเส้นทางและจุดหมายปลายทางตามแผนที่ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดแล้ว เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัว “น.ช.ตนุภัทร” อย่างสุดความสามารถ

การหลบหนีของนักโทษ “น.ช.ตนุภัทร” ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยในเรือนจำ และการเฝ้าระวังนักโทษอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

เจ้าหน้าที่ยังคงระดมกำลังตามล่าตัว “น.ช.ตนุภัทร” อย่างต่อเนื่อง หากท่านใดพบเห็นบุคคลที่มีลักษณะตรงกับข้อมูลข้างต้น โปรดแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ทันที เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา – ราชทัณฑ์ตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่น ล่าตัว “น.ช.ตนุภัทร” นักโทษแหกคุกดอยฮาง

ล่าตัว! **ค้นบ้านนักโทษชาย** หนีคดียาเสพติดเชียงราย

ตำรวจเร่งระดมกำลังตามล่าตัว **นักโทษชาย** คดียาเสพติด ที่หลบหนีออกจากเรือนจำเชียงรายอย่างเร่งด่วน หากใครพบเห็น โปรดแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบโดยเร็วที่สุด

จากกรณีที่ น.ช.ดนุภัทร จะกา อายุ 37 ปี นักโทษในคดียาเสพติด ได้ทำการหลบหนีออกจากเรือนจำดอยฮาง โดยคาดการณ์ว่ากำลังมุ่งหน้าไปยังชายแดนแม่อาย-ฝาง ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเตือนว่า ผู้ใดให้ที่พักพิงหรือให้ความช่วยเหลือในการหลบหนี จะมีโทษทั้งจำคุกและปรับตามกฎหมาย

ล่าสุด เมื่อเวลา 12.30 น. ของวันที่ 27 มกราคม 2569 พ.ต.อ.ประดิษฐ์ ติ๊บมา ผกก.สภ.ฝาง ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ชุดสายตรวจ และด่านตรวจต่างๆ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยแจ้งเบาะแส ในส่วนของ สภ.แม่อาย ชุดสืบสวนได้ร่วมกับ ตชด.334 เจ้าหน้าที่เรือนจำ และฝ่ายปกครอง เข้าทำการตรวจสอบบ้านพักของ**นักโทษชาย**ในพื้นที่บ้านห้วยม่วง ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย

สำหรับ น.ช.ดนุภัทร จะกา อายุ 37 ปี มีลักษณะทางกายภาพเป็นชาวชาติพันธุ์ลาหู่ สูงประมาณ 150-160 เซนติเมตร ผิวคล้ำ รูปร่างสันทัด ผมสั้นเกรียน มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ หมู่ 5 ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ มีภรรยาอาศัยอยู่ใน ต.แม่นาวาง และมีญาติพี่น้องจำนวนมากในพื้นที่ อ.แม่อาย และ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

ภายหลังจากการประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงการหลบหนีของ**นักโทษชาย**คดียาเสพติดจากเรือนจำดอยฮาง ซึ่งคาดว่าจะมุ่งหน้าไปยังชายแดนแม่อาย-ฝาง ทางเจ้าหน้าที่ได้เตือนผู้ที่ให้ที่พักพิงหรือให้ความช่วยเหลือในการหลบหนี จะต้องรับโทษหนักทั้งจำคุกและปรับ หากพบเห็นผู้ต้องขังหลบหนี สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่หมายเลข 191, 053-451148 (สภ.ฝาง), 089-8501669 (ผู้กำกับ สภ.ฝาง) หรือ 053-459033 (สภ.แม่อาย)

ค้นบ้านนักโทษชาย คดียาเสพติด หลบหนีเรือนจำเชียงราย

ลักษณะเด่นของนักโทษชายที่หลบหนี

  • ชื่อ: น.ช.ดนุภัทร จะกา
  • อายุ: 37 ปี
  • ชาติพันธุ์: ลาหู่
  • ส่วนสูง: 150-160 เซนติเมตร
  • ผิว: คล้ำ
  • รูปร่าง: สันทัด
  • ผม: สั้นเกรียน
  • ภูมิลำเนา: ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นบุคคลที่มีลักษณะตรงกับที่ระบุ โปรดแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทราบทันที การให้ความช่วยเหลือในการจับกุมคนร้าย ถือเป็นการช่วยเหลือสังคมให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

การหลบหนีของนักโทษคดียาเสพติดครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะยาเสพติดเป็นภัยร้ายที่ทำลายสังคม การจับกุมตัวผู้ต้องหาให้ได้โดยเร็ว จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อชุมชนและสังคมโดยรวม

ที่มา – ค้นบ้าน “นักโทษชาย” คดียาเสพติด หลบหนีเรือนจำเชียงราย ล่าสุดยังจับตัวไม่ได้

ระดมล่า! นักโทษยาเสพติดแหกคุกดอยฮาง

ระดมล่า นักโทษยาเสพติดแหกคุกดอยฮาง คาดมุ่งหน้าชายแดนแม่อาย-ฝาง

เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อนักโทษยาเสพติดรายหนึ่งได้หลบหนีออกจากเรือนจำดอยฮาง จังหวัดเชียงราย ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้อง ระดมล่า นักโทษยาเสพติดแหกคุกดอยฮาง คาดมุ่งหน้าชายแดนแม่อาย-ฝาง อย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศ

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนักโทษหลบหนีจากสถานกักขัง ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ล่าสุดเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางเชียงรายได้เปิดเผยข้อมูลและรูปพรรณสัณฐานของนักโทษรายดังกล่าว เพื่อประสานขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 18.30 น. เจ้าหน้าที่เรือนจำชั่วคราวดอยฮาง จ.เชียงราย ได้ตรวจพบว่า น.ช.ดนุภัทร จะกา อายุ 37 ปี นักโทษในคดียาเสพติด ได้อาศัยจังหวะช่วงเย็นหลบหนีออกจากที่คุมขัง ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบว่า น.ช.ดนุภัทร เพิ่งถูกย้ายมาจากเรือนจำอำเภอฝาง เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา เพื่อเข้ารับการอบรมใน “โครงการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย” (หลักสูตร 5 เดือน) ก่อนจะมาก่อเหตุหลบหนีหลังจากย้ายมาได้เพียง 4 วันเท่านั้น

ลักษณะของนักโทษที่กำลัง ระดมล่า นักโทษยาเสพติดแหกคุกดอยฮาง คาดมุ่งหน้าชายแดนแม่อาย-ฝาง คือ น.ช.ดนุภัทร จะกา อายุ 37 ปี (ชาติพันธุ์ลาหู่) สูงประมาณ 150-160 เซนติเมตร ผิวคล้ำ รูปร่างสันทัด ผมสั้นเกรียน ภูมิลำเนา ในพื้นที่หมู่ 5 ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ มีภรรยาอยู่ที่ ต.แม่นาวาง และมีญาติพี่น้องหนาแน่นในพื้นที่ อ.แม่อาย และ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

เจ้าหน้าที่เร่ง ระดมล่า นักโทษยาเสพติดแหกคุกดอยฮาง คาดมุ่งหน้าชายแดนแม่อาย-ฝาง

เจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่า น.ช.ดนุภัทร ซึ่งมีความคุ้นเคยกับภูมิประเทศพื้นที่สูงและแนวชายแดนในเขต อ.ฝาง และ อ.แม่อาย เป็นอย่างดี อาจกำลังพยายามเดินทางกลับไปหาญาติหรือหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยทันทีที่ทราบเหตุ เจ้าหน้าที่เรือนจำได้ระดมกำลังออกติดตามอย่างเร่งด่วน พร้อมประสานงานร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และฝ่ายปกครอง เพื่อตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามเส้นทางหลักและเส้นทางรองที่มุ่งหน้าสู่ จ.เชียงใหม่

สถานการณ์เช่นนี้เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการปล่อยให้ผู้ต้องหาคดียาเสพติดหลบหนีไปได้ อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและความสงบสุขของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง ดังนั้นการ ระดมล่า นักโทษยาเสพติดแหกคุกดอยฮาง คาดมุ่งหน้าชายแดนแม่อาย-ฝาง จึงเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการอย่างเข้มงวด

เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เน้นย้ำว่า “การให้ที่พักพิงหรือช่วยเหลือผู้ต้องขังหลบหนี มีโทษหนักทั้งจำคุกและปรับ” หากประชาชนท่านใดพบเห็นบุคคลที่มีลักษณะคล้ายในภาพ หรือมีเบาะแสความเคลื่อนไหว โปรดแจ้งสายด่วน 191 หรือ เรือนจำกลางเชียงราย ได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง.

เหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ต้องนำไปพิจารณาปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยในเรือนจำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ซ้ำอีกในอนาคต ความร่วมมือของประชาชนในการแจ้งเบาะแสจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็ว

ที่มา – ระดมล่า นักโทษยาเสพติดแหกคุกดอยฮาง คาดมุ่งหน้าชายแดนแม่อาย-ฝาง

Scroll to top