นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 20,141 ราย

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 20,141 ราย ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถือเป็นข่าวสำคัญที่สร้างความฮือฮาในแวดวงการเมืองและสังคมไทย โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสายสะพาย ประจำปี 2568 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 20,141 ราย รวมบุคคลสำคัญ

การพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในครั้งนี้ครอบคลุมผู้มีคุณงามความดีและผลงานโดดเด่นจำนวนมาก รวมทั้งสิ้น 20,141 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นถึงการยกย่องผู้เสียสละเพื่อส่วนรวมทั่วประเทศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือกและมงกุฎไทยชั้นสายสะพาย ถือเป็นชั้นสูงสุดที่มอบให้แก่ผู้มีผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ เช่น นักการเมือง ข้าราชการ ทหาร และบุคคลากรอื่นๆ ที่อุทิศตนเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์

สิ่งที่น่าสนใจคือ ในรายชื่อผู้ได้รับพระราชทาน มีบุคคลชื่อดังในแวดวงการเมืองหลายราย เช่น นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ได้รับชั้น มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ซึ่งเป็นเกียรติยศสูงสุด นอกจากนี้ยังมีนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย

รายชื่ออดีตรัฐมนตรีที่ได้รับพระราชทาน

  • ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก: พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์, นางมนพร เจริญศรี
  • ชั้นมหาวชิรมงกุฎ: นายพิชัย นริพทะพันธุ์, นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ, นางสาวจิราพร สินธุ์ไพร, นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล
  • ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก: นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล
  • ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย: นายอัครา พรหมเผ่า

รายชื่อเหล่านี้ล้วนเป็นอดีตรัฐมนตรีที่มีบทบาทสำคัญในอดีต เช่น พลเอก ณัฐพล เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี นางนฤมล เป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยศึกษาธิการ การได้รับพระราชทานในครั้งนี้ ยืนยันถึงผลงานที่ผ่านมา แม้บางท่านจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งปัจจุบันแล้วก็ตาม

นอกจากบุคคลการเมืองแล้ว ยังมีข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนทั่วไปอีกมากมายที่ได้รับพระราชทาน ซึ่งแสดงถึงพระราชปณิธานในการยกย่องทุกภาคส่วนของสังคมไทย โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 20,141 ราย จึงไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและการอุทิศตน

ความหมายของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือกและมงกุฎไทย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือก มอบให้ผู้มีคุณูปการยิ่งใหญ่ต่อชาติ ส่วนมงกุฎไทยเน้นเกียรติยศและความจงรักภักดี ชั้นสายสะพายคือชั้นสูงสุดที่ผู้รับสามารถสวมสายสะพายได้ในการพระราชพิธี ซึ่งเป็นเกียรติสูงสุด ผู้ที่ได้รับมักมีบทบาทนำในสังคม เช่น รัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูง

สำหรับผู้สนใจรายชื่อฉบับเต็ม สามารถดาวน์โหลดประกาศราชกิจจานุเบกษาได้ที่นี่ เพื่อตรวจสอบชื่อตัวเองหรือบุคคลที่รู้จัก

การพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ครั้งนี้ สะท้อนถึงพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาในการเชิดชูผู้ทำคุณประโยชน์ ในมุมมองของผม มันเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกคนมุ่งมั่นทำงานเพื่อส่วนรวมต่อไป หากคุณมีญาติหรือเพื่อนที่ได้รับ ลองแชร์ความยินดีกันในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองและราชการจากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 20,141 ราย รวม “ภูมิธรรม-ซาบีดา-อดีตรมต.”

“ธรรมนัส” กำชับ สส. “กล้าธรรม” ห้ามแตกแถว งดออกเสียงโหวตนายกฯ

“ธรรมนัส” กำชับ สส. “กล้าธรรม” ห้ามแตกแถว งดออกเสียงโหวตนายกฯ เป็นข่าวใหญ่ในวงการการเมืองไทยที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในขณะนี้ โดยเฉพาะในช่วงที่สภาผู้แทนราษฎรกำลังประชุมเพื่อลงมติแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ การเคลื่อนไหวของพรรคกล้าธรรม (กธ.) ภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กลายเป็นจุดสนใจ เพราะแสดงให้เห็นถึงหลักการและความสามัคคีของพรรคฝ่ายค้านพรรคนี้

“ธรรมนัส” กำชับ สส. “กล้าธรรม” ห้ามแตกแถว งดออกเสียงโหวตนายกฯ

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2567 เวลา 09.50 น. ที่ห้องประชุม 202 อาคารรัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วยนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ได้ประชุมร่วมกับ ส.ส.พรรคทั้งหมด เพื่อกำหนดทิศทางการลงมติในสภา โดยเฉพาะประเด็นสำคัญอย่างการโหวตนายกรัฐมนตรี

ในที่ประชุม ร.อ.ธรรมนัส ได้เน้นย้ำหลักการของพรรคอย่างชัดเจนว่า พรรคกล้าธรรมอยู่กันแบบพี่น้องในครอบครัว การตัดสินใจใด ๆ โดยเฉพาะการโหวต ต้องมาจากมติร่วมกันของ ส.ส. ทั้ง 58 คน ห้ามแตกแถวเด็ดขาด หากมีความเห็นต่าง ให้ถกเถียงกันในห้องประชุมนี้เท่านั้น และเมื่อได้มติจากเสียงส่วนใหญ่แล้ว ทุกคนต้องยืนเคียงข้างกันไปในทิศทางเดียวกัน นี่คือหัวใจสำคัญของพรรคที่ยึดมั่น

มติเอกฉันท์งดออกเสียงโหวตนายกฯ ของพรรคกล้าธรรม

ผลจากการประชุม พรรคกล้าธรรมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ งดออกเสียง ในการโหวตนายกรัฐมนตรี โดยไม่มีใครถกเถียงหรือขัดแย้งกันเลย ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นเอกภาพที่แข็งแกร่ง เมื่อสื่อมวลชนถาม ร.อ.ธรรมนัส ว่า จะโหวตให้เพื่อนหรือไม่ เขาตอบอย่างชัดเจนว่า ต้องฟังเสียงอีก 57 เสียงก่อน ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน แสดงให้เห็นถึงประชาธิปไตยภายในพรรคที่แท้จริง

กำชับ ส.ส. ทำหน้าที่ฝ่ายค้านสร้างสรรค์

นอกจากเรื่องการโหวต ร.อ.ธรรมนัส ยังกำชับ ส.ส.ทุกคนให้ทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างสร้างสรรค์ โดยเน้นการอภิปรายปัญหาประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก เช่น ปัญหาการเกษตร เศรษฐกิจพื้นฐาน สุขภาพ การศึกษา และสิ่งแวดล้อม ที่จะสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศชาติ ขอให้หลีกเลี่ยงการพูดเรื่องส่วนตัวหรือการโจมตีที่ไม่มีสาระ เพราะจะทำให้การเมืองกลายเป็นน้ำเน่า

ทุกสัปดาห์ที่สภาเปิดประชุม ส.ส.พรรคกล้าธรรมต้องผลัดกันอภิปราย โดยพรรคจะมีข้อมูลและคอนเทนต์สำรอง (แบ็กอัป) ให้ เพื่อให้การพูดจามีหลักการ ข้อมูลครบถ้วน สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่พูดแบบไร้สาระ พรรคจะสนับสนุนญัตติต่าง ๆ เพื่อให้ ส.ส. เป็นตัวแทนประชาชนอย่างแท้จริง

  • หลักการสำคัญ: ความสามัคคี ห้ามแตกแถว
  • ทิศทาง: งดออกเสียงโหวตนายกฯ
  • หน้าที่: อภิปรายปัญหาประชาชน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว
  • การสนับสนุน: ข้อมูลและคอนเทนต์จากพรรค

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของพรรคกล้าธรรมไม่เพียงแต่แสดงถึงความเป็นมืออาชีพ แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ดีให้พรรคการเมืองอื่น ๆ ในไทย โดยเฉพาะในสถานการณ์การเมืองที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง การยืนหยัดในหลักการจะช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและได้รับการสนับสนุนจากประชาชนมากขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน การตัดสินใจงดออกเสียงของพรรคกล้าธรรมเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด เพราะช่วยรักษาความเป็นกลางในฐานะฝ่ายค้าน ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ตรวจสอบรัฐบาลใหม่ได้อย่างเต็มที่ หากคุณสนใจข่าวการเมืองอัปเดต ติดตามบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ และแสดงความคิดเห็นในช่องคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับมติของพรรคนี้

ที่มา – “ธรรมนัส” กำชับ สส. “กล้าธรรม” ห้ามแตกแถว งดออกเสียงโหวตนายกฯ

เปิดประวัติ ดร.นฤมล แคนดิเดตนายกฯ พรรคกล้าธรรม

เปิดประวัติ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หรือ อาจารย์แหม่ม หญิงแกร่ง จากนักวิชาการ เชี่ยวชาญด้านการเงิน เดินเข้าถนนการเมือง สู่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม

วันที่ 16 ธันวาคม 2568 เป็นที่จับตามองสำหรับแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคกล้าธรรม ซึ่งมีการแย้มชื่อมา 2 รายชื่อด้วยกันคือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์

ซึ่งในส่วนของ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หรือ อาจารย์แหม่ม นั้น ให้สัมภาษณ์ไว้ในช่วงเช้าวันนี้ เกี่ยวกับการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรม ว่า ยังไม่ได้คุยกัน ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 1 แน่นอน ส่วนตนเองจะเป็นเปิดประวัติ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่นั้น ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน แต่จะส่งครบ 3 คน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางการเมืองหรือไม่ คงดูที่ความเหมาะสมมากกว่า

เปิดประวัติ “ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล” หญิงแกร่ง แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคกล้าธรรม

สำหรับศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หรือ อาจารย์แหม่ม เป็นนักวิชาการ เชี่ยวชาญด้านการเงินและบริหารความเสี่ยงระดับสูง ก่อนจะผันตัวเข้าสู่การเมือง และได้รับตำแหน่งสำคัญในหลายกระทรวง

ซึ่ง ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล หรือ อาจารย์แหม่ม เชี่ยวชาญวิชาการ เคยเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ก่อนจะถูกทาบทามมาช่วยงานรัฐบาลจนเข้าสู่การเมืองเต็มตัว ซึ่งก็สามารถที่จะปรับตัวทำงานการเมืองได้ดี จนเป็นที่ไว้วางใจของผู้ใหญ่ในแวดวงการเมือง ที่มักจะมอบตำแหน่งสำคัญให้รับผิดชอบ

ประวัติการศึกษา ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล จบปริญญาตรี ด้านสถิติศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา, ปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต วิทยาลัยวอร์ตันแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา, ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต วิทยาลัยวอร์ตันแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

ในด้านการทำงาน อาจารย์แหม่ม ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าพรรคกล้าธรรม, อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน, อดีตรองคณบดีฝ่ายวิชาการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย

เส้นทางการเมืองของ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล

ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ถือเป็นบุคคลที่น่าสนใจในแวดวงการเมืองไทย ด้วยประสบการณ์และความสามารถที่หลากหลาย ทำให้หลายคนจับตามองบทบาทของเธอในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคกล้าธรรม

การตัดสินใจลงสู่สนามการเมืองของเปิดประวัติ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตามอง ด้วยความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและการบริหารจัดการ ทำให้เธอมีมุมมองที่น่าสนใจในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศ

แน่นอนว่าการแข่งขันทางการเมืองย่อมมีความท้าทาย แต่ด้วยประสบการณ์และความมุ่งมั่น เชื่อว่า ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงและเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับประชาชน

มาร่วมติดตามบทบาทและผลงานของ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ในเส้นทางการเมืองไทยไปด้วยกัน!

ที่มา – เปิดประวัติ “ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล” หญิงแกร่ง แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคกล้าธรรม

Scroll to top