นายกรัฐมนตรีคนที่ 32

“อนุทิน” นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2

การเมืองไทยเดินหน้าต่อไปด้วยเหตุการณ์สำคัญล่าสุด เมื่อ อนุทิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2 ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ สร้างความฮือฮาให้กับแฟนข่าวการเมืองทั่วประเทศ วันนี้เราจะมาสรุปเหตุการณ์และความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกันแบบเป็นกันเอง

อนุทิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2

เมื่อเวลา 13.38 น. วันที่ 20 มีนาคม 2569 ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อัญเชิญพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็น อนุทิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2 มาที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยมีการจัดพิธีรับสนองพระบรมราชโองการอย่างสมพระเกียรติ

เลขาธิการสภาฯ ได้อ่านพระบรมราชโองการ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตามมติสภาผู้แทนราษฎรที่ลงคะแนนเห็นชอบเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง อาศัยมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญ แต่งตั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ผู้รับสนองคือ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พิธีรับพระบรมราชโองการของอนุทิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2

เวลา 13.40 น. นายอนุทินได้ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กราบบังคม 3 ครั้ง ถวายธูปเทียนแพ และกล่าวคำสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างซาบซึ้งใจ โดยระบุว่า “ขอเดชาฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าโปรดกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล มีความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น… จักขอเทิดทูนพระมหากรุณาธิคุณนี้ไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้าจะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยยึดมั่นผลประโยชน์ของชาติ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความวัฒนาสถาพรของประเทศไทย”

พิธีนี้มี น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ คู่สมรส ครอบครัว ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และพรรคร่วมรัฐบาลเข้าร่วมอย่างคับคั่ง หลังพิธี นายอนุทินยังเข้าสวมกอดบิดามารดา บุตรธิดา และไหว้ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมยินดี

ประวัติและบทบาทของอนุทิน ชาญวีรกูล

อนุทิน ชาญวีรกูล หรือที่รู้จักในนาม “อนุทิน” เป็นนักการเมืองรุ่นใหญ่ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรองนายกรัฐมนตรีมาก่อน สมัยนี้เป็นสมัยที่ 2 ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย ภายใต้แกนนำพรรคภูมิใจไทยที่ชนะใจสภาในการโหวตนายกฯ

การขึ้นสู่อำนาจครั้งนี้ มาหลังจากการเจรจารัฐบาลร่วมหลายพรรค ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุ อนุทิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2 สัญญาจะนำนโยบายที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

  • พัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตยั่งยืน
  • แก้ปัญหาสาธารณสุขและยาเสพติด
  • โครงสร้างพื้นฐานและคมนาคม
  • การเกษตรและท่องเที่ยว
  • ความมั่นคงและยุติธรรม

นโยบายเหล่านี้คาดว่าจะเป็นจุดเด่นของรัฐบาลชุดใหม่

การแต่งตั้งนี้ไม่เพียงเป็นเกียรติยศส่วนตัว แต่ยังสะท้อนความเชื่อมั่นจากสภาฯ และประชาชนในวิสัยทัศน์ของพรรคภูมิใจไทย ในยุคที่ไทยต้องการผู้นำที่มั่นคงและซื่อสัตย์

สำหรับเราแล้ว การเข้ามาของอนุทิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2 ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวข้ามวิกฤตได้ หากทำได้ตามที่สัญญาไว้ น่าจะเป็นรัฐบาลที่ยั่งยืน คุณคิดว่ารัฐบาลชุดนี้จะนำพาไทยไปในทิศทางไหน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตจากเรา!

ที่มา – “อนุทิน” รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 สมัยที่ 2

อนุทิน ติดทำเนียบศิษย์เก่า วปอ. นายกฯ คนใหม่

วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ติดภาพ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ขึ้นทำเนียบศิษย์เก่า วปอ. ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในลำดับที่ 7 ต่อจาก “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ทางวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ได้นำรูปภาพของ นายอนุทิน มาติดไว้บริเวณทำเนียบศิษย์เก่า วปอ. ที่ดำรงตำแหน่งสำคัญในอดีตและปัจจุบัน โดยการที่นายอนุทิน ติดทำเนียบศิษย์เก่า วปอ. ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้เห็นถึงความสำคัญของสถาบันแห่งนี้ในการผลิตผู้นำประเทศ นายอนุทินเป็นศิษย์เก่านักศึกษาหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ปี 2561 และถือเป็นศิษย์เก่า วปอ. ลำดับที่ 7 ที่ได้ดำรงตำแหน่งสำคัญคือนายกรัฐมนตรี

การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ติดทำเนียบศิษย์เก่า วปอ. ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้หลายคนหันมาสนใจวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรมากยิ่งขึ้น ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถาบันการศึกษา แต่เป็นแหล่งบ่มเพาะผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ และพร้อมที่จะนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญก้าวหน้า

ทั้งนี้ ในอดีตเคยมีศิษย์เก่า วปอ. ที่เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้แก่ 

  • จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นศิษย์เก่า วปอ.รุ่น 1
  • พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี ศิษย์เก่า วปอ.รุ่น 9
  • พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ศิษย์เก่า วปอ.รุ่น 5
  • พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ศิษย์เก่า วปอ.รุ่น 36
  • นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ศิษย์เก่า วปอ.รุ่น 38
  • พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ศิษย์เก่าหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน (ปรอ.) รุ่น 20
  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32

อนุทิน ติดทำเนียบศิษย์เก่า วปอ. ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ทำเนียบศิษย์เก่า วปอ. ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในอดีต

จากรายชื่อศิษย์เก่า วปอ. ที่เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะเห็นได้ว่าแต่ละท่านล้วนเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทในการพัฒนาประเทศชาติในหลากหลายด้าน การที่อนุทิน ติดทำเนียบศิษย์เก่า วปอ. ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของสถาบันแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี

วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถาบันการศึกษา แต่เป็นแหล่งรวมของผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า การที่ศิษย์เก่า วปอ. หลายท่านได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของสถาบันแห่งนี้ในการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพให้กับสังคมไทย

การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี และได้ติดทำเนียบศิษย์เก่า วปอ. ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ถือเป็นเกียรติประวัติของทั้งตัวท่านเองและสถาบันวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะสามารถนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น

ที่มา – ติดภาพ “อนุทิน” ทำเนียบศิษย์เก่า วปอ. ที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ รูปต่อจาก “บิ๊กตู่”

ประวัติ อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงานคนใหม่

เปิดประวัติ “อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” อดีต CEO ปตท. นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ภายใต้ “รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ คนที่ 32 พาเปิดตัวกับสื่อก่อนใคร

วันที่ 19 กันยายน 2568 ภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 มีมติเห็นชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตจากพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 จากนั้นประธานสภาฯ นำชื่อนายอนุทิน ขึ้นทูลเกล้าฯ และวันนี้มีพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนายอนุทิน ใช้เวลาในช่วงนี้เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำภายใต้ สส. 146 เสียง โดยล่าสุดก็ยืนยันเองว่าโผ ครม.อนุทิน นั้น 99% แล้ว รอเขย่าอีกเล็กน้อย และวันที่ 8 กันยายน 2568 จะทำเรื่องเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย

นายอนุทิน เปิดเผยเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 ที่ผ่านมาในเรื่อง ว่าที่รัฐมนตรีคนนอก จะมีว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เหตุผลที่ทาบทามเพราะรัฐบาลนี้มีภารกิจที่แน่นอน ต้องได้คนที่เข้ามาแล้วทำงานได้เลย ไม่ต้องเรียนรู้งาน ทำให้อย่างน้อย 3 ท่านที่อยู่ตรงนี้ ก็เป็นผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานที่ท่านจะเข้าไปบริหาร จึงเป็นการสร้างความมั่นใจว่าทุกอย่างจะเดินหน้าได้เลย ไม่มีการรำมวยใดๆ ทั้งสิ้น ต่อมาวันนี้ยังได้เปิดตัวคนนอกที่จะมาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง คือ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย และอดีตประธานที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายพิชัย ชุณหวิชร)

ล่าสุดมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ครม.ชุดใหม่แล้ว นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ไม่พลิกจากโผ โดยขั้นตอนหลังจากนี้ นายอนุทิน จะนำ ครม.ชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ แล้วจึงแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ก่อนเริ่มทำหน้าที่รัฐบาลอย่างเป็นทางการ (อ่านเพิ่มเติม : โปรดเกล้าฯ ครม.อนุทิน 1 แล้ว นายกฯ นั่งควบมหาดไทย-เช็กชื่อ 36 รมต.)

ประวัติ “โด่ง อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์”

ในจำนวน 4 ว่าที่รัฐมนตรีคนนอก จะขอพาไปรู้จัก ประวัติ “โด่ง อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” มีชื่อเล่นว่า โด่ง เกิดเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2508 อายุ 60 ปี (ณ พ.ศ. 2568) ประวัติการศึกษา ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ Diploma of Petroleum Management, College of Petroleum Studies, Oxford University, UK โดยได้รับทุนการศึกษาจาก British Council

เส้นทางสู่รัฐมนตรี: จาก CEO ปตท. สู่กระทรวงพลังงาน

การที่นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีต CEO ปตท. ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานในแวดวงพลังงาน ทำให้หลายฝ่ายคาดหวังว่าเขาจะสามารถนำพาประเทศก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ ในด้านพลังงานได้

ลูกหม้อ ปตท. คลุกคลีแวดวงพลังงานมายาวนาน

  • ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม ปตท.
  • ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดพาณิชย์และต่างประเทศ ปตท.
  • ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดขายปลีก ปตท.
  • รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารความยั่งยืนและวิศวกรรมโครงการ ปตท.
  • รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน ปตท.
  • ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย และรักษาการแทนรองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย
  • ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ปตท.
  • ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท.

สำหรับ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ถือว่าเป็นผู้ที่คลุกคลีในแวดวงพลังงานมาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าด้วยประสบการณ์ที่มี การเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของ นายอนุทิน จะช่วยสางปัญหาที่คั่งค้างอยู่ในระยะเวลาที่จำกัดได้.

อ่านเพิ่มเติมประวัติรัฐมนตรีโควตานอกนอก 

หลายคนอาจสงสัยว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลต่อทิศทางพลังงานของประเทศอย่างไร? ต้องติดตามดูกันต่อไปว่า ประวัติ “โด่ง อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” จะถูกจารึกไว้อย่างไรในหน้าประวัติศาสตร์พลังงานไทย

ที่มา – ประวัติ “โด่ง อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” อดีต CEO ปตท. นั่ง รมว.พลังงาน “รัฐบาลอนุทิน”

“เอกนัฏ” แจงเหตุลาออกเลขาฯ รทสช. แนวคิดต่าง “พีระพันธุ์”

“ขิง เอกนัฏ” ทิ้งเลขาฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ เหตุแนวคิดต่าง “พีระพันธุ์” ยอมรับถ้าย้ายค่าย ภูมิใจไทยตัวเลือกแรก ไม่อยากให้มองพรรคแตกหัก-อวสาน เผยจุดแตกหักปมกลับลำโหวตหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ

เมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 17 กันยายน 2568 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา ถึงกรณี “เอกนัฏ” แจงลาออกเลขาฯ รทสช. แนวคิดต่าง “พีระพันธุ์” ว่า ช่วงเช้าวันนี้ตนได้ยื่นหนังสือเพื่อลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) กับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าตนกับนายพีระพันธุ์ไม่มีความขัดแย้งส่วนตัว ซึ่งท่านเป็นนักการเมืองน้ำดีคนหนึ่ง แต่ในบทบาทของตนที่ทำหน้าที่เลขาธิการพรรคมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน หากจะทำงานต่อในสภาวะความคิดเห็นที่แตกต่างกันจะไม่เป็นผลดีต่อพรรค ตนจึงยินดีลาออกเพื่อให้ กก.บห.พรรคมีเอกภาพมากกว่านี้

“ในช่วงหลังโดยเฉพาะช่วงที่มีกระแสข่าวคลิปเสียง และช่วงของการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เริ่มมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ด้วยการทำงานที่ระยะเวลาอีก 4-5 เดือนจะมีการเลือกตั้งใหม่ ถ้าหากยังปล่อยให้เป็นสภาพแบบนี้ต่อไปคงไม่เป็นผลดีต่อทางพรรคแน่ วันนี้ลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค แต่ก็ยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่ และก็ยังดำรงตำแหน่ง สส. แม้ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีก็ยังสานต่อภารกิจที่ยังคงค้างไว้ที่อยู่ในกระทรวงอุตสาหกรรม เช่น ร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….”

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพร่วมรับประทานอาหารร่วมกันกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายเอกนัฏ กล่าวว่า ตนกับนายอนุทินมีการพูดคุยกันตลอดเวลาอยู่แล้ว เพราะเราเคยร่วมรัฐบาลกันมาก่อน 2 ปี โดยนายอนุทินเป็นคนขออนุญาตมาพูดคุยด้วย เนื่องจากทราบว่าตนและกลุ่ม สส.ชุมพร จะไปทานข้าวกัน ซึ่งนายอนุทินถามว่าอยู่ที่ไหนและขออนุญาตมาร่วมพูดคุยด้วย ส่วนเรื่องที่มีหารือในวงทานข้าว นายชุมพล จุลใส พร้อมกลุ่ม สส. ที่ไปร่วมทานข้าว เปิดเผยว่าอยากไปทำงานร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ตนก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร และก็ขอให้พรรคภูมิใจไทยดูแล สส.ด้วย

“จริงๆ ถ้าผมจะทำการเมืองต่อ พรรคภูมิใจไทยก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง จุดยืนไม่ต่างกัน ที่อยากทำงานปกป้องสถาบันเสาหลักของชาติ ผมว่าอยู่ในใจผมอยู่แล้ว แต่รายละเอียดการทำงานก็ต้องให้โอกาสผมตัดสินใจพิจารณาก่อน เป็นเพราะผมไม่เคยทำอย่างอื่นนอกจากเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ”

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมองว่าถึงจุดแตกหักอวสานของพรรครวมไทยสร้างชาติแล้ว นายเอกนัฏ ตอบว่า ไม่อยากให้คิดเช่นนั้น ตนอยากให้มีพรรครวมไทยสร้างชาติอยู่ ไม่อยากให้มองว่าจะทำให้พรรคแตก การที่ตนออกจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ด้วยเสียงของ กก.บห. ที่แตกออกเป็น 2 ข้าง และไม่ใช่ครั้งแรก มีหลายเรื่อง ตนคิดว่าทำให้ตรงไปตรงมา ขยับออกให้ชัดเจนดีกว่า อีกทั้งตนก็ยังไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ได้พูดคุยกับหัวหน้าเพื่อยื่นใบลาออก แต่เจตนาไม่อยากให้พรรคแตก อยากทำงานการเมืองต่อกับพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่ในพื้นที่เมื่อวันนี้มีความชัดเจนว่า 4-5 เดือนจะถึงกำหนดการเลือกตั้งใหม่ ทุกทีมก็มีอิสระที่จะตัดสินใจว่าจะไปที่ไหน เราไม่ได้ปิดกั้น

“ผมยังรักและผูกพันกับพรรครวมไทยสร้างชาติอยู่ พูดตามตรงเป็นไปได้ไม่ได้อยากไปไหนเลย แม้ว่าวันนี้จะออกจาก กก.บห.พรรค ก็ยังไม่ได้อยากไปไหน ขอให้เวลาตัดสินใจหน่อย”

ทางด้านกระแสข่าวว่าจุดที่ทำให้พรรคแตกหักมาจากการโหวตนายกรัฐมนตรีนั้น นายเอกนัฏ เผยว่า ตนไม่ได้อยากพูดให้มีความรู้สึกไม่ดีต่อกัน เอาเป็นว่าไม่มีฝั่งไหนที่คิดผิดหรือถูกในทางการเมือง แต่มีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันในเรื่องของการแสดงจุดยืน สำหรับตนคิดว่าทุกคนต้องมีความชัดเจนในจุดยืน ตนไม่ชอบทำอะไรที่เก้ๆ กังๆ กล้าๆ กลัวๆ ที่ผ่านมามีส่วนหนึ่งใน กก.บห. ที่คิดว่าควรจะงดออกเสียง แต่ตนคิดว่าในสถานการณ์บ้านเมืองที่ยุบสภาก็ไม่ได้ แล้วต้องเลือกซ้ายหรือขวานั้น ตนจะไม่ใช่ประเภทที่ทิ้งไว้ระหว่างทางหรืออยู่ตรงกลาง คิดว่าต้องไปทางใดทางหนึ่ง จึงโหวตให้นายอนุทิน แต่ไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล คล้ายกับพรรคประชาชน ไม่ได้มีการไปต่อรองเรื่องตำแหน่ง

ขณะเดียวกัน ตนพูดในที่ประชุม กก.บห. รวมถึงที่ประชุม สส. ชัดเจนว่าการตัดสินใจที่โหวตนายกรัฐมนตรีครั้งนี้เป็นคนละเรื่องกับการตัดสินใจที่จะเข้าหรือไม่เข้าร่วมรัฐบาล ไม่เกี่ยวข้องกับการไปรับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ใน กก.บห. ก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่บางครั้งเวลาที่มีจุดยืนทางการเมืองที่มีความสำคัญ และมีความคิดเห็นที่ไม่เหมือนกัน คงจะไม่เป็นผลดี ตนคิดว่าคนใดคนหนึ่งต้องไขก๊อก หากไม่มีใครออกตนก็ยินดีที่จะออก ไม่ได้ติดอะไร.

“เอกนัฏ” แจงลาออกเลขาฯ รทสช. แนวคิดต่าง “พีระพันธุ์”

ทำไม “เอกนัฏ” แจงลาออกเลขาฯ รทสช. แนวคิดต่าง “พีระพันธุ์” ถึงเป็นประเด็นร้อน?

การลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ได้สร้างความสนใจในวงกว้างถึงสาเหตุและความเป็นไปได้ในอนาคตทางการเมืองของทั้งตัวนายเอกนัฏเองและพรรครวมไทยสร้างชาติ การที่นายเอกนัฏออกมา “เอกนัฏ” แจงลาออกเลขาฯ รทสช. แนวคิดต่าง “พีระพันธุ์” นั้นแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งภายในพรรคที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพและการดำเนินงานของพรรคในอนาคต

สถานการณ์นี้ยังเป็นที่น่าจับตามองว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะมีการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงอย่างไรต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ใกล้กับการเลือกตั้งครั้งใหม่ การตัดสินใจของนายเอกนัฏในการ “เอกนัฏ” แจงลาออกเลขาฯ รทสช. แนวคิดต่าง “พีระพันธุ์” อาจเป็นการเปิดโอกาสให้มีการเปลี่ยนแปลงภายในพรรคเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเอกภาพ

ที่มา – “เอกนัฏ” แจงลาออกเลขาฯ รทสช. แนวคิดต่าง “พีระพันธุ์” ไม่อยากให้มองแตกหัก-อวสาน

ชื่นมื่น! แกนนำอวยพร “อนุทิน” เป็นนายกฯ อีก 4 ปี

บรรยากาศชื่นมื่น! แกนนำรัฐบาลร่วมงานวันเกิด 59 ปี “อนุทิน ชาญวีรกูล” พร้อมอวยพรให้ได้เป็นนายกฯ ต่ออีก 4 ปี หลังยุบสภา

เมื่อเวลา 19.45 น. ที่พรรคภูมิใจไทย จัดงานวันเกิดครบรอบ 59 ปี ให้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น โดยมีแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเข้าร่วมอวยพรอย่างคับคั่ง อาทิ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม, นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ, นายพัฒนา พร้อมพัฒน์, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, และ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นอกจากนี้ ยังมี นายสุชาติ ชมกลิ่น ว่าที่รองนายกฯและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายธนกร วังบุญคงชนะ ว่าที่ รมว.อุตสาหกรรม และจ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลศ ว่าที่รมช.อุตสาหกรรม ร่วมเดินทางมาร่วมอวยพรวันเกิดให้กับนายอนุทินอย่างเป็นกันเอง

ภายในงานยังคราคร่ำไปด้วยบุคคลสำคัญทางการเมือง อาทิ นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.), นายวรโชติ สุคนธ์ขจร สส. เพชรบูรณ์ พรรคพปชร. ในฐานะว่าที่รมช.สาธารณสุข, และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพปชร.

ครอบครัวชาญวีรกูลก็มาร่วมงานอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ได้แก่ น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา, นายเศรณี และ น.ส.นัยน์ภัค ชาญวีรกูล บุตรชายและบุตรสาวของนายอนุทิน รวมถึง น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตลอดจน ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ร่วมกันร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์และเป่าเค้ก ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความชื่นมื่น สำหรับเค้กวันเกิดในปีนี้ พรรคภูมิใจไทยได้จัดทำเป็นรูปนายอนุทินกำลังถือเสื้อสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ดเบอร์ 32 ซึ่งหมายถึงเป็นนายกฯคนที่ 32 ของประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากที่ร้องเพลงอวยพรจบลง ส.ส. ภายในงานได้พร้อมใจกันตะโกนว่า หากดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบ 4 เดือนตามเงื่อนไข ยุบสภาแล้ว และหากมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ ขอให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีก 4 ปี เพื่อสานต่อนโยบายและพัฒนาประเทศต่อไป

แกนนำรัฐบาลชื่นมื่น ร่วมเบิร์ธเดย์ 59 ปี “อนุทิน” อวยพรให้ได้เป็นนายกฯ ต่ออีก 4 ปี

การรวมตัวของแกนนำรัฐบาลในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีและความเชื่อมั่นในตัวนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะผู้นำประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การอวยพรให้ได้เป็นนายกฯ ต่ออีก 4 ปี บ่งบอกถึงความคาดหวังที่จะได้เห็นนายอนุทินสานต่อนโยบายต่างๆ ที่ได้ริเริ่มไว้ และนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น

อนุทิน ชาญวีรกูล กับความท้าทายในการเป็นนายกฯ อีก 4 ปี

การได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปอีกสมัย ถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่จะต้องเผชิญกับปัญหาและความท้าทายต่างๆ ที่รออยู่ข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมือง แต่ด้วยประสบการณ์และความมุ่งมั่นตั้งใจ เชื่อว่านายอนุทินจะสามารถนำพาประเทศไทยก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ และสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศได้อย่างแน่นอน

  • การสานต่อนโยบาย: การสานต่อนโยบายที่ได้ริเริ่มไว้ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและเห็นผลเป็นรูปธรรม
  • การรับฟังความคิดเห็น: การรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การตัดสินใจต่างๆ เป็นไปอย่างรอบคอบและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
  • การสร้างความร่วมมือ: การสร้างความร่วมมือกับทุกฝ่ายเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น

อนาคตทางการเมืองของนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะเป็นอย่างไรต่อไป? คงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด แต่ที่แน่ๆ การได้รับความไว้วางใจและการสนับสนุนจากแกนนำรัฐบาลในครั้งนี้ ถือเป็นกำลังใจสำคัญที่จะผลักดันให้นายอนุทินมุ่งมั่นทำหน้าที่ผู้นำประเทศให้ดีที่สุด

การอวยพรให้ “อนุทิน” เป็นนายกฯ อีก 4 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นและความหวังของแกนนำรัฐบาลที่มีต่อศักยภาพของเขาในการนำพาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้า แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ที่มา – แกนนำรัฐบาลชื่นมื่น ร่วมเบิร์ธเดย์ 59 ปี “อนุทิน” อวยพรให้ได้เป็นนายกฯ ต่ออีก 4 ปี

“ลุงป้อม” แสดงความยินดี “อนุทิน” นายกฯคนที่ 32

โฆษกพรรคพลังประชารัฐ นำแจกันดอกไม้จาก “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ร่วมแสดงความยินดี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีคนที่ 32

วันที่ 9 กันยายน 2568 พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินทางนำช่อดอกไม้ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โดยเป็นดอกไม้ในแจกันกระจก มีดอกกุหลาบสีขาว ดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าแกมน้ำเงิน ผูกโบว์สีทองน้ำเงิน มาแสดงความยินดีกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมแนบนามบัตรเขียนด้วยลายมือของพล.อ.ประวิตร ข้อความว่า “ขอแสดงความยินดีกับท่านนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 พล.อ.ประวิตร”

“ลุงป้อม” ส่งแจกันดอกไม้แสดงความยินดี “อนุทิน” นายกรัฐมนตรีคนที่ 32

การแสดงความยินดีของ พล.อ.ประวิตร ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างพรรคพลังประชารัฐและพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นสองพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลปัจจุบัน นอกจากนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงความร่วมมือทางการเมืองที่แน่นแฟ้นในอนาคตอีกด้วย การที่ พล.อ.ประวิตร ส่งแจกันดอกไม้มาแสดงความยินดีกับ นายอนุทิน ในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทางการเมืองที่แสดงออกถึงความเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน

ความหมายของดอกไม้ในแจกันที่ “ลุงป้อม” ส่งให้ “อนุทิน”

ดอกไม้ที่ พล.อ.ประวิตร เลือกใช้ในแจกันมีความหมายที่น่าสนใจ ดอกกุหลาบสีขาวสื่อถึงความบริสุทธิ์ ความเคารพ และความจริงใจ ในขณะที่ดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าแกมน้ำเงินสื่อถึงความขอบคุณ ความเข้าใจ และความปรารถนาดี การผสมผสานดอกไม้ทั้งสองชนิดนี้เข้าด้วยกันจึงสื่อถึงความปรารถนาดีอย่างจริงใจจาก พล.อ.ประวิตร ที่มีต่อนายอนุทิน ในการที่จะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

การเมืองไทยในปัจจุบันเต็มไปด้วยความท้าทายและความเปลี่ยนแปลง การที่พรรคการเมืองต่างๆ สามารถร่วมมือกันทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การแสดงความยินดีของ พล.อ.ประวิตร ต่อ นายอนุทิน ในครั้งนี้ จึงเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป

นอกจากนี้ การที่ พล.อ.ประวิตร ลงนามในนามบัตรด้วยลายมือตนเอง ยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความจริงใจที่มีต่อนายอนุทิน อีกทั้งยังเป็นการยืนยันถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวที่แน่นแฟ้นนอกเหนือจากความสัมพันธ์ทางการเมืองอีกด้วย

การเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของนายอนุทิน ถือเป็นก้าวสำคัญในการเมืองไทย และเป็นความหวังของประชาชนในการที่จะเห็นประเทศพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น การสนับสนุนและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้รัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หวังว่าการแสดงความยินดีจาก “ลุงป้อม” จะเป็นกำลังใจสำคัญให้นายกฯ อนุทิน ในการบริหารประเทศต่อไป

ที่มา – “ลุงป้อม” ส่งแจกันดอกไม้แสดงความยินดี “อนุทิน” นายกรัฐมนตรีคนที่ 32

โผ ครม.อนุทิน: ภูมิใจไทยชี้ เป็นไปตามข่าว

โผ ครม. อนุทิน ยังไม่นิ่ง แกนนำพรรคภูมิใจไทยบอก เป็นไปตามข่าว ขณะที่คนการเมืองยังแห่ส่งดอกไม้ แสดงความยินดีนายกฯ คนที่ 32

วันที่ 8 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทย ตลอดช่วงบ่ายวันนี้ ยังมีการนำแจกันดอกไม้และช่อดอกไม้ส่งมาเพื่อแสดงความยินดี กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อาทิ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง ที่ส่งแจกันดอกไม้พร้อมการ์ดระบุข้อความขอแสดงความยินดี ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 รวมถึงนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่ส่งแจกันดอกไม้มาแสดงความยินดี

ขณะที่นายอนุทิน ยังเก็บตัวเงียบ ไม่ได้เดินทางมาที่พรรคภูมิใจไทย โดยมีรายงานว่า จะกำลังจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีให้ลงตัว เพราะยังมีบางตำแหน่งที่จะต้องขยับ

ทั้งนี้เวลา 16:15 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ และนายทรงศักดิ์ ทองศรี 2 แกนนำของพรรคภูมิใจไทยได้เดินทางออกจากพรรค ซึ่งผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า ขณะนี้รายชื่อคณะรัฐมนตรียังไม่นิ่งใช่หรือไม่ ซึ่งนายทรงศักดิ์ ระบุเพียงว่า ก็เป็นไปตามข่าว ส่วนนายพิพัฒน์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามใดๆ ก่อนจะขึ้นรถกลับออกไป

โผ ครม. อนุทิน: ความเคลื่อนไหวล่าสุด

สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลยังคงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดสรรตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ยังคงมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้น แม้ว่าจะมีกระแสข่าวและการคาดการณ์ต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ความชัดเจนสุดท้ายยังคงต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการจากผู้มีอำนาจตัดสินใจ

พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลที่สำคัญ กำลังได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลใหม่ การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในส่วนของพรรคภูมิใจไทยจึงเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจอย่างมาก

แกนนำภูมิใจไทยกล่าวถึง โผ ครม. อนุทิน อย่างไร?

ล่าสุด แกนนำของพรรคภูมิใจไทยได้ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความคืบหน้าของการจัดทำโผ ครม. อนุทิน โดยระบุว่า ข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏในข่าวเป็นไปตามนั้น ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในโผ ครม. อนุทิน

อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังคงเก็บตัวเงียบและไม่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำให้เกิดความสงสัยและความไม่แน่นอนในแวดวงการเมืองมากยิ่งขึ้น

การที่นายอนุทินยังคงเก็บตัวเงียบ อาจเป็นเพราะกำลังพิจารณาและจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้บุคคลที่เหมาะสมและสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรืออาจมีปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาต่อรองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล

สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือ ความชัดเจนในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี และการประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงทิศทางและนโยบายของรัฐบาลในอนาคตอันใกล้นี้

การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์และสามารถวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตประจำวันของเราได้

ถึงแม้ว่าการจัดตั้งรัฐบาลและโผ ครม. อนุทิน จะเป็นเรื่องของการเมือง แต่ก็มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม ดังนั้น เราในฐานะประชาชนคนไทย ควรให้ความสนใจและติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เข้าใจถึงทิศทางและอนาคตของประเทศ

ที่มา – แกนนำภูมิใจไทย ชี้ โผ ครม. อนุทิน เป็นไปตามข่าว นายกฯ ยังเก็บตัวเงียบเร่งจัดสรรให้ลงตัว

แพทองธาร เผยส่งข้อความยินดี “นายกฯ อนุทิน” แล้ว

“อิ๊งค์ แพทองธาร” เผย ส่งข้อความยินดี “อนุทิน” นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ตั้งแต่วันแรก ปัดตอบหัวข้อประชุม หลังเข้าพรรคเพื่อไทย

เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 8 กันยายน 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย โดยทักทายสื่อมวลชน ในช่วงหนึ่งผู้สื่อข่าวถามว่าตอนนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว มีอะไรฝากถึงหรือไม่ น.ส.แพทองธาร ตอบว่า “ได้ส่งข้อความไปยินดีเรียบร้อยแล้วค่ะ ส่งตั้งแต่วันแรกเลย”

ทางด้านคำถามว่าวันนี้ที่เดินทางเข้าพรรคเพื่อไทยมีประชุมอะไรหรือไม่ โดย น.ส.แพทองธาร ไม่ได้ตอบคำถาม และขึ้นด้านบนอาคารทันที.

แพทองธาร เผยส่งข้อความยินดี “นายกฯ อนุทิน” แล้ว

จากรายงานข่าวเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวถึงประเด็นที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย โดยเธอยืนยันว่าได้ส่งข้อความแสดงความยินดีไปยังนายอนุทินตั้งแต่วันแรกที่ทราบข่าว

นอกจากนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงประเด็นการประชุมภายในพรรคเพื่อไทยในวันดังกล่าว น.ส.แพทองธาร เลือกที่จะไม่ตอบคำถามและเดินทางขึ้นไปยังอาคารที่ทำการพรรคทันที ทำให้เกิดความสงสัยและข้อคำถามมากมายตามมาเกี่ยวกับวาระการประชุมและการหารือภายในพรรค

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแสดงความยินดีของแพทองธาร

การที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ออกมาเปิดเผยว่าได้ส่งข้อความแสดงความยินดีไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นั้น แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างพรรคเพื่อไทยและนายกรัฐมนตรีคนใหม่ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีความเห็นต่างทางการเมืองอยู่บ้าง แต่การแสดงความยินดีนี้ก็เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความปรารถนาดีและความหวังที่จะได้เห็นการทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

ถึงแม้ว่ารายละเอียดของข้อความที่ น.ส.แพทองธาร ส่งไปนั้นไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชน แต่การแสดงความยินดีอย่างรวดเร็วทันทีที่ทราบข่าวก็แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความเคารพที่ น.ส.แพทองธาร มีต่อนายอนุทิน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ น.ส.แพทองธาร ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับการประชุมพรรคเพื่อไทยในวันนั้น ก็ยังคงเป็นที่น่าติดตามและจับตามองต่อไปว่าจะมีประเด็นสำคัญใดที่ถูกหารือกันภายในพรรค และจะมีผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคตอย่างไร

สถานการณ์ทางการเมืองไทยในปัจจุบันนั้นเต็มไปด้วยความท้าทายและความเปลี่ยนแปลง การที่พรรคการเมืองต่างๆ สามารถทำงานร่วมกันและแสดงความปรารถนาดีต่อกันได้นั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างเสถียรภาพและความเจริญก้าวหน้าของประเทศ

โดยรวมแล้ว การที่ แพทองธาร เผยส่งข้อความยินดี “นายกฯ อนุทิน” แล้ว นั้นเป็นข่าวที่น่ายินดีและเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะร่วมมือกันเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป

จับตาดูการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารและข้อมูลที่สำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของคุณ

ที่มา – “แพทองธาร” เผยส่งข้อความยินดี “นายกฯ อนุทิน” แล้วตั้งแต่วันแรก

อดีตอธิบดีปกครอง-ที่ดิน แสดงความยินดี “นายกฯ หนู”

“ไชยวัฒน์” อดีตอธิบดีกรมการปกครอง บอกใจนิ่งอยู่แล้ว หลังเคยถูกเด้งสมัย “ภูมิธรรม” ด้าน “พรพจน์” อดีตอธิบดีกรมที่ดิน เผยเป็นธรรมเนียมผู้น้อยกับผู้ใหญ่ วันนี้มาแสดงความยินดีนายกฯ ไม่ได้ฝากอะไร

วันที่ 7 กันยายน 2568 นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง และนายพรพจน์ เพ็ญพาส อดีตอธิบดีกรมที่ดิน เดินลงมาจากอาคารพรรคภูมิใจไทย ภายหลังนำดอกไม้มามอบให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อแสดงความยินดีในการรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 โดยก่อนเดินทางกลับ ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าเป็นอย่างไรบ้างกลับมาครั้งนี้ เพราะก่อนหน้านี้เคยถูกเด้งออกจากตำแหน่งในสมัย นายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งนายไชยวัฒน์ บอกเพียงสั้นๆ ว่า “ใจนิ่งอยู่แล้ว” ส่วนนายพรพจน์ บอกว่า “ไม่เป็นไร เป็นธรรมเนียมปฏิบัติระหว่างผู้น้อยกับผู้ใหญ่”

ผู้สื่อข่าวสอบถามเพิ่มเติมว่านายกรัฐมนตรีได้บอกอย่างไรหรือไม่ โดยทั้ง 2 คนบอกว่า ท่านไม่ได้ว่าอย่างไร และไม่ได้ฝากอะไร วันนี้มาแค่แสดงความยินดี.

อดีตอธิบดีปกครอง-อดีตอธิบดีที่ดิน บอกมาแสดงความยินดี “นายกฯ หนู” ไม่ได้ฝากอะไร

เรื่องราวของอดีตอธิบดีกรมการปกครองและอดีตอธิบดีกรมที่ดินที่เดินทางมาแสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรีคนใหม่นี้ ได้สร้างความสนใจให้กับหลายฝ่าย เพราะทั้งสองท่านต่างก็เป็นผู้ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่ดินและการปกครองท้องที่ การที่ท่านทั้งสองเดินทางมาแสดงความยินดีด้วยตนเอง แสดงให้เห็นถึงความเคารพและความปรารถนาดีที่มีต่อนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือคำกล่าวที่ว่า “ไม่ได้ฝากอะไร” ซึ่งอาจตีความได้หลายนัยยะ หนึ่งคือท่านทั้งสองมาแสดงความยินดีด้วยใจจริง โดยไม่ได้มีเจตนาที่จะขอความช่วยเหลือหรือผลประโยชน์ใดๆ ตอบแทน สองคือท่านทั้งสองอาจเข้าใจดีว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการบริหารประเทศ และต้องการที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนก่อน จึงยังไม่ต้องการที่จะรับฟังข้อเสนอแนะหรือข้อเรียกร้องใดๆ ในขณะนี้

มุมมองต่อการแสดงความยินดีของอดีตอธิบดี

ในการเมืองไทย การแสดงความยินดีและการให้กำลังใจแก่ผู้ที่ได้รับตำแหน่งใหม่ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ในบางครั้งก็อาจมีนัยยะทางการเมืองแอบแฝงอยู่ได้เช่นกัน ดังนั้น การตีความการกระทำของอดีตอธิบดีทั้งสองจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงบริบททางการเมืองและสังคมในขณะนั้นด้วย

การที่อดีตอธิบดีกรมการปกครองกล่าวว่า “ใจนิ่งอยู่แล้ว” หลังจากที่เคยถูกย้ายออกจากตำแหน่ง อาจสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและความเข้าใจในระบบราชการเป็นอย่างดี ท่านอาจมองว่าการถูกย้ายเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้เสมอ และไม่ได้เก็บมาใส่ใจ

ในขณะที่อดีตอธิบดีกรมที่ดินกล่าวว่าเป็น “ธรรมเนียมปฏิบัติระหว่างผู้น้อยกับผู้ใหญ่” อาจหมายถึงการแสดงความเคารพต่อผู้ที่อาวุโสกว่า และเป็นการรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างข้าราชการด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม การที่ทั้งสองท่านกล่าวว่า “ไม่ได้ฝากอะไร” อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าท่านต้องการที่จะให้โอกาสนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในการบริหารประเทศอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องการที่จะเข้ามาแทรกแซงหรือชี้นำใดๆ

สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่นายกรัฐมนตรีสามารถบริหารประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ได้ ไม่ว่าอดีตอธิบดีทั้งสองจะมีความคิดเห็นอย่างไรก็ตาม

อดีตอธิบดีปกครอง-อดีตอธิบดีที่ดิน บอกมาแสดงความยินดี “นายกฯ หนู” ไม่ได้ฝากอะไร แต่การมาครั้งนี้ก็สร้างกำลังใจให้กับนายกฯ อย่างแน่นอน และสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีในแวดวงข้าราชการ

ที่มา – อดีตอธิบดีปกครอง-อดีตอธิบดีที่ดิน บอกมาแสดงความยินดี “นายกฯ หนู” ไม่ได้ฝากอะไร

Scroll to top