นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 32

ชลน่านมั่นใจ เพื่อไทยไม่มีงูเห่า ตั้งรัฐบาล

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองล่าสุด โดยมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับภายใน 4 เดือนนั้นเป็นไปได้ยาก ยกเว้นจะแก้ไขเพียงบางมาตราเท่านั้น นอกจากนี้ยังกล่าวถึงสิทธิของพรรคภูมิใจไทยในการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล พร้อมทั้งแสดงความมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่มีปรากฏการณ์ “งูเห่า” เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ขณะนี้ควรปล่อยให้กลไกของสภาฯ ดำเนินการไป เพื่อให้สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้โดยเร็วที่สุด และจากการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล พบว่าเสียงยังคงแน่นเหมือนเดิม แม้จะมีข่าวลือต่างๆ ออกมา แต่จากการตรวจสอบพบว่าทุกเสียงยังคงอยู่ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามที่เป็นข่าว

ส่วนกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพรรคเพื่อไทยนั้น นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ยังไม่ได้เจอและพูดคุยกัน เนื่องจากวันนี้ตั้งใจมาให้กำลังใจนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยเท่านั้น ซึ่งจากการพบเจอกัน นางสาวแพทองธารยังคงเข้มแข็ง แต่เมื่อได้พบกับ สส. และมวลชน ก็ทำให้น้ำตาไหลออกมาเอง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความอบอุ่นทางใจและการสนับสนุนซึ่งกันและกัน

นพ.ชลน่าน ยืนยันว่า นางสาวแพทองธาร ยังคงดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะดำรงตำแหน่งต่อไป การตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของนางสาวแพทองธารนั้น เป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่หลายคนเชื่อว่าการที่นางสาวแพทองธารยังคงเป็นหัวหน้าพรรค จะทำให้พรรคเพื่อไทยมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

ชลน่าน ชี้เป็นสิทธิ “ภูมิใจไทย” เดินหน้าตั้งรัฐบาล มั่นใจเพื่อไทยไม่มีงูเห่า

กรณีที่พรรคภูมิใจไทยเดินหน้าทาบทามพรรคประชาชนให้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลนั้น นพ.ชลน่าน มองว่าเป็นสิทธิของพรรคภูมิใจไทยที่จะดำเนินการได้ เนื่องจากเป็นพรรคการเมืองที่มีเสียงในสภาฯ ตามกลไกของรัฐธรรมนูญ พรรคใดสามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้ ก็มีสิทธิในการเลือกนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลได้

เงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 เดือนเป็นไปได้ยาก

ส่วนเงื่อนไขของพรรคประชาชนที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับภายในระยะเวลา 4 เดือนนั้น นพ.ชลน่าน มองว่าเป็นไปได้ยากมากในทางปฏิบัติ เนื่องจากไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใดที่สามารถแก้ไขได้ภายในระยะเวลา 4 เดือน ยกเว้นการแก้ไขในบางมาตราเท่านั้น

สำหรับทิศทางของพรรคเพื่อไทยหลังจากนี้ นพ.ชลน่าน ยังคงหวังว่าเสียงข้างมากในสภาฯ จะสามารถเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนได้ และพรรคเพื่อไทยยังสามารถเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้

หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองและพรรคเพื่อไทยไม่สามารถรวมเสียงข้างมากได้ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า พรรคก็พร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นไปตามระบบ

นพ.ชลน่าน มองว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ภาวะวิกฤตสำหรับพรรคเพื่อไทย เนื่องจากพรรคเคยเผชิญกับเหตุการณ์ในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง พรรคพยายามประคองสถานการณ์และใช้กลไกทุกอย่างที่มีอยู่ โดยเฉพาะกลไกตามระบบรัฐสภา เพื่อเดินหน้าต่อไปให้ได้

นพ.ชลน่าน มั่นใจว่า จะไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคเพื่อไทยเป็น “งูเห่า” และไม่กังวลในประเด็นนี้ เนื่องจาก สส. ของพรรคเพื่อไทยมีความเหนียวแน่นและพร้อมที่จะทำหน้าที่เพื่อประชาชน

นอกจากนี้ นพ.ชลน่านยังเชื่อมั่นว่า การที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ยังคงดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค จะส่งผลให้พรรคเพื่อไทยแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น สามารถเผชิญกับความท้าทายต่างๆ และเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน แต่พรรคเพื่อไทยก็พร้อมที่จะปรับตัวและเดินหน้าต่อไป โดยยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตยและผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ นพ.ชลน่าน และสมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคน มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์สังคมไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าและเป็นธรรมสำหรับทุกคน

โดยรวมแล้ว นพ.ชลน่าน แสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของพรรคเพื่อไทย และพร้อมที่จะนำพาพรรคก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ไปได้ ทั้งยังคงย้ำว่า ชลน่าน ชี้เป็นสิทธิ “ภูมิใจไทย” เดินหน้าตั้งรัฐบาล มั่นใจเพื่อไทยไม่มีงูเห่า

ที่มา – ชลน่าน ชี้เป็นสิทธิ “ภูมิใจไทย” เดินหน้าตั้งรัฐบาล มั่นใจเพื่อไทยไม่มีงูเห่า

เพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม”

“ภูมิธรรม” แถลงย้ำ พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เล็งเสนอ “ชัยเกษม นิติสิริ” พรรคร่วมตบเท้า แต่ไร้เงา “กล้าธรรม” ร่วมแถลง

เมื่อเวลาประมาณ 18.20 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี นำพรรคร่วมรัฐบาล แถลงข่าวที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง ว่า จากสถานการณ์วันนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ตามที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้แสดงความรู้สึกไปแล้ว พวกเราทุกคนให้กำลังใจนายกฯ ในสถานการณ์ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ควรอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้เกิดความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน เราไม่อยากให้เกิดสุญญากาศที่จะเป็นปัญหา โดยได้คุยกันแล้วเรายังจับมือที่จะร่วมกันเป็นรัฐบาลในช่วงรักษาการนี้ต่ออย่างถึงที่สุด เพื่อทำให้งานสามารถต่อเนื่องได้และไม่ให้มีผลกระทบต่อการแก้ปัญหาพี่น้องประชาชนที่สุด

“ผลการที่คุยกันเราตกลงกันว่า เราจะยังจับมือร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลโดยให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการดำเนินการที่จะทำให้มีการจัดตั้งไปตามกระบวนการประชาธิปไตยอย่างถูกต้องอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ขึ้นมาบริหารประเทศนี่ก็เป็นหัวใจหลักสำคัญเราอยากให้กระบวนการประชาธิปไตยได้ดำเนินการไปต่อเนื่องและพวกเราก็จะดำเนินการอย่างนี้เป็นที่สุดโดยหลักก็เป็นแบบนี้”

นายภูมิธรรม กล่าวต่อไปว่า หลังจากนี้ต่อไปพรรคเพื่อไทยจะเป็นพรรคที่ดำเนินการต่อไปให้การเลือกนายกฯ แล้วเสร็จ โดยจะรายงานให้พรรคร่วมรัฐบาลทราบเป็นระยะ หากสภาฯ เปิดเมื่อไหร่การดำเนินการเลือกตั้งนายกฯ จะเป็นไปให้เร็วที่สุดเพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยของรัฐบาลที่ทำงานให้พี่น้องประชาชนได้เดินหน้าต่อไปอย่างเร็วที่สุด

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามถึงการแถลงวันนี้ที่ไม่มีพรรคกล้าธรรม นายภูมิธรรม ตอบว่า ตอนนี้ยังมีครบอยู่ จนกว่าจะมีความชัดเจน เป็นเพียงข่าวขึ้นมา ยังไม่ได้รับการรายงานอย่างเป็นทางการของพรรคกล้าธรรม เพราะฉะนั้นยังถือว่าเรายังจับมือกัน ส่วนจะเป็นอย่างไรต่อไปเป็นกระบวนการที่พรรคเพื่อไทยจะไปดำเนินการต่อ

ในคำถามว่ามีบางพรรคไปแสดงจุดยืนกับฝ่ายค้าน นายภูมิธรรม ระบุว่า วันนี้เราอย่าเพิ่งไปพิจารณาหรือดำเนินการในรายละเอียด หลักการตรงนี้สิ่งสำคัญคือทำให้ประเทศมีความเชื่อมั่นจากทุกฝ่าย และเรายังเชื่อมั่นว่ายังสามารถที่จะดำเนินการต่อไปได้ “พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เหมือนเดิม ไม่มีปัญหาอะไร”

นายภูมิธรรม กล่าวต่อไปว่า ขั้นตอนจากนี้เป็นไปตามกระบวนการ พรรคเพื่อไทยต้องพิจารณาที่จะเสนอใคร ซึ่งยังเหลืออยู่อีก 1 คนคือ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และยังมีอีกหลายๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องในพรรคที่ร่วมรัฐบาล จะต้องไปดูในรายละเอียด ผู้สื่อข่าวถามต่อจะใช้เวลากี่วันในการรวบรวมรัฐบาล นายภูมิธรรม ตอบว่า ใช้เวลาเร็วที่สุด พร้อมย้ำถึงพรรคกล้าธรรมว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เข้ามา แต่ก็ยังไม่ได้ยืนยันว่าจะไปหรือจะอยู่ ตนคิดว่ายังร่วมมือกันทำงานได้ต่อไป

นอกจากนี้ นายภูมิธรรม ยังกล่าวอีกว่า จะรู้แน่ชัดอีกทีวันที่ตัดสินใจเลือกนายกฯ ตอนนี้ใครไปกินข้าวกันก็เป็นเพื่อนกันหมด เรายังหาข้อสรุปนี้ไม่ได้ ตนคิดว่าต้องเป็นการแจ้งอย่างเป็นทางการของแต่ละพรรคการเมือง “ขอให้เชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจะดำเนินหน้าที่อย่างเต็มที่ในการจัดตั้งรัฐบาลให้ได้โดยเร็วที่สุด” โดยหลังจากนี้รัฐมนตรียังคงทำหน้าที่ต่อไป รัฐบาลรักษาการจะมีการประชุม ครม.นัดพิเศษในวันพรุ่งนี้ (30 สิงหาคม)

ส่วนเงื่อนไขของพรรคประชาชน นายภูมิธรรม บอกว่า สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการเสริมสร้างประชาธิปไตย พวกเราพร้อมสนับสนุนสิ่งนั้นได้ ขอให้มีการใช้ดุลพินิจพิจารณา เพราะยังต้องมีรายละเอียดอีก เมื่อถามว่าโควตารัฐบาลยังตำแหน่งเดิมหรือไม่ นายภูมิธรรม ระบุ ว่าไปตามกระบวนการประชาธิปไตย จากนั้นทั้งหมดได้ถ่ายรูปจับมือกัน และจบการแถลงข่าวในเวลา 18.27 น.

สำหรับผู้ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ประกอบด้วย

พรรคเพื่อไทย

  • นายภูมิธรรม เวชยชัย
  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
  • นายประเสริฐ จันทรรวงทอง
  • นางมนพร เจริญศรี
  • นายสมศักดิ์ เทพสุทิน
  • นายสรวงศ์ เทียนทอง
  • น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล
  • นายชูศักดิ์ ศิรินิล
  • น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์
  • นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล
  • น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์
  • นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์
  • นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ
  • นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช

พรรครวมไทยสร้างชาติ

  • นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
  • นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์

พรรคประชาธิปัตย์

  • นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน
  • นายเดชอิศม์ ขาวทอง
  • นายชัยชนะ เดชเดโช

พรรคชาติไทยพัฒนา

  • นายวราวุธ ศิลปอาชา

พรรคประชาชาติ

  • พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง

พรรคชาติพัฒนา

  • นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ
  • นายเทวัญ ลิปตพัลลภ

เพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม”

ความคืบหน้าล่าสุด! เพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม”

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การที่พรรคเพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” เป็นการตัดสินใจที่น่าจับตามอง และจะเป็นอย่างไรต่อไปต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด

การเพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” นั้นแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการจัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุดเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประชาชน

การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยในการเพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” จะส่งผลต่อทิศทางทางการเมืองของประเทศในอนาคตอย่างแน่นอน

หลังจากนี้คงต้องจับตาดูว่าการเพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” จะราบรื่นหรือไม่ และจะมีพรรคการเมืองใดเข้าร่วมรัฐบาลบ้าง

โดยสรุป การเพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” เป็นก้าวสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และประชาชนคาดหวังว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – เพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เล็งเสนอ “ชัยเกษม” พรรคร่วมไร้เงา “กล้าธรรม” ร่วมแถลง

ภูมิใจไทยรับข้อเสนอ พรรคประชาชน ตั้งรัฐบาลใหม่

“พรรคภูมิใจไทย” แถลงการณ์ตอบรับข้อเสนอและเงื่อนไข 3 ประการของ “พรรคประชาชน” ในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

ภายหลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายไชยชนก ชิดชอบ และ ภราดร ปริศนานันทกุล เดินทางมาที่ทำการของพรรคประชาชน เพื่อพูดคุยอย่างเป็นทางการ กับหัวหน้าพรรคและคณะผู้บริหารของพรรคนั้น

ล่าสุด วันที่ 29 ส.ค. 2568 พรรคภูมิใจไทย ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง “พรรคภูมิใจไทย ตอบรับข้อเสนอและเงื่อนไขพรรคประชาชน จัดตั้งรัฐบาลใหม่” โดยระบุว่า

“พรรคภูมิใจไทย โดยมติคณะกรรมการบริหารพรรค ร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มอบหมายให้นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรค และ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค รับข้อเสนอของพรรคประชาชน และดำเนินการรวบรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุดของสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้สนับสนุนหลัก

โดยความชอบธรรมและประเพณีปฏิบัติทางการเมือง พรรคประชาชน ในฐานะพรรคการเมือง ที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นอันดับ 1 มีสิทธิที่จะรวบรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจัดตั้งรัฐบาลเป็นลำดับแรก แต่เนื่องจากข้อจำกัดของกฎหมาย ทำให้พรรคประชาชนไม่สามารถเสนอบุคคลซึ่งเป็นสมาชิกพรรคประชาชนให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาลงมติเป็นนายกรัฐมนตรีได้

พรรคประชาชน จึงเสนอแนวทางการสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล ตามที่ได้ประกาศให้ทราบทั่วกันแล้ว ซึ่งพรรคภูมิใจไทยได้หารือกับพรรคการเมืองบางพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนหนึ่ง เห็นตรงกันว่าสามารถรับข้อเสนอของพรรคประชาชน เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของประเทศและประชาชน จากนั้นจะยุบสภาผู้แทนราษฎร จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป คืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจทางการเมืองตามกำหนดเวลาที่พรรคประชาชนเสนอ

หลังจากพรรคภูมิใจไทย รับข้อเสนอของพรรคประชาชนในวันนี้แล้ว จะเชิญพรรคการเมืองต่างๆ มาหารือขอรับการสนับสนุนจัดตั้งรัฐบาล เพื่อบริหารประเทศในสถานการณ์ที่มีปัญหาภัยความมั่นคง ภัยเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ และภัยสังคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้พ้นจากระยะวิกฤต แล้วจะคืนอำนาจให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขต่อไป

พรรคภูมิใจไทย ขอเรียนว่านโยบายและภารกิจหลักของรัฐบาลใหม่ ที่จะจัดตั้งขึ้นโดยการสนับสนุนของพรรคประชาชน มี 3 ประการ ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่จะได้นำไปหารือกับพรรคการเมืองอื่นๆ เพื่อพิจารณาร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้แก่

1. การแก้ปัญหาความมั่นคง กรณีพิพาทไทย-กัมพูชา

2. การจัดทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญโดยเร็ว

3. การยุบสภาผู้แทนราษฎร คืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจทางการเมืองภายในเวลา 4 เดือน นับจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น

พรรคภูมิใจไทย ขอขอบคุณพรรคประชาชนที่ได้นำเสนอแนวทางจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้การเมืองไทยดำเนินไปตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้อย่างราบรื่น และขอใช้โอกาสนี้เชิญชวนพรรคการเมืองทุกพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อแก้วิกฤติของประเทศ แก้ปัญหาของประชาชน และคืนอำนาจให้ประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยได้ตัดสินใจทางการเมืองอีกครั้งหนึ่ง”.

พรรคภูมิใจไทยรับข้อเสนอ พรรคประชาชน ตั้งรัฐบาลใหม่

จากแถลงการณ์ล่าสุด พรรคภูมิใจไทยได้ตอบรับเงื่อนไขของพรรคประชาชนในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งมีประเด็นสำคัญคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการคืนอำนาจให้ประชาชนภายใน 4 เดือน การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขวิกฤตของประเทศ แต่คำถามคือพรรคการเมืองอื่นๆ จะเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้หรือไม่

เงื่อนไขและข้อเสนอ พรรคภูมิใจไทยรับข้อเสนอ พรรคประชาชน

พรรคภูมิใจไทยได้ตอบรับข้อเสนอและเงื่อนไขของพรรคประชาชนในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีเงื่อนไขหลัก 3 ประการ ได้แก่ การแก้ไขปัญหาความมั่นคงกรณีพิพาทไทย-กัมพูชา การจัดทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือน การตอบรับข้อเสนอนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาของประเทศอย่างเร่งด่วน

การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายใต้การสนับสนุนของพรรคประชาชนนั้น มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของประเทศและประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาภัยความมั่นคง ภัยเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ และภัยสังคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ถือเป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาลใหม่

หลังจากที่พรรคภูมิใจไทยได้ พรรคภูมิใจไทยรับข้อเสนอ พรรคประชาชน แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเชิญพรรคการเมืองต่างๆ มาร่วมหารือและขอรับการสนับสนุนในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาถึงนโยบายและภารกิจหลักของรัฐบาลใหม่ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การที่พรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยรับข้อเสนอ พรรคประชาชน ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยการคืนอำนาจให้ประชาชนได้ตัดสินใจทางการเมืองผ่านการเลือกตั้ง

การตัดสินใจของพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ จะมีผลต่อการเมืองไทยในอนาคตอย่างแน่นอน การที่ พรรคภูมิใจไทยรับข้อเสนอ พรรคประชาชน เพื่อการจัดตั้งรัฐบาลนั้น แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาของประเทศ และความมุ่งมั่นในการรักษาระบอบประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการจัดตั้งรัฐบาลและความสามารถในการแก้ไขปัญหาต่างๆ นั้น ยังคงต้องขึ้นอยู่กับการร่วมมือของทุกฝ่าย

การเมืองไทยยังคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะการ พรรคภูมิใจไทยรับข้อเสนอ พรรคประชาชน เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น และยังมีอีกหลายขั้นตอนที่ต้องดำเนินการต่อไป เพื่อให้การเมืองไทยกลับคืนสู่ความมั่นคงและสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

ที่มา – “พรรคภูมิใจไทย” ตอบรับข้อเสนอ-เงื่อนไข “พรรคประชาชน” จัดตั้งรัฐบาลใหม่

อนุทินดอดพบเท้ง ลุ้นเสียงโหวตนายกฯ

อนุทิน เดินทางมาถึงพรรคประชาชนแล้ว แต่ยังอุบไต๋ไม่ตอบสื่อมวลชน โดยบอกเพียงว่า ขอคุยเงื่อนไขกับหัวหน้าพรรคประชาชนก่อน

วันที่ 29 ส.ค. 68 มีรายงานว่า ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ต่อมา เวลา 17.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และนายภารดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทยเดินทางมาถึงพรรคประชาชน ท่ามกลางบรรยากาศสื่อมวลชนแทบทุกสำนัก ที่ยืนรอเกาะติดสถานการณ์อยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่ลงจากรถ นายอนุทิน บอกผู้สื่อข่าวว่า มีนัดหารือกับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มาขอเสียงโหวตหนุนเป็นนายกฯ ใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ขอขึ้นไปพบท่านหัวหน้าพรรคประชาชนก่อน และพร้อมรับข้อเสนอพรรคประชาชนหรือไม่นั้น ขอคุยกับนายณัฐพงษ์ หัวหน้าพรรคก่อน

เมื่อถามย้ำอีกถึงเงื่อนไขที่พรรคประชาชนขอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนการเลือกตั้งใหม่ นายอนุทินกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเห็นว่าควรแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางมาตราที่มันไม่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ส่วนเงื่อนไขการยุบสภาฯ ภายใน 4 เดือน รับได้หรือไม่นั้น นายอนุทินตอบว่า พอมีปัญหาทางการเมืองอะไรแบบนี้ การคืนอำนาจให้ประชาชนก็เป็นสิ่งที่ควรกระทำ.

อนุทิน ดอดคุยกับ “เท้ง” ที่พรรคประชาชน อุบไต๋ขอเสียงโหวตนายกฯ

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงร้อนระอุอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางไปที่พรรคประชาชน ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนและการจับจ้องของประชาชน

อนุทิน เดินทางไปพรรคประชาชนทำไม?

คำถามที่หลายคนอยากรู้คือ การเดินทางไปพรรคประชาชนของ นายอนุทิน ในครั้งนี้ มีจุดประสงค์อะไรกันแน่? เป็นเพียงการพูดคุยหารือตามปกติ หรือมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่?

แน่นอนว่า ประเด็นสำคัญที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ เรื่องของการขอเสียงสนับสนุนในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หลังจากที่สถานการณ์ทางการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การที่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคขนาดใหญ่ เดินทางไปพบกับพรรคประชาชน จึงถูกตีความได้ว่า เป็นการดำเนินการเพื่อแสวงหาแนวร่วมและเสียงสนับสนุน

อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ยังคงอุบไต๋ ไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดของการพูดคุย โดยให้เหตุผลว่า ต้องการที่จะพูดคุยกับหัวหน้าพรรคประชาชนก่อน ซึ่งทำให้สถานการณ์ยิ่งดูน่าติดตามและชวนให้สงสัยมากยิ่งขึ้น

การเคลื่อนไหวทางการเมืองของอนุทินในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปรับตัวและแสวงหาโอกาสท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ท้ายที่สุดแล้ว จะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้หรือไม่ ก็คงต้องติดตามดูกันต่อไป

สิ่งที่น่าสนใจคือ ท่าทีของพรรคประชาชน จะมีเงื่อนไขหรือข้อเสนออะไรในการที่จะให้การสนับสนุนอนุทิน หรือพรรคภูมิใจไทย หรือไม่? ประเด็นนี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะชี้วัดอนาคตทางการเมืองของอนุทินและพรรคภูมิใจไทยได้เช่นกัน

การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และการเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาได้ยาก การที่นักการเมืองต้องปรับตัวและแสวงหาแนวร่วมอยู่เสมอ จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก เพื่อให้การเมืองเป็นไปในทิศทางที่สร้างสรรค์และยั่งยืน

การที่ อนุทิน ดอดคุยกับ “เท้ง” ที่พรรคประชาชน อุบไต๋ขอเสียงโหวตนายกฯ แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันทางการเมืองที่เข้มข้น และการแสวงหาพันธมิตรเพื่อสร้างความได้เปรียบ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ การดำเนินการทุกอย่างด้วยความโปร่งใส และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ

ที่มา – “อนุทิน” ไวจัด ดอดคุยกับ “เท้ง” ที่พรรคประชาชน อุบไต๋ขอเสียงโหวตนายกฯ

อนุทินหารือพรรคประชาชน อย่างเป็นทางการแล้ว

“อนุทิน” พร้อม “ไชยชนก-ภราดร” ตัวแทนจาก “พรรคภูมิใจไทย” เดินทางไปหารือ “พรรคประชาชน” อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา

บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย เผยว่า ภายหลังจากการที่ได้ฟังคำแถลงจากหัวหน้าพรรคประชาชนในการพูดถึงเงื่อนไขในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายไชยชนก ชิดชอบ และ ภราดร ปริศนานันทกุล จะเดินทางไปที่ทำการของพรรคประชาชน เพื่อพูดคุยอย่างเป็นทางการ กับหัวหน้าพรรคประชาชนและคณะผู้บริหารของพรรค

ทั้งนี้ ในการที่ทั้ง 3 ท่านเดินทางไปพูดคุยกับพรรคประชาชนนั้น ทางสมาชิกพรรคภูมิใจไทยได้มีการพูดคุยกันและมีมติพรรค ที่ให้ทั้ง 3 ท่านไปพูดคุยกับพรรคประชาชนในวันนี้ โดยสมาชิกจะยังคงปักหลักอยู่ที่พรรคภูมิใจไทยจนกว่าจะมีคำแถลงการยืนยันอีกครั้งจากหัวหน้าพรรค

อนุทินหารือพรรคประชาชน อย่างเป็นทางการ

การเดินทางไปหารือ “พรรคประชาชน” อย่างเป็นทางการของนายอนุทินและคณะในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล หลังจากที่พรรคภูมิใจไทยได้รับฟังเงื่อนไขและข้อเสนอต่างๆ จากพรรคประชาชน การพูดคุยในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำความเข้าใจและหาจุดร่วมที่ทั้งสองฝ่ายสามารถยอมรับได้ เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลที่มั่นคงและมีเสถียรภาพ

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การที่พรรคการเมืองต่างๆ หันมาพูดคุยเจรจากันอย่างเปิดเผยและจริงใจ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการหาทางออกร่วมกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน การหารือระหว่าง “อนุทิน” ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย กับ “พรรคประชาชน” จึงเป็นที่จับตามองของทุกฝ่าย และคาดหวังว่าจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในเร็ววัน

อนาคตการเมืองไทยหลังอนุทินหารือพรรคประชาชน

การหารือระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน จะส่งผลต่อทิศทางทางการเมืองไทยอย่างไร? เป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้ การเจรจาต่อรอง การหาจุดร่วม และการประนีประนอม ถือเป็นสิ่งสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลผสมที่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น การที่พรรคภูมิใจไทยแสดงความตั้งใจที่จะพูดคุยกับทุกฝ่ายอย่างเปิดกว้าง เป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาและความท้าทายต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่

อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งรัฐบาลไม่ใช่เรื่องง่าย ยังมีปัจจัยและเงื่อนไขต่างๆ ที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ การตัดสินใจของพรรคการเมืองต่างๆ จะมีผลต่ออนาคตของประเทศในระยะยาว ดังนั้นการหารือระหว่าง “อนุทิน” และ “พรรคประชาชน” จึงต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วนในสังคม

การเมืองไทยยังคงต้องจับตาดูกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ คือการเจรจาและพูดคุยกันด้วยความจริงใจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการหาทางออกให้กับประเทศ

ที่มา – “อนุทิน” ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย ไปหารือ “พรรคประชาชน” อย่างเป็นทางการ

Scroll to top