นายกฯ หนู

อนุทิน เผยเจอ ทักษิณ ก็ต้องกราบตัก บอก 4 นายกฯ คนคุ้นเคยกันทั้งนั้น

อนุทิน เผยเจอ ทักษิณ ก็ต้องกราบตัก บอก 4 นายกฯ คนคุ้นเคยกันทั้งนั้น

กลายเป็นภาพที่ถูกพูดถึงในแวดวงการเมืองอย่างมาก สำหรับเหตุการณ์ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เข้ากราบตักนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระหว่างการเดินทางไปร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมนายเกรียง กัลป์ตินันท์ ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเหตุการณ์นี้ถือเป็นการรวมตัวของ 4 นายกรัฐมนตรีในที่เดียว ทั้งนายอนุทิน, นายทักษิณ, นางสาวแพทองธาร และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

โดยนายอนุทินได้เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่กลายเป็นประเด็นดังกล่าวว่า อนุทิน เผยเจอ ทักษิณ ก็ต้องกราบตักอยู่แล้ว เพราะตนเองถือว่าเป็นลูกน้องเก่าที่เคยได้รับความเมตตาจากนายทักษิณในสมัยที่เป็นรัฐมนตรีเมื่อปี 2547 การแสดงความเคารพในฐานะผู้อาวุโสจึงเป็นเรื่องปกติและเป็นสิ่งที่ตนเต็มใจทำอย่างยิ่งโดยไม่มีนัยยะทางการเมืองที่ซับซ้อนแต่อย่างใด

บรรยากาศการรวมตัวของ 4 นายกฯ ที่มีความคุ้นเคยกันดี

นอกจากภาพการกราบตักที่เป็นกระแสแล้ว นายอนุทินยังได้ย้ำว่า การพบปะกับบุคคลสำคัญทางการเมืองเหล่านี้เป็นเรื่องของคนคุ้นเคยกันทั้งสิ้น โดยกล่าวว่า อนุทิน เผยเจอ ทักษิณ ก็ต้องกราบตักอยู่แล้ว เพราะทุกคนในที่นั้นต่างมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน การเจอกันครั้งนี้จึงเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นกันเอง

ในส่วนของประเด็นการทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย นายอนุทินได้ให้ความมั่นใจว่าการบริหารราชการแผ่นดินในขณะนี้มีความเข้าขากันได้เป็นอย่างดี โดยระบุถึงรายละเอียดการทำงานร่วมกันว่า:

  • มีความร่วมมือที่ดีในระดับรัฐบาล
  • มีการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นตลอดมา
  • มีรัฐมนตรีจากหลายพรรคที่เข้าขากันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพ อนุทิน เผยเจอ ทักษิณ ก็ต้องกราบตักอยู่แล้ว จะเป็นเพียงการแสดงออกถึงความเคารพส่วนตัว แต่ก็นับว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลที่แน่นแฟ้นขึ้น ซึ่งในทางการเมืองแล้ว ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบุคคลย่อมส่งผลบวกต่อเสถียรภาพและการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลให้เดินหน้าไปได้อย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อ สิ่งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่น่าจับตามองว่าการทำงานของรัฐบาลในยุคนี้จะสามารถสร้างผลงานให้ประชาชนได้ประทับใจมากน้อยเพียงใด

ที่มา – “อนุทิน” เผยเจอ “ทักษิณ” ก็ต้องกราบตักอยู่แล้ว บอก 4 นายกฯ คนคุ้นเคยกันทั้งนั้น

อนุทินไม่รู้ข่าวงูเขียว ย้ำเรื่องขำๆ เย้ยส้มกระโดดงับ

อนุทินไม่รู้ข่าวงูเขียว ย้ำเรื่องขำๆ เย้ยส้มกระโดดงับ

กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวลือเรื่อง “อนุทินไม่รู้ข่าวงูเขียว ย้ำเรื่องขำๆ เย้ยส้มกระโดดงับ” โดยท่านนายกฯ ได้แสดงท่าทีชัดเจนว่าข่าวดังกล่าวไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อย พร้อมกับตั้งคำถามกลับว่าข่าวเหล่านี้มาจากไหนกันแน่

สรุปประเด็นอนุทินไม่รู้ข่าวงูเขียว พร้อมแจงปมไทยลีกคอนเนกชั่น

นายอนุทินได้กล่าวถึงกรณีที่ถูกโยงว่ามีการดึงตัว “งูเขียว” เข้ามาร่วมงานกับพรรคสีน้ำเงิน โดยย้ำว่าเป็นเพียงเรื่องขำขันที่ผู้สื่อข่าวถามขึ้นมาเอง ส่วนประเด็นเรื่องภาพนายเนวิน ชิดชอบ พบกับ สส. พรรคกล้าธรรมที่สนามบอลนั้น นายอนุทินชี้แจงว่าเป็นการทำหน้าที่ประธานสโมสรตามปกติของฤดูกาลแข่งขัน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองแต่อย่างใด

  • นายอนุทินยืนยันว่าไม่ได้มีการดีลกับงูเขียวหรือใครทั้งสิ้น
  • ชี้เป้าภาพที่เห็นในสนามบอลเป็นเพียงมิตรภาพจากการแข่งขันกีฬา
  • หยิบน้ำมันเขียวขึ้นมาโชว์ พร้อมมุกเด็ด “ทาแล้วหัวไม่โน”

ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ ท่านนายกฯ ยังได้โชว์อารมณ์ขันด้วยการหยิบขวดน้ำมันเขียวขึ้นมาให้สื่อมวลชนดู พร้อมกล่าวติดตลกว่า “ทาแล้วหัวไม่โน” เพื่อเป็นการตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยท่านระบุว่าไม่ได้ตั้งใจจะพาดพิงถึงฝ่ายพรรคประชาชนหรือใครเป็นพิเศษ แต่แปลกใจที่อีกฝ่ายมักจะ “อนุทินไม่รู้ข่าวงูเขียว ย้ำเรื่องขำๆ เย้ยส้มกระโดดงับ” โดยการกระโดดออกมาตอบโต้ในสิ่งที่ตนไม่ได้เอ่ยชื่อถึง

นายอนุทินยังได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตและการทำงาน โดยย้ำว่าการมีสติเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และคำสอนที่ว่า “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้” นั้น เป็นหลักการที่ตนยึดถือมาโดยตลอด การโพสต์ข้อความลงโซเชียลมีเดียเป็นเพียงการแชร์หลักการใช้ชีวิต ไม่ได้มีนัยแฝงทางการเมืองเพื่อโจมตีผู้ใด ท่านนายกฯ ทิ้งท้ายด้วยการขอให้ทุกคนใช้สติในการวิเคราะห์ข่าวสาร เพราะบ้านเมืองต้องการความสงบมากกว่าการตีความที่เกินเลยไปไกล

สุดท้ายแล้ว การเมืองไทยมักจะมีสีสันแบบนี้อยู่เสมอ การติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือจึงเป็นเรื่องที่ประชาชนควรให้ความสำคัญมากที่สุดครับ

ที่มา – ไม่รู้ข่าวงูเขียว “อนุทิน” บอกแค่เรื่องขำๆ เย้ยส้มกระโดดงับอีกแล้ว ไม่ได้พูดถึงเขาเลย

ธนกรเผยชาวบ้านขอบคุณ นายกฯ หนู ทำโครงการไทยช่วยไทย พลัส

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆ จากพื้นที่ภาคใต้มาฝากกันครับ เมื่อนายธนกร วังบุญคงชนะ ได้ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และได้มีการพูดถึงกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากประชาชน หลังจากที่รัฐบาลได้ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญอย่าง โครงการไทยช่วยไทย พลัส ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและการจับจ่ายใช้สอยในระดับท้องถิ่นครับ

ธนกรเผยชาวบ้านขอบคุณ นายกฯ หนู ทำโครงการไทยช่วยไทย พลัส

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายธนกรได้พบปะกับพี่น้องประชาชนและเหล่าพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งส่วนใหญ่สะท้อนเสียงเดียวกันว่ามาตรการที่รัฐบาลผลักดันนั้นช่วยเหลือได้จริง โดยเฉพาะ โครงการไทยช่วยไทย พลัส ที่เข้ามาช่วยเติมเต็มสภาพคล่องให้กับเศรษฐกิจชุมชน ทำให้เม็ดเงินกระจายสู่รายย่อยได้อย่างชัดเจนครับ

ศักยภาพบริการสาธารณสุขและโครงการไทยช่วยไทย พลัส

นอกจากเรื่องเศรษฐกิจแล้ว นายธนกรยังได้เยี่ยมชมโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพชาวใต้ โดยนายธนกรได้ชื่นชมความทุ่มเทของทีมแพทย์และบุคลากรทุกคน โดยมองว่าจุดแข็งของพื้นที่ต้องมาคู่กับการพัฒนาปากท้อง ดังที่เห็นผลสำเร็จจาก โครงการไทยช่วยไทย พลัส ที่นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ตั้งใจผลักดันอย่างเต็มที่ครับ

  • ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในจังหวัดนครศรีธรรมราช
  • ลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
  • เพิ่มโอกาสให้คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นผ่านโครงการภาครัฐ

จากสถานการณ์นี้ เราจะเห็นได้ว่าการดำเนินนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริงนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก การที่ประชาชนเข้าถึงสิทธิประโยชน์จากภาครัฐได้ง่ายขึ้น ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศไทยให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืนครับ ผมเชื่อว่าหากมีการผลักดันนโยบายต่อเนื่องแบบนี้อีก อนาคตเศรษฐกิจฐานรากของไทยจะเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นแน่นอนครับ

ที่มา – “ธนกร” เผย ชาวบ้านฝากขอบคุณ “นายกฯ หนู” ทำโครงการไทยช่วยไทย พลัส

“ยศชนัน” ประกาศพร้อมนายกฯ “เต้น” ชี้ก๊กแดงรอด

สวัสดีครับพี่น้องทุกท่านที่ชื่นชอบข่าวการเมืองร้อนๆ วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นสุดฮอตกันเลย “ยศชนัน” ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ- “เต้น” บอกก๊กเดียวที่รอดคือสีแดง พรรคเพื่อไทยปิดทัวร์อีสานสุดมันส์ 3 วัน 8 จังหวัด 16 เวที แฟนๆ เสื้อแดงแห่ต้อนรับแน่นขนัด ลุ้นโค้งสุดท้ายเลือกตั้งใหญ่!

“ยศชนัน” ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ- “เต้น” บอกก๊กเดียวที่รอดคือสีแดง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 4 ก.พ. 2569 ที่โรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เดินทางมาพบปะพี่น้องประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ เขต 2-5 ทั้งเบอร์ 5,7,1,5 กันเลยครับ บรรยากาศคึกคักมาก

ยศชนันปราศรัยสุดซึ้ง บอกว่า “วันนี้เอาหัวใจมาหล่นที่สุรินทร์เรียบร้อย รักสุรินทร์มาก ทุกคนมารอ ตนคือตัวแทนที่ทุกคนรอคอย มีทั้งเสื้อแดงที่ต่อสู้ด้วยกัน เลือดใหม่เพื่อไทย สายเลือดไทยรักไทย พลังประชาชน ยืนหยัดมาตลอดชีวิต เพียงแต่ไม่ค่อยออกหน้า วันนี้พร้อมเต็มที่เป็นนายกฯ คนที่ 33” ว้าว! ประกาศกร้าวแบบนี้ แฟนคลับแดงต้องกรี๊ดแน่ๆ

ยศชนัน ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ ที่สุรินทร์ พรรคเพื่อไทยหาเสียงอีสาน

ไม่ใช่แค่พูดเล่นๆ นะครับ ยศชนันสัญญาจะคืนน้ำประปา ถนนดีๆ ให้สุรินทร์ ดูแลราคาพืชผล ปศุสัตว์ ท่องเที่ยว โดยเฉพาะช้างสุรินทร์ที่พร้อมผลักดันเป็นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระบบ “พ่อแม่พี่น้องไม่ต้องห่วง ผมจะดูแลเอง เติมความฝันจากไทยรักไทยสู่เพื่อไทย นโยบายยากแค่ไหน จิตใจเราไม่เปลี่ยน หัวใจคือประชาชน”

ปิดทัวร์อีสานสุดท้ายที่ร้อยเอ็ด นโยบายน้ำ-ยาเสพติดเด็ดขาด

หลังสุรินทร์ คณะยศชนันบุกต่อที่ร้อยเอ็ด 2 อำเภอ วิทยาลัยเทคนิคเกษตรวิสัย และโรงเรียนสุวรรณภูมิวิทยาลัย ปิดจ็อบทัวร์ 8 จังหวัด สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบล ศรีสะเกษ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด ระหว่าง 2-4 ก.พ.2569

ที่ร้อยเอ็ด ยศชนันโชว์แผนบริหารน้ำทั้งระบบ แก้น้ำท่วม-แล้งที่อีสานเจอหนัก “กรมชลประทานดูปกติ แต่ท่วมไม่มีใครดู คลองส่ง-คลองระบายต้องเปลี่ยนทั้งระบบ” ยังเน้นปราบยาเสพติด 1 จังหวัด 1 ศูนย์บำบัด เริ่ม 8 ก.พ.ทันที ปราบสแกมเมอร์ทุนเทาไม่เลิก ด้วยรัฐบาลดิจิทัล

นโยบายสุดเด็ด เศรษฐีเงินล้าน หาเงินนอกระบบเข้าท้องถิ่น ลดอำนาจรัฐ คืนท้องถิ่น ดูแลคนจน เติมเงิน 3,000 บาท กระตุ้นค้าขาย ปักหมุดท่องเที่ยวร้อยเอ็ด “กาเพื่อไทยทั้ง 8 เขต เสียง 1 เสียงเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนประเทศ ไม่มีเวลาแล้ว ช่วยหาเสียงทั้งคนทั้งพรรค!”

ยศชนัน ปราศรัยร้อยเอ็ด โชว์แผนน้ำ พรรคเพื่อไทย

“ณัฐวุฒิ เต้น” ลั่นแดงไม่ใช่ส้ม ไม่ยกนายกฯ ให้อนุทิน

ไฮไลต์อีกมุม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หรือ “เต้น” ขึ้นเวทีบอกชัด การเลือกตั้งนี้สามก๊กสามสี แดง(เพื่อไทย) น้ำเงิน(เพื่อแผ่นดิน?) ส้ม(ภูมิใจไทย) “โค้งสุดท้ายเหลือก๊กเดียว สีแดงเข้าเส้นชัย ถ้าเพื่อไทยที่ 1 จัดตั้งรัฐบาล ยศชนันนายกฯ ไม่มีคนอื่น นายกฯหนูไม่ต้องคอย ถ้าได้ที่ 1 ไม่ยกมือให้อนุทิน นี่แดงไม่ใช่ส้ม!”

เต้นย้ำต้องกาบัตรใบแดง เบอร์ 9 สีชมพู + ส.ส.เขตเพื่อไทยทั้งหมด “อย่าเชื่อพรรคอื่นที่บอกกาเพื่อไทย แต่ส.ส.กาพวกเรา แล้วยกมือให้ คล้ายหลอกเด็ก พรรคเพื่อไทยไม่มีสาขา กาเพื่อไทยทั้งสองใบ”

ฮาขนลุกตอนเล่าเช้าที่ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทยเวทีห่าง 3 กม. “ทางนี้เบอร์ 9 ทางนั้น 37 ชาวบ้านคิด 9+3+7=19 ป็อก 9 กินรอบ! ทุ่มสุดตัว พวกนั้นตกใจ หนีมาโกยสุรินทร์ ท่านนายกฯหนู ต้มได้แค่สีส้ม” สุดยอด!

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ปราศรัย เต้น บอกก๊กแดงรอด พรรคเพื่อไทย
เวทีหาเสียงเพื่อไทย สุรินทร์ ร้อยเอ็ด
ยศชนัน กับแกนนำเพื่อไทย อีสาน
ประชาชนต้อนรับยศชนัน พรรคเพื่อไทยหาเสียง

นโยบายเด่นพรรคเพื่อไทย ทำได้จริง ไม่ขายฝัน

  • จัดการน้ำ: แก้ระบบทั้งประเทศ ท่วมแล้งหมดปัญหา
  • ปราบยาเสพติด: 1 จังหวัด 1 ศูนย์บำบัด เริ่มทันที
  • ปราบสแกม-ทุนเทา: รัฐบาลดิจิทัล จบไม่เลิก
  • เศรษฐีเงินล้าน: เงินนอกระบบสู่ท้องถิ่น ลดอำนาจกลาง คืนประชาชน
  • ดูแลเกษตร-ท่องเที่ยว: ราคาพืชผลดี ช้างสุรินทร์ดังโลก
  • สวัสดิการ: เติมเงินคนจน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

นโยบายแบบนี้แหละที่ประชาชนรอคอย ถามเงินมาจากไหน? จากเศรษฐีเงินล้านนี่แหละ เงินเราต้องอยู่กับเรา!

เห็นด้วยมั้ยครับว่า “ยศชนัน” ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ- “เต้น” บอกก๊กเดียวที่รอดคือสีแดง ทำให้พรรคเพื่อไทยดูแข็งแกร่งสุดๆ ในอีสานฐานเสียงหลัก โค้งสุดท้ายลุ้นระทึก แต่เชื่อว่าสีแดงนำแน่ ในฐานะนักวิเคราะห์การเมือง ผมมองว่านี่คือสัญญาณบวก นโยบายตอบโจทย์ชีวิตจริง

คุณคิดยังไงกับการหาเสียงครั้งนี้? สนใจนโยบายไหน ชอบยศชนันหรือเต้นมั้ย? คอมเมนต์ด้านล่างแชร์ความเห็น ลุ้นผลเลือกตั้งไปด้วยกัน กาเพื่อไทยเปลี่ยนไทยให้ดีขึ้น!

ที่มา – “ยศชนัน” ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ- “เต้น” บอกก๊กเดียวที่รอดคือสีแดง

อนุทินกินข้าวกับลูกหลานวีรชน แวะศรีย่านกินก๋วยเตี๋ยว

“นายกฯ หนู” เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับเด็ก ๆ นั่งเก้าอี้นายกฯ สุดอบอุ่นนั่งร่วมทานข้าวกับลูก ๆ หลาน ๆ วีรชนทหารกล้า จบภารกิจวันเด็ก แวะศรีย่าน กินก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำ แม่ค้าบอกสู้ ๆ ขอให้สานต่อคนละครึ่งพลัส

วันที่ 10 ม.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ร่วมเป็นประธานเปิดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 พร้อม น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา ร่วมกิจกรรม โดยบรรยากาศมีเด็ก ๆ เข้ารุมขอถ่ายภาพ และมีเด็กชายวิ่งเข้ามากอดนายกฯ พร้อมเรียก “ลุงหนู” ซึ่งนายกฯ หัวเราะดีใจ ก่อนอุ้มถ่ายภาพด้วย รวมถึงมีเด็กชายกล่าวกับนายกฯ ว่า “ผมเชียร์ท่านนายกฯ เพราะท่านเด็ดขาด อยากให้เป็นนายกฯ อีกสมัย”

ต่อมาเวลา 12.00 น. ที่ชั้น 1 อาคาร 44 สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) นายกฯ พร้อมภริยา ร่วมรับประทานอาหารเที่ยงกับลูกและครอบครัววีรชนที่เสียสละชีวิตจากเหตุไทย-กัมพูชา จาก 21 ครอบครัว รวม 43 คน โดยมีเมนูอาหาร อาทิ ข้าวผัดทะเล ข้าวผัดปลาสลิดไข่ต้ม ข้าวคลุกกะเพรา สปาเกตตีขี้เมา ไก่บอนชอน เค้ก ซาลาเปา ไอศกรีม โดยนายกฯ นั่งรับประทานอาหารข้างน้องมีสุข บุตรสาวของ จ.ส.อ.ศตวรรษ พร้อมพูดคุยกับน้องมีสุข รวมถึงเรียกลูกชายของ จ.ส.อ.ธีระยุทธ สีจุ้ยจ้าย “บอกมาหาลุง”

ขณะเดียวกัน นายกฯ ได้เยี่ยมชมบูธกิจกรรมต่าง ๆ ทักทายเด็ก ๆ และผู้ปกครอง พร้อมนั่งถ่ายภาพกับเด็ก ๆ ที่บันไดด้านข้างตึกไทยคู่ฟ้า ทั้งนี้ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม มาร่วมกิจกรรมด้วย

จบภารกิจวันเด็ก แวะศรีย่าน กินก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำ แม่ค้าขอให้สานต่อคนละครึ่งพลัส

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายกฯ เสร็จสิ้นภารกิจงานวันเด็กประจำปี 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เดินทางมารับประทานอาหาร เป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านประจำ บริเวณศรีย่าน โดยมีลูกค้า พ่อค้าแม่ค้า ในบริเวณดังกล่าว เข้ามาขอถ่ายรูปนายกฯ และส่วนใหญ่ขอให้นายกฯ สู้ ๆ

โดยบางช่วงมีแม่ค้าบอกกับนายกฯ ว่า 2,400 บาท ยังไม่ได้เลย อยากให้สานต่อโครงการคนละครึ่งพลัส

อนุทิน ร่วมวงทานข้าวกับลูก ๆ หลาน ๆ วีรชนทหารกล้า ก่อนแวะศรีย่าน กินก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำ

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล เกิดภาพที่น่าประทับใจ เมื่อนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ พร้อมทั้งเปิดทำเนียบต้อนรับเด็ก ๆ อย่างอบอุ่น ไฮไลท์สำคัญคือการที่นายกฯ อนุทินได้ร่วมวงทานข้าวกับลูก ๆ หลาน ๆ วีรชนทหารกล้า เพื่อเป็นการให้เกียรติและระลึกถึงความเสียสละของบรรพบุรุษ

หลังเสร็จสิ้นภารกิจวันเด็ก นายกฯ อนุทิน ได้เดินทางไปยังศรีย่าน เพื่อรับประทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านโปรด ซึ่งเป็นภาพที่คุ้นตาของชาวศรีย่าน และแสดงให้เห็นถึงความติดดินเป็นกันเองของท่านนายกฯ

ทำไมนายกฯ อนุทิน ถึงแวะศรีย่าน กินก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำ?

การที่นายกฯ อนุทิน แวะไปรับประทานก๋วยเตี๋ยวที่ศรีย่าน ไม่ได้เป็นเพียงการทานอาหารธรรมดา แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความผูกพันกับประชาชนในพื้นที่ และการสนับสนุนร้านค้าท้องถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่นายกฯ อนุทิน ให้ความสำคัญมาโดยตลอด นอกจากนี้ ยังเป็นการพักผ่อนอิริยาบถจากการทำงานหนักอีกด้วย

สำหรับบรรยากาศที่ร้านก๋วยเตี๋ยวในวันนั้น เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนต่างเข้ามาทักทายและให้กำลังใจนายกฯ อนุทิน พร้อมทั้งฝากความหวังถึงโครงการคนละครึ่งพลัส ที่ต้องการให้สานต่อเพื่อช่วยเหลือและกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก

การลงพื้นที่ของนายกฯ อนุทิน ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความเข้าใจในปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง และเป็นสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลพร้อมที่จะรับฟังและแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด

อนาคตของโครงการคนละครึ่งพลัสยังคงต้องติดตามกันต่อไป แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของโครงการนี้ในการช่วยเหลือประชาชน และพร้อมที่จะพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้โครงการนี้สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน อนุทิน ร่วมวงทานข้าวกับลูก ๆ หลาน ๆ วีรชนทหารกล้า ก่อนแวะศรีย่าน กินก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำ สะท้อนภาพลักษณ์ที่เข้าถึงประชาชน

การที่นายกฯ อนุทิน ได้ร่วมวงทานข้าวกับลูก ๆ หลาน ๆ วีรชนทหารกล้า ก่อนแวะศรีย่าน กินก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำ เป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของผู้นำประเทศต่อผู้ที่เสียสละเพื่อชาติ และความใกล้ชิดกับประชาชนในทุกระดับชั้น นี่คือสิ่งที่ประชาชนต้องการจากผู้นำ และเป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นในรัฐบาลได้เป็นอย่างดี

ที่มา – “อนุทิน” ร่วมวงทานข้าวกับลูก ๆ หลาน ๆ วีรชนทหารกล้า ก่อนแวะศรีย่าน กินก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำ

“อนุทิน” ขอบคุณคนใจดี มอบอาหาร ตอบแทนเพื่อชาติ

“อนุทิน” ขอบคุณคนใจดี มอบอาหาร ขนม และผลไม้ ขอตอบแทนด้วยคำสัญญาทำเพื่อชาติและประชาชน เรื่องราวอบอุ่นหัวใจที่เกิดขึ้นเมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้รับน้ำใจจากประชาชนขณะไปรับประทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อ

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 เวลา 12.17 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โพสต์ภาพอาหารและขนมมากมายที่ได้รับจากประชาชนผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมข้อความที่แสดงถึงความซาบซึ้งในน้ำใจของประชาชน

ข้อความบนเฟซบุ๊กของนายอนุทินระบุว่า “ไปนั่งกินเตี๋ยวเนื้อแถวศรีย่าน พอจะขึ้นรถก็มีผู้ใจดีวิ่งเอาอาหาร ขนมและผลไม้มาฝาก อยากบอกว่ารู้สึกปลื้มใจ ชื่นใจจริงๆ วันนี้ยอมน้ำหนักขึ้นกะจะฟาดให้เรียบ และขอตอบแทนความเมตตาที่ทุกท่านมอบให้ลูกนกลูกกาคนนี้ด้วยคำสัญญาว่าจะทำทุกอย่างในความสามารถที่มีอยู่เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชนจนสุดชีวิต พวกท่านได้จ่ายค่าจ้างให้แล้วในรูปแบบของขนมบ้าบิ่น ทุเรียน หมูแผ่น และฝรั่งดอง ที่เหลือเป็นหน้าที่ของพวกผมแล้วครับ กราบขอบพระคุณในความเมตตานะครับ กราบๆๆๆๆๆ #น้ําตาจิไหล”

น้ำใจจากประชาชนที่มอบให้กับนายกรัฐมนตรีนั้น แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้นำและประชาชน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อรัฐบาลในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น“อนุทิน” ขอบคุณคนใจดี มอบอาหาร ตอบแทนเพื่อชาติ

การได้รับอาหารและขนมจากประชาชนในครั้งนี้ ถือเป็นกำลังใจสำคัญที่ช่วยผลักดันให้นายอนุทินและคณะรัฐมนตรี มุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ สมกับความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้

เรื่องราวนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การที่นายกรัฐมนตรีได้รับของฝากจากประชาชนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการให้ การแบ่งปัน และการแสดงความขอบคุณที่มีอยู่ในสังคมไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การรักษาและส่งเสริมต่อไป

น้ำใจคนไทย: “อนุทิน” ขอบคุณคนใจดีที่มอบอาหาร

การที่ประชาชนมอบอาหาร ขนม และผลไม้ให้กับนายกรัฐมนตรีนั้น อาจมองได้หลายมุม ทั้งในแง่ของการแสดงความสนับสนุน การให้กำลังใจ หรือแม้แต่การแสดงออกถึงความรักและความห่วงใยที่มีต่อผู้นำประเทศ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่นายอนุทินได้รับรู้ถึงความรู้สึกดีๆ เหล่านี้ และพร้อมที่จะตอบแทนด้วยการทำงานอย่างหนักเพื่อพัฒนาประเทศให้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เรื่องราวดังกล่าวยังเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุกคน ตระหนักถึงความสำคัญของการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน การเข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชน และการทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านั้นอย่างเต็มที่ เพราะท้ายที่สุดแล้ว เป้าหมายสูงสุดของการทำงานทางการเมืองก็คือการสร้างประโยชน์สุขให้กับประชาชนและประเทศชาติ

“อนุทิน” ขอบคุณคนใจดี ที่ทำให้เห็นถึงความงดงามของสังคมไทยที่เต็มไปด้วยน้ำใจและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญในการพัฒนาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

มาร่วมส่งกำลังใจให้นายอนุทินและคณะรัฐมนตรี ทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป เพื่อสร้างสังคมไทยที่น่าอยู่และเจริญก้าวหน้า

ที่มา – “อนุทิน” ขอบคุณคนใจดีมอบอาหาร-ขนม ขอตอบแทนด้วยคำสัญญาทำเพื่อชาติ-ประชาชน

ด่วน! “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” ลาออก สส.เพื่อไทย จ่อ รมช.

“ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือลาออกจาก สส. แล้ว คาดว่าจะได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลอนุทิน 1 หลังนำ สส. กลุ่มหนึ่งสนับสนุนโหวตให้นายกฯ

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้รับเรื่องไว้เมื่อเวลา 10.32 น. เนื้อหาในหนังสือลาออกระบุว่า

“ด้วยกระผมนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย เลขประจำตัวสมาชิก 364 มีความประสงค์ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2568 เป็นต้นไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ นายศักดิ์ดา ได้นำกลุ่มเพื่อน สส. พรรคเพื่อไทย จำนวน 8 คน เข้าร่วมสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี และล่าสุดมีชื่อของนายศักดิ์ดา ติดอยู่ในรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) การลาออกของนายศักดิ์ดา จะนำไปสู่การเลือกตั้งซ่อม เนื่องจากเป็นการลาออกจากตำแหน่ง สส. แบบแบ่งเขต

“ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” ลาออก สส.เพื่อไทยแล้ว

การตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง สส. ของ “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” ในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แม้ว่าการลาออกจะทำให้ต้องมีการเลือกตั้งซ่อมเกิดขึ้น แต่ก็เป็นไปตามกระบวนการเพื่อให้สามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้อย่างเต็มตัว

ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยของ “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์”

การคาดหมายว่านาย“ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” จะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น เป็นผลมาจากการสนับสนุนของเขาที่มีต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตำแหน่งนี้ถือเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญอย่างมากในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปกครองท้องที่ การรักษาความสงบเรียบร้อย และการพัฒนาชุมชน

บทบาทของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) นั้น คาดว่าจะเน้นไปที่การสนับสนุนการทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ รวมถึงการกำกับดูแลหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาประเทศ

จับตาดูบทบาทและความเคลื่อนไหวของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ หลังจากเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าจะมีนโยบายและแนวทางการทำงานอย่างไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ

อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนทางการเมืองครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อพรรคเพื่อไทยเอง และต่อการบริหารประเทศโดยรวม

ที่มา – “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” ยื่นลาออก สส.เพื่อไทยแล้ว คาดจ่อนั่ง รมช.มหาดไทย

“อนุทิน” เผยพรุ่งนี้ ทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย

“อนุทิน” เผยพรุ่งนี้ ทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย “เศรษฐา” ส่งแจกันดอกไม้ร่วมยินดี

“นายกฯ หนู” เผย พรุ่งนี้จะทำเอกสาร “ครม.อนุทิน 1” ให้เรียบร้อย ไม่ได้เข้าพรรคภูมิใจไทย ด้าน “เศรษฐา” ส่งแจกันดอกไม้แสดงความยินดี

เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 7 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยสั้นๆ ว่า วันพรุ่งนี้ (8 กันยายน 2568) จะทำเอกสารเรื่องคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เรียบร้อย และอาจจะไม่ได้เดินทางเข้ามายังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ก่อนจะเดินต่อไปยังร้านจานิสตาร์ ร้านกาแฟของ จ๋า ธนนนท์ นิรามิษ ภริยานายกรัฐมนตรี และบอกว่า “ยังไม่ได้กินข้าว ขอไปกินข้าวก่อน”

ต่อมาเวลา 16.45 น. นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และ พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน ภรรยา ได้ส่งแจกันดอกไม้มาแสดงความยินดีให้กับ นายอนุทิน ในการเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ด้วย

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การที่นายอนุทินออกมาเปิดเผยว่าจะทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อยในวันพรุ่งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงในการที่จะนำพาประเทศไปข้างหน้า

นอกจากนี้ การที่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ส่งแจกันดอกไม้มาแสดงความยินดีกับนายอนุทิน ถือเป็นภาพที่น่าประทับใจ และแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักการเมือง แม้จะต่างพรรคต่างขั้ว แต่ก็สามารถร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของชาติบ้านเมืองได้

การทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเริ่มต้นการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดใหม่ การแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาดำรงตำแหน่งต่างๆ ในคณะรัฐมนตรี จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล

สำหรับประชาชนทั่วไป การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เข้าใจถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศ และสามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมืองได้อย่างมีวิจารณญาณ การที่รัฐบาลชุดใหม่สามารถทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อยได้อย่างรวดเร็ว จะเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการทำงาน และความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่

อนุทินเร่ง ทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย

การที่นายอนุทิน เร่งดำเนินการเรื่องเอกสาร ครม. แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และความเข้าใจถึงความสำคัญของการมีคณะรัฐมนตรีที่พร้อมทำงานโดยเร็วที่สุด การที่อดีตนายกฯ เศรษฐาส่งดอกไม้มาแสดงความยินดีก็เป็นภาพที่สวยงามของการเมืองไทย

ความสำคัญของการทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย

  • การเริ่มต้นการทำงานของรัฐบาลใหม่
  • การแต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสม
  • ความเชื่อมั่นของประชาชน

การทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อยไม่ใช่แค่เรื่องของขั้นตอนทางธุรการ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและการเตรียมพร้อมที่จะนำพาประเทศไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ

การเมืองไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ก็มีโอกาสที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ การที่นายอนุทินและนายเศรษฐาส่งสัญญาณที่ดีออกมาเช่นนี้ ก็เป็นสิ่งที่น่าจับตามองว่าอนาคตของการเมืองไทยจะเป็นไปในทิศทางใด

ที่มา – นายกฯ เผย พรุ่งนี้ทำเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย “เศรษฐา” ส่งแจกันดอกไม้ร่วมยินดี

Scroll to top