นายกฯ อิ๊งค์

เพื่อไทยพร้อมโหวต! รับทุกร่าง รธน. หนุนเยียวยาน้ำท่วม 9,000

พรรคเพื่อไทยพร้อมลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ แต่ขอพรรคเป็นร่างหลัก ชี้ได้ ส.ส.ร. ที่ยึดโยงประชาชน ฮั้วยาก และหนุนเยียวยาน้ำท่วมถ้วนหน้า 9,000 บาท เหมือนสมัย “นายกฯ อิ๊งค์”

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวถึงการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหมวด 15 ในวันที่ 14-15 ตุลาคมนี้ ว่า เพื่อให้กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมราบรื่นมากที่สุด เพื่อเปิดทางให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคเพื่อไทยพร้อมลงมติรับหลักการในวาระ 1 ทุกฉบับ และพร้อมโหวตรับทุกร่าง รธน. หนุนเยียวยาน้ำท่วม 9,000

อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยมีข้อห่วงใยกับรายละเอียดในร่างของพรรคภูมิใจไทยอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องที่มาของ ส.ส.ร. ซึ่งมีจุดอ่อนเรื่องความยึดโยงกับประชาชน เนื่องจากผู้เสนอตัวเป็น ส.ส.ร. สามารถเข้าสู่การเลือกของสมาชิกรัฐสภาได้เลยโดยไม่ผ่านกลไกการกลั่นกรองโดยประชาชนผ่านการเลือกตั้งทางตรงก่อน ซึ่งอาจนำไปสู่ “ส.ส.ร.จัดตั้ง” ที่ได้สิทธิเข้ามาร่างรัฐธรรมนูญผ่านกระบวนการฮั้วกัน โดยไม่สนใจคุณสมบัติและความเหมาะสมก็เป็นได้

“ดังนั้น หากสมาชิกรัฐสภาลงมติรับหลักการทั้ง 3 ร่าง พรรคเพื่อไทยจะเสนอขอให้ใช้ร่างของพรรคเพื่อไทยเป็นร่างหลักในการพิจารณาต่อในชั้นของกรรมาธิการ เพื่อให้ร่างที่จะได้ออกมามีความยึดโยงกับประชาชน เราเชื่อว่าภายใต้ข้อจำกัดจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ห้ามให้ประชาชนเลือก ส.ส.ร. โดยตรงนั้น แนวทางของพรรคเพื่อไทยจะเป็นแนวทางที่เป็นไปได้จริง ได้ ส.ส.ร.ที่ยึดโยงกับประชาชน สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของทุกฝ่ายในทางการเมือง การฮั้วกันทำได้ยาก และไม่มีฝ่ายใดสามารถผูกขาดความเป็นเสียงข้างมากได้”

เพื่อไทยพร้อมโหวตรับทุกร่าง รธน. หนุนเยียวยาน้ำท่วม 9,000 ถ้วนหน้า

นอกจากนี้ รองโฆษกพรรคเพื่อไทยยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งอนุมัติวงเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยรอบล่าสุดจากอิทธิพลพายุบัวลอย ในกรอบไม่น้อยกว่าครัวเรือนละ 9,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยเคยอนุมัติไว้

ล่าสุดมีข่าวว่า รองนายกรัฐมนตรีจะเสนอให้มีการปรับเงินชดเชยเยียวยาน้ำท่วมเป็น 9,000 บาททุกกรณี ก่อนที่จะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ในวันที่ 14 ตุลาคมนี้

“พรรคเพื่อไทยสนับสนุนอย่างยิ่งที่จะมีการปรับหลักเกณฑ์การเยียวยาจากน้ำท่วมนี้ เป็น 9,000 บาทต่อครัวเรือนถ้วนหน้า เท่ากันกับที่เคยอนุมัติในคณะรัฐมนตรีสมัยรัฐบาล น.ส.แพทองธาร เพราะเงินเยียวยานี้ต้องสอดคล้องกับสถานการณ์จริงที่ค่าครองชีพสูงขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะเร่งอนุมัติและจ่ายเงินเยียวยาให้ประชาชนโดยเร็ว”

สนับสนุนเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาทถ้วนหน้า

พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประสบอุทกภัย การเยียวยาด้วยเงิน 9,000 บาทถ้วนหน้า จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและสามารถนำไปใช้ในการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินได้

การแก้ไขรัฐธรรมนูญและการเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป พรรคเพื่อไทยมุ่งมั่นที่จะผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างสังคมที่เป็นธรรมและยั่งยืน

พรรคเพื่อไทยยังคงยืนยันในหลักการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประเทศมีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น และพร้อมที่จะสนับสนุนทุกมาตรการที่จะช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การตัดสินใจของรัฐบาลในการอนุมัติเงินเยียวยาจะเป็นการส่งสัญญาณที่ดีต่อประชาชนว่ารัฐบาลมีความใส่ใจและพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการอนุมัติและจ่ายเงินเยียวยาอย่างรวดเร็วเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด และพรรคเพื่อไทยยังคงพร้อมโหวตรับทุกร่าง รธน. หนุนเยียวยาน้ำท่วม 9,000 อย่างเต็มที่

เพื่อไทยพร้อมโหวตรับทุกร่าง รธน. หนุนเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาทถ้วนหน้า เพราะเราเชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญควบคู่กันไป นี่คือความมุ่งมั่นของพรรคเพื่อไทยในการสร้างสังคมที่ดีกว่าสำหรับทุกคน

ที่มา – พร้อมโหวตรับทุกร่าง รธน. “เพื่อไทย” ขอเป็นร่างหลัก หนุนเยียวยาน้ำท่วม 9,000 ถ้วนหน้า

อิ๊งค์ โพสต์รูปคู่ทักษิณ เขียนแคปชั่นสั้นๆ “พ่อ”

“แพทองธาร” เดินทางเข้าพรรค “เพื่อไทย” เพื่อร่วมประชุม สส. ประจำสัปดาห์ โดยไม่ได้ตอบคำถามสื่อมวลชน ได้แต่พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะโพสต์รูปภาพคู่กับ “ทักษิณ” ลงในอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมเขียนแคปชั่นสั้นๆ แต่มีความหมายลึกซึ้งว่า “พ่อ” สร้างความประทับใจให้กับผู้ติดตามเป็นอย่างมาก

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 เวลา 14.10 น. ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางมาถึงเพื่อเข้าร่วมการประชุม สส. ประจำสัปดาห์ น.ส.แพทองธาร มีสีหน้าสงบนิ่ง โดยมีรัฐมนตรีหลายท่าน อาทิ น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, และนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง มารอต้อนรับ

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงบรรยากาศการประชุมในวันนี้ (9 ก.ย.) ว่าจะมีการให้กำลังใจ สส. พรรคเพื่อไทยอย่างไรบ้าง แต่ น.ส.แพทองธาร เพียงแต่พยักหน้าตอบรับกับสื่อมวลชนเท่านั้น ผู้สื่อข่าวยังได้สอบถามเพิ่มเติมว่าได้เดินทางไปส่งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าเรือนจำหรือไม่ และกำลังใจของนายทักษิณเป็นอย่างไรบ้าง น.ส.แพทองธาร ก็ไม่ได้ตอบคำถามเช่นกัน ก่อนที่จะเดินขึ้นไปยังห้องประชุมทันที

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า การเดินทางมายังพรรคเพื่อไทยวันนี้ น.ส.แพทองธาร มาพร้อมกับ นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี

ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลา 14.26 น. นางสาวแพทองธารได้โพสต์รูปภาพคู่กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งเขียนแคปชั่นน่ารักๆ ว่า “พ่อ” พร้อมติดแฮชแท็ก #9sep2025 ซึ่งเป็นช่วงเวลาภายหลังจากที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุก 1 ปี ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยให้เริ่มนับโทษใหม่จนกว่าจะครบ 1 ปี และให้นำตัวไปควบคุมยังเรือนจำทันที สังเกตได้ว่าชุดที่นางสาวแพทองธารสวมใส่ในวันนี้เป็นชุดเดียวกับที่ใส่เดินทางไปยังศาลฎีกา

อิ๊งค์ โพสต์รูปคู่ทักษิณ เขียนแคปชั่นสั้นๆ “พ่อ”

การกระทำของ น.ส.แพทองธาร ที่โพสต์รูปคู่ “ทักษิณ” เขียนแคปชั่นสั้นๆ “พ่อ” แสดงให้เห็นถึงความรักและความผูกพันในครอบครัว แม้ว่านายทักษิณจะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ความหมายของการโพสต์รูปคู่ “ทักษิณ” เขียนแคปชั่นสั้นๆ “พ่อ”

การโพสต์รูปภาพดังกล่าวอาจมีความหมายหลายอย่าง นอกเหนือจากความรักใคร่ในครอบครัว อาจเป็นการส่งสัญญาณไปยังกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยว่า นายทักษิณยังคงเป็นที่รักและเคารพของครอบครัวชินวัตร และยังคงเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของพรรคเพื่อไทย

  • เป็นการแสดงความรักและความผูกพันในครอบครัว
  • เป็นการส่งกำลังใจให้นายทักษิณ
  • เป็นการสื่อสารกับกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย

อนึ่ง การไม่ตอบคำถามของสื่อมวลชนของ น.ส.แพทองธาร ขณะเดินทางเข้าประชุมพรรคเพื่อไทย อาจเป็นเพราะต้องการหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อรูปคดี หรืออาจเป็นเพราะต้องการเก็บข้อมูลบางอย่างไว้เพื่อหารือภายในพรรคก่อนที่จะแถลงต่อสาธารณชน

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน การเคลื่อนไหวของนักการเมืองและพรรคการเมืองต่างๆ จำเป็นต้องได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจถึงทิศทางและอนาคตของประเทศไทย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว และความผูกพันที่มีต่อบุคคลอันเป็นที่รัก แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก กำลังใจจากคนในครอบครัวก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราก้าวผ่านอุปสรรคไปได้

ที่มา – “อิ๊งค์” โพสต์รูปคู่ “ทักษิณ” เขียนแคปชั่นสั้นๆ “พ่อ” ไม่ตอบสื่อขณะเข้าประชุมเพื่อไทย

วราวุธเผย เพื่อไทยยังไม่ส่งสัญญาณพรรคร่วมรัฐบาล

“วราวุธ” เผย เพื่อไทยยังไม่ส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาล คาดรอฟังศาล 29 ส.ค. ก่อน

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ส่งสัญญาณใดๆ ถึงพรรคร่วมรัฐบาล โดยคาดว่าจะรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 29 สิงหาคมนี้เสียก่อน

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการวินิจฉัยคดีคลิปเสียงสนทนาของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

นายวราวุธกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณใดๆ จากทางฝั่งพรรคเพื่อไทย และก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีการพูดคุยกันในเรื่องนี้หรือไม่ นอกจากนี้ ยังไม่มีแนวทางหรือสัญญาณใดๆ ที่เกี่ยวกับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ โดยคาดว่าหลังจากวันที่ 29 สิงหาคมไปแล้ว จะมีการหารือกันถึงเรื่องนี้

สถานการณ์ทางการเมืองล่าสุด และท่าทีของพรรคชาติไทยพัฒนา

สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลได้ พรรคชาติไทยพัฒนาซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่ง จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

นายวราวุธกล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนายังคงสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่ และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ เพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ อย่างไรก็ตาม พรรคก็จำเป็นต้องพิจารณาถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ และหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป พรรคก็พร้อมที่จะปรับท่าทีให้เหมาะสม

การที่พรรคเพื่อไทยยังไม่ส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาล อาจเป็นเพราะต้องการรอฟังผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อน เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดท่าทีที่เหมาะสม นอกจากนี้ อาจเป็นเพราะพรรคเพื่อไทยต้องการที่จะรักษาความเป็นเอกภาพภายในพรรค และหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น

  • การรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีความสำคัญ
  • พรรคชาติไทยพัฒนาพร้อมสนับสนุนรัฐบาล
  • ต้องพิจารณาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

อนาคตของรัฐบาล และบทบาทของพรรคร่วมรัฐบาล

อนาคตของรัฐบาลขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำของนายกรัฐมนตรีไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ รัฐบาลก็จะสามารถบริหารประเทศต่อไปได้ แต่หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำของนายกรัฐมนตรีขัดต่อรัฐธรรมนูญ รัฐบาลก็อาจต้องยุติบทบาทลง

ไม่ว่าผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร พรรคร่วมรัฐบาลก็มีบทบาทสำคัญในการกำหนดอนาคตของประเทศชาติ พรรคร่วมรัฐบาลจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ และสร้างความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองให้กับประชาชน

การที่วราวุธออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ แสดงให้เห็นถึงความกังวลของพรรคชาติไทยพัฒนาต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และเป็นการส่งสัญญาณไปยังพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงไป

การที่เพื่อไทยยังไม่ส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาล อาจทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเมืองมากขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและประชาชน ดังนั้น การที่พรรคร่วมรัฐบาลจะหารือกันเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์และกำหนดท่าทีร่วมกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ

การที่พรรคเพื่อไทยยังไม่ส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาลนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน และความท้าทายที่รัฐบาลกำลังเผชิญอยู่ การที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – “วราวุธ” เผย เพื่อไทยยังไม่ส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาล คาดรอฟังศาล 29 ส.ค. ก่อน

“โรม” จี้ “แพทองธาร” ไร้ความรับผิดชอบ เอากัมพูชาขึ้นศาล!

“รังสิมันต์ โรม” สวด “นายกฯ อิ๊งค์” ไร้สปิริต จี้กระทรวงการต่างประเทศทำงานเชิงรุกและเอากัมพูชาขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ เอาผิดเรื่องโจมตีเป้าหมายพลเรือนและคอลเซ็นเตอร์

วันที่ 19 ส.ค. 2568 ที่อาคารรัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีคลิปเสียง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และ รมว.วัฒนธรรม สนทนากับสมเด็จฮุน เซน วันที่ 21 ส.ค. ว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่จะใช้นิติสงครามใดๆ และต้องยอมรับว่านายกฯ ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองที่ได้สัดส่วนกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากคลิปเสียง เราต้องการนักการเมืองที่กล้าหาญมากกว่านี้ ปัญหาหลายอย่างแก้ไม่ตก ท่านไม่รู้จักคำว่าความรับผิดชอบ บ้านเมืองเรายุ่งเหยิงเกิดปัญหาเสถียรภาพแบบนี้ อยากเห็นนายกฯ แสดงสปิริต แต่ก็คงช้าไปเพราะที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่าท่านไม่ได้มีสปิริตอะไรเลย

นายรังสิมันต์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทหารไทยได้พบโทรศัพท์ของกัมพูชา เผยให้เห็นคลิปการวางทุ่นระเบิด ว่าตอนนี้เรามีแต้มต่อเยอะมาก แต่อยู่ที่ว่าจะใช้หรือไม่ เรื่องการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา กระทรวงการต่างประเทศต้องไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมนานาชาติถึงไม่มีการประณามหรือตำหนิกัมพูชาที่ละเมิดอนุสัญญาในเรื่องนี้ ต้องทำงานเชิงรุกต่อไป กระทรวงการต่างประเทศเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จะเสียเชิง มากไปกว่านั้น อีกทั้งต้องพากัมพูชาไปศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ดำเนินการเอาผิดได้ทั้งมิติคอลเซ็นเตอร์ การโจมตีเป้าหมายพลเรือน จุดนี้จะทำให้ไทยได้เปรียบ ถามรัฐตั้งใจยั้งมือหรือกลัวคลิปเสียง

เมื่อถามว่าการที่มติ สมช. ฟ้องสมเด็จฮุน เซน แค่ภายในประเทศ สะท้อนอะไรบ้าง นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตนคิดว่ามันก็เท่านั้น ทุกคนในฝ่ายความมั่นคงทราบว่ากัมพูชาใช้ไทยเป็นฐานในการฟอกเงิน มีทรัพย์สินจำนวนมากอยู่ในประเทศไทย หากไม่มีการยึดทรัพย์อย่างแท้จริงก็เปล่าประโยชน์ ตนจึงคิดว่าถ้าจะดำเนินการในประเทศก็ทำ แต่ต้องยึดทรัพย์จริงๆ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ต้องเข้าแล้ว วันนี้ ปปง. ยังเงียบทำอะไรอยู่ ต้องนำไปสู่การยึดทรัพย์ยึดไว้ก่อนได้ เห็นความล่าช้าของหน่วยงานรัฐในหลายภาคส่วน เลยสงสัยว่าตกลงจะเอาจริงหรือไม่ หรือกลัวว่าเขาจะมีคลิปเสียงอีกจำนวนมาก วันนี้เราต้องเอาผลประโยชน์ของชาติเป็นหลักก่อน

เมื่อถามอีกว่าการที่รัฐบาลไม่ฟ้องศาล ICC เพราะมีผลประโยชน์กับนักการเมืองไทยหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตนก็เป็นห่วงว่าที่ประเทศไทยยั้งมือ เพราะเรามีผลประโยชน์กับกัมพูชาเยอะหรือไม่ ถ้ามีเยอะก็เป็นไปได้ว่าเขาเอาเรื่องนี้มาต่อรอง ซึ่งรัฐบาลต้องออกมาตอบคำถามเพื่อสร้างความมั่นใจว่าตัวเองไม่มีผลประโยชน์ในเรื่องนี้ เรียนตามตรงว่าผลประโยชน์ของทั้งสองตระกูลก็คงมีมานาน แต่วันนี้ต้องยึดผลประโยชน์ของชาติ รัฐบาลควรยึดผลประโยชน์ของชาติให้มากที่สุด และใช้โอกาสนี้ในการสร้างสันติภาพระยะยาว

“โรม” เฉ่ง “แพทองธาร” ไร้ความรับผิดชอบ จี้ กต. เอากัมพูชาขึ้นศาล ICC

จากกรณีที่นายรังสิมันต์ โรมออกมาวิพากษ์วิจารณ์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศนำประเด็นกัมพูชาขึ้นสู่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) นั้น มีหลายประเด็นที่น่าสนใจและควรพิจารณาอย่างละเอียด

ประเด็นความรับผิดชอบทางการเมืองของ น.ส.แพทองธาร

นายรังสิมันต์ โรมมองว่า น.ส.แพทองธารไม่ได้แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองอย่างเหมาะสมต่อกรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก การที่นักการเมืองระดับสูงถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องความรับผิดชอบ ถือเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ เพราะความไว้วางใจจากประชาชนเป็นสิ่งสำคัญในการบริหารประเทศ

นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ยังกล่าวถึงเรื่องการใช้ไทยเป็นฐานในการฟอกเงินของกัมพูชา ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ หากเป็นเรื่องจริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรดำเนินการตรวจสอบและยึดทรัพย์สินอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำผิดกฎหมาย

ความเห็นของนายรังสิมันต์ในเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจมีระหว่างนักการเมืองไทยและกัมพูชา ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการทางกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา การเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความโปร่งใสและยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลักจึงเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล

การที่นายรังสิมันต์ “โรม” เฉ่ง “แพทองธาร” ไร้ความรับผิดชอบ จี้ กต. เอากัมพูชาขึ้นศาล ICC เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังรัฐบาลให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดและโปร่งใสในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชา เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ประเด็นที่นายรังสิมันต์ยกขึ้นมานั้นมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ตั้งแต่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การบังคับใช้กฎหมาย ไปจนถึงผลประโยชน์ทางการเมือง การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย และที่สำคัญที่สุดคือการยึดมั่นในหลักการของความถูกต้องและโปร่งใส

คำถามสำคัญคือ รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อไปในประเด็นเหล่านี้ และจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้หรือไม่ว่าผลประโยชน์ของชาติจะได้รับการปกป้องอย่างเต็มที่ การติดตามข่าวสารและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลจึงเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคน

การที่ “โรม” ออกมาเรียกร้องให้ เอากัมพูชาขึ้นศาล ICC นั้นเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลดีผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและผลกระทบต่อประชาชนทั้งสองฝ่าย แน่นอนว่าการดำเนินการใดๆ จะต้องเป็นไปตามหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศและคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ

ที่มา – “โรม” เฉ่ง “แพทองธาร” ไร้ความรับผิดชอบ จี้ กต. เอากัมพูชาขึ้นศาล ICC

วปอ.64 ประมูลไม้กอล์ฟ ช่วยทหารชายแดน

นักศึกษา วปอ. นำไม้กอล์ฟ “บิ๊กตู่” ประมูลสมทบช่วยทหารบาดเจ็บ ขณะที่ วปอ.บอ.รุ่นที่ 1 ของนายกฯ อิ๊งค์ มอบ 50,000 บาท รอง ผบ.ทสส. ยันนำไปตอบแทนทหารที่เสียสละ “บิ๊กกุ้ง” ย้ำ พระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยทหารทุกนาย

วันที่ 19 ส.ค. 2568 ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ มีการจัดพิธีมอบความช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บ รวมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงของฐานที่มั่นในการปกป้องอธิปไตย จากเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้รับมอบ รวมมูลค่ากว่า 14,800,000 บาท ขณะที่ในส่วนนักศึกษา วปอ. ในแต่ละรุ่น ได้มอบเงินช่วยเหลือ รวมกว่า 3 ล้านบาท โดย วปอ.64 ที่มี นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานรุ่น วปอ.64 ได้มอบเงินกว่า 776,000 บาท โดยรุ่นดังกล่าวได้มีการจัดระดมทุนหลายทาง เช่น มีการประมูลสิ่งของ หนึ่งในนั้นคือไม้พัตเตอร์ (ไม้กอล์ฟ) ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ ขณะที่ วปอ.บอ.รุ่นที่ 1 รุ่นของ นส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และ รมว.วัฒนธรรม มอบเงิน 50,000 บาท นอกจากนี้ยังมีภาคเอกชน เครือข่ายต่างๆ เช่น มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 1 ล้านบาท และบริษัท ปตท. 5 ล้านบาท เป็นต้น

พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวว่า สิ่งที่เราร่วมใจในวันนี้เพื่อเชิดชูเกียรติตอบแทนคุณงามความดีของกำลังพลผู้เสียสละ โดยมอบสวัสดิการกำลังพลบาดเจ็บทุกท่าน โดยแต่ละนายมีอาการบาดเจ็บสาหัส และหลายนายสูญเสียอวัยวะส่งผลต่อการดำรงชีวิตในอนาคต รวมถึงการพัฒนาขีดความสามารถยุทโธปกรณ์เพื่อการปฏิบัติการพิเศษ เช่น เทคโนโลยีในการพิสูจน์ทราบ เพิ่มความทันสมัยเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องอธิปไตยของฝ่ายเรา และสร้างบังเกอร์ความมั่นคงของฐานที่มั่น เส้นทางปรับปรุงก่อสร้างภูมิประเทศที่สำคัญเช่น ภูมะเขือ รวมถึงการจัดหาระบบโซลาร์เซลล์ กล้องส่องทางไกลอินฟราเรด เมื่อทหารได้รับจะเกิดเป็นสิทธิประโยชน์และเป็นความปลอดภัยในการปฏิบัติงานปกป้องอธิปไตยตามแนวชายแดนต่อไป ความร่วมมือของทุกท่านแสดงให้เห็นถึงความรักความสามัคคีของคนไทยทั้งชาติ ช่วงเวลาสำคัญนี้

วปอ.64 ประมูลไม้กอล์ฟ ช่วยทหารชายแดน

พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า รู้สึกชื่นชมและดีใจที่ประเทศชาติเราเป็นอย่างนี้ คนไทยไม่ทิ้งกัน เหตุการณ์ตลอดแนวชายแดนเกือบ 1,000 กิโลเมตร มีหลายเหตุการณ์ ลูกหลานทหารพยายามทำให้ดีที่สุด ทั้งนี้การสูญเสียพวกเราป้องกันอย่างเข้มงวดทุกระดับชั้น แต่การเข้าตีบางอย่างเราเป็นฝ่ายรุกอาจมีเหตุที่พวกเราบาดเจ็บบ้าง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยทหารทุกนายที่ได้รับผลกระทบ การปฏิบัติด้านยุทธการครั้งนี้ พระองค์ทรงรับเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ทั้งหมด

รู้จักโครงการ วปอ.64 ประมูลไม้กอล์ฟ ช่วยทหารชายแดน

โครงการ วปอ.64 ประมูลไม้กอล์ฟ ช่วยทหารชายแดน เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของคนไทยในการช่วยเหลือทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ การระดมทุนผ่านการประมูลสิ่งของต่างๆ เช่น ไม้กอล์ฟของอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นการสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนและให้กำลังใจแก่ผู้ที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ

พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ขอขอบคุณสิ่งของที่มอบให้ในวันนี้ จะนำไปใช้กับน้องๆ ที่อยู่หน้าแนวตามวัตถุประสงค์ ที่ทุกท่านได้มอบให้โดยด่วน ซึ่งบางครั้งงบประมาณราชการ กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก รัฐบาล ได้มอบให้เพียงพอ แต่บางรายการนั้นเร่งด่วน รอการจัดหาตามช่วงเวลาไม่ทัน จึงต้องขอบคุณทุกท่านที่สอบถามไปยังหน่วย ช่วงนี้สถานการณ์ยัง 50-50 ตามภาพข่าวประเทศกัมพูชา ก็เป็นไปตามที่เราเข้าใจ ไม่มีอะไรที่เราไว้ใจได้ ปัจจุบันกองทัพภาคที่ 2 โดยผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีความห่วงใยได้ลงไปตรวจเยี่ยมเป็นประจำ รวมถึงผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งเหล่าทัพมีความพร้อม ทั้งที่จะคุยกันแบบมิตรภาพ ถ้ามีเหตุจะปะทะกันอีก ก็พร้อม ขอให้พี่น้องทุกท่านสบายใจในการปฏิบัติของทหารเรา หวังว่าเหตุการณ์พวกนี้จะยุติโดยเร็ว ปลายเดือน ส.ค.นี้ ตนจะประชุมอาร์บีซี กับแม่ทัพกัมพูชา คงจะพูดคุยกันให้เข้าใจ เพื่อนำไปสู่การประชุมจีบีซีอีกรอบ จึงหวังว่าจะคุยกันเข้าใจ โดยทุกสิ่งทุกอย่างตั้งอยู่บนผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก

การที่รุ่น วปอ.64 ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม วปอ.64 ประมูลไม้กอล์ฟ ช่วยทหารชายแดน นั้น แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการสนับสนุนการทำงานของทหาร และเป็นการส่งเสริมความรักชาติและความสามัคคีในสังคมไทย

โครงการ วปอ.64 ประมูลไม้กอล์ฟ ช่วยทหารชายแดน ไม่ได้เป็นเพียงแค่การระดมทุน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการรวมพลังของคนไทยในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามที่ประเทศชาติต้องการ การสนับสนุนและให้กำลังใจแก่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้พวกเขามีขวัญและกำลังใจในการปกป้องอธิปไตยของชาติ

ที่มา – วปอ.64 ประมูลไม้กอล์ฟ “บิ๊กตู่” ช่วยทหารชายแดน – วปอ.บอ. รุ่น “อิ๊งค์” มอบ 5 หมื่น

“หมอพรหมินทร์” รับ นายกฯ อิ๊งค์ แจงศาล รธน.

“พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช” คาดแนวโน้ม “นายกฯ อิ๊งค์” เดินทางแจงศาลปมคลิปเสียง 21 ส.ค. นี้เอง ยันทุกอย่างทำด้วยเจตนาดี เพื่อประเทศชาติ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 ส.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ. พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานบุคคลเพิ่มเติมจำนวน 2 ปาก คือ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว. วัฒนธรรม และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กรณีคลิปเสียง ในวันที่ 21 ส.ค. ก่อนวินิจฉัยในวันที่ 29 ส.ค. นายกฯ จะไปเองหรือไม่ ว่า ถึงเวลาก็รู้เอง เชื่อว่านายกฯ ตัดสินใจเอง ซึ่งแนวโน้มคงไป

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับคดีคลิปเสียงที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในขณะนี้ ทำให้หลายฝ่ายจับตามองว่า “นายกฯ อิ๊งค์” จะตัดสินใจอย่างไรในการเข้าชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยตนเอง การปรากฏตัวของ “นายกฯ อิ๊งค์” ในวันที่ 21 ส.ค. จะเป็นการแสดงความโปร่งใสและความตั้งใจที่จะให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ศาล ซึ่งอาจส่งผลต่อการพิจารณาคดีในภาพรวมได้

เมื่อถามว่า ในฐานะทีมงานของนายกรัฐมนตรีมั่นใจหรือไม่ นพ. พรหมินทร์ กล่าวว่า เราด้วยความบริสุทธิ์ใจทำทุกอย่างเพื่อประเทศชาติ และเจตนาดี ตนเชื่อว่านี่เป็นเหตุผลสำคัญ

เมื่อถามว่า จะมีปัญหาหรือไม่หลังพยานเสนอไป 5 คนแต่ศาลรับให้ไต่สวนเพียงเลขา สมช. เพียงคนเดียว นพ. พรหมินทร์ กล่าวว่า ตนว่าแล้วแต่ข้อเท็จจริง ข้อเท็จจริงก็เป็นอย่างนั้น

“หมอพรหมินทร์” รับ นายกฯ อิ๊งค์ มีแนวโน้มไปแจงศาล รธน. เอง 21 ส.ค. นี้

การที่ นพ. พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ออกมายอมรับว่า “นายกฯ อิ๊งค์” มีแนวโน้มที่จะเดินทางไปแจงศาลรัฐธรรมนูญด้วยตนเองนั้น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลที่จะให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ การตัดสินใจของ “นายกฯ อิ๊งค์” ในครั้งนี้จะเป็นที่จับตาของสาธารณชนอย่างใกล้ชิด และอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลได้

ทำไมการตัดสินใจของ “นายกฯ อิ๊งค์” จึงมีความสำคัญ

การตัดสินใจของ “นายกฯ อิ๊งค์” ในการเข้าชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยตนเองมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจาก:

  • เป็นการแสดงความเคารพต่อกระบวนการยุติธรรม
  • เป็นการเปิดโอกาสให้ “นายกฯ อิ๊งค์” ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยตนเอง
  • เป็นการสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

หาก “นายกฯ อิ๊งค์” ตัดสินใจที่จะไม่เดินทางไปชี้แจงด้วยตนเอง อาจถูกมองว่าเป็นการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบและอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลได้

นอกจากนี้ การที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกไต่สวนพยานเพิ่มเติมเพียง 2 ปาก จากที่เสนอไป 5 ปากนั้น อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าศาลต้องการข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นต่อการพิจารณาคดีเท่านั้น การที่ศาลเลือกที่จะไต่สวนเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แสดงให้เห็นว่าประเด็นด้านความมั่นคงอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาคดีนี้

อย่างไรก็ตาม การที่ นพ. พรหมินทร์ ยืนยันว่าทุกอย่างทำด้วยความบริสุทธิ์ใจและมีเจตนาดีต่อประเทศชาติ เป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับศาลรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ และหวังว่าการพิจารณาคดีจะเป็นไปอย่างยุติธรรมและเป็นไปตามข้อเท็จจริง

โดยสรุปแล้ว สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับคดีคลิปเสียงของ “นายกฯ อิ๊งค์” ยังคงมีความไม่แน่นอนและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจของ “นายกฯ อิ๊งค์” ในการเข้าชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 21 ส.ค. จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจส่งผลต่ออนาคตทางการเมืองของ “นายกฯ อิ๊งค์” และเสถียรภาพของรัฐบาลได้

การที่ “หมอพรหมินทร์” รับ นายกฯ อิ๊งค์ มีแนวโน้มไปแจงศาล รธน. เอง 21 ส.ค. นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรมและแสดงความโปร่งใสในการดำเนินการของรัฐบาล.

ที่มา – “หมอพรหมินทร์” รับ นายกฯ อิ๊งค์ มีแนวโน้มไปแจงศาล รธน. เอง 21 ส.ค. นี้

นายกฯ แพทองธาร เข้าสภาฯ ยิ้มให้หลังสื่อถาม

นายกฯ แพทองธาร เดินทางเข้าสภาฯ เพื่อควบคุมการประชุมงบประมาณปี 2569 หลังสื่อมวลชนถามถึงกำลังใจ เจ้าตัวยิ้มทักทายแต่ไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแต่พยักหน้าเท่านั้น

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมายังรัฐสภา เพื่อให้กำลังใจสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการปฏิบัติหน้าที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569

ทันทีที่นายกฯ แพทองธาร พบกับสื่อมวลชน ก็ได้ยกมือทักทายอย่างเป็นกันเอง ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามถึงความเป็นอยู่และสุขภาพของนายกรัฐมนตรี เนื่องจากไม่ได้พบกันนาน อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบคำถามใด ๆ เพียงแต่ส่งยิ้มน้อย ๆ ให้กับสื่อมวลชนเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวได้ถามย้ำอีกครั้งว่า “กำลังใจเป็นอย่างไรบ้างคะท่านนายกฯ” แต่นายกฯ แพทองธาร ก็ยังคงไม่ได้ตอบคำถามโดยตรง เพียงแต่ยิ้มและพยักหน้าเป็นการตอบรับเท่านั้น ทำให้เกิดความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาชนที่ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

นายกฯ แพทองธาร เข้าสภาฯ ยิ้มให้หลังสื่อถาม

การเดินทางมายังรัฐสภาของนายกฯ แพทองธาร ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่และความสำคัญที่รัฐบาลให้กับการพิจารณางบประมาณประจำปี ซึ่งเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศและความเป็นอยู่ของประชาชนโดยรวม การที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาให้กำลังใจ สส. ด้วยตนเอง ถือเป็นขวัญและกำลังใจที่สำคัญในการปฏิบัติหน้าที่

ทำไมนายกฯ แพทองธารถึงไม่ตอบคำถามสื่อ?

การที่นายกรัฐมนตรีเลือกที่จะไม่ตอบคำถามโดยตรง แต่ใช้การยิ้มและพยักหน้าแทน อาจมีหลายเหตุผลที่เป็นไปได้ อาจเป็นเพราะต้องการหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อการพิจารณางบประมาณ หรืออาจต้องการรักษาท่าทีทางการเมืองในสถานการณ์ที่อ่อนไหว อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวได้สร้างความสนใจและกระตุ้นให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การที่ผู้นำประเทศต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายต่าง ๆ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การตัดสินใจและการแสดงออกของผู้นำจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของประชาชน

การพิจารณางบประมาณประจำปีเป็นกระบวนการที่สำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การจัดสรรงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

  • การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิด
  • การวิเคราะห์ข้อมูลและสถานการณ์อย่างรอบด้าน
  • การแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบ

การทำความเข้าใจในสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ จะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การที่นายกฯ แพทองธาร เข้าสภาฯ และแสดงท่าทีดังกล่าว ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประเทศชาติ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันมากมายก็ตาม

ที่มา – นายกฯ แพทองธารเข้าสภา ยิ้มทักทายหลังสื่อถามกำลังใจดีหรือไม่

Scroll to top