นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

“จุลพันธ์” ปลุกใจ พท. สู้ 4 ปี วางเป้า 150 ที่นั่ง

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนๆ ในวงการเมืองไทยกันครับ ที่กำลังเป็นกระแส “จุลพันธ์” ปลุกใจ พท. สู้ศึก 4 ปีข้างหน้า วางเป้ากวาด 150 ที่นั่ง พาเพื่อนกลับสภาฯ หลังจากพรรคเพื่อไทยจัดงานอบรมใหญ่โตเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค โครงการเสริมศักยภาพบุคลากรทางการเมืองในชื่อสุดเท่ “PIP Next Chapter เพื่อไทยบทใหม่ หัวใจไม่เคยแพ้” บรรยากาศคึกคักสุดๆ แกนนำพรรคระดับท็อปมาร่วมกันเพียบ ไม่ว่าจะเป็นนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือที่เรารู้จักกันในนาม “อิ๊งค์” อดีตนายกฯ ที่มาในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย สร้างขวัญกำลังใจให้สมาชิกทุกคนแบบเต็มๆ

“จุลพันธ์” ปลุกใจ พท. สู้ศึก 4 ปีข้างหน้า วางเป้ากวาด 150 ที่นั่ง พาเพื่อนกลับสภาฯ

งานนี้จัดขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสส.และทีมงานให้พร้อมรบในอีก 4 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะ “จุลพันธ์” ปลุกใจ พท. สู้ศึก 4 ปีข้างหน้า วางเป้ากวาด 150 ที่นั่ง พาเพื่อนกลับสภาฯ ที่กลายเป็นไฮไลต์หลัก นายจุลพันธ์ขึ้นบรรยายพิเศษหัวข้อ “ความคาดหวังของประชาชนต่อพรรคการเมือง” เน้นกระตุ้นสส.รุ่นใหม่ให้เริ่มวางแผนอนาคตทางการเมืองของตัวเองอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการสมัครเข้าประจำกรรมาธิการชั้นนำ หรือก้าวสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีในอนาคต ทุกคนต้องคิดว่าตัวเองจะเติบโตไปจุดไหน เพื่อประโยชน์ของประชาชนและพรรค สุดยอดแรงบันดาลใจเลยนะครับ!

รายละเอียด “จุลพันธ์” ปลุกใจ พท. สู้ศึก 4 ปีข้างหน้า

ในช่วงบ่ายของงาน มีกิจกรรมละลายพฤติกรรม สร้างความสามัคคีให้ทีมเวิร์คแน่นปึ้ก หัวหน้าพรรคยังย้ำถึงความสำคัญของความปึกแผ่นตลอด 4 ปีนี้ เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ต้องทำงานหนักเพื่อขับเคลื่อนพรรคให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น จากสส.ปัจจุบัน 74 คน พรรคตั้งเป้าท้าทายในการเลือกตั้งสมัยหน้าจะกวาดที่นั่งเพิ่มเป็น 150 ที่นั่ง พาเพื่อนๆ ที่หลุดไปกลับเข้าสภาให้ได้ นายจุลพันธ์พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจเต็มเปี่ยม “เราต้องทำงานกันอย่างเข้มแข็งในอีก 4 ปีข้างหน้า เพื่อขับเคลื่อนพรรค และเราตั้งความหวังว่าในการเลือกตั้งครั้งถัดไป จาก สส. 74 คนในปัจจุบัน เราจะพาเพื่อนของเรากลับเข้าสู่สภาฯ ให้ได้ถึง 150 คน” ว้าว! เป้านี้ทะเยอทะยานมาก แต่เชื่อว่าถ้าทีมเพื่อไทยรวมใจเป็นหนึ่ง ย่อมทำได้แน่นอน

ทำไมถึงต้องตั้งเป้าแบบนี้? เพราะพรรคเพื่อไทยในปัจจุบันมีฐานเสียงที่เหนียวแน่น โดยเฉพาะในภาคอีสานและภาคเหนือ แต่ต้องขยายฐานให้กว้างขึ้น รับมือคู่แข่งอย่างพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ การที่อิ๊งค์นำทีมแกนนำมาร่วมด้วย แสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพในพรรคที่แน่นแฟ้น แม้จะผ่านมรสุมทางการเมืองมามากมาย แต่หัวใจเพื่อไทยไม่เคยแพ้จริงๆ

กลยุทธ์สำคัญที่ต้องทำตามคำปลุกใจของ จุลพันธ์

  • วางแผนส่วนตัว: สส.แต่ละคนต้องกำหนดเป้าหมายชัดเจน ว่าจะพัฒนาตัวเองไปทางไหน
  • สร้างผลงานในสภา: เข้าประจำกรรมาธิการสำคัญ เพื่อผลักดันนโยบายประชาชน
  • เตรียมพร้อมบริหารประเทศ: ฝึกฝนเพื่อก้าวสู่รัฐมนตรีในรัฐบาลอนาคต
  • เสริมทีมเวิร์ค: สร้างความสามัคคีผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อต่อสู้ไปด้วยกัน
  • ลงพื้นที่ประชาชน: ฟังเสียงทุกภาคส่วน เพื่อตอบโจทย์ความคาดหวังที่แท้จริง

นอกจากนี้ พรรคยังเน้นการใช้เทคโนโลยีและสื่อสังคมออนไลน์ในการหาเสียงสมัยหน้า เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้มากขึ้น ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่ทันสมัยมาก การอบรมครั้งนี้ไม่ใช่แค่ปลุกใจ แต่เป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคตการเมืองไทย

ในมุมมองของผม การที่ “จุลพันธ์” ปลุกใจ พท. สู้ศึก 4 ปีข้างหน้า วางเป้ากวาด 150 ที่นั่ง พาเพื่อนกลับสภาฯ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของพรรคเพื่อไทย พวกเขาพร้อมลุยเต็มที่เพื่อประชาชน แม้เส้นทางการเมืองจะเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่ด้วยประสบการณ์และทีมงานที่แข็งแกร่ง เชื่อว่าจะสร้างเซอร์ไพรส์ได้ไม่ยาก คุณล่ะคิดเห็นยังไงกับเป้า 150 ที่นั่งนี้? มั่นใจได้ขนาดไหน คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยสิครับ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วยนะ ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวันที่นี่เลย!

ที่มา – “จุลพันธ์” ปลุกใจ พท. สู้ศึก 4 ปีข้างหน้า วางเป้ากวาด 150 ที่นั่ง พาเพื่อนกลับสภาฯ

“ภูมิใจไทย” คึกคักประชุม สส. ก่อนเปิดสภาฯ

การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญอีกครั้ง กับกระแส“ภูมิใจไทย” คึกคักประชุม สส. ก่อนเปิดสภาฯ จับตา “เพื่อไทย” บุกถิ่นสีน้ำเงินส่งโผ ครม. ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในแวดวงนักการเมือง โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมของพรรคภูมิใจไทยก่อนการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาลและนโยบายสำคัญของประเทศ

“ภูมิใจไทย” คึกคักประชุม สส. ก่อนเปิดสภาฯ จับตา “เพื่อไทย” บุกถิ่นสีน้ำเงินส่งโผ ครม.

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 ณ อาคารพรรคภูมิใจไทย เกิดการรวมตัวครั้งใหญ่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกพรรค เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนรัฐพิธีเปิดสภาในวันที่ 14 มีนาคม และการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 มีนาคม บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก แกนนำพรรคและ ส.ส. เดินทางมาร่วมอย่างพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็นนายศุภชัย ใจสมุทร นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล รวมถึงกลุ่ม ส.ส. เลือดใหม่ที่กำลังจะมีบทบาทสำคัญในสภาใหม่

การประชุมครั้งนี้ไม่ใช่แค่การรวมตัวธรรมดา แต่เป็นการวางแผนยุทธศาสตร์เพื่อผลักดันนโยบายหลักของพรรค โดยเฉพาะในสมัย “อนุทิน 2” ที่คาดว่าจะชูแนวคิด “ใช้นิติบัญญัตินำระบบบริหาร” ซึ่งเน้นการกำจัดหรือ “กิโยติน” กฎหมายที่ล้าสมัยและเป็นอุปสรรคต่อประชาชน นักลงทุน และเศรษฐกิจฐานราก พรรคภูมิใจไทยมองว่านี่คือกุญแจสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างยั่งยืน

ทีมยุทธศาสตร์พรรควางเป้ารื้อกฎหมายเก่า

ในช่วงเช้าของการประชุม ทีมยุทธศาสตร์พรรคได้หารือแนวทางงานด้านนิติบัญญัติอย่างละเอียด โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการโละกฎหมายที่ขัดขวางการทำมาหากินของประชาชน เช่น กฎระเบียบที่ทำให้การลงทุนล่าช้า หรือข้อจำกัดที่ไม่สอดคล้องกับยุคดิจิทัล นโยบายนี้จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลได้เร็วขึ้น

  • กิโยตินกฎหมายล้าหลัง: ลดขั้นตอนราชการที่ซับซ้อน
  • กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก: สนับสนุน SME และเกษตรกร
  • ปรับปรุงกฎหมายลงทุน: ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ
  • นิติบัญญัติเชิงรุก: ออกกฎหมายใหม่เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วน

นอกจากนี้ ไฮไลต์สำคัญที่ทุกคนจับตาคือการเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย ซึ่งนำโดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนายประเสริฐ จันทรวงทอง เลขาธิการพรรค ที่มีกำหนดเดินทางบุกถิ่นสีน้ำเงินของพรรคภูมิใจไทย เพื่อยื่นรายชื่อบุคคลที่เสนอให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในโควตาของพรรคเพื่อไทย รวมถึงตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 2 การส่งโผครม. ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสมที่มั่นคง

ความหมายของการบุกถิ่นสีน้ำเงิน

ถิ่นสีน้ำเงินหมายถึงฐานที่มั่นของพรรคภูมิใจไทยที่แข็งแกร่ง การที่เพื่อไทยบุกมานำโผครม. แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองพรรคใหญ่ในฝ่ายค้านเดิมที่หันมาเป็นพันธมิตร นักวิเคราะห์การเมืองมองว่านี่อาจนำไปสู่การจัดสรรเก้าอี้ครม. ที่สมดุล โดยพรรคภูมิใจไทยน่าจะได้โควตาสำคัญในกระทรวงเศรษฐกิจและสาธารณสุข ตามผลงานที่ผ่านมา

สถานการณ์การเมืองไทยหลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุดยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่การประชุมครั้งนี้ของพรรคภูมิใจไทยแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและพร้อมรบ ส.ส.เลือดใหม่หลายคนที่เข้าร่วมยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อเตรียมรับมือกับการอภิปรายในสภา ซึ่งคาดว่าจะร้อนแรงตั้งแต่สมัยประชุมแรก

โดยรวมแล้ว “ภูมิใจไทย” คึกคักประชุม สส. ก่อนเปิดสภาฯ จับตา “เพื่อไทย” บุกถิ่นสีน้ำเงินส่งโผ ครม. ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับการเมืองไทยที่กำลังมุ่งสู่ความมั่นคง การรื้อกฎหมายล้าสมัยจะเป็นนโยบายที่ประชาชนรอคอยมานาน หากรัฐบาลใหม่สามารถผลักดันได้จริง เศรษฐกิจไทยจะพลิกฟื้นได้ไม่ยาก

คุณคิดอย่างไรกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้? การกิโยตินกฎหมายจะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ ติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตและวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวสำคัญ!

ที่มา – “ภูมิใจไทย” คึกคักประชุม สส. ก่อนเปิดสภาฯ จับตา “เพื่อไทย” บุกถิ่นสีน้ำเงินส่งโผ ครม.

ยศชนัน นำทัพเพื่อไทยลุยสภาฯ ชู 4 กฎหมายเปลี่ยนประเทศ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีข่าวเด็ดมาอัปเดตให้ฟังกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ ยศชนัน นำทัพเพื่อไทย กำลังเคลื่อนไหวแรงมาก หลังจากโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 โดยประกาศพร้อมลุยงานในสภาให้สุดพลัง ชู 4 ร่างกฎหมายสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าประเทศไทยไปเลยทีเดียว แถมยังมีข่าวสะพัดว่าโควตารัฐมนตรีลงตัวแล้วด้วย มาฟังรายละเอียดกันเลยดีกว่าครับ

ยศชนัน นำทัพเพื่อไทย

หลังการประชุมใหญ่ร่วมกับ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และ นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ได้โพสต์ข้อความสุดฮึกเหิม บอกว่าพรรคพร้อมเริ่มทำงานทันทีที่สภาเปิดเซสชัน โดยย้ำชัดว่างานนิติบัญญัติคือ “กระดูกสันหลัง” ของการเปลี่ยนแปลงประเทศจริงๆ ครับ ไม่ใช่แค่พูดเล่นๆ นะ

ที่เจ๋งสุดคือ ยศชนัน นำทัพเพื่อไทย เตรียมยื่นร่างกฎหมาย 4 เรื่องใหญ่โตเลย มาดูกันว่ามันคืออะไรบ้าง และจะช่วยคนไทยยังไง

4 กฎหมายเปลี่ยนประเทศจากยศชนัน นำทัพเพื่อไทย

  • New Growth Engine: สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ด้วยนวัตกรรม ช่วยให้ไทยก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล แก้ปัญหาการเติบโตแบบเก่าที่ชะงักงัน
  • Modern Security: ความมั่นคงในทุกมิติของโลกยุคใหม่ ไม่ใช่แค่ทหาร แต่รวมถึงไซเบอร์ ความมั่นคงอาหาร พลังงาน ครอบคลุมหมด
  • Transparent Rules: ออกแบบกติกาสังคมที่โปร่งใสและทันสมัย ลดคอร์รัปชัน ให้ประชาชนตรวจสอบได้ง่าย
  • Infrastructure for All: โครงสร้างพื้นฐานที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะอยู่กรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด เช่น รถไฟฟ้า อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โรงพยาบาล

กฎหมายเหล่านี้ไม่ใช่แค่นโยบายลอยๆ แต่เป็นแผนที่ชัดเจน จะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงของไทยในยุคใหม่ได้จริงๆ ครับ ถ้าผ่านสภาได้ น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่เลย

สะพัดโควตา รมต.ลงตัว พรรคเพื่อไทยได้ 8 เก้าอี้

นอกจากเรื่องกฎหมายแล้ว ยังมีข่าวร้อนว่าในการร่วมรัฐบาลรอบนี้ที่พรรคภูมิใจไทยเป็นหัวหอก พรรคเพื่อไทยได้โควตารัฐมนตรีรวม 8 ตำแหน่งเลยนะครับ แบ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ (รมว.) 5 ตำแหน่งหลักๆ ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), กระทรวงแรงงาน, และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

ตัวผู้เล่นหลักชัดเจนมาก น่าจะเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ คือ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ บวกด้วย ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาฯพรรค และ สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำรุ่นใหญ่ กำลังพิจารณาวางตัวลงกระทรวงไหนให้เหมาะสม

ส่วนรัฐมนตรีช่วย (รมช.) 3 ตำแหน่ง คาดเกษตรฯ 2 และศึกษาฯ 1 พรรคเน้นคัด ส.ส. พื้นที่เกรดเอ ที่รู้ปัญหาชาวบ้านจริงๆ เช่น นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม 5 สมัย อดีต รมช. ประสบการณ์เพียบ, น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ผลงานเด่นโคราช, นายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร 4 สมัย บ้านใหญ่สุดในพื้นที่, นายศุภชัย นพขำ ส.ส.ปทุมธานี ตัวแทนปริมณฑล, และ ส.ส.จากอุดรธานีที่กวาดเก้าอี้เพียบ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ ยศชนัน นำทัพเพื่อไทย แสดงให้เห็นว่าพรรคจริงจังกับการบริหารประเทศ เพื่อขับเคลื่อนสัญญาที่หาเสียงไว้ให้เกิดผลจริง กู้คะแนนนิยมกลับมาให้ปึ้ก สำหรับเลือกตั้งรอบหน้าแน่นอนครับ

ในมุมมองผมเองนะครับ การชู 4 กฎหมายนี้ถือเป็นจุดเด่นที่ฉลาดมาก เพราะตอบโจทย์ปัญหาเร่งด่วนของชาติ ถ้าทำได้จริง ไทยเราจะก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดเลย ฝากติดตามกันต่อนะครับว่าสุดท้ายจะลงเอยยังไง คุณคิดเห็นยังไงกับแผนนี้ ลองคอมเมนต์บอกกันด้านล่างเลย!

ที่มา – “ยศชนัน” นำทัพเพื่อไทยลุยงานสภาฯ ชู 4 กฎหมายเปลี่ยนประเทศ สะพัดโควตา รมต.ลงตัว

ยศชนัน หาเสียงครั้งแรก! อนุชาหนุนเต็มที่


“ยศชนัน” นำทีมเพื่อไทยลงพื้นที่หาเสียงครั้งแรกที่อยุธยา มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาน้ำและเกษตรกรรมอย่างครบวงจร ด้าน “อนุชา” การันตีความสามารถของยศชนัน พร้อมสนับสนุนให้คนไทยเลือกนายกฯ คนนี้ ขณะที่ “จุลพันธ์” เปิดนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30%

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ ต.ชายนา อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค พท. พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. อาทิ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด นายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรค นายอนุชา นาคาศัย ลงพื้นที่พบปะประชาชน เพื่อรับฟังปัญหาและนำเสนอแนวทางการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งถือเป็นการลงพื้นที่หาเสียงครั้งแรกของนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ โดยช่วงหนึ่งมีประชาชนสะท้อนปัญหาเกี่ยวกับผลกระทบจากน้ำท่วม เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่รับน้ำ จึงต้องการให้มีการบริหารจัดการกระจายน้ำไปยังพื้นที่อื่น ๆ เพื่อลดผลกระทบจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน พร้อมทั้งขอให้พิจารณาเรื่องการเยียวยาที่ผ่านมา ซึ่งมักจะได้รับเงินช่วยเหลือหลังจากน้ำลดลงแล้ว

นายยศชนัน กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข การกำหนดนโยบายจากในห้องประชุมเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะเข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้น การลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ทราบถึงสิ่งที่ต้องดำเนินการก่อนหลัง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน นอกจากนี้ เรื่องราคาสินค้าเกษตรเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดูแลอย่างครบวงจร ทั้งในเรื่องราคาตกต่ำและการปลูกพืชนอกฤดูกาล รวมถึงการเจรจากับประเทศคู่ค้าต่าง ๆ เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง สำหรับสถานการณ์น้ำท่วม การเยียวยาต้องมีความเหมาะสม และจำเป็นต้องมีระบบบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการแก้ไขปัญหา และการแก้ไขปัญหาน้ำไม่ใช่แค่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา แต่ต้องพิจารณาถึงต้นน้ำด้วย ซึ่งที่ผ่านมามีโครงการขนาดใหญ่เกี่ยวกับน้ำ แต่ถูกระงับไป

ยศชนัน ลงพื้นที่หาเสียงครั้งแรก! อนุชาหนุนเต็มที่

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ต้องการส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลว่า แม้จะมีปัญหาที่ชายแดน แต่ไม่ควรละเลยประชาชนที่อยู่เบื้องหลัง ชาวเสนานั่งแช่น้ำมา 3 เดือน เช่นเดียวกับชาวหาดใหญ่ที่ไม่ควรถูกลืม รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขและเยียวยาให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว สภาพน้ำในเสนาลดลงไม่เกินคืบจากครั้งก่อนที่เคยมา ส่วนการเยียวยาจากรัฐบาล 9,000 บาทได้รับการอนุมัติแล้ว แต่ 20,000 บาท ยังไม่ได้รับ จึงขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ เพราะความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้ สำหรับราคาพืชผล สมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี มีโครงการจำนำข้าวที่ทำให้เงินถึงมือเกษตรกรอย่างแน่นอน แต่ในปัจจุบันไม่สามารถทำได้แล้ว จึงต้องเปลี่ยนกลไก วันนี้พรรคเพื่อไทยขอนำเสนอนโยบายด้านการเกษตร คือ การประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% ซึ่งเป็นนโยบายที่จะขับเคลื่อน พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะแก้ไขทั้งราคาพืชผลเกษตรและปัญหาน้ำ หากได้รับโอกาสในการทำงาน

อนุชา การันตี ยศชนัน เป็นคนเก่ง

ขณะที่นายอนุชา กล่าวว่า เข้าใจถึงชีวิตของชาวไร่ชาวนา ซึ่งเป็นกำลังซื้อหลักของประเทศ และเป็นผู้สร้างรายได้แรกของแผ่นดิน เหตุผลที่ทำให้คิดถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะทั้งสองท่านทำให้ประชาชนกินดีอยู่ดี มีความหวังในอนาคต วันนี้นายยศชนัน คือว่าที่นายกฯ ของเรา จากการพูดคุยพบว่าเป็นบุคคลที่มีความสามารถ ตนยอมรับในสติปัญญาและวิสัยทัศน์ของท่าน ยืนยันได้ว่าเป็นคนเก่งของประเทศ เพราะคิดแบบวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ไม่ต้องคาดเดาหรือพยากรณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนชื่นชม และรับรองได้ว่าประเทศไทยจะได้คนดีมีความสามารถมาบริหารประเทศอย่างแน่นอน จึงขอให้ประชาชนบอกต่อคนไทยทั้งประเทศ ให้สนับสนุนนายกฯ คนนี้มาดูแลประเทศของเรา และนำพรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นพรรครัฐบาลพรรคเดียว เพื่อให้พี่น้องชาวนาอยู่ดีกินดีอย่างแน่นอน

การลงพื้นที่ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคเพื่อไทยในการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% ถือเป็นนโยบายที่น่าสนใจและอาจเป็นทางออกสำหรับเกษตรกรไทยได้

ที่มา – “ยศชนัน” ลงพื้นที่หาเสียงครั้งแรก “อนุชา” การันตีคนเก่ง ขอให้คนไทยเอานายกฯคนนี้

เปิด 3 รายชื่อแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย สูตรผสมลงตัว

เปิดรายชื่อ 3 แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) ชุดใหม่ คาดดัน “ยศชนัน” คนรุ่นใหม่สายวิชาการ ผนึกกำลัง “สุริยะ-จุลพันธ์” มากประสบการณ์ หวังสร้างสูตรผสมที่ลงตัว

วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย จำนวน 3 คน ที่เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ โดยน่าจับตาว่าจะเป็นการผสมผสานระหว่างคนรุ่นใหม่และนักการเมืองมากประสบการณ์ เพื่อนำเสนอสูตรที่เชื่อว่าจะสามารถนำพาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

เปิด 3 รายชื่อแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย สูตรผสมของคนรุ่นใหม่ กลาง เก่า เชื่อกลมกล่อม

สำหรับรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ทั้ง 3 คน ประกอบด้วย:

  • นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์: บุตรชายของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ถือเป็นคนรุ่นใหม่สายวิชาการที่น่าจับตามอง เคยทำงานวิจัยด้าน Brain-Computer Interface (BCI) หรือเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยเหลือผู้พิการ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ทันสมัยและเข้าใจเทคโนโลยี
  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ: ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย เป็นนักการเมืองอาวุโสที่มีประสบการณ์สูง คร่ำหวอดในวงการการเมืองมาอย่างยาวนาน เคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายกระทรวง เป็นที่ยอมรับของคนในพรรคถึงความสามารถในการบริหารจัดการและการประสานงาน
  • นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์: หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นนักการเมืองรุ่นกลางที่มีความรู้ความสามารถ โดดเด่นด้านการอภิปรายและดีเบต มีประสบการณ์เคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อน เป็นที่รู้จักในวงกว้างในฐานะนักการเมืองที่มีวาทศิลป์และไหวพริบ

ทำไมต้องเป็นสูตรผสม?

การตัดสินใจเลือกแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ในลักษณะนี้บ่งบอกถึงความตั้งใจของพรรคในการสร้างสมดุลระหว่างคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์และเข้าใจเทคโนโลยี กับนักการเมืองอาวุโสที่มีประสบการณ์และความชำนาญในการบริหารประเทศ การผสมผสานนี้จะช่วยให้การดำเนินงานของรัฐบาลในอนาคตมีความรอบด้านและครอบคลุมทุกมิติ

นอกจากนี้ การมีตัวแทนจากหลากหลายช่วงวัยและประสบการณ์ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังประชาชนว่าพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับทุกเสียงและทุกความคิดเห็น พรรคพร้อมที่จะรับฟังและนำเสนอแนวทางที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนทุกกลุ่ม

การที่พรรคเพื่อไทยเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ที่มีความหลากหลายเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะนำพาประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น โดยอาศัยทั้งความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยี และประสบการณ์ทางการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีชุดนี้ของพรรคเพื่อไทย สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีใหม่ กับประสบการณ์ทางการเมืองและการบริหารประเทศ พรรคเพื่อไทยเชื่อมั่นว่าสูตรผสมนี้จะสามารถตอบโจทย์ความท้าทายของประเทศในปัจจุบันและอนาคตได้

การจับตาดูการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 ธันวาคมนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการกำหนดทิศทางทางการเมืองของประเทศไทย และจะเป็นตัวชี้วัดว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงและความหวังให้กับประชาชนได้มากน้อยเพียงใด

การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการเลือกบุคคลที่เหมาะสม แต่ยังเป็นการประกาศเจตนารมณ์ที่จะสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทย ด้วยการผสมผสานความรู้ ประสบการณ์ และวิสัยทัศน์ของคนทุกรุ่น

ที่มา – เปิด 3 รายชื่อแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย สูตรผสมของคนรุ่นใหม่ กลาง เก่า เชื่อกลมกล่อม

Scroll to top