นายฉัตรชัย บางชวด

สมช. ตั้ง “ผอ.ข่าวกรอง” เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวสำคัญที่กำลังเป็นกระแส สมช. ตั้ง “ผอ.ข่าวกรอง” เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ นี่แหละครับ! เป็นข่าวดีที่หลายคนรอคอย เพราะปัญหาชายแดนใต้หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “ไฟใต้” เนี่ย วนเวียนมานาน จนในที่สุด สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ก็มีมติชัดเจนในการแก้ปัญหานี้แบบจริงจัง

สมช. ตั้ง “ผอ.ข่าวกรอง” เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้

ที่ประชุม สมช. เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน ได้เห็นชอบเรื่องสำคัญ 5 ข้อเลยทีเดียว นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. ออกมาแถลงเองครับ เริ่มจากข้อแรก การบริหารจัดการการศึกษา โดยมอบหมายกระทรวงศึกษาธิการไปดูแลใหม่หมด ทั้งโครงสร้าง วัฒนธรรม และบุคคลที่จะดูแลโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามให้เหมาะสม จะได้ลดช่องว่างทางวัฒนธรรมที่อาจจุดชนวนปัญหาได้

ความร่วมมือกับมาเลเซีย: กุญแจสำคัญในการดับไฟใต้

ข้อที่สอง เพิ่มประสิทธิภาพอาสาสมัครของกระทรวงมหาดไทย เตรียมพร้อมเข้าสู่ระบบปกติในอนาคต กระทรวงมหาดไทยจะนำเสนอแผนอบรมต่อไป ข้อที่สามนี่เด็ดมาก เห็นชอบความร่วมมือกับมาเลเซีย! ไม่ใช่แค่พูดเล่นๆ แต่ชวนมาเลเซียมาร่วมพัฒนาพื้นที่ มีผลประโยชน์เศรษฐกิจร่วมกัน ทำงานสร้างสรรค์ ประสานบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผิดกฎหมายให้ใกล้ชิดขึ้น แถมยังพูดคุยสันติสุขทั้งกับมาเลเซียและภายในประเทศไปพร้อมๆ กัน เพื่อเชื่อมโยงให้ลงตัว

ส่วนที่แฟนๆ รอคอย สมช. ตั้ง “ผอ.ข่าวกรอง” นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้คนใหม่ มี สมช. เป็นเลขานุการสนับสนุน นอกจากนี้ ยังตั้งคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลเพื่อสานต่อจากชุดก่อน ตัวบุคคลมีประสบการณ์แน่นๆ กระชับและมีประสิทธิภาพ ข้อห้า ตั้ง พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม อดีตเลขาฯ สมช. เป็นหัวหน้าคณะที่ปรึกษา สมช. ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นยกเลิกเอ็มโอยู 2544 กับกัมพูชา แต่ยังไม่กำหนดวันเข้าครม. จะดำเนินตามขั้นตอนครบถ้วน แล้วกลับมาใช้ UNCLOS แทน เรื่องจับมือยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ยังไม่พูดถึงในที่ประชุม

โดยรวมแล้ว มติ สมช. ครั้งนี้ดูมีหวังมากครับ การดึงมาเลเซียมาร่วม และตั้งหัวหน้าคณะใหม่ที่เป็นมือข่าวกรองอาชีพ น่าจะช่วยเร่งแก้ปัญหาได้จริงจัง ไม่ใช่แค่พูดๆ อย่างเดียว เพื่อนๆ คิดยังไงบ้าง? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ แล้วติดตามข่าวอัปเดตต่อไป เพราะสันติสุขชายแดนใต้คืออนาคตของทุกคน!

  • สรุป 5 มติสำคัญ: การศึกษา, อาสาสมัคร, ร่วมมือมาเลเซีย, ตั้งหัวหน้าคณะใหม่, คณะที่ปรึกษา
  • จุดเด่น: เชื่อมโยงพูดคุยในและต่างประเทศ
  • คาดหวัง: เข้าสู่ภาวะปกติเร็วขึ้น

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนช่วยกันส่งเสริมสันติภาพนะครับ สนับสนุนนโยบายรัฐบาลด้วยการแชร์ข้อมูลดีๆ กันเยอะๆ

ที่มา – สมช. ตั้ง “ผอ.ข่าวกรอง” เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้

สมช.เคาะ! รับมือโดรนป่วนสุวรรณภูมิ เข้ม 3 มาตรการ

สมช. เคาะ 3 มาตรการ รับมือโดรนป่วนสุวรรณภูมิ เปิดช่องให้การท่า ขอกองทัพ ใช้ “แอนตี้โดรน” ขู่มียาแรง หากกระทบความมั่นคง ถึงขั้นโทษประหาร

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องสำคัญเกี่ยวกับเหตุการณ์กรณีพบโดรนเข้ามาในพื้นที่จุดสำคัญต่างๆ ทั้งสนามบิน และจังหวัดชายแดน ซึ่งที่ประชุมมีมติสำคัญ 2 ส่วน คือ มาตรการระยะเร่งด่วน และมาตรการระยะยาว เพื่อรับมือโดรนป่วนสุวรรณภูมิ

ภายหลังจากการพิสูจน์พบโดรนจำนวนหนึ่งเข้ามาในพื้นที่ สำนักงานการบินพลเรือนได้ออกประกาศกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุม ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดชายแดน และสนามบินสำคัญทั่วประเทศ

สมช. เคาะ 3 มาตรการ รับมือโดรนป่วนสุวรรณภูมิ

สำหรับมาตรการเร่งด่วนที่ประกาศใช้เพื่อรับมือโดรนป่วนสุวรรณภูมิ ประกอบด้วย:

  1. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งท่าอากาศยาน สำนักงานการบินพลเรือน สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สนับสนุนการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการจัดการกับโดรนเป้าหมายที่เข้ามาในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงกำหนดมาตรการป้องกัน สืบสวนสอบสวน และแอนตี้โดรนต่างๆ เพื่อประสานงานอย่างใกล้ชิดและให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  2. ให้กระทรวงกลาโหม ผ่อนคลายมาตรการอนุญาตให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งท่าอากาศยานและหน่วยอื่นๆ สามารถจัดหาแอนตี้โดรนได้ เนื่องจากเป็นยุทธภัณฑ์จึงต้องขออนุญาตกองทัพ เพื่อเตรียมการให้มีไว้ป้องกันพื้นที่
  3. ให้เข้มงวดในการนำเข้า และตรวจสอบการลักลอบนำเข้าโดรน ในพื้นที่ชั้นใน และพื้นที่อื่นๆ อย่างเข้มงวด
  4. ประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า การบินโดรนเข้ามาในพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะพื้นที่ความมั่นคงมีโทษร้ายแรง โดยเฉพาะสนามบิน มีโทษสูงสุดคือ ประหารชีวิต จึงอยากสื่อสารให้ทุกฝ่ายเข้าใจ และหากใช้โดรน และพบว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง ก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายอาญาด้วย

มาตรการระยะยาวเพื่อรับมือโดรนป่วน

สำหรับมาตรการระยะยาวที่วางไว้เพื่อรับมือโดรนป่วนสุวรรณภูมิ มีดังนี้:

  1. ก่อนหน้านี้ สมช.เคยมีมติให้กองทัพอากาศ เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การทำงานเอกภาพ โดยจัดตั้งเป็นองค์กรขึ้นมา คือ ศูนย์บริหารจัดการควบคุมต่อต้านอากาศยานไม่มีคนขับแห่งชาติ
  2. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ทันสมัยในอนาคต รวมถึงพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมในการใช้เครื่องมือ ซึ่งเป็นทักษะขั้นสูง
  3. เห็นชอบทบทวนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เรื่องของการเพิ่มโทษกรณีที่ใช้โดรนที่กระทบต่อความมั่นคง

การออกมาตรการต่างๆ เพื่อรับมือโดรนป่วนสุวรรณภูมิ แสดงให้เห็นถึงความตระหนักและความเอาใจใส่ในความปลอดภัยของประเทศชาติ มาตรการเหล่านี้อาจจะดูเข้มงวด แต่ก็จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อป้องกันภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต การตระหนักถึงโทษของการใช้โดรนในพื้นที่หวงห้าม และการให้ความร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมาย จะช่วยให้เราทุกคนสามารถรักษาความปลอดภัยของประเทศชาติได้

ที่มา – “สมช.” เคาะ 3 มาตรการ รับมือโดรนป่วนสุวรรณภูมิ ขู่ใช้ยาแรงขั้นประหารชีวิต หากกระทบความมั่นคง

Scroll to top