นายทุน

“สุชาติ” เคลียร์ Saveทับลาน ยันทำเพื่อคนจน ไม่ได้เอื้อนายทุน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลเมื่อมีการพูดถึงแคมเปญ Saveทับลาน หลังจากที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีแนวคิดในการปรับแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานกว่า 100,000 ไร่ ล่าสุดนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เพื่อสร้างความเข้าใจในประเด็น “สุชาติ” เคลียร์ Saveทับลาน ยันทำเพื่อคนจน ไม่ได้เอื้อนายทุน อย่างชัดเจน เพื่อลดความเข้าใจผิดจากกระแสสังคมที่เกิดขึ้น

“สุชาติ” เคลียร์ Saveทับลาน ยันทำเพื่อคนจน ไม่ได้เอื้อนายทุน

นายสุชาติกล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่ทำต่อเนื่องกันมานาน เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านหลายหมื่นครอบครัวที่อยู่อาศัยในพื้นที่มาก่อนการประกาศเป็นเขตอุทยานฯ ท่านย้ำว่าอย่าหยิบยกความเดือดร้อนของชาวบ้านมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยหัวใจสำคัญคือการให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย คือทั้งการอนุรักษ์ป่าไม้และการคุ้มครองสิทธิที่อยู่อาศัยของประชาชน

เปิดมาตรการตั้งกรรมการพิสูจน์สิทธิ์

เพื่อให้สังคมคลายความกังวลว่าพื้นที่ดังกล่าวจะถูกนำไปเอื้อประโยชน์ให้นายทุน นายสุชาติได้เปิดเผยแผนงานที่จะดำเนินการใน 3-4 วันข้างหน้านี้ ดังนี้:

  • การจัดตั้งคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิ์: เพื่อตรวจสอบพื้นที่รายแปลงอย่างละเอียด
  • คัดกรองผู้มีสิทธิ์จริง: ป้องกันการสวมรอยจากกลุ่มนายทุนที่หวังฉวยโอกาสจากที่ดิน ส.ป.ก.
  • ความโปร่งใส: จะมีกระบวนการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญร่วมกับคณะกรรมการหลายชุด

รัฐมนตรีฯ ยืนยันว่า “สุชาติ” เคลียร์ Saveทับลาน ยันทำเพื่อคนจน ไม่ได้เอื้อนายทุน อย่างแท้จริง โดยต้องการปลดล็อกปัญหาที่หมักหมมมานานกว่า 50 ปี ให้กับประชาชนที่ตกเป็นจำเลยของประกาศเขตอุทยานฯ ทั้งที่อาศัยอยู่มาก่อน การพิสูจน์สิทธิ์จึงเป็นทางออกที่ยุติธรรมที่สุดเพื่อจำแนกคนยากจนออกจากกลุ่มนายทุนผู้บุกรุก

ในมุมมองของผู้เขียน ปัญหาทับลานไม่ได้มีแค่เรื่องของพื้นที่ป่าหรือที่ดิน แต่มันคือเรื่องของ ‘ปากท้อง’ และ ‘หลักการปกครอง’ หากรัฐบาลสามารถแยกแยะผู้ที่มีสิทธิ์อยู่อาศัยดั้งเดิมออกจากนายทุนได้อย่างชัดเจนด้วยกระบวนการทางกฎหมายที่โปร่งใส นี่จะเป็นบทเรียนสำคัญในการจัดการที่ดินทำกินของไทยในอนาคต

ที่มา – “สุชาติ” เคลียร์ Saveทับลาน ยันทำเพื่อคนจน ไม่ได้เอื้อนายทุน เผยตั้งกรรมการพิสูจน์สิทธิ์ กันสวมรอย

ลุยกวาดล้างช่วงบอลโลก ทลายเครือข่าย 6 เว็บพนัน ยอดหมุนเวียนรวมกว่า 473 ล้าน

ในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก 2026 ที่ผู้คนทั่วโลกต่างตื่นเต้นกับการเชียร์ทีมโปรด แต่ในอีกมุมหนึ่ง กลับมีขบวนการผิดกฎหมายฉวยโอกาสนี้ลักลอบเปิดเว็บพนันออนไลน์กันอย่างคึกคัก ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติการ ลุยกวาดล้างช่วงบอลโลก ทลายเครือข่าย 6 เว็บพนัน ยอดหมุนเวียนรวมกว่า 473 ล้าน ซึ่งถือว่าเป็นผลงานครั้งใหญ่ในการกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว

ลุยกวาดล้างช่วงบอลโลก ทลายเครือข่าย 6 เว็บพนัน ยอดหมุนเวียนรวมกว่า 473 ล้าน

ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง ศปอส.ตร. และ สส.ภ.1 ที่บุกเข้าตรวจสอบเป้าหมาย 3 จุด ในอำเภอตาพระยา อรัญประเทศ และคลองหาด โดยเน้นไปที่เครือข่ายเว็บไซต์พนันที่ท้าทายกฎหมายในช่วงมหกรรมฟุตบอลโลก ผลการตรวจค้นพบของกลางเป็นคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และสมุดบัญชีธนาคารจำนวนมาก พร้อมรวบตัวแอดมินที่ทำหน้าที่ดูแลระบบให้กับนายทุนฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา

รายละเอียดปฏิบัติการลุยกวาดล้างช่วงบอลโลก ทลายเครือข่าย 6 เว็บพนัน ยอดหมุนเวียนรวมกว่า 473 ล้าน

จากการตรวจสอบพบว่า เครือข่ายเหล่านี้ประกอบไปด้วยเว็บไซต์ชื่อดังหลายแห่ง เช่น maxbet789, mega345, funnemoo.cc รวมถึงกลุ่ม afb โดยแต่ละเว็บไซต์มีจำนวนสมาชิกนับหมื่นราย และมีเงินหมุนเวียนในระบบมหาศาล โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • เครือข่ายที่ 1: เว็บไซต์ maxbet789 และ mega345 มียอดสมาชิก 22,000 ราย ยอดหมุนเวียน 37 ล้านบาท
  • เครือข่ายที่ 2: เว็บไซต์ funnemoo.cc มียอดสมาชิกสูงถึง 585,448 ราย ยอดหมุนเวียนกว่า 90 ล้านบาทต่อเดือน
  • เครือข่ายที่ 3: กลุ่ม afb88.cc และ sfbet24vip มียอดหมุนเวียนพุ่งสูงถึง 346 ล้านบาท

ผู้ถูกจับกุมทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า รับจ้างเป็นแอดมินให้กับนายทุน โดยได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 17,000 บาท ซึ่งงานของพวกเขาคือการคอยตอบคำถามและจัดการระบบให้สมาชิกเข้าเล่นพนันฟุตบอลและเกมอื่นๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายร้ายแรง ทั้งในข้อหาโฆษณาชักชวนให้คนเล่นพนัน และความผิดฐานฟอกเงิน

การปราบปรามในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการทำลายฐานการเงินของอาชญากร แต่ยังเป็นการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนไทยตกเป็นเหยื่อของการพนันออนไลน์ในช่วงฟุตบอลโลก ตำรวจยังฝากเตือนพี่น้องประชาชนว่าการเข้ายุ่งเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์มีแต่จะสูญเสีย ไม่เพียงแค่เสียเงินทอง แต่ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดอีกด้วย

เราหวังว่าการกวดขันอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ จะช่วยลดจำนวนการเข้าถึงพนันออนไลน์และทำให้เทศกาลฟุตบอลโลกเป็นช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานอย่างสร้างสรรค์อย่างที่ควรจะเป็นครับ

ที่มา – ลุยกวาดล้างช่วงบอลโลก ทลายเครือข่าย 6 เว็บพนัน ยอดหมุนเวียนรวมกว่า 473 ล้าน

“จูรี” กรีดรัฐบาล แฉน้ำมันใต้โควตาหายฮวบ

สถานการณ์วิกฤตพลังงานในภาคใต้กำลังเป็นประเด็นร้อนที่ประชาชนเดือดร้อนหนัก โดยเฉพาะที่หาดใหญ่และจังหวัดสงขลา ล่าสุด “จูรี” กรีดรัฐบาลอยู่คนละโลกกับชาวบ้าน แฉน้ำมันใต้โควตาหายฮวบ กลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในการอภิปรายสภาผู้แทนราษฎร นายจูรี นุ่มแก้ว ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมากล่าวหาว่ารัฐบาลสื่อสารผิดเพี้ยนกับความเป็นจริงที่ประชาชนกำลังเผชิญ

“จูรี” กรีดรัฐบาลอยู่คนละโลกกับชาวบ้าน แฉน้ำมันใต้โควตาหายฮวบ

ในวันที่ 25 มีนาคม 2567 ระหว่างการประชุมสภาฯ นายจูรีได้อภิปรายอย่างดุเดือด จวกว่ารัฐบาลเหมือนอยู่คนละโลกกับชาวบ้านที่ต้องตากแดดรอคิวเติมน้ำมันยาวเป็นกิโลเมตร ขณะที่นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่มีวิกฤตน้ำมันขาดแคลน นายจูรีจึงท้านายกฯ ให้ลองบินไปหาดใหญ่ด้วยตัวเอง เพื่อสัมผัสปัญหาตั้งแต่ตั๋วเครื่องบินแพงยันสภาพปั๊มน้ำมัน 3 แบบ คือ คิวยาวเหยียด ปั๊มร้างเพราะน้ำมันหมด และปั๊มปิดบริการชั่วคราว

โควตาน้ำมันใต้หายไปไหน? ข้อมูลจากพื้นที่จริง

จากข้อมูลที่นายจูรีลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าโควตาน้ำมันดีเซลและเบนซินที่ปั๊มในพื้นที่ใต้ โดยเฉพาะหาดใหญ่ เคยได้รับวันละหมื่นลิตร แต่ปัจจุบันลดฮวบเหลือเพียง 3,000-5,000 ลิตรเท่านั้น รัฐบาลยังไม่มีคำตอบว่าน้ำมันหายไปไหน นอกจากนี้ยังทวงถามสัญญาเงินเยียวยาชาวหาดใหญ่ที่ยังไม่ได้รับการจ่ายแม้แต่บาทเดียว สถานการณ์อาจบานปลายหนักขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก

  • คิวยาวเป็นกิโลเมตร: ชาวบ้านต้องรอตั้งแต่เช้าตรู่ บางคนรอไม่ไหวต้องเลิก
  • ปั๊มน้ำมันร้าง: น้ำมันหมดสต็อก ปิดให้บริการ ส่งผลกระทบต่อการขนส่ง
  • ปั๊มปิดชั่วคราว: เนื่องจากขาดแคลนโควตา ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นชะงักงัน
  • ราคาตั๋วเครื่องบินพุ่ง: ความต้องการเดินทางสูง แต่พลังงานขาดแคลน

ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำมัน แต่กระทบทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้ใช้รถใช้ถนน พ่อค้าแม่ค้าที่ต้องขนส่งสินค้า ไปจนถึงอุตสาหกรรมขนาดเล็กในภาคใต้ นายจูรียังหยิบยกคำปราศรัยเก่าของนายกฯ ที่เคยบอกว่า “ประชาชนจะรวยไม่ไหวแล้ว” มาแซะว่า สงสัยคนรวยจริงๆ คือกลุ่มนายทุนที่ได้ประโยชน์ ไม่ใช่ชาวบ้านที่กำลังลำบากแสนสาหัส

ผลกระทบวิกฤตน้ำมันใต้ต่อเศรษฐกิจและชีวิตประจำวัน

วิกฤตนี้ทำให้ต้นทุนการขนส่งสูงขึ้น สินค้าอุปโภคบริโภคแพงตามไปด้วย ชาวบ้านในพื้นที่หาดใหญ่และสงขลาต้องปรับตัวอย่างหนัก บางรายหันไปใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแทน แต่ไม่ใช่ทุกคนทำได้ รัฐบาลถูกวิจารณ์หนักเรื่องการสื่อสารที่ไม่ตรงความจริง หากปล่อยไว้ปัญหาอาจลุกลามทั่วประเทศ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวที่กำลังมาถึง

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การขาดแคลนน้ำมันใต้เกิดจากหลายปัจจัย เช่น การนำเข้าน้ำมันดิบล่าช้า ปัญหาโลจิสติกส์ และการกระจายโควตาที่ไม่ทั่วถึง รัฐบาลควรเร่งเจรจากับผู้ค้าปลีกน้ำมันและเพิ่มการนำเข้าเพื่อแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นตอ

สุดท้ายแล้ว “จูรี” กรีดรัฐบาลอยู่คนละโลกกับชาวบ้าน แฉน้ำมันใต้โควตาหายฮวบ เป็นเครื่องเตือนใจว่ารัฐบาลต้องลงพื้นที่จริงและรับฟังปัญหาประชาชนมากกว่านี้ มิเช่นนั้นความเชื่อมั่นจะยิ่งลดลง คุณคิดว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหานี้ได้ทันสงกรานต์หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่กำลังเดือดร้อนจากวิกฤตน้ำมันใต้ได้รู้ด้วยนะครับ

ที่มา – “จูรี” กรีดรัฐบาลอยู่คนละโลกกับชาวบ้าน แฉน้ำมันใต้โควตาหายฮวบ ท้านายกฯ พิสูจน์ความจริง

“ทนายอั๋น” ยื่นร้องสอบ “อนุทิน-ครม.” เอื้อนายทุน ปมน้ำมันขาดแคลน

“ทนายอั๋น” ยื่นร้องสอบ “อนุทิน-ครม.” เอื้อนายทุน ปมน้ำมันขาดแคลน เป็นประเด็นร้อนที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมไทยช่วงนี้ ประชาชนจำนวนมากกำลังเผชิญความเดือดร้อนจากวิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลน แถวยาวเหยียดเพื่อรอเติมน้ำมันเพียงไม่กี่ลิตร ทนายอั๋น หรือนายภัทรพงศ์ ศุภักษร จึงไม่นิ่งนอนใจ เดินทางยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2569 เพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่ามีการละเว้นหน้าที่ ทุจริต หรือเอื้อประโยชน์ให้นายทุนหรือไม่

“ทนายอั๋น” ยื่นร้องสอบ “อนุทิน-ครม.” เอื้อนายทุน ปมน้ำมันขาดแคลน

สถานการณ์น้ำมันขาดแคลนครั้งนี้สร้างความทุกข์ยากให้ประชาชนเป็นอย่างมาก บางคนต้องนอนค้างคืนที่ปั๊มน้ำมันเพื่อรอคิวเติมเพียง 500 บาทต่อวัน ขณะที่กรมศุลกากรยืนยันว่าไทยนำเข้าน้ำมันวันละ 100 ล้านลิตร แต่ทำไมปั๊มถึงไม่มีขาย? ทนายอั๋นชี้ว่ามีรถบรรทุกน้ำมันวิ่งจากชลบุรี ผ่านระยอง ไปมุกดาหารวันละ 100 คันต่อเที่ยว บรรทุกกว่า 50,000 ลิตรต่อคัน แต่ปั๊มระหว่างทางกลับปิดป้าย “น้ำมันหมด” นี่คือสัญญาณของการบริหารจัดการที่ล้มเหลวหรือการเอื้อนายทุน?

ทนายอั๋นตั้งคำถามตรงๆ ว่า “น้ำมันหายไปไหน?” พอปรับราคาน้ำมันขึ้น 2 บาท น้ำมันก็โผล่มาทันที แต่ยังไม่ทั่วถึง ถ้าเพิ่มอีก 4-6 บาท คงมีเติมกันฉ่ำใจใช่ไหม? เขายื่นให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพื่อชี้ขาดว่าพฤติกรรมนี้เข้าข่ายละเว้นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญหรือไม่

สาเหตุน้ำมันขาดแคลน: เอื้อนายทุนหรือบริหารผิดพลาด?

  • นำเข้าพอ: กรมศุลกากรยันนำเข้า 100 ล้านลิตร/วัน
  • ส่งออกต่อเนื่อง: รถบรรทุกน้ำมันส่งออกข้ามจังหวัดจำนวนมาก
  • ปั๊มขาดแคลน: ประชาชนทะเลาะแย่งคิวเติม
  • ราคาขึ้น น้ำมันโผล่: สงสัยซ่อนไว้รอเก็งกำไร?

ทนายอั๋นย้ำว่า หลักฐานพื้นฐานอย่างประกาศกรมศุลกากรทุกคนเห็นได้ ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจเรียกเอกสารมากกว่าเขา 1,000 เท่า สิ่งสำคัญคือต้องมีความจริงใจในการตรวจสอบ เหมือนกรณีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดเลือกตั้ง

ทนายอั๋นร้องเป็นพยานคดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

นอกจากปมน้ำมัน ทนายอั๋นยังยื่นขอให้ส่งชื่อเขาเป็นพยานในคดีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งปี 2569 ชี้ว่าการกระทำของ กกต. ละเมิดสิทธิเสรีภาพ เพราะอาจตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าใครเลือกพรรคไหน ทำให้การเลือกตั้งไม่ลับตามรัฐธรรมนูญ ขอให้ศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราว หยุดการทำของรัฐสภาไว้ก่อน

ประเด็นเหล่านี้สะท้อนปัญหาการบริหารประเทศที่ประชาชนตั้งคำถามหนัก วิกฤตน้ำมันไม่ใช่แค่ขาดแคลน แต่เป็นสัญญาณของระบบที่อาจเอื้อกลุ่มทุนใหญ่ ประชาชนต้องทำมาหากิน แต่กลับต้องต่อสู้เพื่อน้ำมันพื้นฐาน ทนายอั๋นคือตัวแทนเสียงประชาชนที่กล้าต่อสู้

ในมุมมองของผม สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าการกำกับดูแลน้ำมันต้องโปร่งใสมากกว่านี้ รัฐบาลควรเร่งแก้ปัญหาจริงจัง ไม่ใช่รอราคาขึ้นแล้วค่อยมีน้ำมัน คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้เสียงประชาชนดังขึ้น!

ที่มา – “ทนายอั๋น” ยื่นร้องสอบ “อนุทิน-ครม.” เอื้อนายทุน ปมน้ำมันขาดแคลน

Scroll to top