นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

“วัชรพงศ์” ย้อน พรรคประชาชน เคลียร์ปม “สส.ส้ม” แฉ “ดีลเลือกสว.”

“วัชรพงศ์” ย้อน พรรคประชาชน เคลียร์ปม “สส.ส้ม” แฉ “ดีลเลือกสว.”

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองเมื่อ นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี จากพรรคภูมิใจไทย ออกมาเปิดฉากโต้กลับอย่างเผ็ดร้อน หลังมีการพาดพิงถึงกรณีการเลือก สว. ที่ถูกฝั่งพรรคประชาชนนำมาแฉบนเวทีเสวนา โดยเฉพาะเรื่องประเด็น “วัชรพงศ์” ย้อน พรรคประชาชน เคลียร์ปม “สส.ส้ม” แฉ “ดีลเลือกสว.” ซึ่งได้รับความสนใจจากสาธารณชนเป็นอย่างมากในขณะนี้

นายวัชรพงศ์ ได้ตั้งคำถามกลับอย่างเจ็บแสบว่า หาก สส. ในสังกัดมีปัญหาเรื่องการทุจริตหรือพัวพันกับยาเสพติด ทางฝั่งผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคส้มจะต้องออกมารับผิดชอบด้วยหรือไม่ เพราะการกล่าวหาพรรคภูมิใจไทยโดยไม่มีหลักฐานชัดเจน และเป็นการตัดสินกันผ่านศาลเตี้ยนั้น ถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งในกระบวนการยุติธรรม

เจาะลึกปมการเมืองกับ “วัชรพงศ์” ย้อน พรรคประชาชน เคลียร์ปม “สส.ส้ม” แฉ “ดีลเลือกสว.”

นอกจากนี้ นายวัชรพงศ์ยังได้กล่าวถึงเบื้องหลังที่น่าสงสัยเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สว. ปี 2567 โดยหยิบยกกรณีของ น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล ที่เคยโพสต์ข้อความถึงความรู้สึกหลังการเลือก สว. ว่ามีการดีลกันเหมือนไม่มีวันพรุ่งนี้ ซึ่งกลายเป็นจุดเชื่อมโยงที่นายวัชรพงศ์นำมาถามกลับว่า พรรคประชาชนมีการดีลหรือหักหลังอะไรกันหรือไม่ ก่อนที่จะมีการส่ง น.ส.ชลณัฏฐ์ ลงสมัคร สส. จนได้รับตำแหน่งในที่สุด

ประเด็นที่น่าสนใจประกอบด้วย:

  • ความโปร่งใสในกระบวนการเลือก สว.
  • การย้อนถามมาตรฐานจริยธรรมของฝั่งพรรคส้ม
  • ความเชื่อมโยงระหว่างการเลือก สว. กับการแต่งตั้ง สส. ในพรรค
  • การเรียกร้องให้ใช้กระบวนการยุติธรรมตัดสิน แทนการแฉข่าวลือ

ท้ายที่สุด การที่ “วัชรพงศ์” ย้อน พรรคประชาชน เคลียร์ปม “สส.ส้ม” แฉ “ดีลเลือกสว.” ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการปกป้องชื่อเสียงของพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการตั้งคำถามถึง “มาตรฐาน” ของพรรคฝ่ายค้านที่มีต่อเหตุการณ์ต่างๆ ในสังคม ซึ่งประชาชนควรต้องติดตามกันต่อไปว่าทางฝั่งพรรคประชาชนจะมีคำตอบในเรื่องนี้อย่างไร หรือสุดท้ายแล้วนี่จะเป็นเพียงเกมการเมืองเพื่อสร้างกระแสให้ฝ่ายตนเองได้เปรียบในพื้นที่สื่อ

ที่มา – “วัชรพงศ์” ย้อน พรรคประชาชน เคลียร์ปม “สส.ส้ม” แฉ “ดีลเลือกสว.”

ส่องผังธุรกิจ “ภาวุธ” จากอีคอมเมิร์ซสู่ สส. ส้ม

ในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ ชื่อของ “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” กลายเป็นที่จับตามองอย่างมาก ไม่ใช่เพียงเพราะบทบาทใหม่ในฐานะ สส. บัญชีรายชื่อจากพรรคประชาชน แต่ยังรวมถึงกระแสข่าวความเชื่อมโยงกับกรณีมรสุมแชร์ Forex ครั้งใหญ่ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม

ส่องผังธุรกิจ “ภาวุธ” จากอีคอมเมิร์ซสู่ สส. ส้ม

หลายคนอาจคุ้นเคยกับเขาในฐานะ “เจ้าพ่ออีคอมเมิร์ซ” ผู้ก่อตั้ง TARAD.com ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกวงการออนไลน์ของไทย แต่เมื่อเขาตัดสินใจก้าวเข้าสู่สนามการเมืองเต็มตัว ในฐานะ สส. ส้ม รายชื่อต้นๆ ของพรรคประชาชน ส่องผังธุรกิจ “ภาวุธ” จากอีคอมเมิร์ซสู่ สส. ส้ม จึงกลายเป็นประเด็นที่นักวิเคราะห์และประชาชนทั่วไปให้ความสนใจอย่างลึกซึ้ง หลายคนตั้งข้อสังเกตว่านักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จระดับนี้ ทำไมถึงเลือกกระโจนเข้าสู่การเมืองที่เต็มไปด้วยมรสุมข่าวฉาว โดยเฉพาะการก้าวขึ้นมาเป็นดาวสภาที่ขุดคุ้ยโครงการ TH-AI Passport จนเป็นข่าวใหญ่โต

เบื้องหลังอาณาจักรธุรกิจที่ซับซ้อน

หากมองลึกลงไปในฐานะนักธุรกิจ ส่องผังธุรกิจ “ภาวุธ” จากอีคอมเมิร์ซสู่ สส. ส้ม เผยให้เห็นว่าเขามีการถือหุ้นในบริษัทต่างๆ มากกว่า 36 แห่ง ทั้งในกลุ่มธุรกิจซอฟต์แวร์ อสังหาริมทรัพย์ รวมถึงบริษัทที่ร่วมหุ้นกับคนดังและเครือญาติของนักการเมืองระดับแกนนำ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเครือข่ายความสัมพันธ์ที่กว้างขวางเกินกว่าคนทั่วไปจะคาดคิด

โครงสร้างธุรกิจของเขามีความหลากหลายสูง โดยมีตัวอย่างที่น่าสนใจดังนี้:

  • บริษัท ดราก้อนเอ็นเนอร์จีฯ: ธุรกิจพลังงานสะอาดที่มีดาราดังร่วมถือหุ้น
  • กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์: ตระกูลพงษ์วิทยภานุมีฐานธุรกิจหลักในจังหวัดกาญจนบุรี
  • บริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี: สะท้อนตัวตนผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลที่เขาสั่งสมมานาน

มรสุมคดี Forex ที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ถือเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับชีวิตทางการเมืองของเขา นอกจากข้อสงสัยเรื่องธรรมาภิบาลแล้ว สิ่งที่สังคมต้องการคำตอบมากที่สุดคือจุดยืนของตัวเขาเองในฐานะผู้แทนราษฎร ว่าจะจัดการกับข้อครหาเหล่านี้ได้อย่างไรท่ามกลางการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากดีเอสไอ

อย่างไรก็ตาม ในโลกธุรกิจการเป็นผู้บุกเบิกไม่ได้การันตีความราบรื่นในเส้นทางการเมือง สำหรับกรณีของคุณภาวุธ เราคงต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ 19 มิ.ย. 2569 นี้ว่า “ดาวสภา” ผู้นี้จะสามารถกู้ความเชื่อมั่นกลับมาได้หรือไม่ เพราะในทางการเมือง ข้อมูลและความโปร่งใสคือสิ่งที่ประชาชนให้ความสำคัญสูงสุด

ที่มา – ส่องผังธุรกิจ “ภาวุธ”จากผู้บุกเบิกอีคอมเมิร์ซสู่ สส.ส้ม ดาวสภาขุดคุ้ย TH-AI Passport ก่อนเจอมรสุม

“ไอซ์” ฉะเดือด “อนุทิน” เงียบกริบโครงการ TH-AI Passport สงสัยไม่กล้าแตะลูกนาย

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยทันที สำหรับกรณีที่นางสาวรักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” ออกมาเปิดศึกกับโครงการ TH-AI Passport มูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท โดยหัวข้อที่สังคมกำลังให้ความสนใจและตั้งคำถามอย่างหนักคือ “ไอซ์” ฉะเดือด “อนุทิน” เงียบกริบโครงการ TH-AI Passport สงสัยไม่กล้าแตะลูกนาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสงสัยในการทำงานของฝ่ายบริหารภายใต้รัฐบาลปัจจุบัน

“ไอซ์” ฉะเดือด “อนุทิน” เงียบกริบโครงการ TH-AI Passport สงสัยไม่กล้าแตะลูกนาย

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่นางสาวรักชนกในฐานะประธานกรรมาธิการฯ ได้ออกมาแถลงถึงความคืบหน้าในการรวบรวมหลักฐานเพื่อยื่นตรวจสอบต่อ ป.ป.ช. โดยเธอตั้งข้อสังเกตว่าโครงการภาครัฐขนาดใหญ่มักถูกจับตามอง แต่ทำไมโครงการนี้ถึงดูมีความผิดปกติและนายกรัฐมนตรีกลับนิ่งเฉย การที่ “ไอซ์” ฉะเดือด “อนุทิน” เงียบกริบโครงการ TH-AI Passport สงสัยไม่กล้าแตะลูกนาย จึงเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้มีอำนาจว่า ประชาชนจะไม่ยอมให้มีการทุจริตเกิดขึ้นในงบประมาณแผ่นดินอย่างแน่นอน

เบื้องลึกความสงสัยในโครงการ TH-AI Passport

นอกจากประเด็นเรื่องลูกรัฐมนตรีแล้ว นางสาวรักชนกยังได้ท้าทายฝ่ายที่มีข้อสงสัยว่าโครงการนี้เกี่ยวข้องกับกลุ่มก้าวหน้า โดยเธอยืนยันว่าหากใครมีหลักฐานว่า นายธนาธร หรือ นายปิยบุตร เข้ามาเกี่ยวข้องกับการล็อกสเปกโครงการ ให้ส่งหลักฐานมาได้เลยทันที เพราะตนพร้อมจะตรวจสอบทุกคนด้วยมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นฝั่งรัฐบาลหรือฝั่งการเมืองใดก็ตาม ซึ่งนี่คือจุดที่ทำให้กรณี “ไอซ์” ฉะเดือด “อนุทิน” เงียบกริบโครงการ TH-AI Passport สงสัยไม่กล้าแตะลูกนาย กลายเป็นกระแสที่สังคมต้องเฝ้าตามดูอย่างใกล้ชิด

  • เรียกร้องให้นายไชยชนก ชิดชอบ ออกมารับผิดชอบโครงการโดยตรง
  • คัดค้านการทำงานที่ดูเหมือนมีการเอื้อประโยชน์ให้เอกชน
  • เดินหน้ายื่นเรื่องตรวจสอบ ป.ป.ช. ก่อนวันที่ 1 กรกฎาคมนี้

ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้คงไม่จบลงง่ายๆ เพราะตัวเลขงบประมาณมหาศาลคือภาษีของประชาชนทุกคน ความเงียบของนายกรัฐมนตรีอาจจะสร้างความเคลือบแคลงใจให้กับสังคมมากขึ้นไปอีก หากไม่มีคำอธิบายที่โปร่งใสและชัดเจนเพียงพอ การตรวจสอบเรื่องนี้อาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ในการจัดการกับโครงการรัฐในอนาคต

ที่มา – “ไอซ์” ฉะเดือด “อนุทิน” เงียบกริบโครงการ TH-AI Passport สงสัยไม่กล้าแตะลูกนาย

อนุทิน-ธนาธร จับมือ! หาเสียงอยุธยา ก่อนแยกทาง

การเลือกตั้งใกล้เข้ามาทุกที บรรยากาศการหาเสียงก็ยิ่งคึกคัก! ล่าสุดเกิดภาพที่น่าสนใจ เมื่อ “อนุทิน-ธนาธร” จับมือทักทายกัน ระหว่างหาเสียงกลางตลาดเจ้าพรหมอยุธยา ก่อนแยกย้ายคนละทาง ท่ามกลางความสนใจของประชาชนและสื่อมวลชน

อนุทิน-ธนาธร จับมือทักทายกัน ระหว่างหาเสียงกลางตลาดเจ้าพรหมอยุธยา ก่อนแยกย้ายคนละทาง

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อช่วยผู้สมัคร สส. ของพรรคหาเสียงในแต่ละเขต โดยเริ่มจากตลาดเจ้าพรหม สถานที่สำคัญและเป็นศูนย์รวมของชาวอยุธยา

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ก็ได้เดินทางมาช่วยผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาชนหาเสียงที่ตลาดเจ้าพรหมแห่งนี้เช่นกัน ทำให้เกิดภาพที่หลายคนจับตามอง เมื่อ “อนุทิน-ธนาธร” จับมือทักทายกัน ระหว่างหาเสียงกลางตลาดเจ้าพรหมอยุธยา ก่อนแยกย้ายคนละทาง

การพบกันของทั้งสองท่านเป็นไปอย่างเป็นมิตร มีการพูดคุยทักทายกันและจับมือกัน ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปหาเสียงในพื้นที่ที่แตกต่างกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันกันโดยตรง

บรรยากาศการหาเสียงในตลาดเจ้าพรหม

บรรยากาศการหาเสียงในตลาดเจ้าพรหมเป็นไปอย่างคึกคัก พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนต่างให้ความสนใจกับผู้สมัครจากทั้งสองพรรค มีการเข้ามาพูดคุย สอบถาม และให้กำลังใจ

นายอนุทินได้สักการะศาลท่านท้าวมหาพรหม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตลาด และเดินทักทายพ่อค้าแม่ค้า พร้อมรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน นอกจากนี้ยังมีพ่อค้านาฬิกาทักทายและอวยพรให้นายอนุทินได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

นายธนาธรก็ได้พบปะพูดคุยกับประชาชน รับฟังปัญหา และนำเสนอนโยบายของพรรค โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาประเทศไปข้างหน้า

แม้ว่า “อนุทิน-ธนาธร” จับมือทักทายกัน ระหว่างหาเสียงกลางตลาดเจ้าพรหมอยุธยา ก่อนแยกย้ายคนละทาง แต่ทั้งสองพรรคก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอนโยบายและแนวทางของตนเอง เพื่อให้ประชาชนได้พิจารณาและตัดสินใจในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการลงพื้นที่หาเสียง เช่น

  • แม่ค้าบอกว่าเลือกพรรคภูมิใจไทยแน่นอน
  • ช่างนาฬิกาทัก “เสี่ยหนู” ว่าวาสนาดีจะได้นั่งนายกฯ ต่อ
  • พ่อค้าแม่ค้าร้องเรียนเรื่องความเสื่อมโทรมของตลาด
  • ชาวบ้านสอบถามเรื่องปัญหามลพิษจากโรงงานและจากชาวนาเผานา

เหตุการณ์ที่ “อนุทิน-ธนาธร” จับมือทักทายกัน ระหว่างหาเสียงกลางตลาดเจ้าพรหมอยุธยา ก่อนแยกย้ายคนละทาง แสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจนักกีฬาและความเป็นมืออาชีพของนักการเมือง แม้จะมีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน แต่ก็สามารถพูดคุยและทักทายกันได้

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่ประชาชนจะได้พิจารณาและตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เหมาะสม เพื่อเข้ามาบริหารประเทศและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น หวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม เพื่อให้ได้รัฐบาลที่มาจากเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – “อนุทิน-ธนาธร” จับมือทักทายกัน ระหว่างหาเสียงกลางตลาดเจ้าพรหมอยุธยา ก่อนแยกย้ายคนละทาง

Scroll to top