นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

“อ.เชน” ควงครอบครัวแต่งผ้าไหมไทย ลุยเปิดงาน “บุญบั้งไฟแพรวา” กาฬสินธุ์

“อ.เชน” ควงครอบครัวแต่งผ้าไหมไทย ลุยเปิดงาน “บุญบั้งไฟแพรวา” กาฬสินธุ์

กลายเป็นภาพที่สร้างรอยยิ้มให้กับชาวบ้านได้ไม่น้อยเลยครับ เมื่อ “อ.เชน” หรือคุณยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ใช้เวลาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ พาครอบครัวเดินทางไปร่วมงานประเพณี “บุญบั้งไฟบ้านโพน (บุญบั้งไฟแพรวา) ประจำปี 2569” ณ จังหวัดกาฬสินธุ์ งานนี้บอกเลยว่าเป็นกันเองสุดๆ เพราะท่านรองนายกฯ พร้อมครอบครัวได้สวมชุดผ้าไหมแพรวาที่งดงามมาร่วมงาน ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนผ้าไทยท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

เปิดมุมมองพัฒนาเศรษฐกิจผ่านงานบุญบั้งไฟแพรวา

นอกจากจะได้เห็นบรรยากาศความสนุกสนานแล้ว “อ.เชน” ควงครอบครัวแต่งผ้าไหมไทย ลุยเปิดงาน “บุญบั้งไฟแพรวา” กาฬสินธุ์ ยังแสดงวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจว่า ประเพณีบุญบั้งไฟไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องความเชื่อหรือศรัทธาของเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังเป็น “เครื่องจักรทางเศรษฐกิจ” ที่สำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้เข้ามาจับจ่ายใช้สอยในชุมชน ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับพี่น้องในท้องถิ่นได้อย่างมหาศาล โดยรัฐบาลพร้อมที่จะจับมือกับกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อผลักดันผ้าไหมแพรวาให้โด่งดังไปไกลในระดับโลกอีกด้วย

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยหลังจากลั่นฆ้องเปิดงาน “อ.เชน” ควงครอบครัวแต่งผ้าไหมไทย ลุยเปิดงาน “บุญบั้งไฟแพรวา” กาฬสินธุ์ ยังจัดเต็มด้วยการลงไปร่วมฟ้อนรำกับชาวผู้ไทยบ้านโพน สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่มาร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง

ทัวร์พิพิธภัณฑ์สิรินธร อัปเกรดความรู้สายวิทย์

หลังจากเสร็จภารกิจงานบุญ อ.เชน ยังเปลี่ยนโหมดคุณพ่อพาลูกๆ ไปตะลุย “พิพิธภัณฑ์สิรินธร” จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อสัมผัสซากดึกดำบรรพ์และเรียนรู้เรื่องราวของไดโนเสาร์ยักษ์ โดยมีดร.ศิตะ มานิตกุล นักบรรพชีวินวิทยาชื่อดังมาให้ความรู้แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งเรื่องการค้นพบ “นาคาไททัน ชัยภูมิเอ็นซิส” ซึ่งเป็นไดโนเสาร์คอยาวที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับเป็นกิจกรรมครอบครัวที่ส่งเสริมด้านการศึกษาได้ดีเยี่ยมจริงๆ ครับ

  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในไทย
  • ผลักดันสินค้าท้องถิ่นสู่ระดับสากล
  • ใช้กิจกรรมเชิงครอบครัวสร้างแรงบันดาลใจ

ถือเป็นทริปวันหยุดที่ครบเครื่องทั้งเรื่องงานและการสร้างสายสัมพันธ์ในครอบครัวผ่านการเรียนรู้จริงๆ ครับ ใครที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวกาฬสินธุ์ ลองแวะไปสัมผัสเสน่ห์ของผ้าไหมแพรวาและชมพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์กันดูนะครับ รับรองว่าคุณจะได้ทั้งความสุขและความรู้อย่างแน่นอน

ที่มา – “อ.เชน” ควงครอบครัวแต่งผ้าไหมไทย ลุยเปิดงาน “บุญบั้งไฟแพรวา” กาฬสินธุ์

“ธนพร” อ่านโพล เชื่อคนใต้ไม่ขวาง “แลนด์บริดจ์”

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก SEO การเมืองไทย! วันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นร้อนๆ ที่ ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมืองชื่อดัง ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจจากผลสำรวจโพลล่าสุด โดยเฉพาะเรื่อง “ธนพร” อ่านโพล เชื่อคนใต้ไม่ขวาง “แลนด์บริดจ์” ซึ่งเป็นโอกาสทองของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ก็ต้องระวังเรื่องการสื่อสารข้อมูลให้ครบถ้วนนะครับ มาฟังกันเลย!

ภาพรวมการเมืองไทยจากสวนดุสิตโพลและนิด้าโพล

จากผลสำรวจดัชนีการเมืองไทยของสวนดุสิตโพลประจำเดือนเมษายน 2567 พบว่าความเชื่อมั่นทางการเมืองปรับลดลงเล็กน้อยจาก 3.89 เหลือ 3.79 คะแนน แต่สิ่งที่โดดเด่นคือแนวโน้ม “อนุรักษ์นิยม” ยังคงแข็งแกร่ง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล กลายเป็นแกนหลักที่ถูกจับตา ไม่ว่าจะมุมดีหรือวิจารณ์ ดร.ธนพร มองว่านี่คือสัญญาณว่าฐานการเมืองอนุรักษ์นิยมชัดเจนขึ้น มีผู้นำที่มาจากการเลือกตั้ง เพิ่มความชอบธรรมในระยะยาว

นอกจากนี้ ผู้นำรัฐบาลอย่างนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ ก็คะแนนนิยมสูง สะท้อนการฟื้นตัวของพรรคเพื่อไทย ผู้สนับสนุนเริ่มกลับมาเชื่อมั่น ในขณะที่ฝ่ายค้านสายก้าวหน้า แม้มี ส.ส. เยอะ แต่ยังปรับกลยุทธ์ไม่ทัน พรรคยังไม่เด่นเท่า บุคคลอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับโดดเด่นกว่าในบทบาทวิพากษ์

“ธนพร” อ่านโพล เชื่อคนใต้ไม่ขวาง “แลนด์บริดจ์”

ประเด็นสำคัญที่ ดร.ธนพร ชี้คือผลนิด้าโพลเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ ชาวภาคใต้ไม่ขวางโครงการนี้! นี่คือโอกาสใหญ่ของรัฐบาลท่ามกลางเศรษฐกิจที่ท้าทาย แต่ประชาชนยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โดยเฉพาะผลกระทบสิ่งแวดล้อมและความคุ้มค่า ดร.ธนพร ย้ำว่ารัฐต้องสื่อสารสาธารณะให้ดี เปิดเผยข้อมูลครบ เปิดโอกาสมีส่วนร่วมกับคนในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจและเชื่อมั่น

ทำไม “ธนพร” อ่านโพล แล้วมองว่าเป็นโอกาสรัฐบาล

โครงการแลนด์บริดจ์ หรือทางเชื่อมแผ่นดิน จะเชื่อมฝั่งอันดามัน-อ่าวไทย ช่วยลดเวลาเดินทาง ลดค่าขนส่ง สร้างรายได้มหาศาลให้ประเทศ นี่คือเมกะโปรเจกต์ที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green) แต่ความเห็นแตกต่างแม้ในพรรคเดียวกัน ถือเป็นสัญญาณดีของประชาธิปไตย แสดงถึงการตรวจสอบถ่วงดุล รัฐบาลต้องเปิดรับฟังจริงจัง

  • ประโยชน์หลักของแลนด์บริดจ์: ลดเวลาเดินทางจาก 5-7 วันเหลือไม่กี่ชั่วโมง
  • เพิ่มการท่องเที่ยวและโลจิสติกส์ในภาคใต้
  • สร้างงานนับหมื่นตำแหน่ง สร้าง GDP ให้ประเทศโต
  • เชื่อมโยงกับนโยบาย EEC และเขตอ่าวไทย

ดร.ธนพร ยังวิเคราะห์คะแนนผู้นำว่า กลุ่มอนุรักษ์นิยมนำ เช่น อนุทิน ยศชนัน อภิสิทธิ์ แสดงว่า “ขั้วอนุรักษ์นิยม” ยังเป็นสมดุลอำนาจหลักในไทยตอนนี้

สรุปแล้ว “ธนพร” อ่านโพล เชื่อคนใต้ไม่ขวาง “แลนด์บริดจ์” เป็นสัญญาณบวก แต่ความสำเร็จอยู่ที่การสื่อสาร หากรัฐบาลทำได้ดี โครงการนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทยแน่นอน คุณคิดเห็นยังไงกับมุมมองนี้? มาแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ จะได้แลกเปลี่ยนกัน!

นอกจากนี้ อย่าลืมติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองและเศรษฐกิจ SEO สดๆ ร้อนๆ นะครับ สมัครรับข่าวสารฟรีวันนี้!

ที่มา – “ธนพร” อ่านโพล เชื่อคนใต้ไม่ขวาง “แลนด์บริดจ์” เป็นโอกาสรัฐบาลเดินหน้า แต่ต้องให้ข้อมูลครบถ้วน

อว. จับมือพาณิชย์ ระดมสอนกลยุทธ์ทรัพย์สินทางปัญญา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ประกอบการ SMEs และเกษตรกรทุกท่าน! วันนี้มีข่าวดีมาบอกกันเลย กับการจับมือกันระหว่าง กระทรวง อว. จับมือ กระทรวงพาณิชย์ ระดมแพลตฟอร์มมหาวิทยาลัยให้ความรู้กลยุทธ์ทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าไทยให้แข็งแกร่งในตลาดโลก นี่ไม่ใช่แค่ข่าวการประชุมธรรมดา แต่เป็นแผนงานจริงจังที่จะเปลี่ยน SMEs ของเราให้มี “IP Mindset” มองเห็นมูลค่าจากไอเดียและนวัตกรรม!

กระทรวง อว. จับมือ กระทรวงพาณิชย์ ระดมแพลตฟอร์มมหาวิทยาลัยให้ความรู้กลยุทธ์ทรัพย์สินทางปัญญา

เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมบูรฉัตรไชยากร กระทรวงพาณิชย์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.อว. ร่วมกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ได้ประชุมบูรณาการความร่วมมือ โดยมีปลัดและผู้บริหารทั้งสองกระทรวงมาร่วมด้วย เจ้าหน้าที่ระดมแพลตฟอร์มจากมหาวิทยาลัยและอุทยานวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยนวัตกรรมเข้ากับตลาดโลก

นายยศชนัน เน้นย้ำว่าการก้าวสู่ “เศรษฐกิจมูลค่าสูง” ต้องทำให้ทุกคนเข้าใจว่า มูลค่าธุรกิจยุคใหม่อยู่ที่ “ความคิดและนวัตกรรม” ไม่ใช่แค่สินค้าจับต้องได้ กระทรวงอว. จึงเปิดหลักสูตร กลยุทธ์ทรัพย์สินทางปัญญา (IP Strategy) เพื่อติดอาวุธให้ SMEs และเกษตรกร สร้างทรัพย์สิน IP ที่มีมูลค่าสูง

ภาพประชุม

กลยุทธ์ทรัพย์สินทางปัญญา สำคัญยังไงกับ SMEs ไทย?

กลยุทธ์ทรัพย์สินทางปัญญา หรือ IP Strategy คือการวางแผนปกป้องและใช้ประโยชน์จากสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า ไม่ใช่แค่จดทะเบียนแล้วจบ แต่เป็นการทำให้ IP กลายเป็น “อาวุธลับ” ในการแข่งขัน เช่น ใช้เป็นหลักประกันกู้เงิน (IP Finance) หรือขยายตลาดส่งออก

  • ปกป้องไอเดีย: ไม่ให้คู่แข่งลอกเลียน ทำให้สินค้าคุณแตกต่าง
  • เพิ่มมูลค่า: สินค้าธรรมดากลายเป็นพรีเมี่ยม ส่งออกได้ราคาดี
  • เปิดโอกาสใหม่: ใช้ IP กู้เงินจากธนาคาร ร่วมกับ NIA และกระทรวงการคลัง
  • ยั่งยืน: แก้ปัญหาปากท้องเกษตรกรและ SMEs ฐานราก
ภาพผู้เข้าร่วม

แผนงาน 2 ระยะ จากกระทรวง อว. จับมือ กระทรวงพาณิชย์

การดำเนินงานแบ่ง 2 ระยะชัดเจน

  • ระยะเร่งด่วน: ระดมแพลตฟอร์มมหาวิทยาลัยและ Science Park เป็นพี่เลี้ยง ถ่ายทอดเทคโนโลยีและหลักสูตร IP Strategy ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้า แก้ปัญหาเร่งด่วน
  • ระยะยาว: อว. เป็น “กองหน้า” ร่วม AITP และ ทปอ. คัดกรองงานวิจัยดีๆ เตรียมเข้าจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ ลดเวลาจดสิทธิบัตรเหลือ 1 ปี!

“เป้าหมายของผมคือการทลายกำแพงเรื่องเวลาและความไม่เข้าใจในคุณค่าของไอเดีย หากเราสามารถติดอาวุธทางปัญญาผ่านหลักสูตร IP Strategy ให้ผู้ประกอบการเห็นว่ามูลค่าอยู่ในความคิด และ อว. เข้ามาช่วยเตรียมความพร้อมในส่วนหน้าอย่างเป็นระบบ เราจะสามารถผลักดันให้การจดสิทธิบัตรของทุกผลิตภัณฑ์เสร็จสิ้นได้ภายในเวลาเพียง 1 ปี ซึ่งจะเป็นการพลิกโฉมการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก” นายยศชนัน กล่าว

ภาพอีกมุม

ส่วนนางศุภจี ย้ำว่ากระทรวงพาณิชย์พร้อมเชื่อมกลไกตลาด ผ่าน 4 มิติ: ยกระดับสินค้าเกษตร OTOP, สร้างระบบ IP Finance, เปลี่ยนวิจัยเป็นสินค้าส่งออก, พัฒนาข้อมูลสำหรับผู้ประกอบการ ร่วม NIA และกระทรวงการคลัง เพื่อให้รายย่อยกู้เงินด้วย IP ได้จริง

เห็นภาพชัดเลยใช่มั้ยครับ? นี่คือโอกาสทองสำหรับ SMEs ไทยที่จะก้าวขึ้นสู่ High Value Economy ลองคิดดู ถ้าสินค้าท้องถิ่นของคุณมีสิทธิบัตรป้องกัน ขายต่างประเทศได้แพงขึ้น กู้เงินง่ายขึ้น เศรษฐกิจฐานรากแข็งแรงแน่นอน ในมุมมองผม นี่คือการลงทุนที่คุ้มที่สุดสำหรับอนาคต หากคุณสนใจ แนะนำติดตามประกาศหลักสูตรจากกระทรวงอว. และพาณิชย์ หรือสมัครเข้าร่วมแพลตฟอร์มมหาวิทยาลัยใกล้บ้าน เริ่มต้นวันนี้เพื่อความสำเร็จพรุ่งนี้!

ที่มา – กระทรวง อว. จับมือ กระทรวงพาณิชย์ ระดมแพลตฟอร์มมหาวิทยาลัยให้ความรู้กลยุทธ์ทรัพย์สินทางปัญญา

“เพื่อไทย” จัดทัพ ข้าราชการการเมือง ชง “ศึกษิษฏ์” นั่งรองเลขาฯ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวข่าวการเมืองทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวร้อนๆ มาอัปเดตกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ เรื่องของ “เพื่อไทย” จัดทัพ ข้าราชการการเมือง ชง “ศึกษิษฏ์” นั่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นี่แหละครับ ที่กำลังเป็นกระแสในวงการเมืองไทยตอนนี้ พรรคเพื่อไทยเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก หลังจากได้รัฐมนตรีไปหลายกระทรวง ก็รีบจัดทีมข้าราชการการเมืองมาช่วยงานแบบครบเครื่อง คาดว่ารายชื่อจะเข้าครม.หลังหยุดสงกรานต์เลยทีเดียว

“เพื่อไทย” จัดทัพ ข้าราชการการเมือง ชง “ศึกษิษฏ์” นั่งรองเลขาฯ

จากข้อมูลล่าสุดวันที่ 12 เมษายน 2567 พรรคเพื่อไทยประกาศว่าจัดการพิจารณาข้าราชการการเมืองเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ละคนกำลังกรอกประวัติเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ เหมือนกับรัฐมนตรีเลยครับ รายชื่อนี้จะถูกเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หลังเทศกาลสงกรานต์ หรือช้าสุดสัปดาห์ถัดไป

ไฮไลต์สำคัญคือ นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย จะได้นั่งตำแหน่ง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ช่วยงานนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.อว. ถือเป็นการเลื่อนขั้นโฆษกพรรคมาช่วยงานใหญ่เลยนะครับ แสดงถึงความไว้วางใจสูงมาก

รายชื่อข้าราชการการเมืองช่วยงานกระทรวงต่างๆ

นอกจากนี้ ยังมีชื่อเด่นๆ อีกเพียบที่กระจายไปช่วยรัฐมนตรีเพื่อไทยในหลายกระทรวง มาดูรายละเอียดกันแบบชัดๆ เลยครับ

  • กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.):
    • น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิยช์ อดีต รมช.มหาดไทย เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกฯ
    • นายฉัตริน จันทร์หอม อดีตรองเลขาฯ เป็นเลขานุการ รมว.อว.
    • นายดนุพร ปุณณกันต์ เป็นกรรมการผู้ช่วย รมว.อว.
    • ทพ.ญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ เป็นที่ปรึกษา รมว.อว.
  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์:
    • นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ หรือ “ต้น สรวุฒิ” เป็นเลขานุการ รมว.เกษตร
    • นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย อดีตผู้สมัคร ส.ส.นครสวรรค์ เป็นที่ปรึกษา รมว.เกษตร
    • นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมช.เกษตร ช่วยนายวัชระพล ขาวขำ
    • นายธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษา รมช.เกษตร
    • นายจเด็ศ จันทรา อดีตผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.เกษตร ช่วยน.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช
  • กระทรวงศึกษาธิการ:
    • นายวัลลภ รุจิรากร เป็นเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ
    • น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ อดีต รมช.ศึกษาธิการ เป็นกรรมการผู้ช่วย รมว.ศึกษาธิการ
    • นายภาควัต ศรีสุรพล อดีต ส.ส.ขอนแก่น เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ ช่วยนายอัครนันท์ กัณณ์กินันท์
  • กระทรวงแรงงาน:
    • นายสุรชาติ เทียนทอง เป็นเลขานุการ รมว.แรงงาน
  • กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.):
    • นายอภิชา เลิศพชรกมล เป็นเลขานุการ รมว.พม.
    • นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ เป็นที่ปรึกษา รมว.พม.
    • น.ส.ชนก จันทาทอง เป็นกรรมการผู้ช่วย รมว.พม.

เห็นไหมครับ การจัดทัพครั้งนี้ของเพื่อไทยครอบคลุมหลายกระทรวงสำคัญ ทั้งการศึกษา เกษตร แรงงาน พม. และอว. แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเสริมทีมงานให้แข็งแกร่ง ช่วยให้รัฐมนตรีสามารถขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลใหม่กำลังเริ่มงาน

ในมุมมองของผม การเลือกคนอย่าง “ศึกษิษฏ์” ที่มีประสบการณ์โฆษกพรรค มาช่วยงานรองนายกฯ น่าจะช่วยในเรื่องการสื่อสารและประสานงานได้ดีมาก เพราะการเมืองสมัยนี้ต้องสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจนโยบายชัดๆ ครับ

เพื่อนๆ คิดยังไงกับการจัดทัพข้าราชการการเมืองของเพื่อไทยครั้งนี้? มันจะช่วยให้รัฐบาลทำงานได้ดีขึ้นไหม? มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความเห็นกันด้านล่างเลยนะครับ และอย่าลืมกดติดตามบล็อกเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – “เพื่อไทย” จัดทัพ ข้าราชการการเมือง ชง “ศึกษิษฏ์” นั่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ยศชนัน นำทัพเพื่อไทยลุยสภาฯ ชู 4 กฎหมายเปลี่ยนประเทศ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีข่าวเด็ดมาอัปเดตให้ฟังกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ ยศชนัน นำทัพเพื่อไทย กำลังเคลื่อนไหวแรงมาก หลังจากโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 โดยประกาศพร้อมลุยงานในสภาให้สุดพลัง ชู 4 ร่างกฎหมายสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าประเทศไทยไปเลยทีเดียว แถมยังมีข่าวสะพัดว่าโควตารัฐมนตรีลงตัวแล้วด้วย มาฟังรายละเอียดกันเลยดีกว่าครับ

ยศชนัน นำทัพเพื่อไทย

หลังการประชุมใหญ่ร่วมกับ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และ นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ได้โพสต์ข้อความสุดฮึกเหิม บอกว่าพรรคพร้อมเริ่มทำงานทันทีที่สภาเปิดเซสชัน โดยย้ำชัดว่างานนิติบัญญัติคือ “กระดูกสันหลัง” ของการเปลี่ยนแปลงประเทศจริงๆ ครับ ไม่ใช่แค่พูดเล่นๆ นะ

ที่เจ๋งสุดคือ ยศชนัน นำทัพเพื่อไทย เตรียมยื่นร่างกฎหมาย 4 เรื่องใหญ่โตเลย มาดูกันว่ามันคืออะไรบ้าง และจะช่วยคนไทยยังไง

4 กฎหมายเปลี่ยนประเทศจากยศชนัน นำทัพเพื่อไทย

  • New Growth Engine: สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ด้วยนวัตกรรม ช่วยให้ไทยก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล แก้ปัญหาการเติบโตแบบเก่าที่ชะงักงัน
  • Modern Security: ความมั่นคงในทุกมิติของโลกยุคใหม่ ไม่ใช่แค่ทหาร แต่รวมถึงไซเบอร์ ความมั่นคงอาหาร พลังงาน ครอบคลุมหมด
  • Transparent Rules: ออกแบบกติกาสังคมที่โปร่งใสและทันสมัย ลดคอร์รัปชัน ให้ประชาชนตรวจสอบได้ง่าย
  • Infrastructure for All: โครงสร้างพื้นฐานที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะอยู่กรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด เช่น รถไฟฟ้า อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โรงพยาบาล

กฎหมายเหล่านี้ไม่ใช่แค่นโยบายลอยๆ แต่เป็นแผนที่ชัดเจน จะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงของไทยในยุคใหม่ได้จริงๆ ครับ ถ้าผ่านสภาได้ น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่เลย

สะพัดโควตา รมต.ลงตัว พรรคเพื่อไทยได้ 8 เก้าอี้

นอกจากเรื่องกฎหมายแล้ว ยังมีข่าวร้อนว่าในการร่วมรัฐบาลรอบนี้ที่พรรคภูมิใจไทยเป็นหัวหอก พรรคเพื่อไทยได้โควตารัฐมนตรีรวม 8 ตำแหน่งเลยนะครับ แบ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ (รมว.) 5 ตำแหน่งหลักๆ ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), กระทรวงแรงงาน, และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

ตัวผู้เล่นหลักชัดเจนมาก น่าจะเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ คือ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ บวกด้วย ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาฯพรรค และ สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำรุ่นใหญ่ กำลังพิจารณาวางตัวลงกระทรวงไหนให้เหมาะสม

ส่วนรัฐมนตรีช่วย (รมช.) 3 ตำแหน่ง คาดเกษตรฯ 2 และศึกษาฯ 1 พรรคเน้นคัด ส.ส. พื้นที่เกรดเอ ที่รู้ปัญหาชาวบ้านจริงๆ เช่น นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม 5 สมัย อดีต รมช. ประสบการณ์เพียบ, น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ผลงานเด่นโคราช, นายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร 4 สมัย บ้านใหญ่สุดในพื้นที่, นายศุภชัย นพขำ ส.ส.ปทุมธานี ตัวแทนปริมณฑล, และ ส.ส.จากอุดรธานีที่กวาดเก้าอี้เพียบ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ ยศชนัน นำทัพเพื่อไทย แสดงให้เห็นว่าพรรคจริงจังกับการบริหารประเทศ เพื่อขับเคลื่อนสัญญาที่หาเสียงไว้ให้เกิดผลจริง กู้คะแนนนิยมกลับมาให้ปึ้ก สำหรับเลือกตั้งรอบหน้าแน่นอนครับ

ในมุมมองผมเองนะครับ การชู 4 กฎหมายนี้ถือเป็นจุดเด่นที่ฉลาดมาก เพราะตอบโจทย์ปัญหาเร่งด่วนของชาติ ถ้าทำได้จริง ไทยเราจะก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดเลย ฝากติดตามกันต่อนะครับว่าสุดท้ายจะลงเอยยังไง คุณคิดเห็นยังไงกับแผนนี้ ลองคอมเมนต์บอกกันด้านล่างเลย!

ที่มา – “ยศชนัน” นำทัพเพื่อไทยลุยงานสภาฯ ชู 4 กฎหมายเปลี่ยนประเทศ สะพัดโควตา รมต.ลงตัว

“เพื่อไทย” ตกร่องปล่องชิ้น “ภูมิใจไทย”

วันนี้มีข่าวการเมืองร้อนแรงที่ทุกคนต้องรู้จัก นั่นคือ “เพื่อไทย” ตกร่องปล่องชิ้น “ภูมิใจไทย” ยอมลืมอดีตที่บาดหมางกันมานาน เพื่อมาร่วมมือกันตั้งรัฐบาลใหม่! วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้จัดแถลงข่าวร่วมกับนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย (พท.) และแกนนำทั้งสองพรรค บรรยากาศชื่นมื่นสุดๆ เหมือนเพื่อนเก่าที่กลับมากอดกันหลังทะเลาะกันมานาน

อนุทินและยศชนันแถลงข่าว เพื่อไทย ตกร่องปล่องชิ้น ภูมิใจไทย

“เพื่อไทย” ตกร่องปล่องชิ้น “ภูมิใจไทย” ลืมอดีต หันหน้ามาร่วมรัฐบาล

นายอนุทิน กล่าวอย่างหนักแน่นว่า รู้สึกเป็นเกียรติมากที่พรรคเพื่อไทยตอบรับคำเชิญมาร่วมหารือ เพื่อไม่ให้ประเทศตกอยู่ในสุญญากาศทางการเมืองนานเกินไป แม้ผลเลือกตั้งยังไม่ประกาศ正式 แต่เพื่อไทยยินดีสนับสนุนภูมิใจไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล เขามั่นใจว่าบุคลากรคุณภาพจากทั้งสองพรรคจะพาไทยไปสู่อนาคตยั่งยืน โดยย้ำชัดๆ ว่า “ลืมเรื่องบาดหมางในอดีต หันมาทำงานร่วมกันแบบไร้เส้นแบ่งพรรค เพื่อประโยชน์ส่วนรวม” นี่แหละที่ทำให้ เพื่อไทย ตกร่องปล่องชิ้น ภูมิใจไทย กลายเป็นข่าวฮือฮา!

อดีตที่บาดหมางนี่คืออะไร? ย้อนไปดูกันหน่อย ในอดีตสองพรรคนี้เคยมีจุดยืนต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องนโยบายและพันธมิตรทางการเมือง ทำให้เกิดการปะทะคารมบ่อยๆ แต่ตอนนี้ทุกอย่างจบแล้ว เหมือนรีเซ็ตตัวละครในเกมการเมืองเลยครับ การร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้รัฐบาลใหม่แข็งแกร่งขึ้น โดยเฉพาะหลังจากพรรคประชาชนประกาศชัดว่าจะไม่ร่วมกับภูมิใจไทย

อนุทินพูดถึงการลืมอดีตบาดหมาง

ภูมิใจไทย เตรียมสู่ขอ “กล้าธรรม” ต่อ สร้างรัฐบาลเข้มแข็ง

สำหรับการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี อนุทินบอกว่าจะหารือรายละเอียดเพิ่มอีกหลายรอบ ส่วนพรรคกล้าธรรมที่ได้ ส.ส. อันดับ 4 จะถูกเชิญตามสเต็ป เพราะอยากสร้างรัฐบาลที่แข็งแรงสุดๆ นี่คือกลยุทธ์ชาญฉลาดของภูมิใจไทยเลย ทำให้ เพื่อไทย ตกร่องปล่องชิ้น ภูมิใจไทย เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

ด้านนายยศชนัน ขอบคุณอนุทินที่ให้เกียรติ เดินทางมาด้วยตัวเองตามสัญญา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาฯ เพื่อไทย ก็ย้ำจุดยืนสนับสนุนเต็มที่ และยินดีกับความสำเร็จเลือกตั้งของภูมิใจไทย บรรยากาศอบอุ่นมาก

ยศชนันและแกนนำเพื่อไทย

ช่วงท้ายแถลง อนุทินติดตลกกับสื่อว่า “ไม่แสดงความยินดีกับผมหรือ วันนี้วันแต่งงานของผมนะ” พอถามจดทะเบียนสมรสหรือยัง ตอบฮาๆ ว่า “ลูกจะเข้าโรงเรียนแล้วเลยแต่ง” ทุกคนหัวเราะครืน แสดงถึงความสัมพันธ์ดีสุดๆ ปิดท้ายด้วยการโอบกอดนายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ แกนนำเพื่อไทย

อนุทินติดตลกวันแต่งงาน

ประเด็นสำคัญที่ควรรู้จากข่าวนี้

  • การลืมอดีต: สองพรรคยอมวางวายร้ายเก่า หันมาร่วมมือเพื่อชาติ
  • สนับสนุนตั้งรัฐบาล: เพื่อไทย back up ภูมิใจไทยเป็นแกนนำ
  • เชิญพรรคอื่น: กล้าธรรม up next พรรคประชาชน out
  • ผลกระทบ: รัฐบาลใหม่น่าจะเสถียร ผลักดันนโยบายได้เร็ว
อนุทินโอบกอดแกนนำเพื่อไทย
ภาพความสัมพันธ์ดีระหว่างสองพรรค

การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่พรรคต่างๆ เริ่มยืดหยุ่นมากขึ้น การร่วมมือแบบนี้จะช่วยแก้ปัญหาเรื้อรังได้ไหม? ในมุมผมคิดว่านี่คือก้าวสำคัญที่จะทำให้รัฐบาลทำงานได้มีประสิทธิภาพ ลองนึกภาพรัฐบาลผสมใหญ่ที่ไร้ดราม่าพรรคเก่า ประชาชนได้ประโยชน์แน่นอน คุณล่ะคิดยังไงกับ เพื่อไทย ตกร่องปล่องชิ้น ภูมิใจไทย ครั้งนี้? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยสิ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วยนะ เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวัน!

ที่มา – “เพื่อไทย” ตกร่องปล่องชิ้น “ภูมิใจไทย” ยอมลืมอดีตที่บาดหมาง เตรียมสู่ขอ “กล้าธรรม” ต่อ

จุลพันธ์เชื่อเพื่อไทย คว้า 200 ที่นั่ง สส. ได้!

“จุลพันธ์” ชี้เป้า สส. 200 ที่นั่งท้าทาย แต่เพื่อไทยทำได้ จาก “ศักยภาพพรรค-บุคลากร-นโยบาย” เผย “เยาวภา” เบรก “ยศชนัน”กลับเข้าวงการเมือง

วันที่ 22 ธ.ค.2568 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ในรายการเปิดปากกับภาคภูมิ ถึงการสู้ศึกเลือกตั้ง 2569 จะหนักที่สุดหรือไม่ว่า เป็นภาวะที่ไม่ปกติของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น หากถามว่ายากกว่าในอดีตหรือไม่ ขอบอกว่าหัวหน้าพรรคในอดีตหลายคนเผชิญกับภาวะที่วิกฤติกว่าตนมาก บางคนเจอการเลือกตั้งที่พ้นจากการปฏิวัติรัฐประหาร บางคนเจอกับสถานการณ์ที่มีเลือดไหลออก มีการยุบพรรคมาใหม่ จำได้ไหมครับ ดังนั้น ยุคตนไม่น่ายากกว่าคนอื่น เพียงแต่อาจเป็นครั้งแรกในรอบ 20 กว่าปี หลังจากการเลือกตั้งครั้งแรกที่เป็นไทยรักไทย ที่มีคุณทักษิณ นำพาพรรคครั้งแรก

ซึ่งครั้งนี้อาจเป็นครั้งแรกที่เราไม่ได้เป็นที่ 1 จากการเลือกตั้ง คนจึงประเมินว่าเราอาจไม่ได้เป็นเต็งหนึ่ง ซึ่งเราต้องทำความเข้าใจกับประชาชนเดินหน้าสู่การเลือกตั้งต่อไป

เมื่อถามว่าจากไทยรักไทย มาพลังประชาชน และเพื่อไทย ไม่ว่าจะผ่านสถานการณ์อะไร ก็เป็นที่ 1 มาตลอด จนครั้งที่ 2 กลับมาเป็นนายกฯ ด้วยคะแนนเฉียดฉิวมาก จะเป็นศึกหนักของหัวหน้าพรรคหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งไม่เคยง่าย เพราะอยู่ที่มือประชาชน ก็เป็นภาระหน้าที่ของพรรคการเมืองที่จะทำความเข้าใจในการสื่อสาร แต่ตนมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยจะสามารถกลับมาอย่างแข็งแรงมาก

ส่วนที่พรรคเพื่อไทยตั้งเป้าที่นั่ง สส. 200 คน นั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป็นเป้าที่ท้าทาย ถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ก็เป็นไปได้ ขนาดเพื่อไทยซึ่งเคยผ่านการเลือกตั้ง มีแลนด์สไลด์ก็ทำมาแล้ว เราเคยได้ถึง 377 สมัย นายกฯยิ่งลักษณ์มี 247 หรือ 249 สุดท้ายเราผ่านการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ซึ่งเราจะผิดพลาดในหลายประเด็น โดยเฉพาะการบริหารกระแสในช่วงท้าย เราก็ยังมีถึง 141 เสียง เพราะฉะนั้นเราไม่ใช่พรรคเล็ก ตนเชื่อมั่นว่า ด้วยศักยภาพของพรรค ด้วยบุคลากรของพรรค รวมถึงนโยบายที่เราจะนำเสนอในครั้งนี้เรายังตั้งเป้า 200 จริงๆ

เมื่อถามว่า แม้จะเพิ่งผ่านเรื่องคลิปเสียง อังเคิล สถานการณ์ไทย-กัมพูชามานั้น “มันก็ผ่านมาทุกอย่างในมิติที่ดำเนินการมา คนเป็นรัฐเราก็ดำเนินการหลายอย่าง มีสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ถูกต้อง มันก็มีเหตุการณ์ที่เราทำแล้วประสบความสำเร็จอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนโยบายในอดีต เรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรค เรื่องกองทุนหมู่บ้าน ก็ยังอยู่กับประชาชน แน่นอนว่าคนทำงานย่อมมีบาดแผล แต่เราเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราทำมาเป็นประโยชน์กับประชาชน“ นายจุลพันธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า เร็วไปไหม 2 ปี 6 เดือน ประเทศไทยมีนายกฯ 3 คนแล้วต้องเลือกตั้งใหม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในสภาฯ คุยกันเล่นๆ ว่า การเป็น สส. ครั้งนี้คุ้มมาก เพราะ สส. 2 ปีเศษ เลือกนายกฯ ไป 5 ครั้ง ไม่เคยมีมาก่อน ก็เป็นโจทย์ที่พวกเราต้องมานั่งคิดว่าคือสาเหตุ พรรคเพื่อไทยผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ เพราะเรามองว่ารัฐธรรมนูญ มีจุดบกพร่องอย่างมาก จุดเริ่มต้นผิด เนื้อหาภายในตั้งโจทย์ไม่ถูกต้อง สุดท้ายกลายเป็นรัฐธรรมนูญที่สร้างความอ่อนแอให้กลไกประชาธิปไตยและพรรคการเมือง เพราะฉะนั้นก็มีเหตุอันควรให้มีกระบวนการนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สุดท้ายแม้จะไปไม่ถึงฝั่งฝัน

พวกตนบอกตั้งแต่ต้นว่า MOA มันล้มเหลว สุดท้ายมันก็พิสูจน์ว่า พวกตนถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตามโค้งสุดท้ายสภาฯ ได้ส่งคำถามที่ 1 ไปยังรัฐบาลคือให้ประชามติว่า ประชาชน อยากจะให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ซึ่งส่งไปที่ กกต.เรียบร้อย ก็หวังว่าจะได้ลงประชามติ และคงได้เสียงสนับสนุนจากประชาชนด้วย ในการที่จะเดินหน้ามีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

เมื่อถามว่าทำไม พรรคเพื่อไทยต้องมีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เป็นเพราะผูกพันกับตระกูลวงศ์สวัสดิ์หรือไม่ นายจุลพันธ์ ยืนยัน ไม่เกี่ยวกันต้องพยายามแยกออก เวลาคนรู้จักกันคงไม่ได้เริ่มถามนามสกุลก่อน เราดูคนที่เนื้อ ที่ศักยภาพของเขา ความรู้ความสามารถดีกว่า ที่จะไปดูว่าเป็นใครมาจากไหน เทือกเขาเหล่ากอ มันไม่เคยมีที่ใครจะต้องไปถามลักษณะนั้น

“นายยศชนัน ไม่ใช่คนใหม่ของเพื่อไทย เพราะเคยลงสมัคร สส.เชียงใหม่ มาแล้ว แต่การเลือกตั้งโมฆะ ก็ไปใช้ชีวิตในมุมอื่น เป็นศาสตราจารย์ อยู่ที่ ม.มหิดล ซึ่งจุดนี้พิสูจน์ชัดว่าคงไม่ได้ใช้นามสกุล เพราะมหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น มหิดล คงไม่ได้ถามนามสกุลก่อนที่บรรจุเป็นตำแหน่ง อธิการบดี รองคณบดีต่างๆ ตรงนี้เป็นการพิสูจน์ผลงานเอง จนเมื่อปีเศษที่ผ่านมา ก็ได้กลับเข้ามาเพราะมีความรู้เรื่องการนำเทคโนโลยี มาใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ก็เข้ามาช่วยงานที่บ้านพิษณุโลกในการให้ข้อแนะนำ ก่อนมาร่วมกับทางพรรคคิดนโยบาย เพราะฉะนั้น นโยบายแพคเกจที่นำเสนอในครั้งนี้ ซึ่งนายยศชนัน รู้มากกว่าตน เพราะอยู่ในกระบวนการตั้งแต่ต้น จนจบ ในเรื่องของนโยบาย

การมาของนายยศชนัน ไม่เกี่ยวว่าจะต้องมีคนตระกูลชินวัตร ตนได้คุยกับนายยศชนัน บอกว่า จริงๆแล้ว นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แม่ของนายยศชนัน เบรกไม่อยากให้เข้าสู่การเมืองอีกครั้ง เพราะอย่างที่เห็นมีสถานการณ์ที่มีอำนาจนอกสภา แทรกแซงองค์กรอิสระที่ดำเนินการอยู่ การอยู่ในการเมืองบางครั้งมีความเสี่ยง แต่พรรคก็ทำเต็มที่เพราะคืออาชีพของเรา เราต้องการทำบ้านเมืองให้มันดีขึ้น” นายจุลพันธ์ กล่าว

พร้อมระบุ สังเกตพรรคภูมิใจไทยตอนนี้ มีการเชิญเป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่ตกลงกันไม่ได้เพราะคนนอกบางทีไม่ได้อยากเข้ามา ถ้าเราต้องการสร้างการเมืองที่มี นิติรัฐ นิติธรรม โปร่งใส ตอบโจทย์ชาวบ้าน เพื่อให้คนที่มีศักยภาพจากด้านนอกเข้ามาทำการเมือง มาพัฒนาประเทศร่วมกับเรา เราต้องปรับโครงสร้างของสังคม โครงสร้างพื้นฐานประชาธิปไตย

จุลพันธ์ มั่นใจ เพื่อไทย ครอง 200 ที่นั่ง สส. ได้

อะไรที่ทำให้จุลพันธ์เชื่อมั่นว่าเพื่อไทยจะได้ 200 ที่นั่ง?

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แสดงความมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถคว้า 200 ที่นั่ง สส. ได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยให้เหตุผลถึงศักยภาพของพรรค ประสบการณ์ที่ผ่านมา และนโยบายที่จะนำเสนอต่อประชาชน

การตั้งเป้า 200 ที่นั่ง สส. ของพรรคเพื่อไทย ถือเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากพรรคสามารถสื่อสารนโยบายและสร้างความเข้าใจกับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สถานการณ์การเมืองที่ผ่านมาอาจส่งผลกระทบต่อความนิยมของพรรค แต่ด้วยประสบการณ์และความเข้มแข็งของพรรคเพื่อไทย ทำให้เชื่อมั่นว่าจะสามารถกลับมาได้อย่างแข็งแกร่ง

สรุป

โดยสรุปแล้ว นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของพรรค และตั้งเป้าที่จะนำพาพรรคไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยมีเป้าหมายคือการครอง 200 ที่นั่ง สส. ให้ได้สำเร็จ

ที่มา – “จุลพันธ์” เชื่อเพื่อไทยทำได้ ครอง 200 ที่นั่ง สส. เผย “เยาวภา” เบรก “ยศชนัน” กลับเข้าวงการเมือง

เปิด 3 รายชื่อแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย สูตรผสมลงตัว

เปิดรายชื่อ 3 แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) ชุดใหม่ คาดดัน “ยศชนัน” คนรุ่นใหม่สายวิชาการ ผนึกกำลัง “สุริยะ-จุลพันธ์” มากประสบการณ์ หวังสร้างสูตรผสมที่ลงตัว

วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย จำนวน 3 คน ที่เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ โดยน่าจับตาว่าจะเป็นการผสมผสานระหว่างคนรุ่นใหม่และนักการเมืองมากประสบการณ์ เพื่อนำเสนอสูตรที่เชื่อว่าจะสามารถนำพาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

เปิด 3 รายชื่อแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย สูตรผสมของคนรุ่นใหม่ กลาง เก่า เชื่อกลมกล่อม

สำหรับรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ทั้ง 3 คน ประกอบด้วย:

  • นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์: บุตรชายของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ถือเป็นคนรุ่นใหม่สายวิชาการที่น่าจับตามอง เคยทำงานวิจัยด้าน Brain-Computer Interface (BCI) หรือเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยเหลือผู้พิการ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ทันสมัยและเข้าใจเทคโนโลยี
  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ: ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย เป็นนักการเมืองอาวุโสที่มีประสบการณ์สูง คร่ำหวอดในวงการการเมืองมาอย่างยาวนาน เคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายกระทรวง เป็นที่ยอมรับของคนในพรรคถึงความสามารถในการบริหารจัดการและการประสานงาน
  • นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์: หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นนักการเมืองรุ่นกลางที่มีความรู้ความสามารถ โดดเด่นด้านการอภิปรายและดีเบต มีประสบการณ์เคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อน เป็นที่รู้จักในวงกว้างในฐานะนักการเมืองที่มีวาทศิลป์และไหวพริบ

ทำไมต้องเป็นสูตรผสม?

การตัดสินใจเลือกแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ในลักษณะนี้บ่งบอกถึงความตั้งใจของพรรคในการสร้างสมดุลระหว่างคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์และเข้าใจเทคโนโลยี กับนักการเมืองอาวุโสที่มีประสบการณ์และความชำนาญในการบริหารประเทศ การผสมผสานนี้จะช่วยให้การดำเนินงานของรัฐบาลในอนาคตมีความรอบด้านและครอบคลุมทุกมิติ

นอกจากนี้ การมีตัวแทนจากหลากหลายช่วงวัยและประสบการณ์ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังประชาชนว่าพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับทุกเสียงและทุกความคิดเห็น พรรคพร้อมที่จะรับฟังและนำเสนอแนวทางที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนทุกกลุ่ม

การที่พรรคเพื่อไทยเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ที่มีความหลากหลายเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะนำพาประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น โดยอาศัยทั้งความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยี และประสบการณ์ทางการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีชุดนี้ของพรรคเพื่อไทย สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีใหม่ กับประสบการณ์ทางการเมืองและการบริหารประเทศ พรรคเพื่อไทยเชื่อมั่นว่าสูตรผสมนี้จะสามารถตอบโจทย์ความท้าทายของประเทศในปัจจุบันและอนาคตได้

การจับตาดูการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 ธันวาคมนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการกำหนดทิศทางทางการเมืองของประเทศไทย และจะเป็นตัวชี้วัดว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงและความหวังให้กับประชาชนได้มากน้อยเพียงใด

การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการเลือกบุคคลที่เหมาะสม แต่ยังเป็นการประกาศเจตนารมณ์ที่จะสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทย ด้วยการผสมผสานความรู้ ประสบการณ์ และวิสัยทัศน์ของคนทุกรุ่น

ที่มา – เปิด 3 รายชื่อแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย สูตรผสมของคนรุ่นใหม่ กลาง เก่า เชื่อกลมกล่อม

Scroll to top