นายศุภชัย ใจสมุทร

ภูมิใจไทยยกร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน ฉบับใหม่กว่า 100 มาตรา

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนมาโดยตลอด ซึ่งล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญจากพรรคภูมิใจไทยที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เมื่อมีการเปิดเผยว่า ภูมิใจไทยยกร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน ฉบับใหม่กว่า 100 มาตรา เพื่อเตรียมนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร หวังยกระดับความปลอดภัยให้กับสังคมไทยในระยะยาว

ทำไมต้องเร่งเครื่อง ภูมิใจไทยยกร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน ฉบับใหม่กว่า 100 มาตรา

นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าเรื่องนี้ว่า ทางคณะทำงานได้ดำเนินการยกร่างกฎหมายฉบับนี้เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย โดยเป้าหมายหลักคือการอุดช่องโหว่ทางกฎหมายเดิมที่ใช้มานานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2490 ซึ่งถือว่าล้าสมัยอย่างมากเมื่อเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบัน การที่ ภูมิใจไทยยกร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน ฉบับใหม่กว่า 100 มาตรา ในครั้งนี้ จึงเป็นการยกเครื่องกฎหมายครั้งใหญ่เพื่อให้เท่าทันเทคโนโลยีและวิวัฒนาการของอาวุธในยุคปัจจุบัน

รายละเอียดการปรับปรุงภายใต้ร่างกฎหมายฉบับใหม่

ในการปรับปรุงครั้งนี้มีการกำหนดประเด็นสำคัญไว้ถึง 24 ประเด็น เพื่อให้ครอบคลุมทั้งเรื่องการครอบครอง การซื้อขาย และการควบคุมวัตถุระเบิดรวมถึงสิ่งเทียมอาวุธปืน ดังนี้:

  • การควบคุมการเข้าถึงอาวุธปืนที่เข้มงวดมากขึ้น
  • การปรับปรุงบทลงโทษให้สอดคล้องกับภัยคุกคามในปัจจุบัน
  • การนำระบบดิจิทัลมาช่วยในการตรวจสอบและติดตามทะเบียนอาวุธปืน
  • การจำกัดการเข้าถึงอาวุธปืนของบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อความสงบเรียบร้อย

การปรับเปลี่ยนเหล่านี้ไม่ใช่แค่การแก้กฎหมายเพื่อความสวยงาม แต่เป็นความมุ่งมั่นที่จะลดโอกาสในการเกิดเหตุรุนแรงและสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนว่าผู้มีอำนาจหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น

ในฐานะประชาชน เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าเมื่อเข้าสู่สภาฯ แล้ว ร่างกฎหมายฉบับนี้จะได้รับการตอบรับอย่างไร และจะมีมาตรการไหนเพิ่มเติมที่จะช่วยให้สังคมไทยปลอดภัยขึ้นกว่าเดิม หากการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้สำเร็จเชื่อว่าจะช่วยลดจำนวนอาวุธปืนผิดกฎหมายและป้องกันโศกนาฏกรรมที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ที่มา – “ศุภชัย” เผยภูมิใจไทยยกร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน ฉบับใหม่กว่า 100 มาตรา เตรียมชงสภาแก้ไข

“ศุภชัย” ซัดกลับ “ไอลอว์” คอหอยลูกกระเดือกพรรคประชาชน-คณะก้าวหน้า

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในรัฐสภาทันที เมื่อนายศุภชัย ใจสมุทร ออกมาเปิดศึกโต้กลับกลุ่มไอลอว์อย่างดุเดือด โดยมองว่า“ศุภชัย” ซัดกลับ “ไอลอว์” คอหอยลูกกระเดือกพรรคประชาชน-คณะก้าวหน้า เป็นความพยายามทางการเมืองที่ต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคภูมิใจไทย หลังจากที่ผลการเลือก สว. ไม่เป็นไปตามเป้าหมายของฝ่ายตัวเอง

“ศุภชัย” ซัดกลับ “ไอลอว์” คอหอยลูกกระเดือกพรรคประชาชน-คณะก้าวหน้า

นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้แถลงข่าวกรณีที่กลุ่มไอลอว์ยื่นเรื่องตรวจสอบนายอนุทิน ชาญวีรกูล และรัฐมนตรีในสังกัด โดยระบุว่าพฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบระหว่าง ไอลอว์ คณะก้าวหน้า และพรรคประชาชน ที่ร่วมมือกันขับเคลื่อนแคมเปญหาเสียงเลือก สว. มาตั้งแต่ต้นจนถูกมองว่าเป็นกลุ่มเดียวกันเปรียบเสมือนคอหอยลูกกระเดือก เมื่อไม่สามารถผลักดัน สว.สีส้ม ได้สำเร็จ จึงหันมาใช้กระแสวาทกรรม สว.สีน้ำเงิน เพื่อโจมตีทางการเมืองแทน

เปิดเบื้องลึกความขัดแย้งทางการเมืองไทย

การกระทำของกลุ่มดังกล่าวถูกมองว่ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์และเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองล้วนๆ โดยนายศุภชัยยังได้ย้ำเตือนอีกว่า การหยิบยกเรื่องการตรวจสอบขึ้นมาในคณะกรรมาธิการสภานั้น ไม่ควรถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือเพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้ามเพียงอย่างเดียว เพราะกรรมาธิการสภาไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และควรให้เกียรติซึ่งกันและกัน

  • ขอให้หยุดใช้กรรมาธิการเป็นเครื่องมือทางการเมือง
  • เคารพกระบวนการยุติธรรมและ กกต. ที่กำลังตรวจสอบอยู่
  • ปกป้องเกียรติยศและชื่อเสียงจากการถูกใส่ร้าย

นอกจากนี้ นายศุภชัยยังยืนยันว่า หากมีการกล่าวหาที่ทำให้พรรคเสียหาย พรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ไม่ใช่เพื่อปิดปากใคร แต่เพื่อเป็นการปกป้องเกียรติยศของตนเอง การที่ใครก็ตามจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างไรก็ได้ แล้วพอถูกฟ้องกลับจะอ้างว่าเป็นการปิดปากนั้นถือเป็นพฤติกรรมที่ยอมรับไม่ได้ในสังคมที่ปกครองด้วยกฎหมาย และ“ศุภชัย” ซัดกลับ “ไอลอว์” คอหอยลูกกระเดือกพรรคประชาชน-คณะก้าวหน้า ในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญให้กับหลายฝ่ายว่า การตรวจสอบต้องทำโดยสุจริตและอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่ใช่อารมณ์โกรธแค้นจากการเมือง

ในมุมมองของสถานการณ์การเมืองไทยปัจจุบัน การใช้กฎหมายตรวจสอบเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้กลายเป็นการสร้างวาทกรรมเพื่อทำลายล้างกัน เพราะท้ายที่สุดแล้วผู้ที่เสียหายมากที่สุดไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบการเมืองไทยโดยรวม

ที่มา – “ศุภชัย” ซัดกลับ “ไอลอว์” คอหอยลูกกระเดือกพรรคประชาชน-คณะก้าวหน้า

เสรีพิศุทธ์ จี้นายกฯ สางปมเขากระโดง อัดยับ ศุภชัย

เรียกได้ว่ากลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อรัฐบาล เพื่อขอให้เร่งดำเนินการในคดีที่ดินเขากระโดง ซึ่งถือเป็นปัญหาเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยในบทความนี้เราจะมาสรุปประเด็นสำคัญของข่าว เสรีพิศุทธ์ จี้นายกฯ สางปมเขากระโดง อัดยับ ศุภชัย ให้ทุกคนได้เข้าใจกันครับ

เสรีพิศุทธ์ จี้นายกฯ สางปมเขากระโดง อัดยับ ศุภชัย

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้เดินทางไปยังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีโดยตรง โดยมีเนื้อหาสำคัญคือการขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของอธิบดีกรมที่ดินและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความล่าช้าในการเพิกถอนเอกสารสิทธิในที่ดินเขากระโดง ทั้งที่มีคำพิพากษาจากศาลฎีกาและศาลปกครองถึงที่สุดแล้วว่าที่ดินดังกล่าวกว่า 5,000 ไร่ เป็นกรรมสิทธิ์ของ รฟท.

ความเคลื่อนไหวในประเด็น เสรีพิศุทธ์ จี้นายกฯ สางปมเขากระโดง อัดยับ ศุภชัย

นอกจากนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังได้ตอกกลับนายศุภชัย ใจสมุทร ที่ออกมาระบุว่าจะดำเนินคดีกับผู้กล่าวหา โดยท่านได้ตั้งคำถามอย่างเผ็ดร้อนถึงการกระทำดังกล่าวว่าทำไปเพื่ออะไร และยืนยันว่าหน้าที่ของท่านคือการตรวจสอบในฐานะฝ่ายค้าน ไม่มีความจำเป็นต้องเกรงใจใครทั้งสิ้น รวมถึงมีการพาดพิงถึงความไม่โปร่งใสในแวดวงการเมืองและกลุ่มผู้มีอิทธิพลอย่างดุเดือด

ประเด็นที่น่าจับตามองในตอนนี้ ได้แก่:

  • การเรียกร้องให้ตรวจสอบอธิบดีกรมที่ดินและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
  • การทวงคืนที่ดินเขากระโดงกว่า 5,000 ไร่ ให้กลับมาเป็นพื้นที่ของการรถไฟฯ อย่างถูกต้อง
  • การขยายผลตรวจสอบกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงบุคคลสำคัญในฟากฝั่งการเมือง
  • ความร่วมมือของเครือข่ายนักศึกษาและสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจที่มาร่วมกดดันให้เกิดความยุติธรรม

ในฐานะประชาชนผู้ติดตามข่าวสาร เราคงต้องเฝ้ามองกันต่อไปว่ารัฐบาลจะจัดการอย่างไรกับปมที่ดินเขากระโดงที่ยืดเยื้อมานาน เพราะความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของการทำงานเพื่อชาติ หากปล่อยให้ปัญหาคาราคาซังเช่นนี้ต่อไป อาจกลายเป็นการทำลายความเชื่อมั่นต่อระบบยุติธรรมของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา – “เสรีพิศุทธ์” จี้นายกฯ สางปมเขากระโดง อัดยับ ‘ศุภชัย’ เอาใจนาย ขู่ฟ้องกราวรูดหากคดีอืด

“ภูมิใจไทย” คึกคักประชุม สส. ก่อนเปิดสภาฯ

การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญอีกครั้ง กับกระแส“ภูมิใจไทย” คึกคักประชุม สส. ก่อนเปิดสภาฯ จับตา “เพื่อไทย” บุกถิ่นสีน้ำเงินส่งโผ ครม. ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในแวดวงนักการเมือง โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมของพรรคภูมิใจไทยก่อนการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาลและนโยบายสำคัญของประเทศ

“ภูมิใจไทย” คึกคักประชุม สส. ก่อนเปิดสภาฯ จับตา “เพื่อไทย” บุกถิ่นสีน้ำเงินส่งโผ ครม.

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 ณ อาคารพรรคภูมิใจไทย เกิดการรวมตัวครั้งใหญ่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกพรรค เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนรัฐพิธีเปิดสภาในวันที่ 14 มีนาคม และการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 มีนาคม บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก แกนนำพรรคและ ส.ส. เดินทางมาร่วมอย่างพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็นนายศุภชัย ใจสมุทร นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล รวมถึงกลุ่ม ส.ส. เลือดใหม่ที่กำลังจะมีบทบาทสำคัญในสภาใหม่

การประชุมครั้งนี้ไม่ใช่แค่การรวมตัวธรรมดา แต่เป็นการวางแผนยุทธศาสตร์เพื่อผลักดันนโยบายหลักของพรรค โดยเฉพาะในสมัย “อนุทิน 2” ที่คาดว่าจะชูแนวคิด “ใช้นิติบัญญัตินำระบบบริหาร” ซึ่งเน้นการกำจัดหรือ “กิโยติน” กฎหมายที่ล้าสมัยและเป็นอุปสรรคต่อประชาชน นักลงทุน และเศรษฐกิจฐานราก พรรคภูมิใจไทยมองว่านี่คือกุญแจสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างยั่งยืน

ทีมยุทธศาสตร์พรรควางเป้ารื้อกฎหมายเก่า

ในช่วงเช้าของการประชุม ทีมยุทธศาสตร์พรรคได้หารือแนวทางงานด้านนิติบัญญัติอย่างละเอียด โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการโละกฎหมายที่ขัดขวางการทำมาหากินของประชาชน เช่น กฎระเบียบที่ทำให้การลงทุนล่าช้า หรือข้อจำกัดที่ไม่สอดคล้องกับยุคดิจิทัล นโยบายนี้จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลได้เร็วขึ้น

  • กิโยตินกฎหมายล้าหลัง: ลดขั้นตอนราชการที่ซับซ้อน
  • กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก: สนับสนุน SME และเกษตรกร
  • ปรับปรุงกฎหมายลงทุน: ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ
  • นิติบัญญัติเชิงรุก: ออกกฎหมายใหม่เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วน

นอกจากนี้ ไฮไลต์สำคัญที่ทุกคนจับตาคือการเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย ซึ่งนำโดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนายประเสริฐ จันทรวงทอง เลขาธิการพรรค ที่มีกำหนดเดินทางบุกถิ่นสีน้ำเงินของพรรคภูมิใจไทย เพื่อยื่นรายชื่อบุคคลที่เสนอให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในโควตาของพรรคเพื่อไทย รวมถึงตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 2 การส่งโผครม. ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสมที่มั่นคง

ความหมายของการบุกถิ่นสีน้ำเงิน

ถิ่นสีน้ำเงินหมายถึงฐานที่มั่นของพรรคภูมิใจไทยที่แข็งแกร่ง การที่เพื่อไทยบุกมานำโผครม. แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองพรรคใหญ่ในฝ่ายค้านเดิมที่หันมาเป็นพันธมิตร นักวิเคราะห์การเมืองมองว่านี่อาจนำไปสู่การจัดสรรเก้าอี้ครม. ที่สมดุล โดยพรรคภูมิใจไทยน่าจะได้โควตาสำคัญในกระทรวงเศรษฐกิจและสาธารณสุข ตามผลงานที่ผ่านมา

สถานการณ์การเมืองไทยหลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุดยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่การประชุมครั้งนี้ของพรรคภูมิใจไทยแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและพร้อมรบ ส.ส.เลือดใหม่หลายคนที่เข้าร่วมยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อเตรียมรับมือกับการอภิปรายในสภา ซึ่งคาดว่าจะร้อนแรงตั้งแต่สมัยประชุมแรก

โดยรวมแล้ว “ภูมิใจไทย” คึกคักประชุม สส. ก่อนเปิดสภาฯ จับตา “เพื่อไทย” บุกถิ่นสีน้ำเงินส่งโผ ครม. ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับการเมืองไทยที่กำลังมุ่งสู่ความมั่นคง การรื้อกฎหมายล้าสมัยจะเป็นนโยบายที่ประชาชนรอคอยมานาน หากรัฐบาลใหม่สามารถผลักดันได้จริง เศรษฐกิจไทยจะพลิกฟื้นได้ไม่ยาก

คุณคิดอย่างไรกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้? การกิโยตินกฎหมายจะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ ติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตและวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวสำคัญ!

ที่มา – “ภูมิใจไทย” คึกคักประชุม สส. ก่อนเปิดสภาฯ จับตา “เพื่อไทย” บุกถิ่นสีน้ำเงินส่งโผ ครม.

“อนุทิน” โผกอดภรรยาหลังภูมิใจไทยกวาด สส. ถล่มทลาย

คืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 บรรยากาศที่ทำการพรรคภูมิใจไทยคึกคักสุดๆ เมื่อ “อนุทิน” โผกอดภรรยาหลังภูมิใจไทยกวาด สส. ถล่มทลาย ยกมือไหว้ท่วมหัวขอบคุณประชาชน กลายเป็นภาพประทับใจที่ใครๆ ก็พูดถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เสี่ยหนู” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาถึงพรรคตอน 21.05 น. ท่ามกลางเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม สีหน้าของคุณอนุทินเต็มไปด้วยรอยยิ้มและแววตาตื้นตันใจ เห็นแล้วรู้เลยว่าผลเลือกตั้งรอบนี้ พรรคภูมิใจไทยมาแรงจริงๆ

“อนุทิน” โผกอดภรรยาหลังภูมิใจไทยกวาด สส. ถล่มทลาย ยกมือไหว้ท่วมหัวขอบคุณประชาชน

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา คุณอนุทินไม่รอช้า รีบเดินตรงไปสวมกอดนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ก่อนจะหันไปกอดแกนนำและผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อคนสำคัญๆ เช่น นายสันติ พร้อมพัฒน์, นายพัฒนา พร้อมพัฒน์, นายศุภชัย ใจสมุทร และนายเกรียงยศ สุดลาภา ทุกคนยิ้มแก้มปริเพราะคะแนนเบื้องต้นนำโด่งในหลายเขตเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยกำลังกวาดที่นั่ง สส. แบบถล่มทลายจริงๆ

ช็อตเด็ด! โผกอดภรรยาแบบสุดซึ้ง

แต่ที่แฟนๆ ชอบที่สุดคือช็อตที่ “อนุทิน” โผกอดภรรยาหลังภูมิใจไทยกวาด สส. ถล่มทลาย ยกมือไหว้ท่วมหัวขอบคุณประชาชน คุณอนุทินตรงดิ่งไปที่ร้านกาแฟบาริสต้าเพื่อกอด น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภรรยาสุดที่รัก ท่ามกลางกำลังใจจากลูกสาว น.ส.นัยน์ภัค ชาญวีรกูล และลูกชาย นายเศรณี ชาญวีรกูล ที่มาร่วมลุ้นผลด้วยกัน บรรยากาศอบอุ่นแบบครอบครัวการเมืองที่แท้ทรู เห็นแล้วน้ำตาซึมเลยนะ

เมื่อนักข่าวถามถึงกระแสข่าวที่พรรคอาจได้ถึง 200 ที่นั่ง สส. คุณอนุทินถึงกับร้อง “โห” ด้วยความตกใจดีใจ ก่อนยกมือไหว้เหนือหัวแบบท่วมท้น แล้วพูดว่า “อยากกราบขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่ลงคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย ขอบคุณจริงๆ ครับ” คำขอบคุณนี้มาจากใจจริงๆ เลย

ทำไมพรรคภูมิใจไทยถึงมาแรงขนาดนี้?

ผลการเลือกตั้งเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะในภาคอีสานและภาคกลางที่เป็นฐานเสียงหลัก นโยบายที่ชัดเจนเรื่องสาธารณสุข การเกษตร และแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ทำให้พรรคกวาดคะแนนถล่มทลาย กลายเป็นม้ามืดตัวใหม่ของเวทีการเมืองไทย

  • คะแนนนำโด่งในหลายเขต
  • แกนนำสู้เต็มที่ทั้งวัน
  • ครอบครัวอนุทินร่วมลุ้นจนสุดท้าย
  • ขอบคุณประชาชนทุกเสียง

นอกจากนี้ การบริหารพรรคที่โปร่งใสและเข้าถึงประชาชน ทำให้ภาพลักษณ์ดีขึ้นมาก คุณอนุทินเองก็เป็นนักการเมืองรุ่นเก๋าที่มีประสบการณ์ยาวนาน แต่ยังคงความเป็นกันเองแบบนี้แหละที่ทำให้คนรัก

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ชัยชนะของพรรค แต่เป็นสัญญาณว่าประชาชนต้องการการเมืองที่มั่นคงและใกล้ชิด การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยพิสูจน์แล้วว่าความทุ่มเทมีค่า

คุณคิดยังไงกับโมเมนต์สุดซึ้งของ “เสี่ยหนู” ล่ะ? คอมเมนต์บอกเราหน่อยสิ และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมที่นี่ เพื่อไม่พลาดทุกเหตุการณ์สำคัญ!

ที่มา – “อนุทิน” โผกอดภรรยาหลังภูมิใจไทยกวาด สส. ถล่มทลาย ยกมือไหว้ท่วมหัวขอบคุณประชาชน

ศุภชัยถามเพื่อไทย เรื่องรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

“ศุภชัย” จี้ เพื่อไทยตอบ ป้ายนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทำทันทีกี่โมง ใช้งบอุดหนุนจากไหน หวั่นเอาภาษีคน ตจว. อุ้มคนกรุงฯ หรือไม่ กังขา “สุริยะ” นั่งคมนาคม มานาน ไม่ทำตั้งแต่เป็นรัฐบาล

วันที่ 7 มกราคม 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ออกมาตั้งคำถามถึงนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทยที่ปรากฏบนป้ายหาเสียงทั่วกรุงเทพฯ เกี่ยวกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทำทันทีว่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าจะทำทันทีในราคา 20 บาทจริงหรือไม่ เพราะความเป็นจริงแล้ว นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต่อเนื่องตั้งแต่รัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน จนถึงรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร จนถึงวันนี้ ยังไม่มีรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เกิดขึ้นจริง จึงต้องถามว่าทำได้จริงหรือไม่

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า การดำเนินนโยบายเรื่องราคาค่าโดยสาร มีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3 ฉบับคือ พระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง และพระราชบัญญัติตั๋วร่วม การปรับลดค่าโดยสารจะต้องสอดคล้องกับกรอบกฎหมายดังกล่าว

“คำถามคือ วันนี้หากผู้โดยสารในปัจจุบันต้องจ่ายค่าโดยสาร 30–40 บาท แต่จู่ๆ จะลดฮวบเหลือ 20 บาท แปลว่าที่ผ่านมามีการเก็บค่าโดยสารเกินราคา หรือหากเก็บตามระยะทางถูกต้องอยู่แล้ว พรรคเพื่อไทยที่จะมาทำทันทีเมื่อเป็นรัฐบาล จะนำเงินมาอุดหนุนหรือมาจากงบประมาณแผ่นดิน หรือเอามาจากภาษีของคนสุไหงโกลก คนกาญจนบุรี คนเชียงราย หรือคนต่างจังหวัดที่ไม่ได้ใช้รถไฟฟ้าหรือไม่ หรือเอาภาษีคนทั้งประเทศมาอุดหนุนเฉพาะคนกรุงเทพฯ ต้องตอบว่ามีวิธีการอย่างไร ให้คนกรุงเทพฯ และคนทั้งประเทศได้สบายใจ ไม่ใช่แค่ขึ้นป้ายหาเสียงแล้วไม่มีคำอธิบายในเมื่อท่านเป็น รมว.คมนาคม ตั้งแต่ตอนแรก ทำไมไม่ทำตอนนั้น ทำไมคิดจะมาทำทันทีตั้งแต่ตอนนี้อีก”

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

ประเด็นเรื่องนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย กลายเป็นที่จับตามองอย่างมากจากหลายฝ่าย ทั้งประชาชนทั่วไปและนักวิเคราะห์ทางการเมือง ต่างก็ต้องการทราบรายละเอียดและแนวทางการดำเนินงานของนโยบายนี้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะแหล่งเงินทุนที่จะนำมาใช้ในการอุดหนุน รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้เสียภาษีในต่างจังหวัด

คำถามสำคัญเกี่ยวกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

  • นโยบายนี้จะเริ่มดำเนินการได้จริงเมื่อไหร่ และมีไทม์ไลน์ที่ชัดเจนหรือไม่
  • แหล่งเงินทุนที่จะนำมาใช้ในการอุดหนุนมาจากส่วนใด งบประมาณแผ่นดิน ภาษีประชาชน หรือแหล่งอื่น ๆ
  • จะมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้เสียภาษีในต่างจังหวัดอย่างไร
  • นโยบายนี้จะส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งมวลชนโดยรวมอย่างไร
  • มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงราคาค่าโดยสารในอนาคตหรือไม่

เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน พรรคเพื่อไทยควรออกมาให้รายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย อย่างชัดเจนและโปร่งใส เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

การที่นายศุภชัยออกมาตั้งคำถามในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของหลายฝ่ายเกี่ยวกับความยั่งยืนและความเป็นธรรมของนโยบายนี้ หากพรรคเพื่อไทยสามารถตอบคำถามและคลายข้อสงสัยได้อย่างชัดเจน ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างกว้างขวาง

อย่างไรก็ตาม การดำเนินนโยบายใด ๆ ก็ตาม ควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียมกัน และต้องมีการวางแผนและบริหารจัดการอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ

ที่มา – “ศุภชัย” จี้ เพื่อไทยตอบ นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทำทันทีกี่โมง ถามใช้งบอุดหนุนจากไหน

Scroll to top