นิติรัฐ

“ศุภชัย” ซัด “เสรีพิศุทธ์” บิดเบือน-ก้าวล่วงศาลปมที่ดินเขากระโดง

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อนายศุภชัย ใจสมุทร แกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหวตอบโต้กรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์และลงพื้นที่เรื่องข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ อย่างดุเดือด ซึ่งถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจว่า “ศุภชัย” ซัด “เสรีพิศุทธ์” บิดเบือน-ก้าวล่วงศาลปมที่ดินเขากระโดง นั้นเป็นเพราะเหตุผลทางข้อกฎหมายหรือเป็นเพียงการเมืองกันแน่

“ศุภชัย” ซัด “เสรีพิศุทธ์” บิดเบือน-ก้าวล่วงศาลปมที่ดินเขากระโดง

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้แสดงท่าทีท้าทายและพยายามกดดันเรื่องที่ดินเขากระโดง ทั้งที่เรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล นายศุภชัยจึงมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่เหมาะสมกับฐานะอดีต ผบ.ตร. โดยระบุเป็นจุดยืนว่า “ศุภชัย” ซัด “เสรีพิศุทธ์” บิดเบือน-ก้าวล่วงศาลปมที่ดินเขากระโดง เนื่องจากเป็นการชี้นำสังคมด้วยข้อมูลที่อาจคลาดเคลื่อน และเป็นการก้าวล่วงอำนาจศาลอย่างชัดเจน

ข้อเท็จจริงทางกฎหมายที่ต้องพิจารณา

ในมุมมองของฝ่ายกฎหมาย สิ่งที่สังคมควรทำความเข้าใจให้ชัดเจนมีดังนี้:

  • ประชาชนผู้ถือครองที่ดินมีโฉนดและ น.ส.3 ที่ถูกต้องตามกฎหมายในการแสดงกรรมสิทธิ์
  • คำพิพากษาเดิมไม่มีผลผูกพันบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่คู่ความ ตามหลัก ป.วิ.แพ่ง มาตรา 145
  • การรถไฟแห่งประเทศไทยยังคงต้องดำเนินการฟ้องร้องตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งแสดงว่าเรื่องยังไม่ข้อยุติ

นายศุภชัยยังได้ย้อนเกล็ดกลับไปยังอดีต ผบ.ตร. ว่าการแสดงพฤติกรรมท้าตีท้าต่อยบริเวณหน้าบ้านประชาชนนั้น นอกจากจะไม่สง่างามแล้ว ยังเป็นการละเมิดหลักนิติรัฐที่นักการเมืองพึงเคารพ ทั้งนี้ การที่ “ศุภชัย” ซัด “เสรีพิศุทธ์” บิดเบือน-ก้าวล่วงศาลปมที่ดินเขากระโดง สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามรักษาสิทธิของชาวบ้านที่ถือโฉนดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นการปกป้องเกียรติของกระบวนการยุติธรรมที่ควรเป็นไปตามขั้นตอน ไม่ใช่การใช้กระแสสังคมมากดดันให้เกิดความเข้าใจผิด

ท้ายที่สุด การแก้ปัญหาข้อพิพาทที่ดินควรยึดถือตามหลักฐานทางทะเบียนและคำตัดสินของศาลเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่การลงพื้นที่เพื่อดราม่าข้ามขั้นตอน การเมืองแบบสร้างสรรค์ควรเน้นการถกเถียงด้วยเหตุผลทางกฎหมายมากกว่าการใช้อารมณ์เข้าข่มกัน คุณผู้อ่านมีความเห็นอย่างไรกับกรณีนี้ สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้ครับ

ที่มา – “ศุภชัย” ซัด “เสรีพิศุทธ์” บิดเบือน-ก้าวล่วงศาลปมที่ดินเขากระโดง

พรรคประชาธิปัตย์ เปิด “คลินิกกฎหมายทนายอาสา” บริการฟรี 4 ภาค

พรรคประชาธิปัตย์ เปิด “คลินิกกฎหมายทนายอาสา” บริการฟรี 4 ภาค

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ประกาศเปิดตัวโครงการสุดยอดที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง นั่นคือ พรรคประชาธิปัตย์ เปิด “คลินิกกฎหมายทนายอาสา” บริการฟรี 4 ภาค เพื่อให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้รับการปรึกษากฎหมายฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว โครงการนี้เกิดจากแนวคิดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ที่มอบหมายให้นายชัยชนะ เดโช ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ภาคใต้ เป็นผู้รับผิดชอบหลัก

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 หลังการประชุม ส.ส. พรรคประจำสัปดาห์ นายชัยชนะได้เปิดเผยรายละเอียดโครงการนี้ โดยจะเริ่มคิกออฟพื้นที่แรกที่จังหวัดพังงาในภาคใต้ ก่อนขยายไปครบทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศ ทนายอาสาที่เข้าร่วมมีถึง 30 คนแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และจะหมุนเวียนลงพื้นที่ทุกสัปดาห์ ณ สาขาพรรคในแต่ละจังหวัด

บริการอะไรบ้างในคลินิกกฎหมายทนายอาสา

คลินิกกฎหมายทนายอาสานี้ครอบคลุมการปรึกษาคดีหลากหลายประเภท เช่น กฎหมายที่ดิน กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยเฉพาะปัญหาที่ประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบจากหน่วยงานราชการ แก๊งสแกมเมอร์ หรือคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงทรัพย์สิน นายชัยชนะย้ำว่า โครงการนี้มุ่ง “ติดอาวุธทางปัญญา” ให้ประชาชน รู้เท่าทันกฎหมาย เพื่อต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมได้ด้วยตัวเอง

ยกตัวอย่างกรณีถูกแก๊งสแกมหลอกเงิน ประชาชนทั่วไปอาจไม่รู้ว่าต้องแจ้งข้อมูลกับหน่วยงาน AOT เพื่อรับเลขคดีก่อน แล้วค่อยนำไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ ทนายอาสาจะช่วยอธิบายขั้นตอนเหล่านี้ให้ชัดเจน ทำให้ประชาชนไม่ถูกเอาเปรียบอีกต่อไป นอกจากนี้ ยังให้ความรู้เรื่องหลักนิติรัฐและนิติธรรม ซึ่งเป็นที่พึ่งพาที่หายากในยุคปัจจุบัน

ประโยชน์ของโครงการคลินิกกฎหมายฟรีจากพรรคประชาธิปัตย์

  • บริการฟรี 100%: ไม่มีค่าใช้จ่าย เปิดให้ทุกคนเข้าถึงได้
  • ครอบคลุม 4 ภาค: ลงพื้นที่สาขาพรรคทุกจังหวัด หมุนเวียนทีมทนายอาสา
  • เชี่ยวชาญเฉพาะทาง: จัดการปัญหายอดฮิตอย่างสแกม ที่ดิน และคดีแพ่ง
  • ติดอาวุธทางกฎหมาย: สอนประชาชนให้รู้จักสิทธิ เพื่อป้องกันตัวเองในอนาคต

โครงการนี้ไม่ใช่แค่ช่วยคดี แต่ยังเสริมสร้างความรู้ให้ประชาชนรู้เท่าทันระบบยุติธรรมที่ซับซ้อน ปัจจุบันที่พึ่งทางกฎหมายสำหรับคนทั่วไปน้อยมาก แต่ด้วย พรรคประชาธิปัตย์ เปิด “คลินิกกฎหมายทนายอาสา” บริการฟรี 4 ภาค จะเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้นได้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ พรรคยังวางแผนขยายทีมทนายอาสาให้มากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการที่คาดว่าจะถาโถมจากประชาชนทั่วประเทศ หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีปัญหากฎหมาย ลองติดต่อสาขาพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ได้เลย โอกาสดีๆ แบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ

ในมุมมองของผู้เขียน โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคประชาธิปัตย์ในการยึดมั่นหลักประชาธิปไตยและนิติธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่ามีพรรคการเมืองที่ใส่ใจปัญหาจริงๆ ไม่ใช่แค่พูดเล่นๆ หากคุณสนใจ สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมหรือเข้าร่วมปรึกษาได้ที่สาขาพรรคใกล้บ้าน เพื่อปกป้องสิทธิของคุณวันนี้!

ที่มา – พรรคประชาธิปัตย์ เปิด “คลินิกกฎหมายทนายอาสา” บริการฟรี 4 ภาค

ประวัติ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ นักกฎหมายชั้นครู

ประวัติ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ คือเรื่องราวที่น่าสนใจของนักกฎหมายมหาชนชื่อดัง ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายในคณะรัฐมนตรีอนุทิน 2 อีกสมัย เรียกได้ว่าเป็นเก้าอี้เดิมที่พรรคภูมิใจไทยยังคงไว้วางใจ ด้วยความรู้ความสามารถและประสบการณ์ยาวนานในการร่างกฎหมายและดูแลหลักนิติรัฐ

วันที่ 17 มีนาคม 2569 รายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่หลุดออกมา ทำให้ทุกคนจับตากับการคัดเลือกบุคคลสำคัญ โดยเฉพาะศาสตราจารย์ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ หรือที่รู้จักกันในนาม “นักกฎหมายมหาชนชั้นครู” ที่ยังคงนั่งเก้าอี้รองนายกฯ คุมฝ่ายกฎหมาย ตำแหน่งนี้สำคัญมาก เพราะต้องตรวจสอบร่างกฎหมายทั้งจากสภาและจากรัฐบาล เพื่อให้ถูกต้อง เป็นธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

ประวัติ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ

มาดูประวัติ บวรศักดิ์ อุวรรณโณกันแบบละเอียดเลยนะครับ ท่านจบมัธยมจากโรงเรียนอัสสัมชัญ แล้วได้ทุนเล่าเรียนหลวงไปศึกษาต่อที่ฝรั่งเศส สำเร็จปริญญาตรี (Licence en Droit), โท (Maîtrise en Droit Public) และเอก (Doctorat d’État en Droit) จากมหาวิทยาลัยปารีส 2 ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำด้านกฎหมายของโลก เรียกได้ว่าฐานการศึกษาสุดยอดเลย

ประวัติ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ในแวดวงวิชาการและกฎหมาย

ศ.ดร.บวรศักดิ์ เป็นนักกฎหมายและนักวิชาการตัวจริงของไทย มีบทบาทสำคัญในกฎหมาย การเมือง และการบริหารมานานหลายสิบปี สื่อยกย่องว่าเป็น “นักกฎหมายมหาชนชั้นครู” ท่านยึดหลัก “นิติรัฐ” หรือ Rule of Law อย่างเคร่งครัด เชื่อว่าการปกครองต้องยึดกฎหมายเป็นหลัก กฎหมายต้องยุติธรรมและเพื่อส่วนรวม นอกจากนี้ยังผลักดันการปฏิรูปการเมือง ขจัดคอร์รัปชัน และส่งเสริมธรรมาภิบาล

เริ่มต้นอาชีพที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วไต่เต้าขึ้นมาเป็นประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 13, เลขาธิการคณะรัฐมนตรีสมัยทักษิณ, เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า, เลขาธิการสถาบันสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย, ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2558 และรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ด้านวิชาการ ท่านเป็นอาจารย์พิเศษกฎหมายมหาชนที่จุฬาฯ และธรรมศาสตร์ ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นศาสตราจารย์พิเศษด้วย

บทบาททางการเมืองของบวรศักดิ์ อุวรรณโณ

ในแวดวงการเมือง ท่านเคยเป็นรองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมืองสมัยพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ และมีส่วนในคณะกรรมการปฏิรูปหลายชุด โดยเฉพาะประธานยกร่างรัฐธรรมนูญ 2558 ที่เป็นร่างสำคัญของไทย ท่านยังเขียนหนังสือดังอย่าง “นิติวิธี” ที่สอนตีความกฎหมาย, “ทฤษฎีการบริหารราชการแผ่นดิน” ซึ่งเป็นตำราหลักกฎหมายปกครอง และงานวิจัยอีกเพียบ

ปัจจุบัน ท่านดูแลมูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคม สร้างผู้นำรุ่นใหม่ผ่านเครือข่าย SEED Thailand และเครือข่ายเยาวชนรักษ์บ้านเกิด ในปี 2568 ท่านถูกทาบทามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้เป็นรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายในครม.อนุทิน 1 และล่าสุดในครม.อนุทิน 2 ก็ยังคงตำแหน่งเดิม

เพื่อสรุปผลงานสำคัญ ลองดูรายการนี้:

  • ประธานคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2558
  • เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
  • เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า
  • นักเขียนตำรากฎหมายชั้นนำ
  • ผู้ส่งเสริมธรรมาภิบาลและนิติรัฐ

ประวัติ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนากฎหมายไทยให้เข้มแข็ง ท่านคือแบบอย่างของนักกฎหมายที่ยึดมั่นหลักการ ด้วยประสบการณ์กว่า 50 ปี คงช่วยให้รัฐบาลอนุทิน 2 มีนโยบายกฎหมายที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คุณคิดว่าท่านจะนำพาอะไรใหม่ๆ มาสู่การเมืองไทยไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์เลยนะ!

ที่มา – ประวัติ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” นักกฎหมายมหาชนชั้นครู นั่งรองนายกฯ เก้าอี้เดิม

เพื่อไทยพร้อม! ส่ง “ชัยเกษม นิติสิริ” เป็นนายกฯ

พรรคเพื่อไทยประกาศความพร้อม ส่ง “ชัยเกษม นิติสิริ” เป็นนายกฯ พร้อมเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศ โดยสนับสนุนการจัดตั้ง สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนอย่างแท้จริง

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 พรรคเพื่อไทยได้เผยแพร่ภาพและข้อมูลของนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของพรรคฯ ผ่านทางเฟซบุ๊ก พร้อมข้อความที่ระบุถึงความพร้อมในการเสนอชื่อนายชัยเกษมฯ เป็นนายกรัฐมนตรี

นายชัยเกษม นิติสิริ ถือเป็นบุคคลสำคัญในแวดวงกฎหมายและการเมืองของไทย มีประสบการณ์มากมายทั้งในฐานะอัยการสูงสุด และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นที่ยอมรับว่าเป็นนักกฎหมายที่ยึดมั่นในหลักนิติรัฐ และมีบทบาทสำคัญในหลายเหตุการณ์ทางการเมืองของประเทศ

พรรคเพื่อไทยยังได้เน้นย้ำถึงประวัติการศึกษา เส้นทางการทำงาน ประสบการณ์ที่สำคัญ รวมถึงบทบาททางการเมืองของนายชัยเกษมฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์รัฐประหารในปี 2557 ในขณะที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายชัยเกษมฯ ได้เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายรัฐบาลในการเจรจากับคณะรัฐประหาร ณ สโมสรทหารบก เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดยยืนยันจุดยืนของรัฐบาลรักษาการว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่งทั้งคณะและรายบุคคล ก่อนที่พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะประกาศยึดอำนาจในเวลาต่อมา

พรรคเพื่อไทยพร้อมส่ง “ชัยเกษม นิติสิริ” เป็นนายกฯ

สำหรับจุดยืนทางการเมืองของนายชัยเกษม นิติสิริ นั้น ได้ย้ำมาโดยตลอดว่าหลักนิติรัฐคือทางออกของความขัดแย้งทางการเมือง และเห็นว่าการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมืองจะนำไปสู่ความแตกแยกและบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรม

ในประเด็นของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายชัยเกษมฯ มองว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นอุปสรรคสำคัญต่อพัฒนาการประชาธิปไตย และสนับสนุนให้มีการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง โดยเสนอให้มีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนว่า “การรัฐประหารเป็นความผิดอาญาฐานกบฏ และไม่มีอายุความ” เพื่อป้องกันการยึดอำนาจในอนาคต

ทำไมต้อง “ชัยเกษม นิติสิริ”?

การเสนอชื่อ “ชัยเกษม นิติสิริ” เป็นนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันวาระสำคัญทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการสร้างหลักนิติรัฐที่เข้มแข็งในสังคมไทย

เส้นทางของนายชัยเกษม นิติสิริ ผสมผสานประสบการณ์ด้านกฎหมายกับการเมืองได้อย่างลงตัว เป็นผู้ที่ยืนหยัดในหลักการประชาธิปไตยและนิติรัฐ มุ่งหวังที่จะสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และผลักดันให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงบนเส้นทางประชาธิปไตย

การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยในการเสนอชื่อนายชัยเกษม นิติสิริ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาทางการเมืองที่หยั่งรากลึกในสังคมไทย และสร้างความปรองดองเพื่อนำพาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนเพื่อสร้างระบบการเมืองที่เป็นธรรมและยั่งยืน

การที่พรรคเพื่อไทยประกาศความพร้อมในการส่ง “ชัยเกษม นิติสิริ” เป็นนายกฯ พร้อมทั้งมุ่งมั่นที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ถือเป็นความหวังที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่สังคมที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมให้กับประชาชน

ที่มา – พรรคเพื่อไทย ประกาศพร้อมแล้ว ส่ง “ชัยเกษม นิติสิริ” เป็นนายกฯ พร้อมแก้ รธน. 60

Scroll to top