นิติเวช

นิติเวช เผยผลชันสูตร 8 ศพ เหตุกราดยิงเทพศิรินทร์ นนทบุรี

นิติเวช เผยผลชันสูตร 8 ศพ เหตุกราดยิงเทพศิรินทร์ นนทบุรี กระสุนเข้าจุดสำคัญถึงชีวิต

เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก ล่าสุดทางสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลการชันสูตรเบื้องต้นเกี่ยวกับ นิติเวช เผยผลชันสูตร 8 ศพ เหตุกราดยิงเทพศิรินทร์ นนทบุรี กระสุนเข้าจุดสำคัญถึงชีวิต โดยเป็นการสรุปภาพรวมจากเหยื่อเคราะห์ร้ายทั้ง 8 รายที่ถูกส่งมายังสถาบันฯ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง

จากการรายงานของ พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ พบว่าเหยื่อทั้ง 8 รายเสียชีวิตจากบาดแผลที่เกิดจากกระสุนปืน โดยกระจายไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นจุดสำคัญที่ทำให้ถึงแก่ความตายได้โดยทันที เช่น ศีรษะและหน้าอก นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเด็กชายวัย 14 ปี ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุในคดีนี้ด้วย

รายละเอียดเจาะลึกกรณี นิติเวช เผยผลชันสูตร 8 ศพ เหตุกราดยิงเทพศิรินทร์ นนทบุรี

จากการตรวจสอบร่างของผู้ก่อเหตุวัย 14 ปี พบร่องรอยสำคัญดังนี้:

  • พบกระสุนปืนบริเวณศีรษะด้านขวา 1 นัด
  • กระสุนทะลุออก ไม่พบหัวกระสุนตกค้าง
  • พบเขม่าปืนบริเวณบาดแผล ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปากกระบอกปืนอยู่ใกล้กับผิวหนังในระยะประชิดขณะทำการยิง

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นที่มีการตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการวิสามัญฆาตกรรมหรือไม่นั้น ทางนิติเวชยืนยันว่าผลการชันสูตรระบุได้เพียงลักษณะของบาดแผลที่เข้ากันได้กับอาวุธปืน แต่บทสรุปที่แน่ชัดจะต้องรอการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากพนักงานสอบสวนอีกครั้ง ซึ่งในขณะนี้กระบวนการชันสูตรได้เสร็จสิ้นลงแล้วและมีการทยอยส่งมอบร่างคืนให้กับญาติเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา

เหตุการณ์ นิติเวช เผยผลชันสูตร 8 ศพ เหตุกราดยิงเทพศิรินทร์ นนทบุรี กระสุนเข้าจุดสำคัญถึงชีวิต ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่สะท้อนให้เห็นถึงความสูญเสียครั้งใหญ่ เราหวังว่าสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหันมาให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันความรุนแรงในอนาคต เพื่อไม่ให้เหตุการณ์สลดใจเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำรอยอีก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเข้าถึงอาวุธปืนหรือการเฝ้าระวังพฤติกรรมของเยาวชน

ที่มา – นิติเวช เผยผลชันสูตร 8 ศพ เหตุกราดยิงเทพศิรินทร์ นนทบุรี กระสุนเข้าจุดสำคัญถึงชีวิต

พิสูจน์เอกลักษณ์ เหยื่อเพลิงไหม้โรงเบียร์แล้ว 25 ราย เร่งพิสูจน์อีก 4 ร่าง

พิสูจน์เอกลักษณ์ เหยื่อเพลิงไหม้โรงเบียร์แล้ว 25 ราย เร่งพิสูจน์อีก 4 ร่าง

เหตุการณ์เศร้าสลดจากโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ถือเป็นสิ่งที่สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมอย่างมาก ล่าสุดทางสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าสำคัญว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถ พิสูจน์เอกลักษณ์ เหยื่อเพลิงไหม้โรงเบียร์แล้ว 25 ราย และกำลังเร่งดำเนินการในส่วนที่เหลืออย่างเต็มกำลังเพื่อให้ครอบครัวได้รับร่างไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาโดยเร็วที่สุด

บรรยากาศที่สถาบันนิติเวชวิทยาในวันนี้เต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยมีทางมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งคอยอำนวยความสะดวกในการจัดเตรียมเอกสารและประสานงานให้แก่ญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งมีขั้นตอนที่ชัดเจนเพื่อให้การส่งมอบร่างเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

รายละเอียดการจัดการศพและการพิสูจน์อัตลักษณ์

สำหรับกระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์นั้น ทางเจ้าหน้าที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา เพื่อยืนยันตัวตนให้แน่ชัดที่สุด โดยจากรายงานพบว่า:

  • ยืนยันตัวตนได้สำเร็จแล้วรวม 25 ราย
  • อยู่ระหว่างการรอผลตรวจสารพันธุกรรม (DNA) เพิ่มเติมอีก 4 ราย
  • มีการจับคู่ข้อมูล (Matching) กับญาติที่มาติดต่อแล้วกว่า 17 ครอบครัว

ทางด้าน พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา กล่าวว่า กระบวนการทั้งหมดดำเนินการอย่างรอบคอบแม้จะมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนมุ่งมั่นที่จะปิดเคสให้เร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความสูญเสียของครอบครัวผู้ประสบเหตุ การ พิสูจน์เอกลักษณ์ เหยื่อเพลิงไหม้โรงเบียร์แล้ว 25 ราย จึงเป็นตัวเลขที่แสดงถึงความทุ่มเทของทีมงานในสภาวะวิกฤตเช่นนี้

สิ่งสำคัญสำหรับญาติผู้ติดต่อ: การรับร่างผู้เสียชีวิตจำเป็นต้องเป็นญาติสายตรงเท่านั้น เช่น บิดา มารดา บุตร หรือคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรส ทั้งนี้เพื่อป้องกันความผิดพลาดและการดำเนินการทางกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะสร้างแผลใจให้แก่ทุกคน แต่สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือการแสดงความเสียใจและร่วมส่งกำลังใจให้ผู้สูญเสียก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ โดยความคืบหน้าในการ พิสูจน์เอกลักษณ์ เหยื่อเพลิงไหม้โรงเบียร์แล้ว 25 ราย จะมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะครบทุกร่าง และเราขอให้การดำเนินการกับอีก 4 ร่างที่เหลือเป็นไปด้วยความราบรื่น เพื่อให้เหล่าผู้เสียชีวิตได้รับการส่งตัวกลับบ้านตามความประสงค์ของครอบครัวโดยเร็วที่สุดครับ

ที่มา – พิสูจน์เอกลักษณ์ เหยื่อเพลิงไหม้โรงเบียร์แล้ว 25 ราย เร่งพิสูจน์อีก 4 ร่าง

ขนลุก! คนหาปูเห็นคนกวักมือเรียก เจอโครงกระดูก

เรื่องราวสุดขนลุกที่กำลังเป็นไวรัลในโซเชียล! ขนลุก คนหาปูเห็นคนกวักมือเรียก เดินตามเข้าไปในบ้าน เจอโครงกระดูกบนเตียง เหตุการณ์หลอนๆ นี้เกิดขึ้นจริงที่สมุทรปราการ ใครที่ชอบเรื่องผีหรือเรื่องลึกลับห้ามพลาดเลยนะ เพื่อนๆ ลองนึกภาพดูสิ ตกเย็นๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา กำลังหาปูอยู่ดีๆ แล้วมีคนยืนกวักมือเรียกจากบ้านร้างเก่าๆ พอเดินเข้าไปใกล้… ไม่มีคน แต่เจอโครงกระดูกนอนอยู่บนเตียง! น่าขนลุกสุดๆ ไปเลย

ขนลุก คนหาปูเห็นคนกวักมือเรียก เดินตามเข้าไปในบ้าน เจอโครงกระดูกบนเตียง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2567 เวลาประมาณ 15.30 น. ที่บริเวณบ้านไม้ยกสูงชั้นเดียว ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ บ้านหลังนี้เคยเป็นปั๊มน้ำมันเก่าแก่ที่เลิกกิจการมานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่ยังมีคนคอยเฝ้าดูแลอยู่เป็นครั้งคราว

คนหาปูที่กำลังหาอาหารริมน้ำเล่าว่า ขณะหันไปมองบ้านฝั่งตรงข้าม เห็นมีคนยืนกวักมือเรียกให้เข้าไป จึงเกิดความสงสัย เดินตรงไปที่บ้าน ขึ้นบันไดเข้าไปในห้องนอน แต่ไม่เจอใครสักคน จากนั้นเดินลึกเข้าไปในบ้าน ก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบโครงกระดูกมนุษย์สภาพแห้งกรอบนอนหงายตะแคงข้างซ้ายบนเตียงนอน! บนศีรษะยังมีเส้นผมหลงเหลืออยู่บางจุด คาดว่าเสียชีวิตมานานไม่ต่ำกว่า 60 วัน รีบวิ่งหนีออกมาบอกชาวบ้านใกล้เคียงทันที

รายละเอียดการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

ตำรวจจากสภ.พระสมุทรเจดีย์ ร.ต.ท.วีระวุฒิ ศิริ รอง สว.สอบสวน นำทีมเข้าตรวจสอบ เวลา 16.30 น. ประสานแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ภายในห้องนอนไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือถูกงัดทรัพย์ พบเพียงสำเนาบัตรประชาชนของนายประเสริฐ ศิริรัตนวัชกุล อายุ 60 ปี ชาวปทุมธานี แต่ยังไม่ยืนยันว่าเป็นเจ้าของโครงกระดูก ร่างจึงถูกส่งไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชเพื่อหาสาเหตุการตายและพิสูจน์เอกลักษณ์

คำให้การจากชาวบ้านและพยาน

  • น.ส.กัญจนพร บุญเกลี้ยง อายุ 57 ปี ชาวบ้านใกล้เคียง เล่าว่า เวลา 15.45 น. คนหาปูตะโกนเรียกแต่ไม่มีคนตอบ พอเข้าไปในบ้านก็เจอโครงกระดูก วิ่งมาบอกทุกคน
  • ปกติปั๊มเก่ามีผู้ชายอายุราว 60 ปีเฝ้า ครั้งล่าสุดเห็นตอนซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก่อนปีใหม่ แล้วหายตัวไป
  • ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้บ้านหลังนี้มานานเพราะดูรกร้างและหลอน

เรื่องขนลุก คนหาปูเห็นคนกวักมือเรียก เดินตามเข้าไปในบ้าน เจอโครงกระดูกบนเตียงนี้ ชวนคิดถึงเรื่องเหนือธรรมชาติมากๆ บางคนบอกว่าเป็นวิญญาณของเจ้าของบ้านเรียกคนมาพบศพ บางคนว่าเป็นแค่ภาพหลอนจากแสงอัสดง แต่ไม่ว่ายังไง ก็น่าขนลุกจนต้องเล่าต่อ!

จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเคยได้ยินเรื่องคล้ายๆ กันในต่างจังหวัด ที่คนเห็นเงาคนเรียกแล้วเจอศพเก่า อาจเป็นเพราะกลิ่นศพลอยไปตามลมทำให้เกิดภาพหลอน หรือจริงๆ แล้วเป็นเรื่องลี้ลับ? ไม่รู้สิ แต่ที่แน่ๆ อย่าเพิ่งเดินตามคนแปลกหน้านะเพื่อนๆ โดยเฉพาะบ้านร้าง!

นอกจากนี้ เหตุการณ์แบบนี้เตือนให้เราต้องระวังสุขภาพผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว และแจ้งเจ้าหน้าที่ถ้าพบสิ่งผิดปกติ สมุทรปราการเป็นพื้นที่ชุมชนริมน้ำ มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ง่ายเพราะบ้านเก่าเยอะ

คุณล่ะ เคยเจอเรื่องขนลุกแบบนี้บ้างมั้ย? คอมเมนต์เล่าให้ฟังหน่อย หรือแชร์โพสต์นี้ให้เพื่อนๆ มาอ่านกัน จะได้ระวังตัว! ถ้าชอบเรื่องราวลึกลับ ติดตามบล็อกเราไว้เลยนะ

ที่มา – ขนลุก คนหาปูเห็นคนกวักมือเรียก เดินตามเข้าไปในบ้าน เจอโครงกระดูกบนเตียง

พบร่างผู้เสียชีวิต น้ำท่วมหาดใหญ่ กว่า 100 ราย

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 รายงานการพบร่างผู้เสียชีวิต น้ำท่วมหาดใหญ่ กว่า 100 ราย และยังคงมีผู้ที่ต้องรอการพิสูจน์อัตลักษณ์อีกกว่า 20 ราย ท่ามกลางความโศกเศร้า หน่วยงานต่างๆ เร่งดำเนินการช่วยเหลือและจัดการกับสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้

พบร่างผู้เสียชีวิต น้ำท่วมหาดใหญ่ กว่า 100 ราย พฐ.เร่งพิสูจน์

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่เริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำลดลง ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงพื้นที่วิกฤติได้มากขึ้น หลังจากเผชิญกับอุปสรรคในการเข้าถึงพื้นที่ก่อนหน้านี้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุถึงการพบร่างผู้เสียชีวิต น้ำท่วมหาดใหญ่ กว่า 100 ราย โดยมีผู้เสียชีวิตกว่า 20 รายที่ต้องทำการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลอย่างเร่งด่วน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ระดมทีมแพทย์นิติเวช นักพิสูจน์หลักฐาน และตำรวจ พร้อมด้วยรถห้องเย็น ลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน

ม.อ. เป็นศูนย์กลางจัดการศพผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วม

กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เป็นศูนย์กลางในการจัดการศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมในสงขลา เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนในการนับจำนวนผู้เสียชีวิตและเร่งดำเนินการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยให้หน่วยกู้ภัยรวบรวมศพและส่งไปยัง ม.อ. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ก่อนหน้านี้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษก ศป.กฉ. ได้รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากกระทรวงสาธารณสุข ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน โดยข้อมูลจากโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 85 รายในจังหวัดสงขลา แบ่งเป็นผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วม 55 ราย และอีก 30 รายเสียชีวิตจากสาเหตุอื่น ๆ รัฐบาลได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าจะรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น โดยจะให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมา ไม่มีการกดตัวเลขให้ต่ำหรือสูงเกินจริง รัฐบาลมุ่งเน้นการสื่อสารถึงประชาชนอย่างครบถ้วนและตรงไปตรงมา พร้อมทั้งเร่งดำเนินการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบด้วยงบประมาณจำนวนมาก

ในช่วงเย็นของวันที่ 27 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่นิติเวชจากตำรวจเดินทางไปยังห้องนิติเวช โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ภายในมหาวิทยาลัย โดยไม่อนุญาตให้ทีมข่าวเข้าไปสังเกตการณ์ แต่พบว่ามีเจ้าหน้าที่หลายนายเดินเข้าไปในห้องนิติเวชอย่างต่อเนื่อง

การพบร่างผู้เสียชีวิต น้ำท่วมหาดใหญ่ กว่า 100 ราย เป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจและแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของภัยพิบัติทางธรรมชาติ การจัดการกับสถานการณ์หลังภัยพิบัติและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนประชาชนทุกคน ควรให้ความร่วมมือในการช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็ว

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติและการวางแผนป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การมีระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ การจัดการน้ำที่ดี และการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน สามารถช่วยลดความสูญเสียและผลกระทบจากภัยพิบัติได้

ที่มา – พบร่างผู้เสียชีวิต น้ำท่วมหาดใหญ่ กว่า 100 ราย พฐ.รอพิสูจน์อัตลักษณ์

Scroll to top