นิวซีแลนด์

ยุติค้นหา! พ่อนิวซีแลนด์ถูกยิงดับ หลังหนีเข้าป่า

เรื่องราวอันน่าเศร้าได้สิ้นสุดลงแล้ว เมื่อชายชาวนิวซีแลนด์ที่พาลูก 3 คนหลบหนีเข้าป่าเป็นเวลานานกว่า 4 ปี ถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรม หลังพยายามก่อเหตุขโมยของ โดยก่อนหน้านี้ เขาเคยพาลูกๆ ก่อเหตุปล้นธนาคารและร้านค้ามาแล้วหลายครั้ง

คดีของนายทอม ฟิลิปส์ และลูกสาวทั้ง 3 คน กลายเป็นปริศนาที่สร้างความสนใจให้กับชาวนิวซีแลนด์อย่างมาก นับตั้งแต่พวกเขาหายตัวไปเมื่อปลายปี 2564 แม้ตำรวจจะพยายามติดตามตัวมาโดยตลอด แต่ก็ไม่พบเบาะแสที่นำไปสู่การจับกุมได้เลย จนกระทั่งเหตุการณ์ล่าสุด

จุดเริ่มต้นของเรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2564 เมื่อนายทอม ฟิลิปส์ และลูกสาวทั้ง 3 คนหายตัวไปเป็นครั้งแรก มีผู้พบรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ ของเขาจอดทิ้งไว้บริเวณชายหาดใกล้บ้านพ่อแม่ของเขาในเมืองมาโรโคปา ทำให้ตำรวจต้องระดมกำลังค้นหาอย่างหนัก ทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ เนื่องจากเกรงว่าพวกเขาอาจประสบอันตราย

แต่หลังจากนั้นไม่ถึง 3 สัปดาห์ นายฟิลิปส์และลูกๆ ก็กลับมาอย่างปลอดภัย โดยเขาอ้างว่า พวกเขาได้เดินทางไปตั้งแคมป์ในป่า อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 12 ธันวาคมของปีเดียวกัน พวกเขาทั้ง 4 คนก็หายตัวไปอีกครั้ง และหลังจากนั้นก็แทบไม่มีใครพบเห็นพวกเขาอีกเลย นอกจากมีการพบเห็นโดยบังเอิญเพียง 2-3 ครั้ง และภาพจากกล้องวงจรปิดที่ไม่ชัดเจนนัก

จนกระทั่งเมื่อเช้ามืดของวันที่ 8 กันยายน 2568 ตำรวจได้รับแจ้งเหตุพยายามขโมยของที่ร้านค้าแห่งหนึ่งในเมืองปิโอปิโอ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ ได้เกิดการยิงต่อสู้กับคนร้าย และในที่สุดก็สามารถยืนยันได้ว่า คนร้ายคือ นายทอม ฟิลิปส์ ส่งผลให้เขาเสียชีวิต และยุติการค้นหา 4 ปี ที่ยาวนานลงในที่สุด

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังคงเป็นปริศนาและรอคำตอบอยู่ก็คือ เหตุผลที่นายฟิลิปส์พาลูกๆ หลบหนีเข้าไปในป่า และเขาสามารถหลบหนีการจับกุมมาได้นานหลายปีได้อย่างไร

หลังจากที่นายฟิลิปส์กลับมาครั้งแรกในปี 2564 เขาถูกฟ้องร้องในข้อหาทำให้ตำรวจต้องเสียทรัพยากรในการค้นหาเป็นจำนวนมาก ทำให้ตำรวจไม่ได้เริ่มทำการค้นหาเขาทันทีหลังจากที่เขาหายตัวไปเป็นครั้งที่ 2 จนกระทั่งเขาไม่มาขึ้นศาลตามนัดหมายในวันที่ 12 มกราคม 2565 ตำรวจจึงเริ่มออกหมายจับ

ต่อมา มีรายงานว่านายฟิลิปส์แอบกลับไปที่บ้านของครอบครัวเพียงคนเดียวในช่วงกลางดึกของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เพื่อรวบรวมเสบียงอาหาร ก่อนที่จะหายตัวไปอีกครั้งเป็นเวลานานกว่า 1 ปี

ตำรวจนิวซีแลนด์เชื่อว่า นายฟิลิปส์พาลูกสาวทั้ง 3 คน ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 9, 10 และ 12 ปี เข้าไปซ่อนตัวอยู่ในป่า เพื่อหลีกเลี่ยงการต่อสู้เรื่องสิทธิ์ในการเลี้ยงดูกับผู้เป็นแม่ แต่ก็ไม่เคยมีการยืนยันใดๆ จากปากของนายฟิลิปส์เอง

ภาพจากกล้องวงจรปิดเมื่อ 27 ส.ค. 2567 ขณะที่นายฟิลิปส์พาลูกสาวมาขโมยของที่ร้านค้าในเขต ไวโตโม
ภาพจากกล้องวงจรปิดเมื่อ 27 ส.ค. 2567 ขณะที่นายฟิลิปส์พาลูกสาวมาขโมยของที่ร้านค้าในเขต ไวโตโม

นายฟิลิปส์เป็นที่รู้จักในฐานะนายพรานผู้เชี่ยวชาญการเอาชีวิตรอดในป่า ชาวบ้านในเมืองมาโรโคปาเล่าว่า เขาเป็นคนที่ไม่ต้องการสุงสิงกับใคร และไม่มีบัญชีโซเชียลมีเดียใดๆ

ตำรวจเชื่อว่า นายฟิลิปส์และลูกๆ ใช้ชีวิตอยู่ในป่าทึบรอบๆ เมืองมาโรโคปา แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้ด้วยตัวเองทั้งหมด เนื่องจากมีรายงานการพบเห็นเขาหลายครั้งในแถบคาเวียในช่วงเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน 2566 และมีรายงานการขโมยของในร้านค้าหลายครั้ง

ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่า นายฟิลิปส์และลูกสาวคนหนึ่งสวมชุดลายพรางและหน้ากาก พยายามบุกเข้าไปในร้านค้าแห่งหนึ่งในเมืองปิโอปิโอ และในตอนที่เกิดการยิงปะทะกับตำรวจ ตำรวจพบอาวุธปืนจำนวนมากและของที่ขโมยมาบนรถเอทีวีของเขา

ก่อนหน้านี้ ตำรวจเชื่อว่ามีผู้ให้ความช่วยเหลือนายฟิลิปส์ในการหลบหนี และเมื่อเขาปล้นธนาคารในเมืองเตคูอิติ ตำรวจระบุว่าเขามีผู้สมรู้ร่วมคิด

ในเดือนมิถุนายน 2567 ตำรวจตั้งรางวัลนำจับนายฟิลิปส์และลูกสาวเป็นเงิน 80,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ แต่รางวัลก็หมดอายุไปโดยไม่มีความคืบหน้าใดๆ

นายฟิลิปส์และลูกๆ ถูกพบเห็นอีกครั้งในเดือนตุลาคม 2567 เมื่อกลุ่มวัยรุ่นเข้าไปเดินป่าใกล้เมืองมาโรโคปา และถ่ายรูปนายฟิลิปส์ไว้ได้ ในภาพที่ไม่ชัดเจนนั้น นายฟิลิปส์พาลูกๆ ที่สวมชุดลายพรางและเสื้อกันฝน แบกเป้ใบใหญ่ เดินผ่านพื้นที่ขรุขระ

สื่อของนิวซีแลนด์รายงานว่า หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นได้พูดคุยกับลูกสาวคนหนึ่งของนายฟิลิปส์ โดยถามว่ามีใครรู้หรือไม่ว่าพวกเธออยู่ที่นี่ เด็กหญิงตอบว่า “มีแค่คุณ” แล้วเดินจากไป

การพบเห็นครั้งนั้นทำให้เกิดการค้นหาครั้งใหญ่อีกครั้ง โดยใช้ทั้งตำรวจและเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพ แต่การค้นหานาน 3 วันก็ล้มเหลว ตำรวจกล่าวว่า การค้นหาเชิงรุกอาจไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง เนื่องจากนายฟิลิปส์มีอาวุธและถูกพิจารณาว่าเป็นบุคคลอันตราย

หลังจากนั้น นายฟิลิปส์ก็ไม่ถูกพบเห็นอีกเลย จนกระทั่งปลายเดือนสิงหาคมปีนี้ เมื่อเขากับลูกสาวคนหนึ่งถูกกล้องวงจรปิดจับภาพได้ขณะพยายามบุกรุกร้านค้าในเมืองปิโอปิโอ และหลบหนีไปพร้อมกับของใช้ในชีวิตประจำวัน

นายฟิลิปส์กลับมาที่เมืองปิโอปิโออีกครั้งในเช้าวันที่ 8 กันยายน 2568 แต่ครั้งนี้ตำรวจได้รับแจ้งเหตุขโมยที่ร้านค้าแห่งหนึ่งในเวลาประมาณ 2.30 น. เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบ โดยเชื่อว่าคนร้ายอาจเป็นนายฟิลิปส์

ตำรวจได้รับรายงานว่า รถเอทีวีที่มีคนนั่งอยู่ 2 คน กำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองมาโรโคปา ตำรวจจึงโปรยเหล็กแหลมไว้ตามถนนเพื่อสกัดจับ แต่เมื่อหยุดรถได้ นายฟิลิปส์กลับเปิดฉากยิงใส่ตำรวจ มีตำรวจนายหนึ่งถูกยิงเข้าที่ศีรษะและอาการสาหัส ก่อนที่ตำรวจอีกนายจะยิงนายฟิลิปส์เสียชีวิต

ลูกสาวของเขาไม่ได้รับบาดเจ็บและให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ นำไปสู่การค้นพบเด็กอีก 2 คนที่เหลือ ซึ่งตั้งแคมป์อยู่ในป่าห่างไกลระหว่างเมืองมาโรโคปากับเมืองเตคูอิติ ท่ามกลางอุณหภูมิเกือบเยือกแข็ง และตอนนี้พวกเธอกำลังอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่

ชาวนิวซีแลนด์หลายคนแสดงความกังวลว่า การเสียชีวิตของนายฟิลิปส์จะส่งผลกระทบต่อเด็กทั้ง 3 คนอย่างไร นางมาลีน แมคไอแซค กล่าวว่า เธอหวังว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างมีความสุข “สำหรับเด็กๆ คุณรู้มั้ย? พวกเด็กๆ คงเสียใจมาก”

ยุติการค้นหา 4 ปี พ่อนิวซีแลนด์ถูกยิงดับ หลังพาลูก 3 คน หนีหายไปในป่า

ความสูญเสียและการยุติการค้นหา 4 ปี

เหตุการณ์ยุติการค้นหา 4 ปี พ่อนิวซีแลนด์ถูกยิงดับ หลังพาลูก 3 คน หนีหายไปในป่า ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่ทิ้งร่องรอยความเศร้าไว้ให้กับทุกฝ่าย เรื่องราวนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของสุขภาพจิต การแก้ไขปัญหาอย่างสันติ และผลกระทบที่การกระทำของผู้ใหญ่มีต่อเด็ก

ถึงแม้การยุติการค้นหา 4 ปี จะเป็นการปิดฉากคดี แต่บาดแผลในใจของเด็กทั้งสามคนคงต้องใช้เวลาในการเยียวยา หวังว่าพวกเขาจะได้รับการดูแลและสนับสนุนที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต่อไป

ที่มา – ยุติการค้นหา 4 ปี พ่อนิวซีแลนด์ถูกยิงดับ หลังพาลูก 3 คน หนีหายไปในป่า

นิวซีแลนด์เปิดไต่สวนคดีฆ่ายัดกระเป๋าเดินทาง

นิวซีแลนด์เปิดไต่สวนคดี ‘ฆ่ายัดกระเป๋าเดินทาง’ สะเทือนขวัญที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก หลังหญิงชาวเกาหลีใต้ถูกกล่าวหาว่าสังหารลูกน้อยสองคนและซ่อนร่างไว้ในกระเป๋าเดินทาง โดยเธอได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

นาง ฮาคยอง อี วัย 44 ปี ซึ่งถูกส่งตัวจากเกาหลีใต้มายังนิวซีแลนด์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2022 ได้ให้การปฏิเสธในข้อหาฆาตกรรม 2 กระทง ในระหว่างการพิจารณาคดีซึ่งเปิดขึ้นในวันนี้ (8 ก.ย.) และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์

คดีนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2022 หลังจากที่ครอบครัวหนึ่งในเมืองอ๊อคแลนด์ประมูลสิ่งของจากโกดังเก็บของร้างและได้กระเป๋าเดินทาง 2 ใบมาครอบครอง และเมื่อเปิดออกก็พบร่างเด็ก 2 คน โดยเชื่อว่าร่างของเด็กทั้งสองคนถูกเก็บไว้ในโกดังเป็นเวลาหลายปี

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า การขายสิ่งของดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเคลียร์ของที่ถูกทิ้งไว้ในโกดัง ซึ่งทางตำรวจยืนยันว่าครอบครัวที่ซื้อไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเด็กๆ

รายงานระบุว่าเด็กทั้งสองคน ซึ่งมีอายุ 6 และ 8 ขวบ เสียชีวิตหลังจากที่พ่อของพวกเขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในปี 2017 และร่างของพวกเขาก็ถูกพบในอีกหลายปีต่อมา

ผู้พิพากษา เจฟฟรีย์ เวนนิง กล่าวต่อคณะลูกขุนว่า การตัดสินความผิดหรือไม่ผิดของนางลีจะต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และมีความเป็นไปได้ว่าคดีนี้จะพิจารณาว่าในขณะที่เด็กถูกสังหารนั้น “นางอีมีสภาวะทางจิตไม่ปกติหรือไม่”

นางฮาคยอง อี ซึ่งเป็นชาวนิวซีแลนด์ ที่เกิดในเกาหลีใต้ เคยอาศัยอยู่ในเมืองอ๊อคแลนด์เป็นเวลาหลายปีก่อนจะเดินทางกลับเกาหลีใต้ในปี 2018 เธอถูกจับกุมตัวได้ที่เมืองอุลซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อเดือนกันยายน 2022 หลังจากตำรวจสากลได้ออกหมายแดงทั่วโลกเพื่อตามหาตัวเธอ

นิวซีแลนด์เปิดไต่สวนคดี ‘ฆ่ายัดกระเป๋าเดินทาง’

คดี นิวซีแลนด์เปิดไต่สวนคดี ‘ฆ่ายัดกระเป๋าเดินทาง’ นี้สร้างความตกตะลึงให้กับสังคมเป็นอย่างมาก เนื่องจากความโหดร้ายของการกระทำและความซับซ้อนของเรื่องราวที่เกิดขึ้น การพิจารณาคดีนี้จึงเป็นที่จับตามองของคนทั่วโลก เนื่องจากมีประเด็นที่น่าสนใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแรงจูงใจในการก่อเหตุ สภาพจิตใจของผู้ต้องหา และกระบวนการยุติธรรมที่จะนำไปสู่การตัดสินคดี

ความคืบหน้าล่าสุดคดีนิวซีแลนด์เปิดไต่สวนคดี ‘ฆ่ายัดกระเป๋าเดินทาง’

การไต่สวนคดี นิวซีแลนด์เปิดไต่สวนคดี ‘ฆ่ายัดกระเป๋าเดินทาง’ ยังคงดำเนินต่อไป โดยมีการนำเสนอหลักฐานและพยานต่างๆ เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะลูกขุน ทนายความของนางอีได้พยายามที่จะแสดงให้เห็นว่าลูกความของตนอาจมีสภาพจิตใจที่ไม่ปกติในขณะที่เกิดเหตุ เพื่อให้ศาลพิจารณาโทษที่เบาลง อย่างไรก็ตาม อัยการยังคงยืนยันว่านางอีมีความผิดจริงและควรได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมาย

คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตและการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ นอกจากนี้ ยังเป็นบทเรียนที่สำคัญเกี่ยวกับผลกระทบที่ร้ายแรงของการใช้ความรุนแรงและการทำร้ายผู้อื่น การตัดสินคดีนี้จะเป็นบรรทัดฐานที่สำคัญสำหรับคดีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางจิตในอนาคต

กระบวนการยุติธรรมจะต้องดำเนินไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเหยื่อ ผู้ต้องหา และสังคมโดยรวม คดีนี้ยังเป็นโอกาสให้เราได้ทบทวนถึงค่านิยมและความเชื่อของเราเกี่ยวกับชีวิต ความตาย และความรับผิดชอบต่อผู้อื่น

คดีนี้มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อน การพิจารณาคดีต้องเป็นไปอย่างรอบคอบและเป็นธรรม เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้องและยุติธรรมที่สุดสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ติดตามความคืบหน้าของคดีนี้ต่อไปเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุดและผลการตัดสิน

ที่มา – นิวซีแลนด์เปิดไต่สวนคดี ‘ฆ่ายัดกระเป๋าเดินทาง’ หญิงชาวเกาหลีใต้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

Scroll to top