นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร

“ธรรมนัส” เปิดพรรคกล้าธรรม สู้ศึกเลือกตั้งอีสาน

“ธรรมนัส” เปิดบ้านพรรคกล้าธรรม รับ “ไชยา-นุชนาถ-นพ.ภูมินทร์” อดีต สส.เพื่อไทย สู้ศึกเลือกตั้งในภาคอีสาน พร้อม “คุณากร” อดีต สส.ปชป. ด้าน “ไชยา” ปัดเป็นงูเห่า ลั่นตัดสินใจเพื่อชาวอีสาน

วันที่ 20 ธันวาคม 2566 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้การต้อนรับ นายไชยา พรหมา อดีต สส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย, นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ, นางสาวนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร อดีต สส.ศรีสะเกษ, นายคุณากร มั่นนทีรัย เข้าพรรคกล้าธรรม โดยสวมเสื้อแจ็กเก็ตให้ และเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร ด้วยในคราวเดียวกัน

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวต้อนรับสมาชิกที่มาเปิดตัวกับพรรคกล้าธรรมวันนี้ ว่า นายไชยา เป็นอดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ตนเคารพรัก เมื่อเคยทำงานร่วมกันที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็เห็นฝีไม้ลายมือในการปราบปราม โดยเฉพาะสินค้าเถื่อน สุกรเถื่อน เมื่อเป็นรองประธานสภาฯ ก็คิดว่าคงไม่มีใครปฏิเสธว่าทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งจากการรู้จักกันที่ผ่านมา ตนจึงชวนนายไชยามาร่วมอุดมการณ์และสานต่องานสำคัญ อีกทั้งนายไชยายังเป็นผู้ร่วมสร้างงานท้องถิ่นที่จังหวัดหนองบัวลำภู

ส่วน นพ.ภูมินทร์ และนางสาวนุชนาถ เป็นนักการเมืองที่อยู่ในสภาฯ ซึ่งศรีสะเกษเองก็เป็นจังหวัดที่พี่น้องประชาชนประกอบอาชีพภาคการเกษตร จึงได้ทั้ง 2 คนมาร่วมอุดมการณ์ สำหรับนายคุณากร อดีต สส.นนทบุรี พรรคประชาชน ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่อยากมาร่วมงาน และทราบว่าเป็นผู้ที่สนใจในเรื่องน้ำของจังหวัดนนทบุรี อีกทั้งผู้นำท้องถิ่นในจังหวัดนนทบุรีก็ฝากกับตนมาว่า นายคุณากรเป็นคนชอบทำ ไม่ชอบพูด ซึ่งตรงสเปกของตนที่อยากจะนำมาร่วมงาน

เมื่อถามว่าได้บุคคลสำคัญมาช่วยจะทำให้ได้ชัยชนะในการเลือกตั้งหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ทั้งหมดที่อยู่ตรงนี้คือบุคคลที่ทำงานติดดินอยู่กับชาวบ้าน นำโจทย์ของประชาชนมาแก้ปัญหา และตนก็มั่นใจว่าทุกท่านจะกลับเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรได้ ส่วนคำถามว่าจะมีการวางตัวเพื่อหลีกเลี่ยงเขตหาเสียงให้กับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ เนื่องจากเป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า หากทำเช่นนั้นประชาชนจะไม่เชื่อมั่นในตัวเรา สนามเลือกตั้งคือสนามรบ เมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้วรู้ผลก็ต้องมาร่วมงานกันต่อ พร้อมเผยว่ายังมีคนอื่นจะมาร่วมอีก

ทางด้าน นายไชยา กล่าวถึงเหตุผลที่ตัดสินใจมาทำงานกับพรรคกล้าธรรม เพราะเห็นนโยบายที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องภาคการเกษตร ซึ่งตนเป็นผู้แทนราษฎรมาแล้ว 9 สมัย อยู่กับเกษตรกรชาวไร่ชาวนาในจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีตัวเลขทางเศรษฐกิจลำดับท้ายๆ ของประเทศ ดังนั้นปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่จะต้องได้รับการแก้ไข ที่ผ่านมาภาคอีสานมักจะถูกละเลย ร้อยเอกธรรมนัส และพรรคกล้าธรรม ในฐานะที่รับผิดชอบในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นนโยบายสำหรับรากหญ้าอย่างแท้จริงที่จะยกระดับประชาชน มั่นใจว่าจะแก้ปัญหาและเป็นความหวังของเกษตรกรได้ จึงตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม อย่างไรก็ตาม คงต้องอธิบายกับประชาชนในพื้นที่ถึงเหตุผลในการร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม การตัดสินใจในครั้งนี้ไม่ใช่การตัดสินใจเพื่อตนเอง แต่เป็นการตัดสินใจเพื่อประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามต่อ จะเอาชนะผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ นายไชยา ตอบว่า สู้ได้อยู่แล้ว เคยสู้กันมาหลายยกแล้ว เวทีการเลือกตั้งก็ต้องสู้กัน เป็นนักรบเป็นนักสู้ก็ต้องต่อสู้กัน และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ส่วนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นงูเห่า หากจะมากล่าวหาด้วยคำนี้ ทำไมตนเลือกมาที่พรรคกล้าธรรม ทำไมไม่ไปอยู่ในพรรคที่อยู่ในกระแส แต่ที่เลือกพรรคกล้าธรรมเพราะเข้าได้กับทุกฝ่าย จากวันนี้ไปเป็นเรื่องการจับมือในการทำงาน ไม่ว่าพรรคการเมืองไหนวันนี้เราไม่ต้องการความขัดแย้งทางการเมือง ตนเองและพรรคกล้าธรรมสามารถแก้ปัญหาของประชาชนได้

“อย่าพูดถึงว่าผมเป็นงูเห่าเลยครับ การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตัดสินใจเพื่อประชาชนภาคอีสาน เวลาผมกลับไปในพื้นที่ชาวบ้านหนองบัวลำภูถามว่าที่รับปากเขาไว้ตอนเป็นรัฐบาล 2 ปีมีอะไรที่ค้างคาใจอยู่ เช่น ดิจิทัลวอลเล็ตยังทวงถามอยู่เลย เพราะฉะนั้นปัญหาหลายอย่าง เช่น เงินช่วยเหลือเกษตรกร เราเป็นรัฐบาลมา 2 ปียังตอบคำถามไม่ได้”

นายไชยา ยังย้ำด้วยว่า เรื่องนี้จะต้องหาคนแก้ปัญหา เชื่อว่ากระทรวงเกษตรฯ และพรรคกล้าธรรมจะตอบโจทย์เกษตรกร สำหรับพื้นที่ภาคอีสาน ต่อสู้ทางการเมืองกันอย่างเข้มข้น ซึ่งที่ผ่านมาพรรคการเมืองให้สัญญากับคนอีสานไว้เยอะ ได้รับเสียงจากคนอีสานเป็นกอบเป็นกำ แต่พอเข้ามาสู่การบริหารประเทศมักจะลืมคำที่เคยสัญญาไว้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่พรรคกล้าธรรมได้สัจจะวาจา “ทำจริง ปฏิบัติจริง หวังผลแก้ปัญหาอย่างแท้จริง” จะตอบโจทย์ปัญหาของพี่น้องภาคอีสาน จึงมีความมั่นใจว่าพื้นที่ภาคอีสาน จะต้อนรับคนที่ตั้งใจทำงานเพื่อพี่น้องเกษตรกร

ทางด้าน ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวถึงประเด็นงูเห่า โดยชี้ให้ดูสมาชิกพรรคที่อยู่กันมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย ก็แสดงว่าเราเป็นงูด้วยกัน การทำงานในครอบครัวตั้งแต่พรรคไทยรักไทยหลายท่านมีบทบาทในการสร้างครอบครัวให้โต ดังนั้นคำว่างูเห่าในครอบครัวกล้าธรรม คงไม่ใช่ อย่างไรก็ตามเราคงไม่ต้องตั้งคำถามกับนายไชยา เพราะทำพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูมาด้วยกัน โดยความมั่นใจในพื้นที่ภาคอีสาน แม้ตนไม่ใช่คนพูดเยอะ แต่ไม่เคยมีวันหยุด ซึ่งวันที่ 24 ธันวาคมนี้ก็จะลงพื้นที่จังหวัดมหาสารคามด้วย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ภูมินทร์ และนางสาวนุชนาถ เป็น 2 คนในกลุ่ม 8 งูเห่าพรรคเพื่อไทย กลุ่มเดียวกับนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยของพรรคภูมิใจไทย แต่กลับมาปรากฏตัวที่พรรคกล้าธรรมในวันนี้ ซึ่งมีรายงานต่อมาว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีเขตพื้นที่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง.

“ธรรมนัส” เปิดพรรคกล้าธรรม รับ “ไชยา-นุชนาถ-ภูมินทร์-คุณากร” สู้ศึกเลือกตั้งอีสาน

พรรคกล้าธรรมกับการสู้ศึกเลือกตั้งอีสาน

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า มั่นใจว่าการเปิดตัวสมาชิกใหม่ครั้งนี้ จะนำไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งอีสานที่จะมาถึง ด้วยบุคคลากรที่ทำงานใกล้ชิดประชาชน เข้าใจปัญหา และพร้อมแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด การเสริมทัพครั้งนี้จึงเป็นการประกาศความพร้อมของพรรคกล้าธรรมในการสู้ศึกเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น

การที่พรรคกล้าธรรมให้ความสำคัญกับภาคอีสาน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาคนี้ การดึงบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ และเข้าใจปัญหาของพื้นที่เข้ามา จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันนโยบายและแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วง

นอกจากนี้ การที่นายไชยา พรหมา ตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า พรรคกล้าธรรมมีนโยบายที่ตอบโจทย์และสามารถแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกรในภาคอีสานได้อย่างแท้จริง การตัดสินใจครั้งนี้จึงเป็นการตัดสินใจเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

การเลือกตั้งอีสานครั้งนี้ จึงเป็นที่น่าจับตามองว่า พรรคกล้าธรรมจะสามารถสร้างผลงานและได้รับการยอมรับจากประชาชนมากน้อยเพียงใด การมีบุคลากรที่แข็งแกร่ง นโยบายที่ชัดเจน และความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้วัดความสำเร็จของพรรคในการเลือกตั้งอีสานที่จะมาถึงนี้ และการรวมตัวของคนเหล่านี้จะส่งผลให้“ธรรมนัส” เปิดพรรคกล้าธรรม รับ “ไชยา-นุชนาถ-ภูมินทร์-คุณากร” สู้ศึกเลือกตั้งอีสาน ประสบความสำเร็จได้หรือไม่

ที่มา – “ธรรมนัส” เปิดพรรคกล้าธรรม รับ “ไชยา-นุชนาถ-ภูมินทร์-คุณากร” สู้ศึกเลือกตั้งอีสาน

“นุชนาถ” ร่ายยาว เหตุผลหันหลังให้เพื่อไทย ยอมถูกเรียกว่า “งูเห่า”

“นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร” ส.ส.ศรีสะเกษ เปิดใจ 6 ข้อ ยอมถูกเรียกว่า “งูเห่า” แจงเหตุผลหันหลังให้เพื่อไทย เพราะแสดงความเห็นที่ไม่ถูกใจผู้ใหญ่ในพรรค แถมปล่อยให้ ส.ส. รับหน้าเรื่องดิจิทัลวอลเล็ตไปวันๆ ขอโหวตหนุน นายกฯ จากทุกพรรค ยกเว้น เพื่อไทย เรื่องราวของ “นุชนาถร่ายยาว 6 ข้อ เหตุผลหันหลังให้เพื่อไทย พร้อมยอมถูกเรียกว่า “งูเห่า” กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองที่หลายคนจับตามอง

วันที่ 31 ส.ค. 2568 นางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 9 พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจง ว่าขอใช้พื้นที่เล็กๆ แสดงความรู้สึกที่มีในใจต่อทุกเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นจากอดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงการตัดสินใจหันหลังให้กับพรรคเพื่อไทย พรรคที่ตนเองเคยยึดมั่นในอุดมการณ์มาโดยตลอด

ดิฉันขอไล่เรียงความเป็นมาก่อนที่ข่าวจะออกไปตามที่ทุกท่านได้เห็น ก่อนที่จะมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปมากกว่านี้

1. ส.ส.ในพรรคเพื่อไทย ทราบเป็นอย่างดีว่าดิฉันมักจะแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมในสิ่งที่ ส.ส.หลายๆ ท่านไม่กล้าแสดงความคิดเห็นเนื่องจากเกรงว่าจะกระทบกับผู้ใหญ่ในพรรค แต่ดิฉันด้วยความเป็นคนบ้านนอก คนของชาวบ้าน เป็น ส.ส.สมัยแรกที่เข้ามาเพราะต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง จึงมักจะแสดงข้อคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ได้สนใจผลกระทบเหล่านั้น ซึ่งนั่นคือจุดชนวนหนึ่งที่ดิฉันเดินออกมา

2. หลังจากการแสดงความคิดเห็นที่ไม่ถูกใจผู้ใหญ่ในพรรค ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอเกี่ยวกับพื้นที่ เรื่องเศรษฐกิจ ราคาสินค้าเกษตร รวมทั้งปัญหาชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน มีผู้ใหญ่ในพรรคถึงกับพูดกับ ส.ส.คนอื่นในพรรคที่อยู่พื้นที่ใกล้เคียงกับพื้นที่ของดิฉันว่า เป็นพวกหัวรุนแรง ไม่ต้องการให้ดิฉันลงสมัคร ส.ส. ในนามพรรคเพื่อไทยต่อในสมัยหน้า ให้ช่วยหาคนมาลงแทนหน่อย แล้วจะให้ดิฉันยืนอยู่ในจุดนั้นด้วยความสบายใจได้อย่างไร

3. เงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ดิฉันรวมทั้ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย พยายามเสนอให้ฝ่ายบริหารดำเนินการให้แล้วเสร็จเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายที่ได้สัญญาไว้กับพี่น้องประชาชน แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาคือความเงียบครั้งแล้วครั้งเล่า ท่านต้องตอบคำถามประชาชนเองบ้าง ไม่ใช่ให้ ส.ส. รับหน้าให้ไปวันๆ ว่างบประมาณเป็นแสนๆ ล้านที่ควรดำเนินการโครงการดังกล่าว ท่านเอาไปทำอะไร ดิฉันเชื่อเหลือเกินว่า ส.ส.ในพรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่อึดอัดใจกับสถานการณ์ภายในพรรคที่เกิดขึ้น และรับไม่ได้กับสิ่งที่ต้องรับอยู่ในขณะนี้

4. เมื่อฟางเส้นสุดท้ายมาถึง ข้อเสนอต่างๆ จาก ส.ส.ในพรรคส่วนใหญ่ (ไม่ใช่แค่เพียงเสียงของดิฉัน) ไม่ได้รับการตอบสนอง การเดินออกจากพรรคเพื่อไทยของดิฉัน ไม่ใช่ออกมาเพื่อสนับสนุนผู้ใด แต่การเดินออกมาเพราะเจตนารมณ์ของพรรคที่ดิฉันเคยศรัทธานั้นเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง อุดมการณ์อันแน่วแน่ของพรรคไม่หลงเหลืออยู่แล้ว ส.ส.ในพื้นที่ต้องคอยรับหน้าให้กับการกระทำของฝ่ายบริหารพรรค ทั้งๆ ที่ไม่เห็นด้วยในหลายประเด็น

5. ดิฉันจะยังคงสนับสนุนแนวทางประชาธิปไตยที่ยึดเสียงของประชาชนเป็นสำคัญ ที่ผ่านมาดิฉันอาจเป็นตัวตลกในสายตาประชาชน แม้กระทั่งในเวลานี้ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ดิฉันลดละความตั้งใจที่จะต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ไปได้ ดิฉันไม่ได้มาจากตระกูลหรือครอบครัวของนักการเมือง ไม่ได้สืบทอดอำนาจมาจากผู้ใด ความตั้งใจที่เข้ามาในสนามการเมืองก็เพื่อต้องการเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองให้ดีขึ้น

6. ดิฉันจะขอใช้เอกสิทธิ์ ส.ส. สนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคใดก็แล้วแต่ที่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้ ยกเว้นแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย เพื่อปูทางไปสู่การยุบสภาโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ คืนอำนาจสู่ประชาชน ปลดล็อกสถานการณ์อันเลวร้ายทางการเมือง ถึงแม้ดิฉันจะต้องเสียตำแหน่ง ส.ส. ไปก็ยินดี หรืออาจจะหมดโอกาสในการเดินเข้าสภาฯ อีกก็ตาม ดิฉันขอใช้หนึ่งเสียงที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เพื่อคืนอำนาจกลับสู่ประชาชนเช่นเดิม

“ถ้าผู้คนทั้งประเทศตีตราว่าดิฉันเป็น ‘งูเห่า’ ดิฉันขอเป็นงูเห่าที่ย้ายข้างไปยกมือคืนอำนาจให้กับประชาชน ขอบคุณค่ะ”

นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร

ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 9

“นุชนาถ” ร่ายยาว 6 ข้อ เหตุผลหันหลังให้เพื่อไทย พร้อมยอมถูกเรียกว่า “งูเห่า”

การตัดสินใจของนางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร สร้างความฮือฮาและเกิดคำถามมากมายในสังคม บทบาทของ ส.ส. ในการเป็นปากเสียงของประชาชนและการรักษาอุดมการณ์ทางการเมืองเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

เหตุผลที่ “นุชนาถ” ร่ายยาวถึง 6 ข้อ ยอมถูกเรียกว่า “งูเห่า”

การออกมาให้เหตุผลอย่างละเอียดถึง 6 ข้อ สะท้อนให้เห็นถึงความอัดอั้นตันใจและความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทยที่นำไปสู่การตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ การเปิดเผยข้อมูลและความรู้สึกต่อสาธารณชนเป็นสิ่งที่น่าสนใจและควรได้รับการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน

การที่นางนุชนาถกล่าวถึงประเด็นต่างๆ เช่น การแสดงความคิดเห็นที่ไม่ถูกใจผู้ใหญ่ในพรรค ปัญหาเรื่องเงินดิจิทัลวอลเล็ต และความอึดอัดใจของ ส.ส. ส่วนใหญ่ในพรรค ล้วนเป็นประเด็นที่น่าสนใจและควรได้รับการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใสและความเข้าใจที่ถูกต้อง

การตัดสินใจที่จะสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคอื่นที่ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการคืนอำนาจสู่ประชาชนและการแก้ไขสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น แม้ว่าการตัดสินใจนี้อาจนำมาซึ่งผลกระทบต่อตนเอง นางนุชนาถก็ยังคงยืนหยัดในสิ่งที่ตนเองเชื่อมั่น

สิ่งที่เกิดขึ้นกับนางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายและความซับซ้อนของการเมืองไทย การรักษาอุดมการณ์และความมุ่งมั่นในการทำเพื่อประชาชนเป็นสิ่งที่นักการเมืองทุกคนควรยึดมั่น แม้ว่าต้องเผชิญกับอุปสรรคและความขัดแย้งต่างๆ

  • การแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน
  • ปัญหาภายในพรรคควรได้รับการแก้ไขอย่างโปร่งใส
  • การคืนอำนาจสู่ประชาชนเป็นเป้าหมายที่สำคัญ

เรื่องราวของ “นุชนาถ” ร่ายยาว 6 ข้อ เหตุผลหันหลังให้เพื่อไทย พร้อมยอมถูกเรียกว่า “งูเห่า” เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจและเป็นบทเรียนสำหรับนักการเมืองและประชาชนทุกคน

โดยสรุปแล้ว การออกมาเปิดเผยเหตุผลของ “นุชนาถร่ายยาว 6 ข้อ เหตุผลหันหลังให้เพื่อไทย พร้อมยอมถูกเรียกว่า “งูเห่า” เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งในแง่ของการเมืองภายในพรรค การรักษาอุดมการณ์ และการทำเพื่อประชาชน การตัดสินใจครั้งนี้อาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญต่อไปในอนาคต

ที่มา – “นุชนาถ” ร่ายยาว 6 ข้อ เหตุผลหันหลังให้เพื่อไทย พร้อมยอมถูกเรียกว่า “งูเห่า”

Scroll to top