นโยบายกัญชา

ประธาน กมธ.ตำรวจ เดินหน้าเชือดร้านกัญชาเถื่อน เอาจริงไม่มีละเว้น

ในยุคที่นโยบายกัญชาเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมไทย ล่าสุด นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการตำรวจ ได้ออกมาประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ประธาน กมธ.ตำรวจ เดินหน้าเชือดร้านกัญชาเถื่อน อย่างไม่เกรงใจใคร เพื่อจัดระเบียบสังคมให้เข้าที่เข้าทางมากขึ้น

ประธาน กมธ.ตำรวจ เดินหน้าเชือดร้านกัญชาเถื่อน ทั่วประเทศ

หลายคนอาจสงสัยว่าการกวาดล้างครั้งนี้มีที่มาอย่างไร นายวัชรพงศ์ได้ย้ำชัดว่า เจตนารมณ์ดั้งเดิมของพรรคนั้นมุ่งเน้นที่การใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และเศรษฐกิจเท่านั้น ไม่เคยมีนโยบายสนับสนุนให้ใช้เพื่อสันทนาการแต่อย่างใด ดังนั้น การที่ใครจะนำกัญชาไปใช้ผิดประเภทหรือเปิดร้านขายโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงถือเป็นการทำผิดกฎหมายที่ต้องได้รับการจัดการอย่างเด็ดขาด

มาตรการเด็ดขาด: ประธาน กมธ.ตำรวจ เดินหน้าเชือดร้านกัญชาเถื่อน

สำหรับแนวทางการทำงานในครั้งนี้ ทางกรรมาธิการฯ จะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวด โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • ตรวจสอบร้านกัญชาที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
  • กวาดล้างการจำหน่ายกัญชาให้กับเยาวชนและบุคคลภายนอกที่นำไปใช้ในทางสันทนาการ
  • สนับสนุนให้มีการแก้ไขกฎหมายกัญชาทางการแพทย์ให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น
  • ทุกหน่วยงานรัฐต้องทำงานบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักวิชาการ ไม่จำเป็นต้องเกรงใจใคร

นอกจากนี้ นายวัชรพงศ์ยังได้ฝากเตือนไปยังกลุ่มผู้กระทำผิดว่า อย่าได้ชะล่าใจ เพราะการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อเยาวชนและสถาบันครอบครัวเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ภาครัฐพร้อมที่จะฟันธงหากพบว่าสิ่งใดส่งผลเสียมากกว่าข้อดี โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพของประชาชนที่ต้องมาก่อนเสมอ

ในฐานะประชาชน เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า การจัดระเบียบครั้งนี้จะทำให้ร้านค้าเถื่อนหมดไปจากสังคมไทยได้จริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมให้กัญชาคงอยู่คู่กับการแพทย์อย่างมีขอบเขตและตรวจสอบได้ คือทางออกที่ดีที่สุดที่ทุกฝ่ายควรหันหน้ามาคุยกัน เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้สังคมไทยมีความปลอดภัยมากขึ้นครับ

ที่มา – ประธาน กมธ.ตำรวจ เดินหน้าเชือดร้านกัญชาเถื่อน

ภูมิใจไทยโต้กระแสสังคม “ศุภชัย” ย้ำกัญชาทางการแพทย์ไม่ใช่นันทนาการ

ภูมิใจไทยโต้กระแสสังคม “ศุภชัย” ย้ำกัญชาทางการแพทย์ไม่ใช่นันทนาการ

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอย่างต่อเนื่อง สำหรับเรื่องกัญชาในประเทศไทย ล่าสุดทางฝั่งพรรคภูมิใจไทย นำโดย นายศุภชัย ใจสมุทร ได้ออกมาให้ความชัดเจนผ่านโซเชียลมีเดียว่า พรรคฯ ยังคงยึดมั่นในจุดยืนเดิม คือการสนับสนุนการนำ กัญชาทางการแพทย์ มาใช้เพื่อประโยชน์ในการรักษาโรคและสร้างรายได้ให้พี่น้องเกษตรกรเท่านั้น

จุดยืนของพรรคต่อประเด็นกัญชาทางการแพทย์ไม่ใช่นันทนาการ

หลายคนอาจมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าพรรคภูมิใจไทยสนับสนุนให้กัญชาเป็นของเล่นเพื่อนันทนาการ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภูมิใจไทยโต้กระแสสังคม “ศุภชัย” ย้ำกัญชาทางการแพทย์ไม่ใช่นันทนาการ โดยมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นผลมาจากภาวะสุญญากาศทางกฎหมาย หลังจากที่ร่างกฎหมายควบคุมกัญชาที่พรรคเคยเสนอไว้ถูกปัดตกไปในสมัยที่ผ่านมา ทำให้เกิดการใช้แบบไร้ทิศทางและขาดการควบคุมจากภาครัฐที่เข้มงวดเพียงพอ

นายศุภชัยได้อธิบายเพิ่มเติมถึงสถานการณ์ที่ผ่านมาว่า สิ่งที่เราต้องการเห็นไม่ใช่การปล่อยปละละเลย แต่คือการมีกฎหมายรองรับที่ชัดเจน เพื่อให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจและยาช่วยชีวิตผู้ป่วยอย่างแท้จริง โดยมีเหตุผลสำคัญดังนี้:

  • เพื่อสนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อสุขภาพและบำบัดอาการป่วยอย่างปลอดภัย
  • เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับรายได้ของเกษตรกรไทย
  • เพื่อวางรากฐานการป้องกันการเข้าถึงในกลุ่มเยาวชนผ่านพ.ร.บ.กัญชาฯ ที่กำลังจะนำมาใช้ใหม่

ล่าสุด พรรคภูมิใจไทยได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติกัญชาทางการแพทย์ฉบับใหม่เข้าสู่สภาเพื่อให้พิจารณาอย่างเร่งด่วน โดยหวังว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคจะเห็นพ้องในการเดินหน้าสร้างกฎกติกาที่ถูกต้องให้กับสังคม แทนที่จะปล่อยให้เป็นปัญหาคาราคาซังเช่นที่ผ่านมา เพื่อให้กัญชาไทยได้ทำหน้าที่เป็นยาและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศอย่างยั่งยืน

ในมุมมองของผู้เขียน นโยบายที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของการคุ้มครองประชาชนและการให้โอกาสผู้ป่วยไปพร้อมกัน การนำประเด็นทางการเมืองมาปิดกั้นความก้าวหน้าทางการแพทย์อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยที่กำลังรอคอยความหวัง การสร้างกติกาที่เข้มงวดให้ชัดเจนจึงเป็นทางออกที่สังคมควรตั้งตารอครับ

ที่มา – ภูมิใจไทยโต้กระแสสังคม “ศุภชัย” ย้ำกัญชาทางการแพทย์ไม่ใช่นันทนาการ

นายกฯ คุย ป.ป.ส. 3 ชั่วโมง บอกออกนโยบายกัญชา ไม่ต้องเอาใจรัฐมนตรี-ผู้มีอำนาจ

นายกฯ คุย ป.ป.ส. 3 ชั่วโมง บอกออกนโยบายกัญชา ไม่ต้องเอาใจรัฐมนตรี-ผู้มีอำนาจ

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับท่าทีล่าสุดจากท่านนายกรัฐมนตรี ต่อการวางรากฐานนโยบายกัญชาของประเทศไทย โดยเมื่อไม่นานมานี้ นายกรัฐมนตรีได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการประชุมร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ซึ่งใช้เวลาหารือกันยาวนานกว่า 3 ชั่วโมง ถือเป็นก้าวย่างสำคัญในการจัดระเบียบและทบทวนความเหมาะสมของนโยบายในภาพรวมอย่างจริงจัง

ก้าวใหม่ของการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาที่ต้องโปร่งใส

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำชัดเจนว่า การดำเนินนโยบายกัญชาต่อจากนี้ไป จะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง โดยระบุว่านายกฯ คุย ป.ป.ส. 3 ชั่วโมง บอกออกนโยบายกัญชา ไม่ต้องเอาใจรัฐมนตรี-ผู้มีอำนาจ เพราะในอดีตมักเกิดปัญหาเรื่องความลักลั่นของนโยบายที่เปลี่ยนไปตามตัวบุคคล ดังนั้น การทำงานในยุคนี้จึงต้องยกเลิกวิธีคิดที่ว่านโยบายจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นรมว.สาธารณสุข แต่ต้องดูที่ข้อเท็จจริงทางวิชาการและผลกระทบต่อสังคมเป็นหลัก

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจจากการประชุมครั้งนี้ มีความเคลื่อนไหวที่ต้องติดตามดังนี้:

  • กฎหมายกัญชาที่เสนอเข้าสภาต้องผ่านการศึกษาอย่างครบทุกมิติ ไม่เน้นแค่กระแส
  • ข้อมูลที่ใช้ประกอบนโยบายต้องมาจากส่วนราชการที่มีความน่าเชื่อถือ
  • การปิดหรือเปิดนโยบายขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์รอบด้าน ไม่ใช่การเมือง

นอกจากนี้ ในประเด็นเรื่องการส่งออกกัญชา ท่านนายกฯ ได้ชี้แจงสถานการณ์ที่อินโดนีเซียจับกุมผู้ลักลอบนำเข้าช่อดอกกัญชาจากไทยว่า กฎหมายไทยไม่อนุญาตให้ส่งกัญชาที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ออกนอกประเทศอยู่แล้ว และย้ำเตือนว่าผู้ที่กระทำผิดกฎหมายในต่างแดน โดยเฉพาะประเทศที่มีบทลงโทษรุนแรงถึงประหารชีวิต จะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในฐานะที่นายกรัฐมนตรีได้นั่งเป็นประธาน ป.ป.ส. ด้วยตนเอง จึงเป็นสัญญาณบวกว่าเราจะได้เห็นความชัดเจนที่มากขึ้น นโยบายนายกฯ คุย ป.ป.ส. 3 ชั่วโมง บอกออกนโยบายกัญชา ไม่ต้องเอาใจรัฐมนตรี-ผู้มีอำนาจ เปรียบเสมือนการส่งสัญญาณไปยังทุกหน่วยงานว่า การทำงานต้องยึดผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ การปรับโฉมครั้งนี้อาจนำไปสู่ความเชื่อมั่นที่ชัดเจนขึ้นในสายตาประชาชน

คุณล่ะคิดอย่างไรกับทิศทางนโยบายกัญชาในยุคใหม่นี้? การเน้นใช้ข้อมูลนำการเมืองจะช่วยให้สังคมไทยก้าวพ้นความสับสนเรื่องกัญชาได้จริงหรือไม่? ร่วมแสดงความคิดเห็นและจับตาดูการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไปพร้อมกับเรา

ที่มา – นายกฯ คุย ป.ป.ส. 3 ชั่วโมง บอกออกนโยบายกัญชา ไม่ต้องเอาใจรัฐมนตรี-ผู้มีอำนาจ

“สส.เต้ ทวิวงศ์” อภิปรายไม่ไว้วางใจ อนุทิน

ในวันที่ 30 กันยายน 2568 บรรยากาศในรัฐสภาไทยร้อนระอุ เมื่อ “สส.เต้ ทวิวงศ์” อภิปรายปิดจบแถลงนโยบายวันแรก ชี้ไม่เคยไว้วางใจ “อนุทิน” แม้แต่วินาทีเดียว โดยมุ่งเป้าไปที่ปัญหากัญชาที่กำลังกลายเป็นวิกฤตใหญ่ของสังคมไทย การอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่แค่การวิจารณ์ แต่เป็นการชี้ให้เห็นช่องโหว่ในนโยบายที่ปล่อยให้กัญชาเสรีลุกลามจนไทยถูกขนานนามว่าเป็น “ราชันแห่งกัญชา” จากสื่อต่างประเทศ

“สส.เต้ ทวิวงศ์” อภิปรายปิดจบแถลงนโยบายวันแรก ชี้ไม่เคยไว้วางใจ “อนุทิน” แม้แต่วินาทีเดียว

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยฝ่ายค้านอภิปรายอย่างกว้างขวาง และคณะรัฐมนตรีได้ชี้แจงหลายประเด็น แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือการปิดท้ายของนายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ส.ส.อยุธยา พรรคประชาชน ที่โยงตรงไปยังนโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทย เขาแสดงความเสียใจที่รัฐบาลหลีกเลี่ยงการพูดถึงปัญหานี้ในคำแถลงนโยบาย ทั้งที่ 3 ปีที่ผ่านมา การปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดก่อให้เกิดสุญญากาศทางกฎหมายอย่างรุนแรง กฎเกณฑ์ที่ออกตามหลังไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง แม้แต่การออกใบอนุญาตก็ไร้ประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความเสียหายมหาศาลต่อสังคมไทย

สส.เต้ ทวิวงศ์ เน้นย้ำว่า หากมีคนสูบกัญชาจนรบกวนผู้อื่น เจ้าหน้าที่ทำได้เพียงออกคำสั่งเป็นหนังสือเท่านั้น เพราะไม่มีอำนาจจับกุมโดยตรง ปัญหาหลักคือการขออนุญาตปลูกกัญชาที่ไม่มีในระบบปัจจุบัน มีเพียงใบอนุญาตขายหรือแปรรูป ส่งออก และวิจัยเท่านั้น ช่องว่างนี้เปิดโอกาสให้ทุนต่างชาติ ทุนสีเทา และอาชญากรข้ามชาติมายึดครองธุรกิจกัญชาในไทย จนกลายเป็นแหล่งลักลอบส่งออกยาเสพติดระดับโลก ไทยจึงถูกเรียกว่า “อาณาจักรราชันแห่งกัญชา” ชัดเจน

ข้อเสนอแก้ไขปัญหากัญชาจากสส.ทวิวงศ์

สส.ทวิวงศ์ตั้งคำถามตรงๆ กับนายกรัฐมนตรีว่า จะจัดการนโยบายสาธารณสุขที่สร้างปัญหานี้อย่างไร นโยบายกัญชาทางการแพทย์ที่พูดอย่างแต่ทำอีกอย่าง สุดท้ายกลายเป็นกัญชาเสรีที่ไม่มีขอบเขต เขาเสนอให้รัฐบาลใช้เวลา 4 เดือนข้างหน้าแก้ไขด่วน 2 ประการหลัก ได้แก่

  • ประกาศดึงกัญชากลับมาเป็นยาเสพติด เพื่อควบคุมการแพร่กระจายและปกป้องสังคม
  • เร่งดัน พ.ร.บ.กัญชา-กัญชง ร่วมกัน ในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งมีเพียง 40 กว่ามาตรา เพื่อสร้างกฎหมายที่สมบูรณ์แบบ ครอบคลุมทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วย แพทย์ ครอบครัว หรือเกษตรกร

เขาย้ำว่า “แม้จะไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะผมไม่เคยไว้วางใจคุณอนุทินแม้สักวินาทีเดียว แต่ขอให้รีบแก้ปัญหาที่สร้างความเสียหายยับเยินนี้ มันไม่ใช่แค่ดึงกัญชากลับเป็นยาเสพติด แต่เป็นการดึงความปลอดภัยคืนสู่ผู้ที่ไม่ใช้กัญชา” การอภิปรายนี้สะท้อนมุมมองที่แข็งกร้าวต่อนโยบายที่ล้มเหลว

หลังจากนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา สั่งพักประชุมเวลา 2.07 น. และนัดประชุมใหม่เวลา 9.00 น. ของวันถัดไป การอภิปราย “สส.เต้ ทวิวงศ์” อภิปรายปิดจบแถลงนโยบายวันแรก ชี้ไม่เคยไว้วางใจ “อนุทิน” แม้แต่วินาทีเดียว นี้ ได้จุดประกายให้สังคมไทยตื่นตัวต่อปัญหากัญชาที่กำลังบานปลาย หากไม่แก้ไขทันที ผลกระทบอาจยาวนานและรุนแรงยิ่งขึ้น

ในฐานะนักติดตามข่าวการเมือง คุณคิดว่านโยบายกัญชาควรไปในทิศทางไหน? แชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราร่วมกันหาทางออกที่ดีสำหรับประเทศไทย

ที่มา – “สส.เต้ ทวิวงศ์” อภิปรายปิดจบแถลงนโยบายวันแรก ชี้ไม่เคยไว้วางใจ “อนุทิน” แม้แต่วินาทีเดียว

ภูมิใจไทย ซัด “ธีรรัตน์” ปมโพสต์ อนุทิน ราชากัญชา

โฆษกภูมิใจไทย ซัดกลับ “ธีรรัตน์” หลังโพสต์สื่อนอกขนานนาม “ราชากัญชาไทย” ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี กระทบ “อนุทิน” ผิดหวังอ่านแต่พาดหัวไม่ดูเนื้อหา ยืนยันนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์เท่านั้น 

วันที่ 5 กันยายน 2568 จากกรณี น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยระบุข้อความว่า “เป็นเรื่องน่าตกใจอย่างยิ่ง เมื่อพบว่า Financial Times เสนอข่าวเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีที่เพิ่งได้รับตำแหน่งวันนี้สื่อพาดหัวข่าว ราชากัญชาไทยได้รับเลือกเป็นนายกฯ ถ้าต่างประเทศมีมุมมองกับเราเช่นนี้ เป็นเรื่องน่ากังวลกับระบบเศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยว ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากความเชื่อมั่นของนานาประเทศ”

ล่าสุด น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงโต้กลับว่า การที่ น.ส.ธีรรัตน์ แชร์โพสต์ดังกล่าว อาจจะไม่ได้อ่านเนื้อข่าว อ่านเพียงแค่พาดหัวข่าวอย่างเดียว จึงรู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้อ่านเนื้อข่าวให้ครบ แล้วนำแต่หัวข่าวมาโพสต์ เนื่องจากเนื้อข่าวไม่ได้สื่อในทางที่ไม่ดี

“ในโลกปัจจุบัน เราควรอ่านเนื้อข่าวให้ครบ โดยไม่พาดหัวให้ผู้อื่นเสื่อมเสีย และไม่ใช่เป็นการไปโควทคำให้พวกเราเสื่อมเสีย เพราะพรรคภูมิใจไทยยืนยันมาตลอดว่าเราผลักดันกัญชาเพื่อการแพทย์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีพยายามโยงเพียงการใช้พาดหัวข่าวอย่างเดียว เป็นเรื่องที่น่าละอาย”

ส่วนเป้าหมายจะเป็นความพยายามดิสเครดิตหรือไม่ นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า เมื่อวานก็ทั้งวันที่พยายามทุกวิถีทาง แต่ภูมิใจไทยมั่นใจในการที่จะอภิปรายและพูดถึงในกรณีที่เขาหากล่าวหาต่างๆ ทั้งหมด ชี้แจงทุกวิถีทางที่พยายามจะดิสเครดิต ไม่ว่าจะเป็นนายอนุทิน หรือบุคลากรในพรรคภูมิใจไทย

ส่วนคำถามว่าจะดำเนินการอะไรต่อหรือไม่ น.ส.แนน บุณย์ธิดา ตอบว่า ยังไม่ได้มองถึงขั้นต้องฟ้องร้องใคร เรื่องบางเรื่องอาจจะเข้าใจผิด หรือบางเรื่องอาจจะอ่านแค่พาดหัวข่าวโดยไม่มีการสรุปและไปเขียนชักจูงให้คนเข้าใจผิด ดังนั้น จึงมองเป็นประเด็นไป แต่ถ้าเสื่อมเสียหนักมากๆ เหมือนที่เคยมีกรณีที่ นายศุภชัย ใจสมุทร ไปร้อง ก็อาจจะมีกรณีแบบนั้นได้ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่พรรคการเมืองที่จะฟ้องคนไปทั่ว พรรคภูมิใจไทยอยู่ในหลักการ อยู่ในกรอบ อันไหนที่ชี้แจงได้ก็ชี้แจง แต่อันไหนที่เกินเลยมากๆ อาจต้องขอคำอธิบายเหมือนกัน.

ภูมิใจไทยซัดกลับ “ธีรรัตน์” โพสต์กระทบ “อนุทิน” ผิดหวังอ่านแต่พาดหัวไม่ดูเนื้อหา

ทำไมภูมิใจไทยถึงตอบโต้เรื่องนี้?

การตอบโต้ของพรรคภูมิใจไทยเกิดขึ้นหลังจากที่ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ได้โพสต์ข้อความบน Facebook โดยอ้างอิงถึงพาดหัวข่าวจาก Financial Times ที่เรียกนายอนุทิน ชาญวีรกูลว่า “ราชากัญชาไทย” ซึ่งทางพรรคภูมิใจไทยมองว่าเป็นการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนและอาจสร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน

โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่า น.ส.ธีรรัตน์ อาจจะอ่านเพียงแค่พาดหัวข่าวโดยไม่ได้พิจารณาเนื้อหาข่าวทั้งหมด ซึ่งอาจนำไปสู่การตีความที่คลาดเคลื่อน พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่านโยบายกัญชาของพรรคมีจุดประสงค์เพื่อการแพทย์เท่านั้น และการนำเสนอข่าวในลักษณะดังกล่าวอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับจุดยืนของพรรค

นอกจากนี้ ทางพรรคยังแสดงความกังวลว่าการนำเสนอข่าวที่ไม่ถูกต้องอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนานาประเทศที่มีต่อประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยว

พรรคภูมิใจไทยย้ำว่าพร้อมที่จะชี้แจงทุกข้อกล่าวหาและปกป้องชื่อเสียงของพรรคและบุคลากรของพรรค แต่ในขณะเดียวกันก็เน้นย้ำว่าจะไม่ดำเนินคดีฟ้องร้องโดยไม่จำเป็น และจะพิจารณาเป็นรายกรณีหากมีการนำเสนอข้อมูลที่เกินเลยความเป็นจริง

ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนทางการเมืองเกี่ยวกับนโยบายกัญชาในประเทศไทย และความสำคัญของการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น ภูมิใจไทยซัดกลับ “ธีรรัตน์” โพสต์กระทบ “อนุทิน” ผิดหวังอ่านแต่พาดหัวไม่ดูเนื้อหา เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

การที่พรรคภูมิใจไทยออกมาตอบโต้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในภาพลักษณ์และนโยบายของพรรค การสื่อสารที่ชัดเจนและถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนานาชาติ

ที่มา – ภูมิใจไทยซัดกลับ “ธีรรัตน์” โพสต์กระทบ “อนุทิน” ผิดหวังอ่านแต่พาดหัวไม่ดูเนื้อหา

Scroll to top