นโยบายการเมือง

“อภิสิทธิ์” เผย ปชป. ไม่ดิ้นรนเป็นรัฐบาล สวนพรรค 58 เสียง

“อภิสิทธิ์” เผย ปชป. ไม่ดิ้นรนเป็นรัฐบาล สวนพรรค 58 เสียง ทำไมไม่มีใครรุมจีบ เป็นประเด็นร้อนในวงการเมืองไทยหลังการเลือกตั้งล่าสุด ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาให้สัมภาษณ์ชัดเจนถึงจุดยืนของพรรค โดยย้ำว่าพรรคไม่จำเป็นต้องดิ้นรนแย่งชิงตำแหน่งในรัฐบาล แต่พร้อมเจรจาหากเงื่อนไขชัดเจนและปราศจากปัญหาทุนเทาและพรรคที่มีประเด็นจริยธรรม

“อภิสิทธิ์” เผย ปชป. ไม่ดิ้นรนเป็นรัฐบาล สวนพรรค 58 เสียง ทำไมไม่มีใครรุมจีบ

ในรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 นายอภิสิทธิ์ ได้เปิดใจอย่างตรงไปตรงมาว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่รีบประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านแบบหักหาญ เพราะเรื่องนี้เป็นอำนาจของกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส. ที่จะตัดสินใจร่วมกัน โดยเบื้องต้นพรรคเลือกที่จะอยู่เฉยๆ ก่อน แต่หากมีพรรคอื่นมาแสดงท่าทีประสาน ก็พร้อมนั่งคุย โดยยึดหลักการเดิมที่เคยให้คำมั่นกับประชาชน คือ ไม่มีพรรคกล้าธรรม ไม่มีทุนเทา ไม่มีการครอบงำ และไม่สร้างความแตกแยก

นายอภิสิทธิ์ เน้นย้ำว่า “ผมไม่ได้ดิ้นรนอะไร เพราะพรรคการเมืองต้องพร้อมทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะค้านหรือรัฐบาล ปชป. เป็นพรรคขนาดเล็กที่มี 22 เสียง แต่เรามีจุดยืนชัดเจน” การที่ยังไม่ประกาศชัดเจนนั้น เพื่อไม่ให้ดูหักหาญเกินไป และเปิดช่องให้เกิดการเจรจาที่เหมาะสม

วิเคราะห์การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้

สำหรับภาพรวมการจัดตั้งรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ มองว่าพรรคภูมิใจไทยครองเสียงข้างมาก ทำให้รัฐบาลมีความเสถียรภาพสูง แม้ไม่มีพรรคที่มีปัญหาจริยธรรมร่วมด้วย ก็ยังรวบรวมเสียงได้กว่า 290 เสียง ขณะที่ฝ่ายค้านมีเพียง 210 เสียง ต่างกันมาก หากจะดึงพรรคที่มี 58 เสียง (หมายถึงพรรคที่เคยโต้เถียงกันก่อนหน้า) เข้ามา ก็เพื่อป้องกันปัญหาจากพรรคเพื่อไทยที่มี 74 เสียง เพราะ 58 เสียงมีน้ำหนักมากกว่าประชาธิปัตย์ 22 เสียง สามารถใช้หักลบได้หากเกิดปัญหา

พรรคภูมิใจไทยไม่จำเป็นต้องรีบ เพราะไม่มีคู่แข่งในการจัดตั้งรัฐบาล และยังมีอำนาจต่อรองสูงสุดแม้จะอยู่นิ่งๆ ก็ตาม นี่คือมุมมองที่เฉียบคมจากอภิสิทธิ์ ที่แสดงให้เห็นถึงการคำนวณเชิงยุทธศาสตร์การเมือง

  • เงื่อนไขร่วมรัฐบาลของ ปชป.:
  • ไม่มีพรรคกล้าธรรมหรือพรรคที่มีปัญหาจริยธรรม
  • ปราศจากทุนเทาและการครอบงำ
  • ไม่สร้างปมขัดแย้งหรือความแตกแยก
  • ยึดมั่นคำมั่นสัญญากับประชาชน

เมื่อถูกถามถึงการโต้เถียงกับพรรค 58 เสียงที่เคยบอก “คอยดูเถอะ” หลัง ปชป. ประกาศไม่จับมือ นายอภิสิทธิ์ สวนกลับอย่างเจ็บแสบว่า “ไม่เป็นไร คอยดูเถอะเช่นกัน พรรคที่มี ส.ส. ถึง 58 เสียง ทำไมไม่มีใครรุมจีบ?” เขายังยอมรับว่าการที่พรรคเคยโวว่าจะกำหนดทิศทางรัฐบาลก่อนเลือกตั้งนั้นทำไม่ได้จริง เพราะมีเสียงน้อย แต่พร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบเต็มที่

งานแรกที่ ปชป. จะทำในสภา คือการยื่นตรวจสอบจริยธรรมรัฐมนตรีที่มีประเด็น โดยไม่ใช่การกลั่นแกล้ง แต่เป็นการใช้กลไกตามรัฐธรรมนูญ หากถูกชวนร่วมรัฐบาลแต่มีคนที่มีปัญหาอยู่ด้วย ก็จะไม่เข้าร่วม พรรคจะเป็นพลังตรวจสอบที่เอาจริง เพื่อยกระดับมาตรฐานการเมืองไทย

ดักคอรัฐบาล: อย่าเหลิงอำนาจแม้คุมเบ็ดเสร็จ

นายอภิสิทธิ์ ประเมินทิศทางการเมืองว่าหากเลือกตั้งเรียบร้อยหรือต้องลงใหม่ รัฐบาลตัวเลขคงไม่เปลี่ยน แต่จะอยู่ครบเทอมได้หรือไม่ ขึ้นกับว่ารัฐบาลจะไม่สะดุดขาตัวเอง ไม่ทำผิดพลาดใหญ่ หากหลีกเลี่ยงปัญหาจากองค์กรอิสระได้ ก็อยู่ได้ยาว

อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่ารัฐบาลอย่าประมาท หากมีอำนาจเบ็ดเสร็จครอบคลุม สว. องค์กรอิสระ และศาล อาจถูกมองว่าใช้อำนาจเกินขอบเขต ไม่ว่ารัฐบาลฝ่ายใด ในที่สุดอาจกลายเป็นจุดพลิกผันนำไปสู่จุดจบได้

จากจุดยืนนี้ แสดงให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังคงยึดหลักธรรมาภิบาลและการตรวจสอบอย่างแท้จริง คุณคิดอย่างไรกับท่าทีของอภิสิทธิ์? มาร่วมแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพื่อไม่พลาดประเด็นสำคัญ!

ที่มา – “อภิสิทธิ์” เผย ปชป. ไม่ดิ้นรนเป็นรัฐบาล สวนพรรค 58 เสียง ทำไมไม่มีใครรุมจีบ

“ดร.เอ้” ลงคะแนนเลือกตั้ง มั่นใจการเมืองสร้างสรรค์ชนะใจคนไทย

วันสำคัญของประเทศไทยมาถึงแล้ว! วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ประชาชนทั่วประเทศออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันอย่างคึกคัก และหนึ่งในนั้นคือศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือที่แฟนๆ รู้จักในนาม ดร.เอ้ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ที่เดินทางมาลงคะแนนพร้อมครอบครัวเต็มตัว เหตุการณ์นี้กลายเป็นภาพอบอุ่นที่สะท้อนถึงความตื่นตัวทางการเมืองของคนไทยทั้งประเทศ

“ดร.เอ้” ลงคะแนนเลือกตั้ง มั่นใจการเมืองสร้างสรรค์ชนะใจคนไทย ชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ

ดร.เอ้เลือกใช้สิทธิ์ที่หน่วยเลือกตั้งโรงเรียนลำสาลี (ราษฎร์บำรุง) ถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความหวัง โดยเฉพาะเมื่อเห็นดร.เอ้พาครอบครัวทั้งพ่อแม่ที่อายุใกล้ 90 ปี และภรรยามาร่วมกัน แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีในครอบครัวและความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ

ดร.เอ้ ลงคะแนนเลือกตั้ง มั่นใจการเมืองสร้างสรรค์ชนะใจคนไทย

หลังจากกดลงคะแนนเรียบร้อย ดร.เอ้เปิดใจอย่างอารมณ์ดีว่า “รู้สึกตื่นเต้นที่ได้พาบิดา มารดา และภรรยามาใช้สิทธิ์พร้อมหน้ากัน โดยเฉพาะบิดามารดาที่อายุเกือบ 90 ปีแล้ว แต่ยังมีความตื่นตัวและตั้งใจมาเลือกตั้ง คุณพ่อคุณแม่กับผมอยู่เขตเดียวกัน เรียงต่อกันเลย ก็ดีใจที่คุณพ่อคุณแม่ก็จะ 90 แล้วนะครับ วันนี้ก็ยังตื่นเต้นมาเลือกตั้งด้วยกัน ทั้งครอบครัวเลยครับ” การที่ดร.เอ้เป็นลูกคนเดียว ทำให้พ่อแม่อยู่เคียงข้างในทุกก้าวสำคัญของชีวิต รวมถึงการก้าวเข้าสู่สนามการเมืองครั้งนี้

ครอบครัวดร.เอ้ ลงคะแนนเลือกตั้ง
ดร.เอ้ ลงคะแนนเลือกตั้งพร้อมครอบครัว

“ดร.เอ้” ลงคะแนนเลือกตั้ง มั่นใจการเมืองสร้างสรรค์ชนะใจคนไทย

เมื่อถูกถามถึงความมั่นใจในผลการเลือกตั้ง ดร.เอ้ยืนยันชัดเจนว่า “มั่นใจครับ มั่นใจ เพราะผมพูดเสมอว่าผมทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ แล้วก็เชื่อมั่นว่าคนไทยเนี่ยต้องเปิดหัวใจ ให้พรรคการเมือง ให้คนทำงานการเมืองสร้างสรรค์ที่เน้นเรื่องนโยบายจริงๆ ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน” บรรยากาศที่หน่วยเลือกตั้งเต็มไปด้วยผู้มาใช้สิทธิ์ที่ยิ้มแย้มและขอถ่ายรูป ทำให้ดร.เอ้มองว่านี่คือสัญญาณดีของการเมืองไทย

การเมืองสร้างสรรค์ที่ดร.เอ้พูดถึง คือแนวทางที่เน้นนโยบายแก้ปัญหาจริงจัง ไม่ใช่การโจมตีกันเอง พรรคไทยก้าวใหม่มีวิสัยทัศน์ชัดเจนในการพัฒนาประเทศ เช่น การศึกษา เศรษฐกิจ และสวัสดิการสังคม ซึ่งตอบโจทย์คนไทยในยุคปัจจุบัน

นอกจากนี้ ดร.เอ้ยังชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ โดยย้ำว่า “วันนี้ก็ต้องขอให้ออกมาใช้สิทธิ์ทุกคนเลยครับ เพราะว่าวันเลือกตั้งเนี่ย เป็นวันที่ประชาชนเนี่ย คือคนสำคัญที่สุดอย่างแท้จริงเลย ดังนั้นวันนี้ยังไงออกมาให้ทัน จะออกมาตอนเช้า ตอนกลางวันก็ได้ แต่อย่าให้มันสายนัก”

ข้อแนะนำจากดร.เอ้สำหรับวันเลือกตั้ง

  • วางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงรถติด
  • ออกมาใช้สิทธิ์ให้เร็วที่สุด ไม่ว่าจะเช้าหรือบ่าย
  • เตรียมบัตรประชาชนให้พร้อม
  • มาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ประเทศไทยด้วยกัน

“ดร.เอ้” ลงคะแนนเลือกตั้ง มั่นใจการเมืองสร้างสรรค์ชนะใจคนไทย ชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ คือข้อความที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่วันลงคะแนน แต่คือจุดเริ่มต้นของการเมืองที่สร้างสรรค์และยั่งยืน เมื่อผู้สื่อข่าวหยั่งเชิงเรื่องพรรคร่วมรัฐบาล ดร.เอ้ยิ้มตอบว่า “วันนี้ก็พูดไม่ได้นะครับ มีในใจแน่นอนครับ”

ในมุมมองของเรา การเมืองสร้างสรรค์แบบนี้คือสิ่งที่ประเทศไทยต้องการ เพื่อให้ก้าวข้ามความขัดแย้งมาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน คุณคิดอย่างไร? วันนี้คุณออกมาใช้สิทธิ์หรือยัง? มาช่วยกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าด้วยการโหวตให้กับนโยบายที่ตอบโจทย์จริงๆ กันเถอะ!

ที่มา – “ดร.เอ้” ลงคะแนนเลือกตั้ง มั่นใจการเมืองสร้างสรรค์ชนะใจคนไทย ชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ

Scroll to top