นโยบายพรรค

ปิติพงศ์เผย กัณวีร์เตรียมตั้งพรรคใหม่ จริงหรือ?

“ปิติพงศ์” เผย “กัณวีร์” เตรียมตั้งพรรคใหม่ ลั่นเคยเตือนแล้วต้องขอมติพรรคก่อนตัดสินใจ 3 เรื่องสำคัญ แต่ถูกเพิกเฉย มั่นใจพรรคเป็นธรรมอยู่ได้ด้วยจุดยืนและอุดมการณ์ที่ชัดเจน

มีข่าวลือหนาหูว่า “กัณวีร์” เตรียมตั้งพรรคใหม่ จริงหรือไม่? นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ รักษาการหัวหน้าพรรคเป็นธรรม ได้ออกมาเปิดเผยถึงประเด็นร้อนทางการเมืองที่กำลังเป็นที่จับตา โดยเฉพาะเรื่องการเตรียมตั้งพรรคใหม่ของนายกัณวีร์ สืบแสง อดีตเลขาธิการพรรค

วันที่ 3 ธันวาคม 2568 นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ รักษาการหัวหน้าพรรคเป็นธรรม กล่าวถึงมติกรรมการบริหารพรรคที่ให้ปลด นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคเป็นธรรม ออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคว่า สาเหตุเป็นไปตามที่พรรคได้ออกแถลงการณ์ เพราะนายกัณวีร์โหวตสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี โดยที่ไม่ได้แจ้งหรือขอมติจากกรรมการบริหารพรรคก่อน แม้ว่าก่อนหน้านี้นายกัณวีร์จะโทรมาบอกตนถึงการตัดสินใจในเรื่องดังกล่าว ในช่วงที่ตนอยู่ต่างประเทศพอดี ซึ่งได้เคยบอกเจ้าตัวไปแล้วว่า ถึงมาบอกตนก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องไปขอมติกรรมการบริหารพรรคก่อน หากตัดสินใจไปแล้ว ก็ให้นำกลับมาบอกมาขอมติที่ประชุมตามหลัง แต่นายกัณวีร์ก็ไม่ทำ

นายปิติพงศ์ กล่าวด้วยว่า ในฐานะที่ตนเป็นหัวหน้าพรรค ก็ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง เพื่อให้มีการคัดเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ จากนี้ไม่แน่ใจว่านายกัณวีร์ยังจะทำการเมืองกับพรรคเป็นธรรมต่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าตัว พรรคขับออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคเท่านั้น ไม่ได้ขับออกจาก สส. หากนายกัณวีร์จะไปทำพรรคการเมือง ไปเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองของตัวเองก็ต้องลาออกจากสส. “อนาคตอะไรก็ไม่แน่นอน ผมไม่อยากบอกว่า เขาจะอยู่กับพรรคเป็นธรรมหรือไม่ แต่แว่วว่า อาจไปตั้งพรรคใหม่การเมืองเป็นของตัวเอง” นายปิติพงศ์ กล่าวและว่า จากนี้พรรคเป็นธรรมจะเร่งเดินหน้าสู่โหมดเลือกตั้ง มีทีมเศรษฐกิจ ทีมสังคม และทีมข้อมูลที่มีความรู้ความสามารถ นำเสนอนโยบายและจุดยืนของพรรคให้ประชาชนรับรู้

นายปิติพงศ์ ยังกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา แม้ตนจะไม่ได้มีตำแหน่งสส.ในสภาผู้แทนราษฎร แต่ก็ได้เดินหน้าทำการเมืองอย่างต่อเนื่อง ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้าน รวมทั้งล่าสุดได้นำเสนอความเห็นในการวางแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ โดยยื่นข้อเสนอผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของทำเนียบรัฐบาลไปแล้วเมื่อวานนี้ (2 ธ.ค. 2568) ให้มี 3 แนวทางคือ 1. ต้องมีมาตรการระยะสั้น มีคณะกรรมการเพื่อดูแลความเสียหายของจ.สงขลาโดยเฉพาะ 2.วางแนวทางแก้ปัญหาระบบหาดใหญ่ และ3. เสนอมาตรการแก้ไขน้ำท่วมภาคใต้อย่างยั่งยืนอย่างเป็นระบบ

ปิติพงศ์เผย กัณวีร์เตรียมตั้งพรรคใหม่

จากคำให้สัมภาษณ์ของนายปิติพงศ์ ทำให้เกิดคำถามมากมายตามมาว่า การตั้งพรรคใหม่ของนายกัณวีร์ จะส่งผลกระทบต่อพรรคเป็นธรรมอย่างไร และทิศทางการเมืองของนายกัณวีร์จะเป็นเช่นไรต่อไป?

อนาคตทางการเมืองของกัณวีร์จะเป็นอย่างไร หากเตรียมตั้งพรรคใหม่?

การตัดสินใจของนายกัณวีร์ที่จะตั้งพรรคใหม่นั้น ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเส้นทางการเมืองของเขา หากเป็นจริง การตั้งพรรคใหม่จะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งการสร้างฐานเสียง การหาบุคลากรที่มีความสามารถ และการนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน

อย่างไรก็ตาม การตั้งพรรคใหม่ก็อาจเป็นโอกาสให้นายกัณวีร์ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ สร้างพรรคการเมืองที่สะท้อนอุดมการณ์และความคิดของตนเอง และเป็นทางเลือกใหม่ให้กับประชาชนที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง

การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การตั้งพรรคใหม่ของนายกัณวีร์จึงเป็นเรื่องที่น่าติดตามและจับตามองอย่างใกล้ชิด

มาร่วมกันติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิด และร่วมกันตัดสินใจเลือกผู้แทนที่สามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้า

ที่มา – “ปิติพงศ์” เผย “กัณวีร์” เตรียมตั้งพรรคใหม่ ลั่นเคยเตือน ต้องขอมติพรรคก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญ

ด่วน! พรรคเป็นธรรม ปลด “กัณวีร์” พ้นเลขาธิการพรรค

เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน “พรรคเป็นธรรม” เมื่อมีคำสั่งปลด “กัณวีร์” พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคอย่างกะทันหัน สาเหตุเนื่องมาจากการแอบอ้างมติพรรคสนับสนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ นอกจากนี้ “ปิติพงศ์” ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ก่อนการประชุมใหญ่ที่จะมีขึ้นในวันที่ 21 ธันวาคมนี้

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 เวลา 17.30 น. เพจเฟซบุ๊กของพรรคเป็นธรรม (ปธ.) ได้โพสต์ข้อความสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ภายในพรรค โดยระบุถึงสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ปัญหาปากท้องของประชาชนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข การบริหารประเทศที่ไม่ทันต่อเหตุการณ์ และการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

ทางพรรคเห็นว่าการเตรียมความพร้อมและวางแผนยุทธศาสตร์เพื่อประชาชนเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้น พรรคเป็นธรรม จึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างภายในให้มีความพร้อมและเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนของผู้นำและฝ่ายบริหาร เพื่อให้การตัดสินใจทางการเมืองเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เคารพข้อบังคับของพรรค มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถทำงานเพื่อรับใช้ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยเหตุนี้ ทางพรรคฯ จึงขอแจ้งให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 2 ประการ ได้แก่

  1. นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ ได้แสดงความจำนงในการลาออกจากตำแหน่ง “หัวหน้าพรรคเป็นธรรม”
  2. พรรคมีมติให้ปลด นายกัณวีร์ สืบแสง ออกจากตำแหน่ง “เลขาธิการพรรคเป็นธรรม” โดยให้มีผลทันที เนื่องจากการกระทำที่ขัดต่อข้อบังคับพรรค คือการแอบอ้างมติพรรคในการสนับสนุนการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ผ่านมา โดยมิได้นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรค ทั้งที่ข้อบังคับพรรคกำหนดให้ต้องได้รับมติจากคณะกรรมการบริหารพรรคในประเด็นการสนับสนุนบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

พรรคยืนยันว่าจะดำเนินการตามข้อบังคับและมติพรรคอย่างเคร่งครัด ภายใต้สถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังจะมีการเลือกตั้งครั้งสำคัญ พรรคเป็นธรรม จะจัดการประชุมในวันที่ 21 ธันวาคม 2568 เพื่อคัดเลือกและแต่งตั้งผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีวิสัยทัศน์ เข้าดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และทีมบริหารชุดใหม่ เพื่อเป็นแกนนำในการเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้ง และขับเคลื่อนอุดมการณ์ของพรรคต่อไป

ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา พรรคเป็นธรรม ยืนยันในความมุ่งมั่นและจุดยืนในการทำการเมืองใหม่อย่างสร้างสรรค์ โปร่งใส และยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

พรรคเป็นธรรม ปลด “กัณวีร์” พ้นเลขาธิการพรรค

ทำไมพรรคเป็นธรรมถึงปลดเลขาธิการพรรค?

สาเหตุหลักของการปลดนายกัณวีร์ สืบแสง ออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคเป็นธรรม เกิดจากการกระทำที่ขัดต่อข้อบังคับพรรค โดยเฉพาะการแอบอ้างมติพรรคในการสนับสนุนการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ได้ผ่านการพิจารณาและให้ความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารพรรคตามที่ข้อบังคับกำหนด การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดข้อบังคับและสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของพรรค

นอกจากนี้ สถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และใกล้การเลือกตั้ง ทำให้พรรคต้องเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ การปรับโครงสร้างภายในจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อให้การตัดสินใจทางการเมืองเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเปลี่ยนแปลงภายในพรรคครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ พรรคเป็นธรรม ในการยึดมั่นในหลักการและความโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และเป็นทางเลือกใหม่ในการเมืองไทย การเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าพรรคจะสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและได้รับการสนับสนุนจากประชาชนได้หรือไม่

ที่มา – “พรรคเป็นธรรม” ปลดฟ้าผ่า “กัณวีร์” พ้นเลขาธิการพรรค เหตุแอบอ้างมติพรรคหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ

4 อดีตสส.ไทยรักไทย รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง

4 อดีต สส.ไทยรักไทย รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง “ปิติพงศ์” ชี้อนาคตจับมือนามพรรคเป็นธรรมหรือไม่ คงต้องถามเอง พร้อมเผยพรรคประชุมใหญ่ 21 ธ.ค.นี้ พร้อมเลือกตั้ง

วันที่ 20 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีต สส.พรรคไทยรักไทย (ทรท.) ได้โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊ก ขณะนั่งร่วมรับประทานอาหารกับนายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม (ปธ.) พร้อมด้วยนายภัทรศักดิ์ โอสถานุเคราะห์ นายวชิระมณฑ์ คุณะเกษมธนาวัฒน์ หรือเดิมชื่อ ประมณฑ์ คุณะเกษม โดยทั้ง 4 คน เป็นอดีต สส.พรรคไทยรักไทย พร้อมด้วย นายอนิศ โอสถานุเคราะห์ นักธุรกิจและไลฟ์โค้ช น้องชายของนายภัทรศักดิ์ ร่วมนั่งพูดคุยด้วย  โดยนายสุรนันทน์ ยังโพสต์ข้อความด้วยว่า นั่งคุยกับหัวหน้าพรรคเป็นธรรม ปิติพงศ์ เต็มเจริญ ขอบคุณเจ้าภาพ อดีต สส.ภัทรศักดิ์ โอสถานุเคราะห์ พร้อมด้วย อดีต สส.ประมณฑ์ คุณะเกษม และคุณกิ๊ก โอสถานุเคราะห์

รื้อฟื้นความหลังการเมือง

ต่อมา นายปิติพงศ์ เปิดเผยว่า เป็นการมานั่งพูดคุยรื้อฟื้นความหลังทางการเมือง ในฐานะที่เป็นอดีต สส.พรรค ทรท.ด้วยกัน พร้อมอัปเดตข้อมูลทางการเมือง และอนาคตทางการเมือง เนื่องจากกลางปีหน้าจะมีการเลือกตั้ง นักการเมืองต้องมองหาพรรคการเมืองที่ตัวเองเชื่อมั่น

เตรียมประชุมพร้อมเลือกตั้ง

นายปิติพงศ์ กล่าวว่า ส่วนของพรรคเป็นธรรมมีความพร้อมที่จะส่งทั้งว่าที่ผู้สมัคร สส.เขตและแบบบัญชีรายชื่อที่มีคุณภาพ และตามที่กฎหมายกำหนด โดยวันที่ 21 ธ.ค. พรรคจะมีการประชุมสามัญประจำปี เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อเตรียมการเลือกตั้ง พร้อมเปิดแคมเปญพรรค นำเสนอนโยบายพรรค ซึ่งการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรค ปธ. ได้ สส.มากกว่า 1 เขตแน่นอน

โยนให้ถามแต่ละคนเอง

เมื่อถามว่า อนาคตมีโอกาสที่ทั้งหมดจะมาร่วมงานกับพรรค ปธ.หรือไม่ นายปิติพงศ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้เป็นการตัดสินใจของแต่ละคน และคงต้องสอบถามเจ้าตัวเอง และจะมี สส. หรือนักการเมืองต่างพรรคย้ายมาร่วมงานพรรค ปธ.หรือไม่ ไว้รอติดตามกัน

การรวมตัวของ 4 อดีต สส.ไทยรักไทย รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง ครั้งนี้ จุดประกายความสนใจในแวดวงการเมืองอย่างมาก การพบปะพูดคุยและรื้อฟื้นความหลังทางการเมืองของอดีต สส.พรรคไทยรักไทย สร้างความน่าสนใจถึงทิศทางในอนาคต การอัปเดตข้อมูลทางการเมืองและการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง กลายเป็นประเด็นที่หลายคนจับตามอง

4 อดีต สส.ไทยรักไทย รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการปรับตัวและแสวงหาแนวทางใหม่ๆ ในสนามการเมือง อดีต สส.พรรคไทยรักไทย ได้ รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การพบปะพูดคุยกับนายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม ทำให้เกิดคำถามถึงความเป็นไปได้ในการร่วมงานกันในอนาคต

การตัดสินใจของแต่ละบุคคลและความเป็นไปได้ในการย้ายพรรคของนักการเมืองอื่นๆ ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามกันต่อไป พรรคเป็นธรรมมีความพร้อมที่จะส่งผู้สมัคร สส.เขตและแบบบัญชีรายชื่อที่มีคุณภาพ และเตรียมเปิดแคมเปญพรรคเพื่อนำเสนอนโยบายต่างๆ

อนาคตพรรคเป็นธรรมกับการ รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง

พรรคเป็นธรรมตั้งเป้าหมายที่จะได้รับ สส.มากกว่า 1 เขตในการเลือกตั้งครั้งหน้า การ รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง ของอดีต สส.ไทยรักไทย อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่น่าจับตามอง การรวมตัวของบุคลากรที่มีประสบการณ์และความมุ่งมั่น อาจนำไปสู่การสร้างความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นโอกาสสำคัญสำหรับพรรคการเมืองต่างๆ ในการนำเสนอนโยบายและได้รับการสนับสนุนจากประชาชน การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้ประชาชนสามารถตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เหมาะสมกับความต้องการของตนเองได้

ดังนั้น การ รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง ของอดีต สส.ไทยรักไทย จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่น่าสนใจ และอาจมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอนาคต

ที่มา – 4 อดีต สส.ไทยรักไทย รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง “ปิติพงศ์” ยันพรรคเป็นธรรมพร้อมเลือกตั้ง

“อนุทิน” ฟุ้ง ชนะเลือกตั้งกาญจนบุรี ภูมิใจไทยมั่นใจ!

“อนุทิน” ฟุ้ง ชนะเลือกตั้งกาญจนบุรี ประชาชนเชื่อมั่น “ภูมิใจไทย” ลั่น พร้อมเลือกตั้งตลอดเวลา เหตุอะไรก็เกิดขึ้นได้ หวังสิ่งที่ทำมีผลกับประชาชนทั่วประเทศ

เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 20 ต.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรค ภท. ชนะเลือกตั้งกาญจนบุรี สะท้อนอะไรทางการเมืองหรือไม่ ว่า อย่างน้อยเป็นนิมิตหมายที่ดีว่านโยบายหรือการทำงานของพรรค ภท. ได้รับความเชื่อมั่นในสายตาของพี่น้องประชาชนใน จ.กาญจนบุรี หวังว่าสิ่งที่เราทำให้พี่น้องประชาชนไม่ได้มีผลเฉพาะพี่น้องใน จ.กาญจนบุรีเท่านั้น แต่มีผลกับประชาชนทั่วประเทศ

ผู้สื่อข่าวถามว่า การชนะพรรคเพื่อไทย (พท.) ในการเลือกตั้งซ่อม สส. 2 เขตที่ผ่านมา ทั้ง จ.ศรีสะเกษและกาญจนบุรี ทำให้กระแสพรรค ภท.ดีกว่าพรรค พท.หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราพยายามทำงานให้มากที่สุด ให้ดีที่สุด เมื่อถามว่า ตอนนี้พร้อมเลือกตั้งแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พร้อมมาตั้งแต่ถอนตัวมาจากพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อเดือน มิ.ย.แล้ว ถึงอย่างไรก็ต้องพร้อม เพราะ 31 ม.ค.69 นั่นคือช้าที่สุด อะไรก็เกิดขึ้นได้ เมื่อถามย้ำว่า ที่บอกว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ มีปัจจัยอะไรที่จะทำให้ยุบสภาก่อนวันที่ 31 ม.ค.69 นายอนุทิน กล่าวว่า มันก็มีหลายๆ เรื่อง เมื่อถามอีกว่า จะมีการยุบสภาก่อนวันที่ 31 ม.ค.69 หรือไม่ นายอนุทินไม่ตอบ และรีบขึ้นรถยนต์เดินทางออกจากทำเนียบฯไปประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่ กอ.รมน. เขตดุสิต

“อนุทิน” ฟุ้ง ชนะเลือกตั้งกาญจนบุรี ประชาชนเชื่อมั่น “ภูมิใจไทย” ลั่น พร้อมเลือกตั้งตลอดเวลา

ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาแสดงความมั่นใจหลังผลการเลือกตั้งซ่อมในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งพรรคภูมิใจไทยสามารถคว้าชัยชนะมาได้ โดยนายอนุทินกล่าวว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดีที่บ่งบอกว่านโยบายและการทำงานของพรรคภูมิใจไทยได้รับการยอมรับและความเชื่อมั่นจากประชาชนในจังหวัดกาญจนบุรี และหวังว่าผลงานของพรรคจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั่วประเทศ ไม่เฉพาะแค่ในจังหวัดกาญจนบุรีเท่านั้น

นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้กล่าวถึงความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และพร้อมที่จะเผชิญกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่าการเลือกตั้งทั่วไปจะมีกำหนดการอย่างช้าที่สุดในวันที่ 31 มกราคม 2569 ก็ตาม

ความหมายของการ “ชนะเลือกตั้งกาญจนบุรี” ต่อพรรคภูมิใจไทย

ชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดกาญจนบุรีมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพรรคภูมิใจไทย ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความนิยมและความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อพรรคเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความมั่นใจให้กับพรรคในการเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าอีกด้วย

ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ยังเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่านโยบายและการทำงานของพรรคภูมิใจไทยสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้จริง และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคสามารถเอาชนะคู่แข่งทางการเมืองได้

นอกจากนี้ ชัยชนะในครั้งนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังพรรคการเมืองอื่นๆ ว่าพรรคภูมิใจไทยยังคงเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวและพร้อมที่จะท้าทายในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ต่อไปนี้เป็นประเด็นสำคัญที่พรรคภูมิใจไทยอาจต้องพิจารณาหลังจากชนะเลือกตั้งกาญจนบุรี:

  • การรักษาและการขยายฐานเสียง: พรรคควรให้ความสำคัญกับการรักษาฐานเสียงเดิมและพยายามขยายฐานเสียงไปยังกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งอื่นๆ
  • การพัฒนาและปรับปรุงนโยบาย: พรรคควรทบทวนและปรับปรุงนโยบายของตนเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น
  • การสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ: พรรคควรทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากประชาชน โดยการปฏิบัติตามสัญญาที่ให้ไว้และแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น

โดยสรุปแล้ว การ ชนะเลือกตั้งกาญจนบุรี ถือเป็นก้าวสำคัญของพรรคภูมิใจไทยในการเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า และเป็นโอกาสที่ดีที่พรรคจะพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการนำพาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีกว่าเดิม

การชนะเลือกตั้งกาญจนบุรีครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น พรรคภูมิใจไทยจะต้องทำงานอย่างหนักต่อไปเพื่อรักษาความนิยมและสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ เพื่อให้สมกับความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้

ที่มา – “อนุทิน” ฟุ้ง ชนะเลือกตั้งกาญจนบุรี ประชาชนเชื่อมั่น “ภูมิใจไทย” ลั่น พร้อมเลือกตั้งตลอดเวลา

ภูมิใจไทย กางแผน 120 วัน แก้รัฐธรรมนูญ

“ภูมิใจไทย” วางไทม์ไลน์ 120 วัน ยุบสภา เปิดโรดแมปแก้รัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.กระจายอำนาจ – แก้ชายแดนไทยกัมพูชา ตามเงื่อนไขคุยพรรคส้ม ด้าน “อนุทิน” เก็บตัวไม่เข้าพรรค

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 2 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทย กรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรคทยอยเดินทางเข้ามาที่ทำการพรรค อาทิ นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล เพื่อเกาะติดสถานการณ์จัดตั้งรัฐบาล หลังพรรคประชาชนยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคเพื่อไทย  ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้เดินทางเข้าพรรคในวันนี้

กรรมการบริหารพรรค วางโรดแมป 120 วัน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ

ทั้งนี้ รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทยระบุว่า วันนี้มีการประชุมของกรรมการบริหารพรรค เพื่อกำหนดกรอบและแนวทางนโยบายที่จะเริ่มดำเนินการภายใน 120 วัน หลังจากแถลงนโยบาย รวมถึงกรอบการลงพื้นที่ของฝ่ายบริหาร หรือ ครม.สัญจร ซึ่งจะเน้นไปในพื้นที่ภัยพิบัติ และจังหวัดที่มีปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชา เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ประชาชนจะต้องได้รับการดูแลเป็นลำดับแรกๆ

ดันแก้รัฐธรรมนูญวาระแรกประชุมสภา

ส่วนการขับเคลื่อนวาระงานในสภาผู้แทนราษฎรจะเร่งบรรจุวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวาระแรกของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงไว้กับพรรคประชาชน ซึ่งแหล่งข่าวยืนยันว่า จะดำเนินการให้เป็นไปตามที่แกนนำได้ร่วมกำหนดไว้ และยังจะพิจารณาปลดล็อกกฎหมายการกระจายอำนาจท้องถิ่นด้วย

“ภูมิใจไทย” กางโรดแมป 120 วัน แก้รัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.กระจายอำนาจ ชายแดนไทย-กัมพูชา

พรรคภูมิใจไทยได้ประกาศแผนการดำเนินงานที่สำคัญภายใน 120 วัน โดยมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การผลักดันกฎหมายกระจายอำนาจ และการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา นี่คือประเด็นหลักที่พรรคให้ความสำคัญ และตั้งเป้าที่จะดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรมในช่วงเวลาที่กำหนด

ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ?

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญ เนื่องจากมองว่าเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศให้มีความเป็นประชาธิปไตยและเป็นธรรมมากขึ้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะช่วยปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองและกฎหมายให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และเอื้อต่อการพัฒนาในด้านต่างๆ

การกระจายอำนาจท้องถิ่นคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

การกระจายอำนาจท้องถิ่นคือการโอนอำนาจและทรัพยากรจากส่วนกลางไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นมีความสามารถในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การกระจายอำนาจจะช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่น และทำให้การพัฒนาเป็นไปอย่างยั่งยืน

แก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา: ความท้าทายที่ต้องเร่งแก้ไข

ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและมีมายาวนาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ชายแดน พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหานี้ โดยมุ่งเน้นไปที่การเจรจา การสร้างความเข้าใจ และการพัฒนาพื้นที่ชายแดนให้มีความเจริญและความสงบสุข

พรรคภูมิใจไทยกำลังเดินหน้าตามโรดแมปที่วางไว้ และมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศภายใน 120 วันข้างหน้า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การกระจายอำนาจ และการแก้ไขปัญหาชายแดนเป็นเป้าหมายหลักที่พรรคให้ความสำคัญ และต้องติดตามดูกันต่อไปว่าพรรคจะสามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนได้หรือไม่ ทั้งนี้การดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การพัฒนาประเทศเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องและยั่งยืน

โรดแมป 120 วันของพรรคภูมิใจไทยในการ ภูมิใจไทย กางโรดแมป 120 วัน แก้รัฐธรรมนูญ ถือเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ เราต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าพรรคจะสามารถผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้สำเร็จได้หรือไม่ และจะมีผลกระทบอย่างไรต่อประเทศไทยในอนาคต

ที่มา – “ภูมิใจไทย” กางโรดแมป 120 วัน แก้รัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.กระจายอำนาจ ชายแดนไทย-กัมพูชา

Scroll to top