นโยบายภูมิใจไทย

“ชาดา-ซาบีดา” ลุยช่วย “ชานนท์” หาเสียงนครสวรรค์

“ชาดา-ซาบีดา” ลุยช่วย “ชานนท์” หาเสียงนครสวรรค์ เรียกได้ว่าเป็นภาพที่อบอุ่นและน่าประทับใจในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง เมื่อนายชาดา ไทยเศรษฐ์ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ควงลูกสาวสุดที่รัก นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ลงพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อช่วยน้องชายสุดหล่อ “ชานนท์ ไทยเศรษฐ์” ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 นครสวรรค์ พรรคภูมิใจไทย พวกเขาขอโอกาสจากพี่น้องชาวนครสวรรค์ให้พรรคภูมิใจไทยได้กลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง โดยย้ำผลงานเด่นที่ปกป้องอธิปไตยของชาติและนโยบายที่ตรงใจประชาชนจริงๆ

ชาดา-ซาบีดา ลุยช่วย ชานนท์ หาเสียงนครสวรรค์

“ชาดา-ซาบีดา” ลุยช่วย “ชานนท์” หาเสียงนครสวรรค์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งเป็นช่วงที่การหาเสียงกำลังเข้มข้นสุดๆ ชาดาในฐานะผู้สมัคร ส.ส.อุทัยธานี และซาบีดาในฐานะผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย ได้ลงพื้นที่จริงจังเพื่อช่วยชานนท์น้องชาย พวกเขาย้ำกันชัดๆ ว่าอยากให้ชาวนครสวรรค์เลือกผู้สมัครระบบเขตของพรรคฯ และบัญชีรายชื่อ เพื่อให้ทีมภูมิใจไทยได้กลับเข้าไปทำงานที่รัฐสภาและบริหารประเทศต่อ ด้วยผลงานที่พิสูจน์แล้วว่า “รักษาและปกป้องอธิปไตย” ของไทยได้อย่างแท้จริง

นครสวรรค์เป็นจังหวัดที่สำคัญ มีทั้งเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมริมน้ำเจ้าพระยา ชาวบ้านที่นี่ต้องการตัวแทนที่เข้าใจปัญหาจริงๆ ไม่ใช่แค่นั่งในกรุงเทพฯ พรรคภูมิใจไทยจึงเน้นลงพื้นที่ฟังเสียงประชาชนมาตลอด ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้ประชาชนมั่นใจ

ชาดา ซาบีดา ชานนท์ พรรคภูมิใจไทย นครสวรรค์

ย้ำผลงานภูมิใจไทย รักษา-ปกป้องอธิปไตย

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ พูดอย่างจริงใจในที่เกิดเหตุว่า รัฐบาลมีบทบาทสำคัญมากในการปกป้องชีวิตประชาชนทั้งประเทศ เธอยกตัวอย่างปัญหาความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ไม่ใช่แค่กระทบคนชายแดน แต่สะเทือนใจคนไทยทุกคน แต่ด้วยรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย เราสามารถเรียกศักดิ์ศรีไทยกลับมาได้ และยืนหยัดในเวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี นี่คือผลงานที่พวกเขาภูมิใจ และอยากทำต่อ

ซาบีดายังเล่าว่า เธอเคยเรียนหนังสือที่นครสวรรค์ เลยเข้าใจหัวอกคนที่นี่ดี อยากมีส่วนร่วมพัฒนาพื้นที่ให้เจริญรุ่งเรือง นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยคิดนโยบายจากลงพื้นที่จริง ไม่ใช่นั่งเทียนในห้องแอร์หรือมองจากหอคอย กรรมการบริหารเป็นรุ่นใหม่ทั้งหมด ที่ลงพื้นที่เก็บข้อมูลตลอดเวลา เข้าใจปัญหาชาวบ้าน แล้วนำไปแก้ไขตรงจุด รวดเร็ว เพื่อตอบโจทย์ประชาชนจริงๆ

ชานนท์ ไทยเศรษฐ์ หาเสียงกับชาดา ซาบีดา

นโยบายพรรคภูมิใจไทยที่ตรงใจชาวนครสวรรค์

ทำไมพรรคภูมิใจไทยถึงเหมาะกับนครสวรรค์? เพราะนโยบายของพรรคฯ เน้นเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ และ SME ซึ่งเป็นอาชีพหลักที่นี่ ลองดูนโยบายเด่นๆ ที่พวกเขาย้ำ:

  • ปกป้องอธิปไตยแผ่นดิน: จัดการปัญหาชายแดน ยืนหยัดสิทธิไทยในเวทีโลก
  • สาธารณสุขถ้วนหน้า: รักษาฟรี 30 บาท ลดค่ายา ลดภาระประชาชน
  • เกษตรกรไทยแข็งแกร่ง: ประกันรายได้ข้าว ยางพารา สูงสุดในประวัติศาสตร์
  • เศรษฐกิจฐานราก: สนับสนุน OTOP สร้างรายได้ให้ชุมชน
  • คมนาคมสะดวก: พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงนครสวรรค์กับส่วนกลาง

นี่แหละที่ทำให้ “ชาดา-ซาบีดา ลุยช่วย ชานนท์ หาเสียงนครสวรรค์” ได้รับการตอบรับดี เพราะประชาชนเห็นว่าพรรคทำจริง ไม่ใช่พูดลอยๆ การเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าอยากได้ตัวแทนที่ปกป้องชาติและแก้ปัญหาตรงจุด ภูมิใจไทยคือคำตอบ

ในมุมมองของผม การเมืองไทยต้องการผู้นำรุ่นใหม่ที่กล้าลงพื้นที่แบบนี้ ชานนท์ ชาดา และซาบีดา คือตัวอย่างที่ดี ถ้าพวกเขาได้กลับสภาฯ ประเทศไทยจะมั่นคงยิ่งขึ้น คุณคิดยังไง ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และอย่าลืมไปใช้สิทธิเลือกตั้งนะครับ เพื่ออนาคตของเรา!

ที่มา – “ชาดา-ซาบีดา” ลุยช่วย “ชานนท์” หาเสียงนครสวรรค์ ย้ำผลงานภูมิใจไทย รักษา-ปกป้องอธิปไตย

รมว.คมนาคมลั่น! ไม่ต่อ รถไฟฟ้า 20 บาท

“พิพัฒน์” ลั่น ไม่เดินหน้านโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ส่งผล 1 ต.ค. 68 ประชาชนต้องกลับไปจ่ายค่ารถไฟฟ้าสายสีม่วง-แดง ในราคาปกติ แม้ว่ารัฐบาลก่อนจะเสนอ ครม. ขยายระยะเวลา 20 บาทจากหมด 30 ก.ย. 68 ไปหมด 30 ก.ย. 69 ก็ตาม เหตุไม่ใช่นโยบายพรรคภูมิใจไทย แต่จะหาวิธีในการลดค่าครองชีพประชาชน แบบครบทุกโหมด “บก-ราง-น้ำ” ภายใน 2 สัปดาห์หลังจากแถลงนโยบายรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่า เมื่อเวลา 08.19 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม พร้อมด้วยนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม ได้เดินทางมากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์กระทรวงคมนาคม หลังจากนั้นมารับมอบดอกไม้แสดงความยินดีจากผู้บริหารกระทรวงคมนาคม

โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมยืนยันว่าจะไม่เดินหน้านโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายในรถไฟฟ้าสายสีม่วง และ สายสีแดง อย่างแน่นอน แม้ว่ารัฐบาลชุดก่อนจะเคยมีมติ ครม. เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 68 ขยายระยะเวลามาตรการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายจากหมดเขต 30 ก.ย. 68 เป็นหมดเขต 30 ก.ย. 69 ก็ตาม เนื่องจากไม่เป็นไปตามนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ขณะเดียวกันภายหลังจากที่รัฐบาลแถลงนโยบายเสร็จ ตนได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม หาแนวทางในการลดค่าครองชีพประชาชนให้ครบทุกโหมดของการเดินทางทั้ง ทางบก ทางราง และ ทางน้ำ ภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ เพื่อขยายผลให้ครอบคลุมมากกว่าเดิม แต่ยอมรับว่าอาจเกิดช่วงสุญญากาศบ้าง

ทั้งนี้ที่ไม่สามารถเดินหน้ามาตรการ 20 บาทตลอดสายได้เลยนั้น เพราะกรอบเวลาที่รัฐบาลต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จะมีขึ้นในวันที่ 29–30 ก.ย. 68 ทำให้การนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. นัดแรกอาจไม่ทันการณ์ ส่งผลให้มีโอกาสที่ค่าโดยสารจะกลับไปใช้อัตราเดิมเป็นเวลา 1–2 สัปดาห์ก่อนประกาศนโยบายใหม่ เพราะเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล จำเป็นต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม ครม. อีกครั้ง เพื่อพิจารณาว่าจะทำอะไรให้ได้มากกว่าที่เป็นอยู่

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีเป้าหมายที่จะออกมาตรการแพ็กเกจลดค่าครองชีพด้านการคมนาคมอยู่แล้ว แต่ขอเวลา ภายใน 2 สัปดาห์หลังการแถลงนโยบาย ซึ่งเป้าหมายก็เพื่อแบ่งเบาภาระการเดินทางของประชาชน โดยจะครอบคลุมรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ ด้วย ซึ่งไม่ได้หยุดเฉพาะสายสีแดง และ สายสีม่วง รวมถึงรถโดยสารประจำทางทั้งรถร้อนและรถแอร์, ค่าทางด่วน และอาจรวมถึงการเดินทางทางน้ำ ส่วนการเดินทางทางอากาศและค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน (PSC) ยังไม่อยู่ในแผนพิจารณา คงไม่ได้หยุดแค่สีม่วงกับสีแดง แต่จะมองภาพรวมทั้งหมด

(ซ้าย) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม (ขวา) นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม
(ซ้าย) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม (ขวา) นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม

“ส่วนแนวคิด “ตั๋วร่วม” หรือค่าโดยสารราคาเดียว เช่น 40 บาทตลอดสาย ซึ่งเคยเป็นนโยบายหาเสียง จะถูกพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจใหม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องหาจุดสมดุลระหว่างภาระงบประมาณรัฐบาลและประโยชน์ของประชาชน โดยจะอ้างอิงบทเรียนจากนโยบาย 20 บาททุกเส้นทางในอดีตที่สร้างภาระชดเชยให้รัฐเกือบ 20,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งนโยบายนี้ก็อาจไม่เป็นธรรมต่อประชาชนในต่างจังหวัด”

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการเร่งเดินหน้าผลักดันโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่นั้น ก็ให้เดินหน้าตามปกติ ไม่มีสะดุด แม้ว่ารัฐบาลจะมีกรอบเวลาการทำงานเพียง 4 เดือน โดยเฉพาะโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทย-อันดามัน หรือ แลนด์บริดจ์ แม้ว่าโครงการนี้จะมีทั้งผู้สนับสนุนและผู้คัดค้านก็ตาม ส่วนโครงการรถไฟทางคู่ก็จะเร่งผลักดันภายในรัฐบาลชุดนี้ เพื่อเชื่อมต่อเศรษฐกิจภูมิภาค

อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

รมว.คมนาคม ลั่น ไม่สานต่อ “รถไฟฟ้า 20 บาท”

จากข่าวดังกล่าว รมว.คมนาคม ประกาศชัดเจนว่าจะไม่สานต่อนโยบาย รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย ซึ่งมีผลกระทบต่อผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีแดงโดยตรง นโยบายนี้เคยเป็นที่คาดหวังว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน แต่เนื่องจากไม่ใช่แนวนโยบายของพรรคภูมิใจไทย จึงทำให้ต้องมีการพิจารณาแนวทางอื่น ๆ ในการช่วยเหลือค่าครองชีพ

ผลกระทบจากยกเลิก รถไฟฟ้า 20 บาท

การยกเลิกนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท จะส่งผลให้ประชาชนต้องกลับไปจ่ายค่าโดยสารในราคาปกติ ซึ่งอาจเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางประจำวัน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีแดงเป็นประจำในการเดินทางไปทำงานหรือทำธุระต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลใหม่กำลังพิจารณามาตรการอื่น ๆ เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพในด้านการเดินทาง

แนวทางแก้ไขและมาตรการช่วยเหลือ

แม้ว่าจะไม่มีรถไฟฟ้า 20 บาท แล้ว รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังพิจารณาแพ็กเกจลดค่าครองชีพด้านการคมนาคม ซึ่งอาจครอบคลุมถึงรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ รถโดยสารประจำทาง ค่าทางด่วน และการเดินทางทางน้ำ โดยคาดว่าจะมีการประกาศรายละเอียดภายใน 2 สัปดาห์หลังการแถลงนโยบายของรัฐบาล

นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน ซึ่งรวมถึงโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (แลนด์บริดจ์) และโครงการรถไฟทางคู่

การยกเลิกนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทอาจสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ใช้บริการ แต่รัฐบาลกำลังเร่งหามาตรการอื่น ๆ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่ามาตรการใหม่จะตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้มากน้อยเพียงใด

ที่มา – รมว.คมนาคม ลั่น ไม่สานต่อ “รถไฟฟ้า 20 บาท” สายสีแดง-ม่วง เตรียมจ่ายเต็ม

Scroll to top