นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท

ศุภชัยถามเพื่อไทย เรื่องรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

“ศุภชัย” จี้ เพื่อไทยตอบ ป้ายนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทำทันทีกี่โมง ใช้งบอุดหนุนจากไหน หวั่นเอาภาษีคน ตจว. อุ้มคนกรุงฯ หรือไม่ กังขา “สุริยะ” นั่งคมนาคม มานาน ไม่ทำตั้งแต่เป็นรัฐบาล

วันที่ 7 มกราคม 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ออกมาตั้งคำถามถึงนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทยที่ปรากฏบนป้ายหาเสียงทั่วกรุงเทพฯ เกี่ยวกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทำทันทีว่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าจะทำทันทีในราคา 20 บาทจริงหรือไม่ เพราะความเป็นจริงแล้ว นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต่อเนื่องตั้งแต่รัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน จนถึงรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร จนถึงวันนี้ ยังไม่มีรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เกิดขึ้นจริง จึงต้องถามว่าทำได้จริงหรือไม่

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า การดำเนินนโยบายเรื่องราคาค่าโดยสาร มีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3 ฉบับคือ พระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง และพระราชบัญญัติตั๋วร่วม การปรับลดค่าโดยสารจะต้องสอดคล้องกับกรอบกฎหมายดังกล่าว

“คำถามคือ วันนี้หากผู้โดยสารในปัจจุบันต้องจ่ายค่าโดยสาร 30–40 บาท แต่จู่ๆ จะลดฮวบเหลือ 20 บาท แปลว่าที่ผ่านมามีการเก็บค่าโดยสารเกินราคา หรือหากเก็บตามระยะทางถูกต้องอยู่แล้ว พรรคเพื่อไทยที่จะมาทำทันทีเมื่อเป็นรัฐบาล จะนำเงินมาอุดหนุนหรือมาจากงบประมาณแผ่นดิน หรือเอามาจากภาษีของคนสุไหงโกลก คนกาญจนบุรี คนเชียงราย หรือคนต่างจังหวัดที่ไม่ได้ใช้รถไฟฟ้าหรือไม่ หรือเอาภาษีคนทั้งประเทศมาอุดหนุนเฉพาะคนกรุงเทพฯ ต้องตอบว่ามีวิธีการอย่างไร ให้คนกรุงเทพฯ และคนทั้งประเทศได้สบายใจ ไม่ใช่แค่ขึ้นป้ายหาเสียงแล้วไม่มีคำอธิบายในเมื่อท่านเป็น รมว.คมนาคม ตั้งแต่ตอนแรก ทำไมไม่ทำตอนนั้น ทำไมคิดจะมาทำทันทีตั้งแต่ตอนนี้อีก”

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

ประเด็นเรื่องนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย กลายเป็นที่จับตามองอย่างมากจากหลายฝ่าย ทั้งประชาชนทั่วไปและนักวิเคราะห์ทางการเมือง ต่างก็ต้องการทราบรายละเอียดและแนวทางการดำเนินงานของนโยบายนี้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะแหล่งเงินทุนที่จะนำมาใช้ในการอุดหนุน รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้เสียภาษีในต่างจังหวัด

คำถามสำคัญเกี่ยวกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

  • นโยบายนี้จะเริ่มดำเนินการได้จริงเมื่อไหร่ และมีไทม์ไลน์ที่ชัดเจนหรือไม่
  • แหล่งเงินทุนที่จะนำมาใช้ในการอุดหนุนมาจากส่วนใด งบประมาณแผ่นดิน ภาษีประชาชน หรือแหล่งอื่น ๆ
  • จะมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้เสียภาษีในต่างจังหวัดอย่างไร
  • นโยบายนี้จะส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งมวลชนโดยรวมอย่างไร
  • มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงราคาค่าโดยสารในอนาคตหรือไม่

เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน พรรคเพื่อไทยควรออกมาให้รายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย อย่างชัดเจนและโปร่งใส เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

การที่นายศุภชัยออกมาตั้งคำถามในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของหลายฝ่ายเกี่ยวกับความยั่งยืนและความเป็นธรรมของนโยบายนี้ หากพรรคเพื่อไทยสามารถตอบคำถามและคลายข้อสงสัยได้อย่างชัดเจน ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างกว้างขวาง

อย่างไรก็ตาม การดำเนินนโยบายใด ๆ ก็ตาม ควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียมกัน และต้องมีการวางแผนและบริหารจัดการอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ

ที่มา – “ศุภชัย” จี้ เพื่อไทยตอบ นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทำทันทีกี่โมง ถามใช้งบอุดหนุนจากไหน

“ยศชนัน” หาเสียง ขอมองไปข้างหน้าให้เป็นปีแห่งโอกาส

“ยศชนัน” หาเสียง ขอมองไปข้างหน้าให้เป็นปีแห่งโอกาส เชื่อ “พลภูมิ” จะได้กลับมา

ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง “ยศชนัน” หาเสียง ขอมองไปข้างหน้าให้เป็นปีแห่งโอกาส โดยเชื่อมั่นว่า “พลภูมิ” จะกลับมาเป็น ส.ส. อีกครั้ง พร้อมเน้นย้ำถึงนโยบายที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่สดใสกว่าเดิม

“ยศชนัน” หาเสียง ขอมองไปข้างหน้าให้เป็นปีแห่งโอกาส

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรค นำทีมลงพื้นที่หาเสียงในเขต 14 และ 15 กรุงเทพมหานคร โดยมีนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 15 และนายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา ผู้สมัคร ส.ส. เขต 14 ร่วมขบวน

บรรยากาศการหาเสียงเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและสะท้อนปัญหาต่างๆ ที่พวกเขาเผชิญ โดยเฉพาะเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้น ความต้องการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และโครงการหวยเกษียณที่ช่วยสร้างความมั่นคงในชีวิตบั้นปลาย

นายยศชนันกล่าวว่า เขตนี้เบอร์ 6 พรรคเพื่อไทยเบอร์ 9 และปีหน้า 69 ต้องเลือกทั้งคนทั้งพรรค ขออย่าเลือกผิด นอกจากนี้ยังได้ทดลองปิ้งหมูร่วมกับแม่ค้า และไหว้พระสงฆ์ที่มาบิณฑบาต

นโยบายเพื่อปากท้องและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายยศชนันเน้นย้ำว่า นายพลภูมิไม่เคยทิ้งประชาชน และมั่นใจว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอีกครั้ง เขากล่าวว่า สิ่งที่สำคญคือการส่งมอบนโยบายที่ถูกต้องให้กับคนในพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาปากท้อง หนี้สิน และความต้องการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

นโยบายที่พรรคเพื่อไทยจะผลักดัน ได้แก่ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย รถเมล์แอร์ 10 บาท ค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3.70 บาท โดยการนำระบบไฟฟ้าพลังงานทดแทน เช่น โซลาร์เซลล์ กลับมาใช้ เพื่อลดค่าไฟฟ้าอย่างยั่งยืน รวมถึงโครงการหวยเกษียณที่จะสร้างการออมเงินเพื่อใช้ในวัยเกษียณ

นายพลภูมิกล่าวเสริมว่า เขามีความมั่นใจที่จะชนะการเลือกตั้งในพื้นที่ของตนเอง เพราะตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เขาได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และประชาชนได้เห็นถึงความตั้งใจในการทำงานของเขา

“ยศชนัน” หาเสียง ขอมองไปข้างหน้าให้เป็นปีแห่งโอกาส โดยกล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อยากให้มีการเลือกตั้งแบบแฟร์ว่า สิ่งสำคัญคือต้องมองไปข้างหน้า มองที่ประเทศ มองที่ประชาชนที่เดือดร้อน ปีหน้าเป็นปีแห่งโอกาสที่จะให้ของขวัญกับประชาชนเป็นนโยบายที่ทำให้เขาได้ใช้ชีวิตกลับขึ้นมาอีกครั้ง

นายจุลพันธ์กล่าวถึงเรื่องการทุจริตการเลือกตั้งว่า พรรคเพื่อไทยได้ตั้งกองตรวจสอบเหตุทุจริตการเลือกตั้ง โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล เป็นหัวหน้าทีม เพราะพรรคเพื่อไทยถูกกระทำมาหลายครั้ง และเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ก็อาจจะมีการทุจริตเกิดขึ้น

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย มาร่วมกันตัดสินใจ เลือกคนที่ใช่ พรรคที่ชอบ เพื่อสร้างสรรค์ประเทศไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนทุกคนจะได้ร่วมกันกำหนดอนาคตของประเทศ และพรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์สังคมไทยให้ดีขึ้น

ที่มา – “ยศชนัน” หาเสียง ขอมองไปข้างหน้าให้เป็นปีแห่งโอกาส เชื่อ “พลภูมิ” จะได้กลับมา

รมว.คมนาคมลั่น! ไม่ต่อ รถไฟฟ้า 20 บาท

“พิพัฒน์” ลั่น ไม่เดินหน้านโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ส่งผล 1 ต.ค. 68 ประชาชนต้องกลับไปจ่ายค่ารถไฟฟ้าสายสีม่วง-แดง ในราคาปกติ แม้ว่ารัฐบาลก่อนจะเสนอ ครม. ขยายระยะเวลา 20 บาทจากหมด 30 ก.ย. 68 ไปหมด 30 ก.ย. 69 ก็ตาม เหตุไม่ใช่นโยบายพรรคภูมิใจไทย แต่จะหาวิธีในการลดค่าครองชีพประชาชน แบบครบทุกโหมด “บก-ราง-น้ำ” ภายใน 2 สัปดาห์หลังจากแถลงนโยบายรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่า เมื่อเวลา 08.19 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม พร้อมด้วยนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม ได้เดินทางมากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์กระทรวงคมนาคม หลังจากนั้นมารับมอบดอกไม้แสดงความยินดีจากผู้บริหารกระทรวงคมนาคม

โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมยืนยันว่าจะไม่เดินหน้านโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายในรถไฟฟ้าสายสีม่วง และ สายสีแดง อย่างแน่นอน แม้ว่ารัฐบาลชุดก่อนจะเคยมีมติ ครม. เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 68 ขยายระยะเวลามาตรการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายจากหมดเขต 30 ก.ย. 68 เป็นหมดเขต 30 ก.ย. 69 ก็ตาม เนื่องจากไม่เป็นไปตามนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ขณะเดียวกันภายหลังจากที่รัฐบาลแถลงนโยบายเสร็จ ตนได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม หาแนวทางในการลดค่าครองชีพประชาชนให้ครบทุกโหมดของการเดินทางทั้ง ทางบก ทางราง และ ทางน้ำ ภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ เพื่อขยายผลให้ครอบคลุมมากกว่าเดิม แต่ยอมรับว่าอาจเกิดช่วงสุญญากาศบ้าง

ทั้งนี้ที่ไม่สามารถเดินหน้ามาตรการ 20 บาทตลอดสายได้เลยนั้น เพราะกรอบเวลาที่รัฐบาลต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จะมีขึ้นในวันที่ 29–30 ก.ย. 68 ทำให้การนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. นัดแรกอาจไม่ทันการณ์ ส่งผลให้มีโอกาสที่ค่าโดยสารจะกลับไปใช้อัตราเดิมเป็นเวลา 1–2 สัปดาห์ก่อนประกาศนโยบายใหม่ เพราะเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล จำเป็นต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม ครม. อีกครั้ง เพื่อพิจารณาว่าจะทำอะไรให้ได้มากกว่าที่เป็นอยู่

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีเป้าหมายที่จะออกมาตรการแพ็กเกจลดค่าครองชีพด้านการคมนาคมอยู่แล้ว แต่ขอเวลา ภายใน 2 สัปดาห์หลังการแถลงนโยบาย ซึ่งเป้าหมายก็เพื่อแบ่งเบาภาระการเดินทางของประชาชน โดยจะครอบคลุมรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ ด้วย ซึ่งไม่ได้หยุดเฉพาะสายสีแดง และ สายสีม่วง รวมถึงรถโดยสารประจำทางทั้งรถร้อนและรถแอร์, ค่าทางด่วน และอาจรวมถึงการเดินทางทางน้ำ ส่วนการเดินทางทางอากาศและค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน (PSC) ยังไม่อยู่ในแผนพิจารณา คงไม่ได้หยุดแค่สีม่วงกับสีแดง แต่จะมองภาพรวมทั้งหมด

(ซ้าย) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม (ขวา) นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม
(ซ้าย) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม (ขวา) นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม

“ส่วนแนวคิด “ตั๋วร่วม” หรือค่าโดยสารราคาเดียว เช่น 40 บาทตลอดสาย ซึ่งเคยเป็นนโยบายหาเสียง จะถูกพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจใหม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องหาจุดสมดุลระหว่างภาระงบประมาณรัฐบาลและประโยชน์ของประชาชน โดยจะอ้างอิงบทเรียนจากนโยบาย 20 บาททุกเส้นทางในอดีตที่สร้างภาระชดเชยให้รัฐเกือบ 20,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งนโยบายนี้ก็อาจไม่เป็นธรรมต่อประชาชนในต่างจังหวัด”

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการเร่งเดินหน้าผลักดันโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่นั้น ก็ให้เดินหน้าตามปกติ ไม่มีสะดุด แม้ว่ารัฐบาลจะมีกรอบเวลาการทำงานเพียง 4 เดือน โดยเฉพาะโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทย-อันดามัน หรือ แลนด์บริดจ์ แม้ว่าโครงการนี้จะมีทั้งผู้สนับสนุนและผู้คัดค้านก็ตาม ส่วนโครงการรถไฟทางคู่ก็จะเร่งผลักดันภายในรัฐบาลชุดนี้ เพื่อเชื่อมต่อเศรษฐกิจภูมิภาค

อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

รมว.คมนาคม ลั่น ไม่สานต่อ “รถไฟฟ้า 20 บาท”

จากข่าวดังกล่าว รมว.คมนาคม ประกาศชัดเจนว่าจะไม่สานต่อนโยบาย รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย ซึ่งมีผลกระทบต่อผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีแดงโดยตรง นโยบายนี้เคยเป็นที่คาดหวังว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน แต่เนื่องจากไม่ใช่แนวนโยบายของพรรคภูมิใจไทย จึงทำให้ต้องมีการพิจารณาแนวทางอื่น ๆ ในการช่วยเหลือค่าครองชีพ

ผลกระทบจากยกเลิก รถไฟฟ้า 20 บาท

การยกเลิกนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท จะส่งผลให้ประชาชนต้องกลับไปจ่ายค่าโดยสารในราคาปกติ ซึ่งอาจเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางประจำวัน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีแดงเป็นประจำในการเดินทางไปทำงานหรือทำธุระต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลใหม่กำลังพิจารณามาตรการอื่น ๆ เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพในด้านการเดินทาง

แนวทางแก้ไขและมาตรการช่วยเหลือ

แม้ว่าจะไม่มีรถไฟฟ้า 20 บาท แล้ว รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังพิจารณาแพ็กเกจลดค่าครองชีพด้านการคมนาคม ซึ่งอาจครอบคลุมถึงรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ รถโดยสารประจำทาง ค่าทางด่วน และการเดินทางทางน้ำ โดยคาดว่าจะมีการประกาศรายละเอียดภายใน 2 สัปดาห์หลังการแถลงนโยบายของรัฐบาล

นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน ซึ่งรวมถึงโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (แลนด์บริดจ์) และโครงการรถไฟทางคู่

การยกเลิกนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทอาจสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ใช้บริการ แต่รัฐบาลกำลังเร่งหามาตรการอื่น ๆ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่ามาตรการใหม่จะตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้มากน้อยเพียงใด

ที่มา – รมว.คมนาคม ลั่น ไม่สานต่อ “รถไฟฟ้า 20 บาท” สายสีแดง-ม่วง เตรียมจ่ายเต็ม

สุริยะฝากสานต่อ! ถนนพระราม 2 และรถไฟฟ้า 20 บาท

“สุริยะ” ฝากรัฐมนตรีคมนาคมคนใหม่สานต่อสร้างถนนพระราม 2 ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ พ้อเสียดายนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายผลักดันมาไกลหากเหลือแค่เข้าการพิจารณาของวุฒิสภา หากไม่สานต่อเปรียบเหมือน “มวยที่ชกมาถึงยก 4 เหลือแค่มวยยก 5” เท่านั้น

ที่กระทรวงคมนาคม เมื่อเวลา 10.00 น. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และ นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ได้เข้ามากราบลาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในกระทรวงคมนาคม พร้อมกล่าวลาผู้บริหารข้าราชการกระทรวงคมนาคมที่ได้ร่วมงานในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง ซึ่งนายสุริยะ ได้กล่าวว่า หลังจากที่ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาเกือบ 2 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมได้เร่งวางยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในหลายมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบราง ที่วางเป้าหมายไว้เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์จากการขนส่งทางบกที่มีราคาสูงมาสู่ระบบราง

นอกจากนี้ยังได้มีการแก้ปัญหาเร่งด่วนที่ประชาชนเผชิญหน้าในชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การแก้ปัญหาความแออัดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่เคยมีคิวยาวเหยียด ก็ได้มีการติดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกและประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อเพิ่มช่องทางเข้า-ออก ให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น

แม้หลายโครงการจะมีความคืบหน้า แต่ภารกิจของกระทรวงคมนาคมยังไม่สิ้นสุด อยากฝากถึงรัฐมนตรีคนใหม่ให้เข้ามาสานต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการถนนพระราม 2 และโครงการทางด่วนพิเศษระหว่างเมือง M82 ให้แล้วเสร็จ เนื่องจากเส้นทางถนนพระราม 2 มีความสำคัญที่เป็นทางยกระดับในการแก้ปัญหาจราจรติดขัด และเป็นเส้นทางหลักมุ่งสู่ภาคใต้ พร้อมฝากปลัดกระทรวงคมนาคมให้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการติดตามงานอย่างใกล้ชิด

นายสุริยะ ยังได้กล่าวต่อว่า ในส่วนของนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายนั้น ยอมรับว่าเสียดายเพราะขณะนี้ได้มีการผลักดันกฎหมายมาจนเกือบแล้วเสร็จ พร้อมที่จะใช้แล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในเรื่องนี้ก็ต้องให้เป็นอำนาจในการตัดสินใจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่ ว่าจะสานต่อหรือไม่

ขณะที่ นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ได้กล่าวถึงการผลักดันนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายว่า ถือเป็นนโยบายหลักของกระทรวงและได้ดำเนินการไปไกลมากแล้ว โดยเฉพาะการผลักดันร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางราง, ร่าง พ.ร.บ. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และร่าง พ.ร.บ. ตั๋วร่วม ซึ่งผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 ของวุฒิสภา โดยมองว่าเปรียบเสมือน “มวยยก 4 ที่เหลือแค่มวยยก 5” ซึ่งหากกฎหมายเหล่านี้ผ่านก็จะสามารถเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลชุดใหม่นำไปใช้สานต่อโครงการได้อย่างไร้รอยต่อ

ขณะเดียวกัน ยังมีกฎหมายสำคัญที่ถูกผลักดันอย่างต่อเนื่องสามารถปลดล็อกปัญหาที่สะสมมานาน เช่น ร่าง พ.ร.บ. การท่าเรือ ที่ไม่ได้มีการแก้ไขมานานกว่า 71-72 ปี ซึ่งผ่านการพิจารณาหลักการของวุฒิสภาแล้ว และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทย และร่าง พ.ร.บ. ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ (SEC) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการต่อเนื่องจากรัฐบาลชุดก่อน และร่าง พ.ร.บ. กำลังเตรียมเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในลำดับต่อไป

สุริยะฝากสานต่อ ถนนพระราม 2 และรถไฟฟ้า 20 บาท

จากกรณีที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ออกมากล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการต่างๆ ของกระทรวงคมนาคมก่อนที่จะส่งมอบงานให้กับรัฐมนตรีคนใหม่นั้น ประเด็นที่น่าสนใจคือการเน้นย้ำถึงความสำคัญของโครงการถนนพระราม 2 และนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ในความสนใจของประชาชนอย่างมาก

ความคืบหน้าล่าสุดของถนนพระราม 2

โครงการถนนพระราม 2นั้น ถือเป็นเส้นทางหลักที่สำคัญในการเดินทางสู่ภาคใต้ การพัฒนาและปรับปรุงเส้นทางนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัด และอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ประชาชน

อนาคตของนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท

สำหรับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายนั้น เป็นนโยบายที่ได้รับการคาดหวังจากประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากยิ่งขึ้น การสานต่อนโยบายนี้จึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามองว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่

การส่งมอบงานของกระทรวงคมนาคมในครั้งนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการกำหนดทิศทางของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ การสานต่อโครงการต่างๆ ที่ริเริ่มไว้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน รอดูว่ารัฐมนตรีคนใหม่จะสานต่อนโยบายเหล่านี้อย่างไรต่อไป

ที่มา – “สุริยะ” ฝาก รมว.คมนาคมใหม่ สานต่อถนนพระราม 2 พ้อเสียดายนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท

พริษฐ์แนะ! ยอมรับปม รถไฟฟ้า 20 บาท ทำไม?

“พริษฐ์” แนะโฆษกพรรคเพื่อไทย ควรยอมรับตามตรง ต้นตอความล่าช้านโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท มาจากความไม่รอบคอบของรัฐบาลเอง

วันที่ 27 ส.ค. 2568 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กยืนยันว่า พรรคประชาชนเห็นด้วยกับ “หลักการ” ในการทำให้ระบบขนส่งสาธารณะทั้งในและนอกกรุงเทพมหานคร สะดวก ครอบคลุม และมีอัตราค่าโดยสารที่ประชาชนเข้าถึงได้ แต่ที่ผ่านมา เรามีข้อกังวลต่อ “วิธีการ” ที่รัฐบาลเลือกใช้ในการดำเนินนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทั้งในเรื่องของแหล่งงบประมาณและมาตรการป้องกันการเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการรายใดเกินจำเป็น

นายพริษฐ์ ยังระบุด้วยว่า เมื่อเย็นที่ผ่านมา (26 ส.ค. 2568) ได้มีโอกาสฟังการแถลงข่าวของนายดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับกรณีนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท ที่รัฐบาลประกาศเลื่อนออกไปให้ล่าช้ากว่ากำหนดการเดิมที่เคยวางไว้ว่าจะเริ่มต้นในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 แม้นายดนุพรได้เริ่มต้นด้วยการ “ขอโทษ” ประชาชน แต่ตลอดการแถลงข่าวนั้น ตนได้เห็นแต่ความพยายามในการโยนความผิดทั้งหมดไปที่การที่กฎหมาย 3 ฉบับที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา รวมถึงความพยายามในการกระทบชิ่งมาที่พรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชน ทั้งๆ ที่ต้นตอทั้งหมดของปัญหานี้ มาจากความไม่รอบคอบและความไม่หนักแน่นของรัฐบาลเองในการผลักดันนโยบายเรือธงของตนเอง

ตั้ง 5 คำถามชวนเพื่อไทยตอบ

“แทนที่จะพยายามพาดพิงพรรคอื่น ผมเห็นว่าจะเป็นประโยชน์กว่า หากพรรคเพื่อไทยตอบคำถามดังต่อไปนี้ให้ชัดๆ เพื่อให้สังคมสิ้นข้อสงสัย” นายพริษฐ์ กล่าวและถามว่า

1. เป็นแผนและความตั้งใจของรัฐบาลมาโดยตลอดเลยใช่หรือไม่ ว่ารัฐบาลจะเดินหน้านโยบายเรื่องรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ต่อเมื่อกฎหมาย 3 ฉบับ (พ.ร.บ. ราง, พ.ร.บ. ตั๋วร่วม, พ.ร.บ. รฟม.) ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาและประกาศบังคับใช้? เพราะรัฐบาลไม่เคยชี้ชัดว่ากฎหมาย 3 ฉบับนี้ เป็นเพียง “ตัวช่วย” ในการผลักดันนโยบาย หรือเป็น “เงื่อนไขตั้งต้น” ที่ต้องเสร็จก่อนถึงจะเริ่มดำเนินนโยบายได้ ที่สำคัญ ในวันที่ 8 ก.ค. 2568 ที่ ครม. มีมติให้เริ่มคิดอัตราค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายตั้งแต่ 1 ต.ค. 2568 ทางรัฐบาลเองก็ไม่ได้มีการพูดถึงเงื่อนไขว่ารัฐสภาจะต้องผ่านกฎหมาย 3 ฉบับนี้ ถึงจะเริ่มอัตราค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายได้ แต่วันนี้รัฐบาลเพียงแค่หยิบเรื่องกฎหมาย 3 ฉบับมาอ้าง เพราะไม่สามารถดำเนินการได้ทัน 1 ต.ค. 2568 ที่ประกาศไป

2. หากรัฐบาลยืนยันว่าเป็นแผนและความตั้งใจของรัฐบาลมาโดยตลอดว่า รัฐสภาจะต้องผ่านกฎหมาย 3 ฉบับก่อน ถึงจะเริ่มนโยบายเรื่องรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายได้ แล้วเหตุใดรัฐบาลถึงประกาศว่าจะเริ่มต้นวันที่ 1 ต.ค. 2568 ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นไปได้ยากที่กฎหมาย 3 ฉบับจะผ่านและบังคับใช้ทันกรอบเวลาดังกล่าว จึงเท่ากับว่า รัฐบาลไปสัญญากับประชาชนว่าค่าโดยสารจะลดเหลือ 20 บาทในวันที่ 1 ต.ค. 2568 ทั้งๆ ที่รัฐบาลรู้ตั้งแต่วันนั้นอยู่แล้ว ว่าจะมีเวลาเพียงแค่ 2 เดือน ในการทำให้ร่างกฎหมายจากชั้นกรรมาธิการ ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จนถึงการประกาศใช้

3. หากรัฐบาลมีความมุ่งมั่นว่าต้องการจะทำให้กฎหมายทั้ง 3 ฉบับผ่านทุกขั้นตอนให้ได้ภายในกรอบ 2 เดือนจริงๆ แล้วเหตุใด สส. รัฐบาลเองกลับไม่มาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียงและต่อเนื่อง เพื่อเร่งผลักดันกฎหมายดังกล่าว เพราะในความเป็นจริง กลับเห็นรองประธานสภาจากพรรคเพื่อไทยเอง ที่มักเป็นคนเลือกปิดประชุมสภาเร็วกว่ากำหนดในหลายครั้ง

4. ทางรัฐบาลจะเร่งหาทางออกหรือรับผิดชอบอย่างไร ต่อประชาชนที่อาจต้องเผชิญค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่สูงขึ้นกว่าที่พวกจ่ายอยู่ ณ ปัจจุบัน ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงว่าจากความบกพร่องของรัฐบาล

5. เหตุใดโฆษกพรรคเพื่อไทยถึงต้องพูดทำนองว่าทางพรรคจะเดินหน้าผลักดันกฎหมาย 3 ฉบับนี้ ทั้งๆ ที่พรรคเพื่อไทยมี สส. ในกรุงเทพและปริมณฑลเพียง 2 คนเท่านั้น

นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า การที่โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาพูดทำนองตัดพ้อในลักษณะดังกล่าว จึงทำให้สังคมอดคิดไม่ได้ ว่าหรือลึกๆ แล้ว ท่านเชื่อจริงๆ ว่าพรรคการเมืองควรผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่ที่พรรคตนเองมี สส. มากกว่าพื้นที่ที่พรรคตนเองไม่มี สส. จึงขอเสนอว่าหากท่านต้องการ “ขอโทษ” ประชาชน เกี่ยวกับความล่าช้าที่เกิดขึ้นจริงๆ ท่านควรหยุดเสียเวลาไปกับการหามุมในการโทษคนอื่น แต่ควรเริ่มจากการยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่าปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น มาจากความไม่รอบคอบและไม่จริงจังของรัฐบาลในการผลักดันแม้กระทั่งนโยบายเรือธงของตนเอง

พริษฐ์ชี้! รัฐบาลต้องยอมรับปมนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท

จากกรณีที่นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายของรัฐบาลเศรษฐา ต้องเลื่อนออกไป ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ล่าสุด นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็น โดยเน้นย้ำว่า รัฐบาลควรยอมรับความจริงว่า ต้นตอของปัญหาความล่าช้ามาจากความไม่รอบคอบในการวางแผนและผลักดันนโยบายนี้เอง

นายพริษฐ์ ยังได้ตั้งคำถามถึงความชัดเจนของรัฐบาลเกี่ยวกับเงื่อนไขทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท และได้ตั้งข้อสังเกตถึงความมุ่งมั่นของ สส. รัฐบาลในการผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนที่ต้องแบกรับค่าโดยสารที่สูงขึ้น

ทำไมนโยบาย รถไฟฟ้า 20 บาท ถึงล่าช้า?

คำถามสำคัญที่นายพริษฐ์ได้ตั้งไว้ คือ ทำไมรัฐบาลถึงประกาศว่าจะเริ่มนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท ในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องอาจจะไม่ผ่านทันเวลาที่กำหนด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการขาดความรอบคอบในการวางแผนและดำเนินนโยบาย

นอกจากนี้ นายพริษฐ์ยังได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการที่โฆษกพรรคเพื่อไทยออกมาพูดในลักษณะตัดพ้อ ซึ่งอาจทำให้สังคมเข้าใจผิดว่า พรรคการเมืองควรผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่ที่ตนเองมี สส. มากกว่า

ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลควรทำ คือ การยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทอย่างแท้จริง

ที่มา – “พริษฐ์” แนะโฆษกพรรคเพื่อไทย ยอมรับตามตรงรัฐบาลไม่รอบคอบทำนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท

Scroll to top