น้ําท่วมสงขลา

ทอ. เลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69 ช่วยน้ำท่วมใต้

กองทัพอากาศ เลื่อนพิธีเปิดการทดสอบยุทธวิธี ประจำปี 69 นำสรรพกำลังช่วยน้ำท่วมภาคใต้ ลุยภารกิจเร่งด่วนสูงสุด ลำเลียงยุทโธปกรณ์-สิ่งของบริจาค-กำลังพลสู่พื้นที่ เตรียม ฮ. พร้อมช่วยอพยพทันที

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในวงกว้าง กองทัพอากาศ โดย พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ได้สั่งการเลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69 (Air Tactical Operations Evaluation 2026) เพื่อให้กองทัพอากาศสามารถระดมสรรพกำลัง ทรัพยากร และเจ้าหน้าที่ทุกด้านเข้าสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยได้อย่างเต็มขีดความสามารถ พร้อมกันนี้ ผู้บัญชาการทหารอากาศได้สั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มระดับการเตรียมพร้อมสูงสุดและปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้โดยเร็วที่สุด

พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กองทัพอากาศได้ดำเนินมาตรการสำคัญ ดังนี้

1. จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ และศูนย์บรรเทาสาธารณภัยส่วนหน้า พร้อมจัดชุดประสานงาน เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการและบูรณาการความช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ

2. เตรียมความพร้อมเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 8 (C-130) และแบบที่ 16 (ATR) สำหรับปฏิบัติภารกิจบินลำเลียงยุทโธปกรณ์ อุปกรณ์จำเป็น สิ่งของบริจาค รวมทั้งกำลังพลเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที

3. ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรับ-ส่งสิ่งของบริจาค จากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศ โดยกองทัพอากาศพร้อมบินนำส่งไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว

4. จัดเตรียมเฮลิคอปเตอร์เพื่อปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือและอพยพประชาชน โดยพร้อมปฏิบัติการทันที ในพื้นที่เอื้ออำนวยและมีความปลอดภัยต่อการบิน

โฆษกกองทัพอากาศ ระบุในตอนท้ายว่า การตัดสินใจเลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงนโยบายสำคัญของกองทัพอากาศ ที่ยึดถือการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติเป็นภารกิจเร่งด่วนสูงสุดเหนือภารกิจอื่นใดในห้วงวิกฤติ กองทัพอากาศตระหนักดีว่าการระดมสรรพกำลังของกองทัพอากาศ จะช่วยลดความสูญเสีย บรรเทาความเดือดร้อน และสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยได้อย่างทันสถานการณ์

เลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69

จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ที่รุนแรง กองทัพอากาศจึงตัดสินใจเลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69 เพื่อทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมดในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองทัพอากาศในการเป็นที่พึ่งของประชาชนในยามยากลำบาก โดยมุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่และทันท่วงที

ความสำคัญของการเลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69

การเลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การยกเลิกกิจกรรม แต่เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า กองทัพอากาศให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนเป็นอันดับแรกสุด ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก การที่กองทัพอากาศพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่สร้างความเชื่อมั่นและความอบอุ่นใจให้กับประชาชน

การสนับสนุนของกองทัพอากาศไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การลำเลียงสิ่งของบริจาคและกำลังพล แต่ยังรวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์ การอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง และการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย การทำงานอย่างหนักของเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาประชาชน และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ

นอกจากนี้ การที่กองทัพอากาศสามารถปรับตัวและตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติทุกรูปแบบ ความสามารถในการระดมทรัพยากรและบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพเป็นผลมาจากการฝึกฝนและการเตรียมความพร้อมอย่างสม่ำเสมอ

แม้ว่าการเลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีจะเป็นการเปลี่ยนแปลงแผนงานที่สำคัญ แต่กองทัพอากาศยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนากองทัพให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถปกป้องอธิปไตยของชาติและช่วยเหลือประชาชนได้ในทุกสถานการณ์ การเรียนรู้จากประสบการณ์ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปรับปรุงแผนการปฏิบัติการและเพิ่มขีดความสามารถในการตอบสนองต่อภัยพิบัติในอนาคต

การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความทุ่มเทของกองทัพอากาศ ซึ่งพร้อมที่จะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือประชาชน

ที่มา – เลื่อนพิธีเปิดทดสอบยุทธวิธีปี 69 ทอ. ลุยภารกิจเร่งด่วนสูงสุด ช่วยน้ำท่วมใต้

มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว

จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ได้ออกมาแจ้งเรื่อง มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว เนื่องจากมีผู้บริจาคโอนเงินเข้ามาเป็นจำนวนมากจนทำให้ระบบธนาคารตรวจพบความผิดปกติ อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยฯ ยังคงเปิดรับบริจาคสิ่งของจำเป็นและวัตถุดิบในการประกอบอาหารเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้เปิดบัญชีรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่สงขลา แต่เนื่องจากมีผู้ร่วมบริจาคเป็นจำนวนมาก ทำให้บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 565-471106-1 ไม่สามารถทำรายการได้ชั่วคราว ทางมหาวิทยาลัยฯ กำลังประสานงานกับธนาคารเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งเมื่อสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ

ช่องทางช่วยเหลืออื่น ๆ นอกเหนือจาก มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว

สำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือจากเหตุการณ์น้ำท่วม สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่: https://shorturl.at/Fmt87 และตรวจสอบสถานะการช่วยเหลือได้ที่: https://shorturl.at/jgSDT

สถานการณ์น้ำท่วม

นอกจากนี้ ศูนย์พักพิง ม.อ. ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วกว่า 3,000 คน และยังคงพร้อมให้การสนับสนุนเพิ่มเติม ผู้ที่ต้องการเข้าพักพิงสามารถติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 087-287-8713 (คุณเยาวลักษณ์) และ 098-6835032 (น้องดะ)

ทางศูนย์พักพิงฯ และครัวกลาง (ฮาลาล) สงขลานครินทร์ ยังต้องการความช่วยเหลือด้านวัตถุดิบอาหารและสิ่งของจำเป็น ท่านสามารถร่วมบริจาคได้ที่ ชั้น 1 อาคารศูนย์กีฬาและสุขภาพ บริเวณหน้าไปรษณีย์ไทย ม.อ. หาดใหญ่ (PSU) สิ่งของที่ต้องการเป็นพิเศษ ได้แก่ ผ้าคลุม (ฮิญาบ), ถุงดำ, รองเท้า, ผ้าเช็ดตัว, หมอน, ผ้าห่ม, เบาะรอง/ฟูก และวัตถุดิบในการทำอาหาร

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก การช่วยเหลือซึ่งกันและกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่า มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว แต่ยังมีช่องทางอื่นๆ ที่เราสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยได้

การที่ มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว แสดงให้เห็นถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนไทยที่พร้อมช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในยามยากลำบาก แม้ว่าจะมีอุปสรรคบ้าง แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจ เราจะสามารถก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

ที่มา – มอ. แจ้งบัญชีรับบริจาคช่วยน้ำท่วม ถูกระงับชั่วคราว หลังมีการโอนจำนวนมาก

สุดวิกฤติ! ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วมวัดพุทธิการาม

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ยังคงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ล่าสุดมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากของชาวบ้านบริเวณวัดพุทธิการาม ซึ่งเป็นชุมชนกลางเมืองหาดใหญ่ ที่ต้องเผชิญกับภัยพิบัติอย่างหนักหน่วง ในคลิปดังกล่าว ปรากฏภาพชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังไต่สายไฟเพื่อหนีน้ำท่วม เนื่องจากระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จนท่วมถึงชั้น 2 ของบ้านเรือน อีกทั้งอาหารและน้ำดื่มก็เริ่มขาดแคลน ทำให้สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรง

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่ยังคงวิกฤติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณถนนพลพิชัย หน้าวัดพุทธิการาม (วัดปลักกริมใน) ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีรายงานว่าประชาชนจำนวนมากกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ผู้ประสบภัยในพื้นที่ได้ส่งข้อความขอความช่วยเหลือ ระบุว่า ขณะนี้ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นจนท่วมถึงชั้น 2 ของบ้านแล้ว ทำให้หลายชีวิตที่ติดค้างอยู่ภายในเริ่มขาดแคลนปัจจัยสำคัญในการดำรงชีพอย่างหนัก

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Kang Namthip” ได้โพสต์คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นภาพชาย 3 คนกำลังไต่สายไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งบริเวณด้านล่างถูกน้ำท่วมล้อมรอบ พร้อมข้อความบรรยายว่า “เห็นใจพวกเราด้วย อีกหลายชีวิตที่ยังรอความหวังที่จะออกไป น้ำขึ้นชั้น 2 แล้ว อาหาร น้ำ เริ่มหมด ช่วยด้วยค่ะ ติดต่อหน่วยไหนไม่ได้เลย ถนนพลพิชัย วัดพุทธิการาม หน้าวัดปลักกริมใน”

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสิ้นหวังและความจำเป็นที่ทำให้ผู้ประสบภัยต้องตัดสินใจเสี่ยงชีวิต ไต่ไปตามสายไฟฟ้าที่ถูกตัดกระแสไฟแล้ว เพื่อพยายามออกจากพื้นที่ที่ถูกตัดขาดและขอความช่วยเหลือจากภายนอก แสดงให้เห็นว่าชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลาเป็นเรื่องจริงและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

สถานการณ์ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลานี้แสดงให้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังรอคอยความหวังในการอพยพและความช่วยเหลือจากหน่วยงานกู้ภัยและอาสาสมัคร เนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและกระแสน้ำที่เชี่ยวแรง ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก จึงขอให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เร่งจัดส่งทีมกู้ภัยที่มีอุปกรณ์และยานพาหนะเฉพาะทางเข้าถึงพื้นที่วิกฤตินี้โดยเร็ว

ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลา

ความยากลำบากนี้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการมีระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถอพยพไปยังสถานที่ปลอดภัยได้ทันท่วงที อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบที่เกิดขึ้น

ความช่วยเหลือที่จำเป็นสำหรับชาวบ้านที่ประสบภัย

สิ่งที่ชาวบ้านต้องการในขณะนี้ ไม่ใช่แค่เพียงอาหารและน้ำดื่มเท่านั้น แต่ยังรวมถึงยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม และที่พักอาศัยชั่วคราวที่ปลอดภัย นอกจากนี้ การสนับสนุนด้านจิตใจก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

มาตรการระยะยาวเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต:

  • การปรับปรุงระบบระบายน้ำในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • การสร้างพนังกั้นน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม
  • การวางผังเมืองให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ
  • การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการรับมือกับภัยพิบัติ

การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

การที่ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลา แสดงให้เห็นถึงความสิ้นหวัง และความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องได้รับการช่วยเหลือ

สถานการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่เตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความจำเป็นในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก

ที่มา – ไม่มีทางเลือก ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลา

Scroll to top