น้ําท่วมหาดใหญ่ตอนนี้

น้ำท่วมหาดใหญ่: ระดับน้ำหน้า รพ.ค่ายเสนาณรงค์ลด

สถานการณ์ น้ำท่วมหาดใหญ่ วันนี้ (26 พ.ย. 68) เวลา 09.00 น. มีรายงานว่าระดับน้ำบริเวณหน้าโรงพยาบาลค่ายเสนาณรงค์ ได้ลดลงประมาณ 30-50 เซนติเมตร ทำให้การสัญจรในตัวเมืองเทศบาลนครหาดใหญ่สะดวกสบายยิ่งขึ้น หลังเผชิญกับฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดทั้งคืน

อัปเดตสถานการณ์ น้ำท่วมหาดใหญ่

จากสถานการณ์ น้ำท่วมหาดใหญ่ ที่เกิดขึ้น ผู้สื่อข่าวได้รายงานความคืบหน้าล่าสุดว่า ระดับน้ำบริเวณหน้าโรงพยาบาลค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยลดลงประมาณ 30 ถึง 50 เซนติเมตร สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้การเดินทางสัญจรของประชาชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่คล่องตัวมากขึ้น

บรรยากาศที่ค่ายเสนาณรงค์ มณฑลทหารบกที่ 42 ยังคงมีประชาชนทยอยเดินทางมารับน้ำดื่มและอาหาร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ น้ำท่วมหาดใหญ่ และในเวลา 09.30 น. นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มีกำหนดการลงพื้นที่มณฑลทหารบกที่ 42 เพื่อติดตามสถานการณ์และวางแผนการบริหารจัดการน้ำท่วมในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่

หน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างระดมความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้าน รวมถึงการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

  • การสนับสนุนอาหารและน้ำดื่ม: มีการจัดตั้งจุดแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่มในหลายพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีวิต
  • การจัดตั้งศูนย์พักพิง: สำหรับผู้ที่บ้านเรือนได้รับความเสียหาย หรือไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ มีการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อรองรับผู้ประสบภัย
  • การช่วยเหลือด้านการแพทย์: ทีมแพทย์และพยาบาลพร้อมให้การดูแลรักษาพยาบาลแก่ผู้ที่เจ็บป่วยจากสถานการณ์น้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่ทำให้เราต้องหันมาใส่ใจกับการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต การวางแผนผังเมืองที่ดี การสร้างระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ การปลูกป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติน้ำท่วมได้

ที่มา – อัปเดต “น้ำท่วมหาดใหญ่” หน้า รพ.ค่ายเสนาณรงค์ ระดับน้ำเริ่มลดแล้ว 30-50 ซม.

รอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วม! รถรับส่งงด

สถานการณ์น้ำท่วมที่น่าเป็นห่วงในจังหวัดสงขลา ส่งผลกระทบต่อการเดินทางไปยังรอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วมสูงขึ้นทุกเส้นทาง ทำให้รถรับ-ส่งผู้โดยสารไม่สามารถให้บริการได้ในขณะนี้ ผู้ที่กำลังเดินทางไปยังสนามบินควรตรวจสอบสถานการณ์ล่าสุดก่อนออกเดินทาง

รอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วมสูงขึ้นทุกเส้นทาง รถรับ-ส่ง ไม่สามารถให้บริการได้

เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 มีรายงานว่าระดับน้ำโดยรอบ “สนามบินหาดใหญ่” สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้รถรับ-ส่งจากหน่วยงานต่างๆ ไม่สามารถเดินทางไปยังสนามบินได้ชั่วคราว ทางด้านแขวงทางหลวงสงขลาที่ 1 ประกาศงดให้บริการรถรับ-ส่งในช่วงเช้า

ทางเพจเฟซบุ๊ก Hat Yai International Airport – HDY ได้แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ว่า “ขณะนี้ รถรับ-ส่ง มายังสนามบิน จากหน่วยสนับสนุนต่างๆ ไม่สามารถให้บริการได้ชั่วคราว เนื่องจากระดับน้ำโดยรอบสูงขึ้นทุกเส้นทาง (26 พฤศจิกายน 2568) หากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง”

แขวงทางหลวงสงขลาที่ 1 ก็ได้แจ้งสถานการณ์เช่นเดียวกันว่า “เนื่องจากระดับน้ำยังท่วมสูง รถรับ-ส่งผู้โดยสารไปยังสนามบิน ยังไม่สามารถวิ่งผ่านได้ จึงของดให้บริการรอบเช้า สำหรับรอบบ่ายจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง”

ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมต่อการเดินทางไปสนามบิน

สถานการณ์รอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วม ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังสนามบิน ทั้งผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางออกจากหาดใหญ่ และผู้ที่เดินทางมาถึงและต้องการเดินทางเข้าเมือง การที่รถรับ-ส่งไม่สามารถให้บริการได้ ทำให้ผู้โดยสารต้องหาทางเลือกอื่นในการเดินทาง ซึ่งอาจต้องเผชิญกับความยากลำบากและความล่าช้า

คำแนะนำสำหรับผู้โดยสาร:

  • ตรวจสอบสถานการณ์ล่าสุดก่อนออกเดินทาง: ติดตามข่าวสารและประกาศจากสนามบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
  • เผื่อเวลาในการเดินทาง: หากจำเป็นต้องเดินทางไปยังสนามบิน ควรเผื่อเวลาให้มากขึ้น เนื่องจากอาจต้องใช้เวลาในการเดินทางมากกว่าปกติ
  • พิจารณาทางเลือกในการเดินทางอื่น ๆ: หากเป็นไปได้ ให้พิจารณาทางเลือกในการเดินทางอื่น ๆ เช่น การใช้บริการรถแท็กซี่ (หากสามารถเข้าถึงได้) หรือการขอความช่วยเหลือจากเพื่อนหรือญาติ

สถานการณ์น้ำท่วมเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก การเตรียมตัวและวางแผนการเดินทางล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทางไปยังรอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วม

ทางสนามบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งแก้ไขสถานการณ์เพื่อให้การเดินทางกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด โปรดอดทนและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน

ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ และขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมทุกท่าน

สถานการณ์ รอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วม นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติและการวางแผนการเดินทางอย่างรอบคอบ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา

ที่มา – รอบ “สนามบินหาดใหญ่” น้ำท่วมสูงขึ้นทุกเส้นทาง รถรับ-ส่ง ไม่สามารถให้บริการได้

รพ.หาดใหญ่ เผยยอดเก็บศพช่วงน้ำท่วม

จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่หาดใหญ่ โรงพยาบาลหาดใหญ่ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับจำนวนศพที่เก็บรักษาไว้ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยยืนยันว่าศพทั้งหมดได้รับการดูแลอย่างดีในห้องเก็บศพที่มีระบบควบคุมความเย็นที่เหมาะสม มาดูกันว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร

รพ.หาดใหญ่ เผยยอดเก็บรักษาศพ ขณะเกิดน้ำท่วม

โรงพยาบาลหาดใหญ่ ได้แจ้งยอดรวมการเก็บรักษาศพทั้งสิ้น 41 ศพ โดยในจำนวนนี้ เป็นศพของผู้เสียชีวิตในช่วงน้ำท่วม จำนวน 14 ศพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีภาวะวิกฤต โดยทางโรงพยาบาลเน้นย้ำว่า อัตราการเสียชีวิตดังกล่าวอยู่ในระดับปกติ เมื่อเทียบกับโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่

ทางโรงพยาบาลหาดใหญ่ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก โรงพยาบาลหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 22.50 น. เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารที่สำคัญให้ประชาชนทราบ โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • ศพผู้ป่วยที่ฝากแช่ในห้องเก็บศพของโรงพยาบาลก่อนเกิดน้ำท่วม: 27 ศพ
  • ศพผู้เสียชีวิตขณะเกิดน้ำท่วม (ระหว่างวันที่ 22 – 25 พฤศจิกายน 2568): 14 ศพ (ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้ป่วยวิกฤต)

ดังนั้น ยอดรวมศพที่โรงพยาบาลรพ.หาดใหญ่ เก็บรักษาไว้ในขณะนั้น รวมทั้งสิ้น 41 ศพ

โรงพยาบาลหาดใหญ่ยืนยันว่า ศพทั้งหมดได้รับการเก็บรักษาอย่างดีในห้องแช่เย็น ด้วยความใส่ใจของบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน

ทางโรงพยาบาลยังได้แจ้งถึงความยากลำบากในการสื่อสารในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากปัญหาการตัดน้ำ ตัดไฟฟ้า และสัญญาณโทรศัพท์ที่ไม่เสถียร

การจัดการศพช่วงวิกฤตของ รพ.หาดใหญ่

การจัดการศพในช่วงสถานการณ์วิกฤต เช่น น้ำท่วม เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับโรงพยาบาลอย่างมาก ไม่เพียงแต่ต้องดูแลผู้ป่วยจำนวนมาก แต่ยังต้องจัดการกับศพของผู้เสียชีวิตด้วยความเคารพและเหมาะสม โรงพยาบาลหาดใหญ่ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างน่าชื่นชม

สิ่งที่สำคัญคือการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใสให้กับประชาชน เพื่อลดความวิตกกังวลและความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น การที่รพ.หาดใหญ่ ออกมาเปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจน ถือเป็นสิ่งที่ควรยกย่อง

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานอย่างหนัก เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและดูแลผู้เสียชีวิต

การจัดการศพอย่างเหมาะสมและให้เกียรติ เป็นส่วนหนึ่งของการเยียวยาจิตใจของผู้สูญเสีย และแสดงถึงความเอาใจใส่ของสังคมที่มีต่อผู้ที่จากไป รพ.หาดใหญ่ ได้ทำหน้าที่นี้อย่างสมบูรณ์

สำหรับญาติของผู้เสียชีวิตที่รพ.หาดใหญ่ ดูแลรักษา สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โรงพยาบาลโดยตรง

ที่มา – “รพ.หาดใหญ่” เผยยอดเก็บรักษาศพ ขณะเกิดน้ำท่วม ยันเก็บรักษาในห้องแช่เย็นอย่างดี

สลด! แม่วัย 80 ปี จมน้ำ ลูกเก็บร่างในตู้เย็น

เรื่องราวสุดสะเทือนใจจากเหตุการณ์ “น้ำท่วมหาดใหญ่” เมื่อคุณแม่วัย 80 ปี จมน้ำเสียชีวิต ลูกสาวจำใจเก็บร่างไว้ในตู้เย็นเพื่อรอกู้ภัยเข้าช่วยเหลือ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนความยากลำบากของผู้ประสบภัยในช่วงเวลาวิกฤต

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 กลายเป็นวันที่ข่าวเศร้าถูกเผยแพร่และส่งต่อในโลกออนไลน์ เมื่อเฟซบุ๊กของ ว่าที่ร้อยตรีวัลลภ บุญจันทร์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากภูเก็ต ได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่หมู่บ้านเดอะริช อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 19.25 น. ของวันที่ 25 พฤศจิกายน พร้อมข้อความที่อ่านแล้วหดหู่ว่า “เจ็บใจที่มาช้า เขาจมน้ำ…ไปแล้ว”

ในคลิป เผยภาพลูกสาวนั่งอยู่ในตู้เย็นที่ลอยอยู่กลางบ้านซึ่งน้ำท่วมสูงเกือบมิดหลังคา เธอเล่าด้วยความเศร้าว่าเมื่อคืนน้ำท่วมสูงมากจนคุณยายไม่สามารถเกาะอะไรไว้ได้ เป็นเหตุให้คุณแม่วัย 80 ปี ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้า ลูกสาวตัดสินใจนำร่างของคุณแม่ใส่ไว้ในตู้เย็นอีกตู้ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างลอยไปกับกระแสน้ำที่สูงถึง 1.80 เมตร

หลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือผู้ประสบภัยและนำร่างของคุณแม่ออกมาได้ เมื่อถึงจุดที่น้ำลด ลูกสาวก็เป็นลมหมดสติ ภาพเหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ได้รับชมเป็นอย่างมาก ต่างเข้ามาแสดงความเสียใจและให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย รวมถึงชื่นชมเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ

เรื่องราวของ แม่วัย 80 ปี จมน้ำเสียชีวิต และลูกสาวที่ต้องเก็บร่างไว้ในตู้เย็น กลายเป็นอุทาหรณ์สะท้อนถึงความรุนแรงของภัยพิบัติและความจำเป็นในการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดคำถามถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมถึงการสนับสนุนด้านจิตใจให้กับผู้ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้

สลด! แม่วัย 80 ปี จมน้ำ ลูกเก็บร่างในตู้เย็น

การสูญเสียคนที่เรารักเป็นเรื่องที่ยากจะทำใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่เลวร้าย ภัยพิบัติทางธรรมชาติสามารถคร่าชีวิตและสร้างความเสียหายอย่างมหาศาล การเตรียมพร้อมและรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ความสำคัญของการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที

เหตุการณ์ แม่วัย 80 ปี จมน้ำเสียชีวิต ย้ำเตือนถึงความสำคัญของการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การมีหน่วยงานที่พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง และการเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยอย่างรวดเร็วสามารถช่วยชีวิตผู้คนได้มากมาย

การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ

การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกครัวเรือน การมีแผนฉุกเฉิน การจัดเตรียมสิ่งของจำเป็น และการเรียนรู้ทักษะการเอาชีวิตรอด สามารถช่วยลดความสูญเสียและผลกระทบจากภัยพิบัติได้

การสนับสนุนด้านจิตใจ

ผู้ที่ประสบภัยพิบัติมักเผชิญกับความเครียดและความโศกเศร้า การได้รับการสนับสนุนด้านจิตใจจากครอบครัว เพื่อนฝูง และผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญในการฟื้นฟูสภาพจิตใจและกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง

บทเรียนจากโศกนาฏกรรม แม่วัย 80 ปี จมน้ำเสียชีวิต

โศกนาฏกรรม แม่วัย 80 ปี จมน้ำเสียชีวิต ที่หาดใหญ่ครั้งนี้ เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อม การช่วยเหลือ และการเยียวยา ทั้งในระดับบุคคล ชุมชน และประเทศชาติ เราต้องร่วมมือกันสร้างสังคมที่เข้มแข็งและพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทุกรูปแบบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้ขึ้นอีก

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่เพียงแต่เป็นการให้ความช่วยเหลือด้านวัตถุเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการให้กำลังใจและการสนับสนุนด้านจิตใจ การแสดงความเห็นอกเห็นใจและความห่วงใยสามารถช่วยให้ผู้ที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้อยู่เพียงลำพัง

ความเสียสละและความกล้าหาญของเจ้าหน้าที่กู้ภัยควรได้รับการยกย่องและให้กำลังใจ พวกเขาทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน การสนับสนุนและให้ความสำคัญกับหน่วยงานกู้ภัยเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความมั่นใจว่าพวกเขาจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงิน สิ่งของ หรือแรงกายแรงใจ การรวมพลังกันจะช่วยให้เราสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าชีวิตนั้นไม่แน่นอน และเราควรใช้ชีวิตทุกวันอย่างมีสติและไม่ประมาท การให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับคนรอบข้างและการทำความดี จะช่วยให้เรามีความสุขและมีความหมายในชีวิต

ที่มา – สลดใจ แม่วัย 80 ปี จมน้ำเสียชีวิต ลูกสาวเก็บร่างใน “ตู้เย็น” รอกู้ภัยมาช่วย

กู้ภัยช่วย! งัดหลังคาบ้านช่วย “ผู้ป่วยติดเตียง” หนีน้ำ

คนไทยไม่ทิ้งกัน “กู้ภัยใต้เต็กตึ้ง” งัดหลังคาบ้านโรยตัวช่วย “ผู้ป่วยติดเตียง” หนีน้ำท่วมเกือบถึงหลังคาบ้าน ได้ทันหวุดหวิด

วันที่ 25 พ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิใต้เต็กตึ้ง จากจังหวัดนครศรีธรรมราช เดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับแจ้งประสานขอความช่วยเหลือนำผู้ป่วยติดเตียง เป็นชายวัย 80 ปี ออกจากบ้านหลังหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ถูกน้ำท่วมเกือบถึงหลังคาบ้าน

ฮีโร่ของเราในวันนี้คือเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างไม่ย่อท้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยเหลือ “ผู้ป่วยติดเตียง” ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำเรือไปจอดเทียบบริเวณหลังคาบ้าน และปีนหลังคาบ้านขึ้นไปทำการรื้อกระเบื้องหลังคาออกเป็นช่อง จากนั้นได้ใช้เชือกโรยตัวลงไปนำร่างผู้ป่วยติดเตียงเป็นชายวัย 80 ปี นอนป่วยติดเตียง นำไปใส่เปลบอร์ดมัดร่างอย่างแน่นหนา แล้วใช้เชือกโรยดึงเปลบอร์ดขึ้นมาอย่างระมัดระวังขึ้นมาบนหลังคาบ้าน

จากนั้นค่อยๆ ประคองลากเปลบอร์ดมาทางหลังคาบ้านมาที่เรือกู้ภัยที่รอด้านล่าง ก่อนนำร่างชายผู้ป่วยติดเตียงขึ้นเรือกู้ภัยนำออกจากที่เกิดเหตุไปยัง รพ.มอ.สงขลานครินทร์ ขณะนี้แพทย์ช่วยเหลือจนพ้นขีดอันตรายแล้ว ซึ่งโชคดีที่รอดจมน้ำได้อย่างหวุดหวิด.

กู้ภัยช่วย “ผู้ป่วยติดเตียง” หนีน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้พิการ ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนในสังคม

วิธีการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงในสถานการณ์น้ำท่วม

การช่วยเหลือ “ผู้ป่วยติดเตียง” ในสถานการณ์น้ำท่วมเป็นเรื่องที่ท้าทายและต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง สิ่งสำคัญคือการประสานงานกับหน่วยงานกู้ภัย และเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เรือท้องแบน เปลสนาม และอุปกรณ์ทางการแพทย์เบื้องต้น นอกจากนี้ ควรมีการวางแผนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างรอบคอบ เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและผู้ช่วยเหลือ

  • ติดต่อหน่วยงานกู้ภัยในพื้นที่ทันที
  • เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
  • ประเมินสถานการณ์และวางแผนการเคลื่อนย้ายอย่างรอบคอบ
  • ให้กำลังใจและดูแลสภาพจิตใจของผู้ป่วย

อีกทั้งการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่กำลังตกอยู่ในอันตราย เป็นสิ่งที่ควรยกย่องและสนับสนุน เราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมได้ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงิน สิ่งของ หรือแรงกายแรงใจ

เรื่องราวของกู้ภัยใต้เต็กตึ้งที่ช่วย “ผู้ป่วยติดเตียง” ในครั้งนี้ เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความกล้าหาญของคนไทย ที่พร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่นในยามยากลำบาก

ที่มา – กู้ภัยสู้ไม่ถอย งัดหลังคาบ้านโรยตัวช่วย “ผู้ป่วยติดเตียง” หนีน้ำท่วมได้ทันหวุดหวิด

น้ำท่วมสงขลา กระทบ 715 โรงงาน เสียหาย1,282ล้าน

สถานการณ์น้ำท่วมสงขลาส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมอย่างหนัก “ธนกร” เผย โรงงานในสงขลาเสียหายถึง 715 โรงงาน มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,282 ล้านบาท นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าอีก 17 แห่งก็ไม่สามารถดำเนินการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ ส่งผลกระทบต่อการจ่ายไฟในพื้นที่ ขณะนี้เร่งประสานโรงไฟฟ้ากระบี่และโรงไฟฟ้าขนอม เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตทดแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่า โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมแม้จะยังไม่ถูกน้ำท่วมโดยตรง แต่ก็ประสบปัญหาในการนำเข้าวัตถุดิบ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการผลิตได้เต็มที่ สถานการณ์น้ำท่วมสงขลาครั้งนี้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมสงขลาว่า สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลารายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นในหลายอำเภอ ได้แก่ หาดใหญ่ จะนะ นาทวี เทพา สะบ้าย้อย บางกล่ำ รัตภูมิ สะเดา ระโนด ควนเนียง นาหม่อม และคลองหอยโข่ง โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร (29 โรงงาน), อุตสาหกรรมแปรรูปไม้ยางพารา (97 โรงงาน), อุตสาหกรรมทำผลิตภัณฑ์ยางพารา (103 โรงงาน), อุตสาหกรรมทำผลิตภัณฑ์จากพลาสติก (44 โรงงาน), อุตสาหกรรมทำผลิตภัณฑ์จากโลหะ (53 โรงงาน), อุตสาหกรรมขุดตักดินและดูดทราย (310 โรงงาน) และอุตสาหกรรมบริการ (79 โรงงาน) รวมทั้งสิ้น 715 โรงงาน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,282 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีโรงไฟฟ้า 17 โรง ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ไม่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ เบื้องต้นได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งประสานกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อขอให้โรงไฟฟ้ากระบี่ และโรงไฟฟ้าขนอม เพิ่มกำลังการผลิตทดแทนเป็นการเร่งด่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น

สำหรับโรงงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม แม้ว่าน้ำจะยังไม่ท่วมโดยตรง แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการผลิตได้ตามปกติ เนื่องจากไม่สามารถนำวัตถุดิบเข้าไปภายในโรงงานได้ ทำให้การผลิตหยุดชะงัก

น้ำท่วมสงขลา กระทบ 715 โรงงาน เสียหาย1,282ล้าน

รัฐบาลได้เร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสงขลา โดยมอบหมายให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ดังนี้

  • สำหรับลูกค้าปัจจุบัน:
  • พักชำระหนี้: สินเชื่อประเภทเงินกู้ (FL) พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน และสินเชื่อประเภทเงินทุนหมุนเวียน ขยายระยะเวลาตั๋วสูงสุด 180 วัน
  • เติมทุนฉุกเฉิน: วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม (สูงสุด 200,000 บาท) ดอกเบี้ย MLR ระยะกู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน
  • สำหรับลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่: สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ลงทุน เสริมสภาพคล่อง อัตราดอกเบี้ยพิเศษ คงที่ 3% ต่อปี ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี วงเงินสูงสุด 15 ล้านบาท (เช่น สินเชื่อปลุกพลัง SME, Beyond ติดปีก SME และ SME Green Productivity)

มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมสงขลา

นายธนกรยังกล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสงขลาอย่างเต็มที่ โดยได้ประสานกับ ส.ส. ในพื้นที่ เพื่อเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ไม่สามารถอพยพออกจากพื้นที่ได้

สถานการณ์น้ำท่วมในสงขลาครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นถึงความเปราะบางของภาคอุตสาหกรรมต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติ ผู้ประกอบการควรพิจารณาการทำประกันภัยความเสี่ยงภัยพิบัติ และภาครัฐควรมีการวางแผนการจัดการความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ที่มา – น้ำท่วมสงขลาทำ 715 โรงงานอุตสาหกรรมเสียหาย 1,282 ล้านบาท 17 โรงไฟฟ้าผลิตไฟไม่ได้

มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว

จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ได้ออกมาแจ้งเรื่อง มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว เนื่องจากมีผู้บริจาคโอนเงินเข้ามาเป็นจำนวนมากจนทำให้ระบบธนาคารตรวจพบความผิดปกติ อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยฯ ยังคงเปิดรับบริจาคสิ่งของจำเป็นและวัตถุดิบในการประกอบอาหารเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้เปิดบัญชีรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่สงขลา แต่เนื่องจากมีผู้ร่วมบริจาคเป็นจำนวนมาก ทำให้บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 565-471106-1 ไม่สามารถทำรายการได้ชั่วคราว ทางมหาวิทยาลัยฯ กำลังประสานงานกับธนาคารเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งเมื่อสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ

ช่องทางช่วยเหลืออื่น ๆ นอกเหนือจาก มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว

สำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือจากเหตุการณ์น้ำท่วม สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่: https://shorturl.at/Fmt87 และตรวจสอบสถานะการช่วยเหลือได้ที่: https://shorturl.at/jgSDT

สถานการณ์น้ำท่วม

นอกจากนี้ ศูนย์พักพิง ม.อ. ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วกว่า 3,000 คน และยังคงพร้อมให้การสนับสนุนเพิ่มเติม ผู้ที่ต้องการเข้าพักพิงสามารถติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 087-287-8713 (คุณเยาวลักษณ์) และ 098-6835032 (น้องดะ)

ทางศูนย์พักพิงฯ และครัวกลาง (ฮาลาล) สงขลานครินทร์ ยังต้องการความช่วยเหลือด้านวัตถุดิบอาหารและสิ่งของจำเป็น ท่านสามารถร่วมบริจาคได้ที่ ชั้น 1 อาคารศูนย์กีฬาและสุขภาพ บริเวณหน้าไปรษณีย์ไทย ม.อ. หาดใหญ่ (PSU) สิ่งของที่ต้องการเป็นพิเศษ ได้แก่ ผ้าคลุม (ฮิญาบ), ถุงดำ, รองเท้า, ผ้าเช็ดตัว, หมอน, ผ้าห่ม, เบาะรอง/ฟูก และวัตถุดิบในการทำอาหาร

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก การช่วยเหลือซึ่งกันและกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่า มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว แต่ยังมีช่องทางอื่นๆ ที่เราสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยได้

การที่ มอ.แจ้งบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมถูกระงับชั่วคราว แสดงให้เห็นถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนไทยที่พร้อมช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในยามยากลำบาก แม้ว่าจะมีอุปสรรคบ้าง แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจ เราจะสามารถก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

ที่มา – มอ. แจ้งบัญชีรับบริจาคช่วยน้ำท่วม ถูกระงับชั่วคราว หลังมีการโอนจำนวนมาก

สุดวิกฤติ! ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วมวัดพุทธิการาม

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ยังคงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ล่าสุดมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากของชาวบ้านบริเวณวัดพุทธิการาม ซึ่งเป็นชุมชนกลางเมืองหาดใหญ่ ที่ต้องเผชิญกับภัยพิบัติอย่างหนักหน่วง ในคลิปดังกล่าว ปรากฏภาพชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังไต่สายไฟเพื่อหนีน้ำท่วม เนื่องจากระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จนท่วมถึงชั้น 2 ของบ้านเรือน อีกทั้งอาหารและน้ำดื่มก็เริ่มขาดแคลน ทำให้สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรง

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่ยังคงวิกฤติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณถนนพลพิชัย หน้าวัดพุทธิการาม (วัดปลักกริมใน) ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีรายงานว่าประชาชนจำนวนมากกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ผู้ประสบภัยในพื้นที่ได้ส่งข้อความขอความช่วยเหลือ ระบุว่า ขณะนี้ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นจนท่วมถึงชั้น 2 ของบ้านแล้ว ทำให้หลายชีวิตที่ติดค้างอยู่ภายในเริ่มขาดแคลนปัจจัยสำคัญในการดำรงชีพอย่างหนัก

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Kang Namthip” ได้โพสต์คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นภาพชาย 3 คนกำลังไต่สายไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งบริเวณด้านล่างถูกน้ำท่วมล้อมรอบ พร้อมข้อความบรรยายว่า “เห็นใจพวกเราด้วย อีกหลายชีวิตที่ยังรอความหวังที่จะออกไป น้ำขึ้นชั้น 2 แล้ว อาหาร น้ำ เริ่มหมด ช่วยด้วยค่ะ ติดต่อหน่วยไหนไม่ได้เลย ถนนพลพิชัย วัดพุทธิการาม หน้าวัดปลักกริมใน”

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสิ้นหวังและความจำเป็นที่ทำให้ผู้ประสบภัยต้องตัดสินใจเสี่ยงชีวิต ไต่ไปตามสายไฟฟ้าที่ถูกตัดกระแสไฟแล้ว เพื่อพยายามออกจากพื้นที่ที่ถูกตัดขาดและขอความช่วยเหลือจากภายนอก แสดงให้เห็นว่าชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลาเป็นเรื่องจริงและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

สถานการณ์ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลานี้แสดงให้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังรอคอยความหวังในการอพยพและความช่วยเหลือจากหน่วยงานกู้ภัยและอาสาสมัคร เนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและกระแสน้ำที่เชี่ยวแรง ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก จึงขอให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เร่งจัดส่งทีมกู้ภัยที่มีอุปกรณ์และยานพาหนะเฉพาะทางเข้าถึงพื้นที่วิกฤตินี้โดยเร็ว

ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลา

ความยากลำบากนี้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการมีระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถอพยพไปยังสถานที่ปลอดภัยได้ทันท่วงที อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบที่เกิดขึ้น

ความช่วยเหลือที่จำเป็นสำหรับชาวบ้านที่ประสบภัย

สิ่งที่ชาวบ้านต้องการในขณะนี้ ไม่ใช่แค่เพียงอาหารและน้ำดื่มเท่านั้น แต่ยังรวมถึงยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม และที่พักอาศัยชั่วคราวที่ปลอดภัย นอกจากนี้ การสนับสนุนด้านจิตใจก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

มาตรการระยะยาวเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต:

  • การปรับปรุงระบบระบายน้ำในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • การสร้างพนังกั้นน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม
  • การวางผังเมืองให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ
  • การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการรับมือกับภัยพิบัติ

การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

การที่ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลา แสดงให้เห็นถึงความสิ้นหวัง และความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องได้รับการช่วยเหลือ

สถานการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่เตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความจำเป็นในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก

ที่มา – ไม่มีทางเลือก ชาวบ้านไต่สายไฟหนีน้ำท่วม บริเวณวัดพุทธิการาม ที่สงขลา

Scroll to top