น้ําท่วม

น้ำท่วมนครพนมลดแล้ว แต่น้ำโขงยังสูงกว่า 10 เมตร เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่อง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีอัปเดตสถานการณ์สำคัญในพื้นที่จังหวัดนครพนมมาฝากกันครับ แม้ว่าภาพรวมของ น้ำท่วมนครพนมลดแล้ว แต่น้ำโขงยังสูงกว่า 10 เมตร เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่อง แต่เราก็ยังคงต้องติดตามข่าวสารกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนจะปลอดภัยครับ

สถานการณ์ น้ำท่วมนครพนมลดแล้ว แต่น้ำโขงยังสูงกว่า 10 เมตร เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่อง

จากรายงานล่าสุดพบว่าในเขตเทศบาลเมืองนครพนม สถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายจุดเริ่มคลี่คลายและเข้าสู่ภาวะปกติแล้วครับ แต่สิ่งที่เป็นโจทย์ใหญ่และน่ากังวลคือระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันวัดได้สูงกว่า 10 เมตร ซึ่งห่างจากจุดวิกฤตที่ 12 เมตรเพียงเล็กน้อยเท่านั้นครับ

ปัจจัยที่ทำให้ระบายน้ำได้ช้า

แม้ว่าการ น้ำท่วมนครพนมลดแล้ว แต่น้ำโขงยังสูงกว่า 10 เมตร เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่อง จะเป็นข่าวดี แต่ก็มีอุปสรรคสำคัญที่ทำให้บางพื้นที่ระบายน้ำได้ช้า ได้แก่:

  • การเติบโตของเมืองที่มีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่
  • การขาดระบบการผันน้ำที่ได้มาตรฐานรองรับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาหนักๆ
  • มวลน้ำจากลำน้ำสาขาที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขงได้ช้ากว่าปกติ

ด้วยเหตุนี้ ทางหน่วยงานเทศบาลเมืองนครพนมจึงต้องเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพื่อเร่งระบายน้ำจากตัวเมืองลงสู่แม่น้ำโขงให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะมีมวลน้ำระลอกใหม่เข้ามาสมทบจากเหตุการณ์ฝนตกต่อเนื่องครับ

ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมกำลังพลไว้พร้อมสำหรับลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำที่ติดลำน้ำสาขา เพราะหากแม่น้ำโขงแตะระดับ 12 เมตรเมื่อไหร่ จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทันที ดังนั้นขอให้ทุกท่านที่อาศัยอยู่ใกล้ลำน้ำติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดและเตรียมเก็บของขึ้นที่สูงไว้ก่อนเพื่อความไม่ประมาทนะครับ

สุดท้ายนี้ ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวนครพนมทุกคนให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัย หวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงในเร็ววันครับ

ที่มา – น้ำท่วมนครพนมลดแล้ว แต่น้ำโขงยังสูงกว่า 10 เมตร เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่อง

คลี่คลายแล้ว น้ำท่วมนครพนม ฝนหยุดตกสัญจรได้ปกติ

คลี่คลายแล้ว น้ำท่วมนครพนม ฝนหยุดตกสัญจรได้ปกติ

สำหรับพี่น้องชาวนครพนมที่กำลังติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงเช้าวันนี้ วันนี้มีข่าวดีมาบอกครับ หลังจากที่เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมงจนทำให้เกิดภาวะ คลี่คลายแล้ว น้ำท่วมนครพนม ฝนหยุดตกสัญจรได้ปกติ ตามที่หลายคนกังวลใจ โดยล่าสุดทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ออกมายืนยันแล้วว่าระดับน้ำลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติเรียบร้อยครับ

เหตุการณ์ฝนถล่มหนักในครั้งนี้ถือเป็นมวลน้ำมหาศาลที่สะสมในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ส่งผลให้การจราจรติดขัดและบางจุดมีน้ำรอการระบายสูง แต่ด้วยความร่วมมือของหน่วยงานท้องถิ่นและ ปภ. ที่เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำอย่างรวดเร็ว ทำให้สถานการณ์ คลี่คลายแล้ว น้ำท่วมนครพนม ฝนหยุดตกสัญจรได้ปกติ โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใดครับ

การช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในการรับมือครั้งนี้ หน่วยงานต่างๆ ได้บูรณาการร่วมกันเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเต็มที่:

  • ปภ. เขต 7 สกลนคร: สนับสนุนเครื่องสูบน้ำประสิทธิภาพสูง 3 ชุด
  • ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT): ส่งเจ้าหน้าที่ 10 นายลงพื้นที่ทันที
  • รถ Mobile Unit: จัดเตรียมเครื่องสูบส่งน้ำระยะไกล 3 กิโลเมตรเพื่อระบายน้ำลงแม่น้ำโขง

ถึงแม้ว่าสถานการณ์ คลี่คลายแล้ว น้ำท่วมนครพนม ฝนหยุดตกสัญจรได้ปกติ แล้วก็ตาม แต่ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงไม่ประมาทครับ โดยยังคงมีการจัดเวรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือหากมีฝนตกลงมาเพิ่มหรือเกิดเหตุฉุกเฉินในพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมากที่หน่วยงานรัฐให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง

สรุปภาพรวม: สำหรับผู้ที่ต้องใช้เส้นทางถนนอภิบาลบัญชาหรือย่านเศรษฐกิจในตัวเมืองนครพนม ตอนนี้คุณสามารถกลับมาใช้ชีวิตและสัญจรผ่านได้ตามปกติแล้วนะครับ อย่างไรก็ตาม ขอให้เพื่อนๆ ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาหรือเพจประชาสัมพันธ์ของจังหวัดนครพนมอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะได้วางแผนการเดินทางได้อย่างแม่นยำครับ

ที่มา – คลี่คลายแล้ว “น้ำท่วมนครพนม” ฝนหยุดตก-รถสัญจรได้ตามปกติ ปภ.สั่งเฝ้าระวังใกล้ชิด

เตือน 8 จังหวัดริม แม่น้ำโขง เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69

ช่วงนี้ใครที่อาศัยอยู่ใกล้บริเวณริมฝั่งโขงต้องฟังทางนี้ด่วนเลยครับ! เพราะล่าสุดทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกมาประกาศแจ้งข่าวสำคัญให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใน 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขงเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยมีการออกประกาศ เตือน 8 จังหวัดริม “แม่น้ำโขง” เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69 เนื่องจากสภาพอากาศที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่

เตือน 8 จังหวัดริม “แม่น้ำโขง” เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69

สาเหตุหลักที่ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น มาจากอิทธิพลของฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในแถบประเทศเมียนมา สปป.ลาว รวมถึงพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเราเอง ซึ่งทาง สทนช. ได้ประเมินไว้ว่าระดับน้ำมีโอกาสเพิ่มสูงขึ้นถึง 1.0 – 1.5 เมตรเลยทีเดียว โดยเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2569 นี้ครับ

พื้นที่เสี่ยงและสิ่งที่ต้องระวัง

การ เตือน 8 จังหวัดริม “แม่น้ำโขง” เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69 ครั้งนี้เน้นย้ำให้พื้นที่ตั้งแต่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ยาวไปจนถึง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำในจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ และนครพนม ที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่ล้นตลิ่งได้ง่าย

  • หลีกเลี่ยงการสัญจรทางน้ำในช่วงที่มีกระแสน้ำเชี่ยว
  • งดกิจกรรมนันทนาการหรือการประมงชั่วคราว
  • คอยติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงหากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง

สถานการณ์น้ำเป็นเรื่องที่ไม่ควรประมาทนะครับ แม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะคอยเฝ้าระวังอยู่ตลอด แต่การที่พวกเราทุกคนร่วมมือกันเตรียมความพร้อมจะช่วยลดความสูญเสียได้มากที่สุด การ เตือน 8 จังหวัดริม “แม่น้ำโขง” เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69 คือสัญญาณเตือนภัยที่ดีเพื่อให้ทุกคนตื่นตัว อย่าลืมแชร์ข้อมูลนี้ให้คนรอบข้างในพื้นที่ได้รับทราบด้วยนะครับ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของทุกคน

ที่มา – เตือน 8 จังหวัดริม “แม่น้ำโขง” เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น ช่วง 8 – 12 ส.ค. 69

ถกรับมือแก้ไขปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคกลาง “วราวุธ” ห่วงเอลนีโญ

สถานการณ์น้ำในประเทศไทยช่วงนี้กลายเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสำคัญอย่างมาก ล่าสุดได้มีการถกรับมือแก้ไขปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคกลาง “วราวุธ” ห่วงเอลนีโญทำขาดแคลนน้ำ โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสภาวะอากาศที่แปรปรวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจในอนาคตอันใกล้นี้

ถกรับมือแก้ไขปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคกลาง “วราวุธ” ห่วงเอลนีโญทำขาดแคลนน้ำ

จากการคาดการณ์สภาพอากาศพบว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้นในปีหน้า ส่งผลให้เกิดความกังวลเรื่องการบริหารจัดการน้ำ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการกักเก็บน้ำไว้ใช้ก่อนที่ฤดูฝนจะสิ้นสุดลง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสภาวะขาดแคลนน้ำที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม

มาตรการสำคัญและการปรับตัวสู่เกษตรสมัยใหม่

นอกจากเรื่องการกักเก็บน้ำแล้ว ในที่ประชุมยังได้มีการพูดถึงแนวทางการจัดการน้ำในภาคการเกษตรอย่างจริงจัง เพื่อให้การถกรับมือแก้ไขปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคกลาง “วราวุธ” ห่วงเอลนีโญทำขาดแคลนน้ำ เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยมีข้อเสนอแนะที่น่าสนใจดังนี้:

  • การทำฝนหลวง: ใช้เพื่อบรรเทาสถานการณ์ในพื้นที่ที่น้ำในเขื่อนยังไม่เพียงพอ
  • การปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง: เทคนิคที่ช่วยประหยัดน้ำได้ถึง 50% และลดการใช้พลังงานในการสูบน้ำเข้านา
  • การจัดการนาแปลงใหญ่: เพื่อให้การประสานงานระหว่างหน่วยงานและเกษตรกรมีประสิทธิภาพสูงสุด

การปรับเปลี่ยนวิถีการเกษตรไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่เกษตรกรไทยต้องเริ่มปรับตัว เพราะหากเราไม่เริ่มตั้งแต่วันนี้ ผลกระทบจากซูเปอร์เอลนีโญในอนาคตอาจรุนแรงจนยากจะแก้ไข ทั้งนี้ การปลูกข้าวรูปแบบใหม่ไม่เพียงแต่จะช่วยในเรื่องของการประหยัดทรัพยากรน้ำเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสดีที่ชาวนาจะได้รับประโยชน์จากการขายคาร์บอนเครดิตและเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตข้าวของตนเองได้อีกด้วย

บทเรียนจากการประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชนในการวางแผนรับมือล่วงหน้า คือหัวใจสำคัญของการป้องกันภัยพิบัติ เราควรสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาใช้นวัตกรรมจัดการน้ำเพื่อความมั่นคงในระยะยาวของประเทศ ทุกฝ่ายต้องตระหนักและร่วมมือกันเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่สถานการณ์น้ำจะกลายเป็นวิกฤตที่ยากเกินเยียวยา

ที่มา – ถกรับมือแก้ไขปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคกลาง “วราวุธ” ห่วงเอลนีโญทำขาดแคลนน้ำ

“สรรเพชญ” ลุยคลองอู่ตะเภา เร่งขุดลอกร่องน้ำ ป้องกันน้ำท่วมสงขลา

“สรรเพชญ” ลุยคลองอู่ตะเภา เร่งขุดลอกร่องน้ำ ป้องกันน้ำท่วมสงขลา

เมื่อเร็วๆ นี้ นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจสำคัญในการติดตามความคืบหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำ โดยได้เดินทางไปดูการดำเนินงานโครงการขุดลอกร่องน้ำคลองอู่ตะเภา จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นภารกิจหลักที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง

การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการตรวจสอบความพร้อมของเครื่องจักรและกำลังคนของกรมเจ้าท่าเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันความตั้งใจจริงของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน โดยในปัจจุบัน “สรรเพชญ” ลุยคลองอู่ตะเภา เร่งขุดลอกร่องน้ำ ป้องกันน้ำท่วมสงขลา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำให้ไหลผ่านคลองอู่ตะเภาได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น ลดจุดตื้นเขินที่เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่เศรษฐกิจและบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนชาวสงขลาได้

แผนงานระยะยาวเพื่อความปลอดภัยและเศรษฐกิจท้องถิ่น

นอกจากโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ นายสรรเพชญยังได้กล่าวถึงแผนการพัฒนาในระยะยาว โดยมีการวางแผนงบประมาณปี 2570 เพื่อสานต่อโครงการสำคัญอีก 3 โครงการ ดังนี้:

  • โครงการขุดลอกร่องน้ำคลองอู่ตะเภา: เน้นการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำเพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มสูงขึ้น
  • โครงการขุดลอกคลอง ร.1: พัฒนาร่องชายฝั่งทะเลเพื่อเสริมระบบระบายน้ำให้ครอบคลุมทุกจุดเสี่ยง
  • โครงการขุดลอกคลอง ร.3: ขยายขีดความสามารถการไหลเวียนของน้ำ เพื่อสนับสนุนทั้งภาคการเกษตรและการสัญจรทางน้ำ

ด้วยงบประมาณกว่า 28 ล้านบาทต่อโครงการ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความเสียหายจากอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นหากไม่เตรียมการป้องกันไว้ก่อน สิ่งนี้ตอกย้ำให้เห็นว่าการที่ “สรรเพชญ” ลุยคลองอู่ตะเภา เร่งขุดลอกร่องน้ำ ป้องกันน้ำท่วมสงขลา เป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่น่าชื่นชม เพราะนอกจากช่วยระบายน้ำแล้ว ยังเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินเรือของชาวประมงพื้นบ้านอีกด้วย

ในฐานะประชาชน เราต่างหวังว่าการดำเนินงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ของกรมเจ้าท่า จะช่วยให้โครงการเหล่านี้สำเร็จลุล่วงตามแผนที่วางไว้ การเตรียมพร้อมก่อนที่ปัญหาจะมาถึง คือหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการภาครัฐที่ยั่งยืน และเชื่อมั่นว่าความมุ่งมั่นของนายสรรเพชญในครั้งนี้ จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวสงขลาได้อย่างแท้จริง การที่ “สรรเพชญ” ลุยคลองอู่ตะเภา เร่งขุดลอกร่องน้ำ ป้องกันน้ำท่วมสงขลา จึงเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงการทำงานเชิงบูรณาการเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวมอย่างแท้จริง

ที่มา – “สรรเพชญ” ลุยคลองอู่ตะเภา เร่งขุดลอกร่องน้ำ ป้องกันน้ำท่วมสงขลา

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 9 เตือน ฝนตกหนักถึงหนักมาก 8-9 ส.ค.นี้

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้ใครที่มีแพลนจะออกไปไหนต้องเช็กสภาพอากาศกันให้ดีเลยนะครับ เพราะล่าสุดทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาแจ้งข่าวสำคัญแล้ว โดยมีหัวข้อว่า กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 9 เตือน ฝนตกหนักถึงหนักมาก 8-9 ส.ค.นี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังกันอย่างใกล้ชิดครับ

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 9 เตือน ฝนตกหนักถึงหนักมาก 8-9 ส.ค.นี้

ตามประกาศฉบับที่ 9 ที่ออกมานั้น ระบุว่าประเทศไทยเรากำลังเผชิญกับอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมมีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้หลายพื้นที่ทั่วไทยต้องรับมือกับฝนที่ตกหนักและอาจมีตกหนักถึงหนักมากในบางแห่งครับ

ผลกระทบและพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังจาก กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 9 เตือน ฝนตกหนักถึงหนักมาก 8-9 ส.ค.นี้

จากการคาดการณ์ของกรมอุตุฯ พื้นที่ที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่:

  • ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก: จะมีฝนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่
  • ภาคกลาง (รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล) และภาคใต้: จะมีฝนตกหนักในบางแห่ง ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังรอการระบายได้

สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือเรื่องของ น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพี่น้องที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ลาดเชิงเขาหรือทางน้ำไหลผ่าน ต้องคอยสังเกตระดับน้ำและเตรียมตัวให้พร้อมเสมอครับ นอกจากนี้สำหรับชาวเรือก็ต้องงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 8-9 สิงหาคมนี้ เพราะคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง คลื่นสูงถึง 2-3 เมตรเลยทีเดียว

ในส่วนของพวกเราที่อยู่ในเมืองหรือพื้นที่ทั่วไป แม้จะไม่ได้อยู่ใกล้ภูเขา แต่การเดินทางในช่วงนี้ก็ควรเผื่อเวลาและเช็กเส้นทางดีๆ นะครับ เพราะฝนที่ตกสะสมอาจทำให้การจราจรติดขัดหรือเกิดน้ำรอระบายได้ อย่าลืมพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้เสมอครับ

สุดท้ายนี้ ผมอยากแนะนำว่าอย่าลืมติดตามข่าวสารจากช่องทางหลักของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอผ่านเว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือสายด่วน 1182 เพื่อความปลอดภัยและข้อมูลที่แม่นยำที่สุดครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัยและผ่านพ้นช่วงที่มีฝนตกหนักไปได้ด้วยดีนะครับ

ที่มา – กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 9 เตือน “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” 8-9 ส.ค.นี้

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 7 ฝนตกหนักถึงหนักมาก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 7 ฝนตกหนักถึงหนักมาก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน

ในช่วงวันที่ 7-9 สิงหาคมนี้ หลายพื้นที่ทั่วไทยต้องเตรียมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวนอย่างหนัก เพราะล่าสุด กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 7 ฝนตกหนักถึงหนักมาก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน โดยทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการสัญจรไปมาได้

รายละเอียดพื้นที่เสี่ยงและข้อควรระวังตามประกาศ กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 7 ฝนตกหนักถึงหนักมาก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน

จากการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พบว่าภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก จะมีฝนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางแห่ง สำหรับภาคกลางและกรุงเทพมหานครรวมถึงปริมณฑล ก็ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักเช่นกัน ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขาหรือใกล้ทางน้ำไหลผ่านควรเฝ้าระวัง กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 7 ฝนตกหนักถึงหนักมาก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน เอาไว้อย่างเคร่งครัด เพราะน้ำป่าอาจไหลหลากมาอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันตั้งตัว

  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงภัยในช่วงวันที่ 7-9 ส.ค. นี้
  • ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและที่อยู่อาศัยให้มีความปลอดภัย
  • ติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง
  • ชาวเรือในทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งตามประกาศ

ในส่วนของคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบน มีกำลังแรงมาก คลื่นสูงตั้งแต่ 2-4 เมตร สำหรับเรือเล็กควรจอดสนิทและงดออกจากฝั่งเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัย สิ่งสำคัญที่สุดในยามนี้คือการมีสติและไม่ประมาท เตรียมแผนสำรองสำหรับการเดินทาง และจัดเก็บสิ่งของมีค่าไว้ในที่สูงหากอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ การได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็วจะช่วยให้เราผ่านพ้นสถานการณ์ฝนตกหนักครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย หวังว่าทุกคนจะปลอดภัยและหมั่นเช็กสภาพอากาศก่อนออกจากบ้านเสมอครับ

ที่มา – กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 7 “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า 7-9 ส.ค.นี้

เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบายน้ำ รับมือน้ำฝน-น้ำท่า

สวัสดีครับทุกคน! ช่วงนี้ใครที่อยู่ใกล้บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาคงเริ่มสังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำกันบ้างแล้วใช่ไหมครับ เพราะล่าสุดทางกรมชลประทานได้ออกมาเคลื่อนไหวสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่

เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบายน้ำ รับมือน้ำฝน-น้ำท่า

เนื่องจากมีฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบนของประเทศ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่าไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรองรับมวลน้ำที่จะไหลมาสมทบ ทางหน่วยงานจึงต้องปรับแผนการทำงานกันใหม่ครับ

ทางกรมชลประทานได้แจ้งการปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยการปรับเพิ่มจากเดิม 350 ลบ.ม./วินาที เป็น 450 ลบ.ม./วินาที เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับมวลน้ำที่จะไหลผ่าน และช่วยให้การจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุดครับ

เตรียมความพร้อมกับสถานการณ์ เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบายน้ำ รับมือน้ำฝน-น้ำท่า

นอกจากเรื่องการระบายน้ำแล้ว นายธาราพงศ์ ปราบเสร็จ หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการน้ำ สำนักงานชลประทานที่ 12 ยังได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจไว้ดังนี้ครับ:

  • ปัจจุบันเรายังคงอยู่ในช่วงสภาวะเอลนีโญ ซึ่งส่งผลให้ปริมาณน้ำน้อยกว่าปกติในภาพรวม
  • กรมชลประทานได้วางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างประณีต เพื่อให้เพียงพอต่อภาคเกษตรกรรม การอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ
  • คาดการณ์ว่าในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม จะมีฝนตกตามฤดูกาล และอาจมีพายุจรเข้ามาประมาณ 1-2 ลูก

สำหรับการบริหารจัดการน้ำในอนาคต ทางกรมชลฯ ได้มีการเตรียมตัวตาม 9 มาตรการหลักของ สทนช. อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาครับ

สิ่งที่คุณต้องรู้และควรปฏิบัติในช่วงนี้:

แม้สถานการณ์น้ำจะมีการปรับเพิ่มขึ้น แต่ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนกครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือการติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ของทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันท่วงที หากใครที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งหรือในพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรหมั่นสังเกตระดับน้ำหน้าบ้านและเตรียมตัวรับมือไว้ล่วงหน้าจะเป็นการดีที่สุดครับ

สุดท้ายนี้ การบริหารจัดการน้ำเป็นเรื่องของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและประชาชน หากเราติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่องและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เชื่อว่าเราจะผ่านช่วงฤดูน้ำหลากปีนี้ไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอนครับ แล้วคุณล่ะครับ เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์น้ำปีนี้กันอย่างไรบ้าง? มาแชร์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ!

ที่มา – “เขื่อนเจ้าพระยา” เพิ่มระบายท้ายเขื่อนต่อเนื่อง รับมือน้ำฝน-น้ำท่า

ประกาศฉบับ 4 เตือนฝนตกหนัก คลื่นลมแรง เช็กจังหวัดเฝ้าระวังน้ำท่วม น้ำป่าหลาก

ช่วงนี้ใครที่วางแผนเดินทางต้องเช็กสภาพอากาศกันให้ดีเลยครับ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออก ประกาศฉบับ 4 เตือนฝนตกหนัก คลื่นลมแรง เช็กจังหวัดเฝ้าระวังน้ำท่วม น้ำป่าหลาก เพื่อให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ฝนที่กำลังจะตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 6 – 9 สิงหาคม 2569 นี้

ประกาศฉบับ 4 เตือนฝนตกหนัก คลื่นลมแรง เช็กจังหวัดเฝ้าระวังน้ำท่วม น้ำป่าหลาก

จากสถานการณ์ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้หลายพื้นที่ทั่วไทยต้องเผชิญกับฝนตกหนักต่อเนื่อง สิ่งที่น่ากังวลที่สุดใน ประกาศฉบับ 4 เตือนฝนตกหนัก คลื่นลมแรง เช็กจังหวัดเฝ้าระวังน้ำท่วม น้ำป่าหลาก คือความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพี่น้องที่อาศัยอยู่ใกล้ทางน้ำไหลผ่านหรือพื้นที่ลาดเชิงเขา ต้องหมั่นสังเกตระดับน้ำและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดนะครับ

ผลกระทบและพื้นที่เฝ้าระวังจากประกาศฉบับ 4 เตือนฝนตกหนัก คลื่นลมแรง เช็กจังหวัดเฝ้าระวังน้ำท่วม น้ำป่าหลาก

พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบหลักๆ ในรอบนี้ ได้แก่:

  • ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
  • ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล: มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่
  • ภาคใต้: ต้องระวังฝนตกหนักเช่นเดียวกัน

นอกจากเรื่องน้ำท่วมแล้ว ชาวเรือต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษครับ เพราะบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นลมแรง คลื่นสูง 2-4 เมตร สำหรับเรือเล็กในพื้นที่ดังกล่าว กรมอุตุฯ แนะนำให้งดออกจากฝั่งเด็ดขาดในช่วงวันที่ 6–9 สิงหาคม 2569 นี้ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทุกคน

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากให้ทุกคนไม่ประมาทกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย หากต้องเดินทางไกลให้ตรวจสอบเส้นทางที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมขัง และเตรียมอุปกรณ์ยังชีพให้พร้อมอยู่เสมอ การติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้เราวางแผนรับมือได้ทันท่วงทีครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัยผ่านพ้นช่วงวิกฤตินี้ไปได้ด้วยดีครับ

ที่มา – ประกาศฉบับ 4 เตือนฝนตกหนัก คลื่นลมแรง เช็กจังหวัดเฝ้าระวังน้ำท่วม น้ำป่าหลาก

Scroll to top