น้ําท่วม

อุตุฯ ฉบับ 4 อัปเดตพายุไต้ฝุ่น บาหวี่ และฝนตกหนัก เตรียมรับมือ

ช่วงนี้ใครที่มีแผนเดินทางหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต้องฟังทางนี้ด่วนครับ! เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 4 เรื่องคลื่นลมแรงและฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเนื้อหาหลักที่หลายคนให้ความสนใจคือการติดตามสถานการณ์ อุตตุฯ ฉบับ 4 อัปเดตพายุไต้ฝุ่น บาหวี่ และฝนตกหนัก เตรียมรับมือ ซึ่งกำลังส่งผลกระทบทางอ้อมต่อสภาพอากาศในบ้านเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อุตตุฯ ฉบับ 4 อัปเดตพายุไต้ฝุ่น บาหวี่ และฝนตกหนัก เตรียมรับมือ

ตามรายงานจากกรมอุตุฯ ในช่วงวันที่ 10-15 กรกฎาคม 2569 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดคลื่นลมแรงในทะเล โดยเฉพาะในทะเลอันดามันตอนบนที่อาจมีคลื่นสูงถึง 2-4 เมตร สำหรับชาวประมงหรือผู้ที่ต้องใช้เรือสัญจร ขอให้งดออกจากฝั่งหรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังสูงสุดในช่วงเวลาดังกล่าวครับ

ผลกระทบและพื้นที่เฝ้าระวัง

สำหรับการจับตา อุตตุฯ ฉบับ 4 อัปเดตพายุไต้ฝุ่น บาหวี่ และฝนตกหนัก เตรียมรับมือ ในส่วนของฝนตกหนักนั้น ข้อมูลระบุว่าจะมีผลกระทบหนักในภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดระนอง พังงา จันทบุรี ตราด และกาญจนบุรี ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ลาดเชิงเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ในส่วนของพายุไต้ฝุ่น “บาหวี่” (BAVI) แม้ว่าจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่การเคลื่อนตัวของพายุไปทางมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน ได้ส่งผลให้ลมมรสุมที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้สภาพอากาศช่วงนี้มีความแปรปรวนสูงมาก สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าประมาทและควรติดตามการรายงานสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย:

  • ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมทางทะเลและการเดินเรือในช่วงที่มีมรสุมกำลังแรง
  • เตรียมอุปกรณ์สำคัญและแผนการรับมือหากเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
  • ตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนเดินทางไกลในพื้นที่จังหวัดเสี่ยง

ท้ายที่สุดนี้ ผมอยากฝากให้ทุกคนใช้ความระมัดระวังในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะการขับขี่ยานพาหนะบนถนนที่เปียกลื่นหรือการอยู่ในพื้นที่ที่มีลมกระโชกแรง หากใครอยู่ในพื้นที่เฝ้าระวัง ขอให้หมั่นเช็กระดับน้ำและเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุไม่คาดฝันอยู่เสมอ ความปลอดภัยของทุกคนคือสิ่งสำคัญที่สุดครับ หมั่นอัปเดตข่าวสารกันไว้ไม่เสียหายแน่นอน

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 4 อัปเดตพายุไต้ฝุ่น “บาหวี่” และฝนตกหนัก เตือนหลายจังหวัดเตรียมรับมือ

ฝนตกหนัก-ลมกระโชกแรง ต้นไม้ล้มหลายแห่งทั่ว กทม. เจ้าหน้าที่เร่งเข้าดำเนินการ

ฝนตกหนัก-ลมกระโชกแรง ต้นไม้ล้มหลายแห่งทั่ว กทม. เจ้าหน้าที่เร่งเข้าดำเนินการ

ในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ชาวกรุงหลายคนคงต้องเผชิญกับสถานการณ์สภาพอากาศที่ไม่เป็นใจอย่างหนัก เมื่อเกิดฝนตกหนัก-ลมกระโชกแรง ต้นไม้ล้มหลายแห่งทั่ว กทม. เจ้าหน้าที่เร่งเข้าดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนที่ต้องสัญจรผ่านเส้นทางต่างๆ ในช่วงเวลาดังกล่าว

สถานการณ์ล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยา

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาแจ้งเตือนว่า กลุ่มฝนเล็กน้อยถึงปานกลางได้เข้าปกคลุมหลายเขตในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ไม่ว่าจะเป็นเขตจตุจักร บางซื่อ ดุสิต หรือลาดพร้าว ทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับภาวะน้ำท่วมขังรอการระบายร่วมด้วย ซึ่งถือเป็นปัญหาคลาสสิกของเมืองหลวงในช่วงมรสุม สภาพอากาศที่แปรปรวนนี้ส่งผลโดยตรงต่อการเดินทาง ทำให้เราเห็นข่าวฝนตกหนัก-ลมกระโชกแรง ต้นไม้ล้มหลายแห่งทั่ว กทม. เจ้าหน้าที่เร่งเข้าดำเนินการ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จากกรุงเทพมหานครต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อตัดกิ่งไม้และเคลียร์เส้นทางให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

  • ตรวจสอบเส้นทางก่อนออกจากบ้านเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่หรือป้ายโฆษณาในช่วงที่มีลมแรง
  • ระมัดระวังไฟฟ้าลัดวงจรหากเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่

ทางทีมงานต้องขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานอย่างหนักท่ามกลางสภาพอากาศที่ยากลำบาก และอยากฝากให้เพื่อนๆ ทุกคนเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางช่วงหน้าฝนนี้เป็นพิเศษ แม้ว่าสถานการณ์ ฝนตกหนัก-ลมกระโชกแรง ต้นไม้ล้มหลายแห่งทั่ว กทม. เจ้าหน้าที่เร่งเข้าดำเนินการ จะเริ่มคลี่คลายลงแล้ว แต่การเตรียมพร้อมรับมือกับธรรมชาติเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ สุดท้ายนี้ อย่าลืมเช็กพยากรณ์อากาศก่อนเดินทางทุกครั้งเพื่อให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัยนะครับ

ที่มา – ฝนตกหนัก-ลมกระโชกแรง ต้นไม้ล้มหลายแห่งทั่ว กทม. เจ้าหน้าที่เร่งเข้าดำเนินการ

อุตุฯ เตือนคลื่นลมแรงและฝนตกหนัก 10-15 ก.ค. 69

อุตุฯ เตือนคลื่นลมแรงและฝนตกหนัก 10-15 ก.ค. 69

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 1 แจ้งเตือนภัยสภาพอากาศแปรปรวนครั้งใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลและพื้นที่เสี่ยงภัย เนื่องจากในช่วงวันที่ 10-15 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับสถานการณ์สภาพอากาศที่รุนแรงจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ อุตุฯ เตือนคลื่นลมแรงและฝนตกหนัก 10-15 ก.ค. 69 ในหลายพื้นที่ของประเทศ

ผลกระทบจาก มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และการเตรียมตัว

จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ปรากฏการณ์ อุตุฯ เตือนคลื่นลมแรงและฝนตกหนัก 10-15 ก.ค. 69 จะส่งผลโดยตรงต่อทะเลอันดามันและอ่าวไทย โดยจะมีคลื่นสูงถึง 2-4 เมตรในทะเลอันดามันตอนบน ส่วนพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนองอาจมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร สำหรับอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่าง คาดว่าจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ซึ่งถือเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อการเดินเรือในช่วงเวลาดังกล่าว

  • ชาวเรือควรตรวจสอบสภาพอากาศและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในจุดที่มีฝนฟ้าคะนอง
  • เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งเด็ดขาดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
  • ประชาชนทางภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก ควรเตรียมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 11-14 กรกฎาคม 2569

นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ลาดเชิงเขาและทางน้ำไหลผ่าน ควรติดตามข้อมูลข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

สำหรับพายุไต้ฝุ่น “บาหวี่” (BAVI) ในมหาสมุทรแปซิฟิกนั้น แม้จะไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง แต่การเคลื่อนตัวของพายุนี้ส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดประกาศ อุตุฯ เตือนคลื่นลมแรงและฝนตกหนัก 10-15 ก.ค. 69 ในคราวนี้

ในฐานะส่วนหนึ่งของสังคม เราขอแนะนำให้ทุกท่านตรวจสอบสภาพอากาศก่อนวางแผนเดินทาง ทุกการเดินทางมีความเสี่ยงหากประมาท การเตรียมพร้อมรับมือกับธรรมชาติเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อให้เราผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัย หวังว่าทุกคนจะปลอดภัยและหมั่นเช็คประกาศจากทางการเป็นระยะนะครับ

ที่มา – อุตุฯ ประกาศฉบับ 1 เตือนคลื่นลมแรง และฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 10 – 15 ก.ค. 69

ดินถล่มจีนดับพุ่ง 21ศพ จนท.ยุติค้นหาแล้ว ขณะพายุถล่มหลายมณฑล ดับรวมกว่า 38 ศพ

ดินถล่มจีนดับพุ่ง 21ศพ จนท.ยุติค้นหาแล้ว ขณะพายุถล่มหลายมณฑล ดับรวมกว่า 38 ศพ

สถานการณ์ภัยพิบัติในประเทศจีนกำลังเป็นที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เมื่อเหตุการณ์ดินถล่มจีนดับพุ่ง 21ศพ จนท.ยุติค้นหาแล้ว ขณะพายุถล่มหลายมณฑล ดับรวมกว่า 38 ศพ สร้างความเสียหายอย่างหนักในมณฑลกานซู่และพื้นที่โดยรอบ ความสูญเสียในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญของสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรง

รายละเอียดเหตุการณ์ ดินถล่มจีนดับพุ่ง 21ศพ จนท.ยุติค้นหาแล้ว ขณะพายุถล่มหลายมณฑล ดับรวมกว่า 38 ศพ

สำนักข่าวซินหัวรายงานถึงความคืบหน้าของเหตุการณ์ที่น่าสลดใจ โดยเฉพาะที่หมู่บ้านเหรินชาง อำเภอต่างชาง มณฑลกานซู่ ดินได้ถล่มลงมาฝังกลบผู้คนรวม 33 คน หลังจากการเร่งระดมกำลังของหน่วยกู้ภัยในเวลาที่จำกัด เจ้าหน้าที่ได้ประกาศยุติภารกิจค้นหาท่ามกลางความโศกเศร้า ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตจากเหตุดินถล่มเพียงจุดเดียวสูงถึง 21 ศพ นอกจากนี้ยังมีพายุฝนและพายุทอร์นาโดที่สร้างความเสียหายในมณฑลหูเป่ยและเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทำให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตทั่วประเทศขยับเพิ่มขึ้นเป็น 38 ศพ

ผลกระทบจากพายุมรสุมในครั้งนี้กระจายวงกว้าง โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • ภาคการเกษตรและบ้านเรือน: บ้านเรือนกว่า 4,800 หลังได้รับความเสียหายอย่างหนัก
  • ระบบคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน: ถนน ระบบไฟฟ้า และโครงข่ายสื่อสารได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างในหลายเมือง
  • ความเสี่ยงระดับสูง: ทางการยังคงเตือนเรื่องดินถล่มและการพังทลายของคันกั้นน้ำ เนื่องจากดินอุ้มน้ำไว้มาก

ความพยายามของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการสั่งการให้ทุกหน่วยงานเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์ ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของภัยธรรมชาติ แต่ยังรวมถึงความพร้อมของระบบจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำกว่า 341 แห่งที่ระดับน้ำทะลุเกณฑ์เตือนภัยไปแล้ว

จากเหตุการณ์ ดินถล่มจีนดับพุ่ง 21ศพ จนท.ยุติค้นหาแล้ว ขณะพายุถล่มหลายมณฑล ดับรวมกว่า 38 ศพ ในครั้งนี้ เราจึงขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และหวังว่าการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการแจ้งเตือนภัยในอนาคตจะมีความแม่นยำเพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุดครับ

ที่มา – ดินถล่มจีนดับพุ่ง 21ศพ จนท.ยุติค้นหาแล้ว ขณะพายุถล่มหลายมณฑล ดับรวมกว่า 38 ศพ

พายุฝนฟ้าคะนองถล่มจีนตอนกลาง ดับ 10 เจ็บเกือบ 300 ราย

พายุฝนฟ้าคะนองถล่มจีนตอนกลาง ดับ 10 เจ็บเกือบ 300 ราย

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศจีนต้องเผชิญกับวิกฤตธรรมชาติครั้งใหญ่เมื่อเกิด พายุฝนฟ้าคะนองถล่มจีนตอนกลาง ดับ 10 เจ็บเกือบ 300 ราย ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างประเมินค่าไม่ได้ ทั้งในแง่ของชีวิตทรัพย์สินและโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ โดยเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในหลายมณฑล ไม่ว่าจะเป็นหูเป่ย กานซู หรือเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นโศกนาฎกรรมที่น่าสลดใจ ลมกระโชกแรงกว่า 149 กิโลเมตรต่อชั่วโมงพัดถล่มเมืองหวงสือและพื้นที่ใกล้เคียงในหูเป่ยภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันทีและบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ทางการต้องเร่งมืออพยพผู้คนนับหมื่นเพื่อความปลอดภัย ท่ามกลางความกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี

ผลกระทบในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศจีน

นอกจากเหตุการณ์พายุฝนฟ้าคะนองถล่มจีนตอนกลาง ดับ 10 เจ็บเกือบ 300 รายแล้ว พื้นที่ทางตอนใต้ของจีนยังต้องเจอกับมหาอุทกภัยจากอิทธิพลของพายุฝนที่ตกลงมาอย่างหนักจนอ่างเก็บน้ำแตกและพนังกั้นน้ำพังทลาย ส่งผลให้มวลน้ำโคลนทะลักเข้าท่วมเมืองและมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ในขณะเดียวกันที่มณฑลกานซูเหตุการณ์ดินโคลนถล่มยังทำให้มีชาวบ้านจำนวนมากถูกฝังอยู่ใต้ดิน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังทำงานแข่งกับเวลาอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือผู้รอดชีวิต

ความรุนแรงของภัยพิบัติครั้งนี้มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • ความเร็วลมที่รุนแรงถึง 149 กม./ชม. ในมณฑลหูเป่ย สร้างความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยอย่างรุนแรง
  • การประกาศยกระดับมาตรการรับมืออุทกภัยจากระดับ 3 เป็นระดับ 2 ในเขตกว่างซี
  • ความเสี่ยงจากพายุทอร์นาโดในพื้นที่ทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือของจีน
  • การเฝ้าระวังซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ที่จะเคลื่อนตัวผ่านมหาสมุทรแปซิฟิกในอนาคตอันใกล้

ท้ายที่สุดแล้ว ปรากฏการณ์ พายุฝนฟ้าคะนองถล่มจีนตอนกลาง ดับ 10 เจ็บเกือบ 300 ราย เป็นเครื่องเตือนใจว่าโลกของเรากำลังเผชิญกับสภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การเตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้วจึงกลายเป็นเรื่องจำเป็นระดับชาติ การร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจึงไม่ใช่แค่เป้าหมายทางเศรษฐกิจอีกต่อไป แต่คือภารกิจสำคัญในการปกป้องชีวิตผู้คนบนโลกใบนี้ให้ปลอดภัยจากภัยพิบัติที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

ที่มา – พายุฝนฟ้าคะนองถล่มจีนตอนกลาง ดับ 10 เจ็บเกือบ 300 ราย

ตราดฝนถล่ม ต.สะตออ่วมหนัก 4 หมู่บ้านจมน้ำ เร่งช่วยเหลือ

สถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดตราดขณะนี้กำลังเป็นที่น่ากังวลอย่างยิ่ง หลังจากเกิดเหตุตราดฝนถล่ม ต.สะตออ่วมหนัก 4 หมู่บ้านจมน้ำ เร่งช่วยเหลือชาวบ้านให้พ้นจากสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้นจากมวลน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อย่างรวดเร็ว โดยได้รับผลกระทบต่อเนื่องมาจากปริมาณฝนที่ตกหนักตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา

สถานการณ์ล่าสุด: ตราดฝนถล่ม ต.สะตออ่วมหนัก 4 หมู่บ้านจมน้ำ เร่งช่วยเหลือชาวบ้าน

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องในอำเภอบ่อไร่และอำเภอเขาสมิง ส่งผลให้มวลน้ำมหาศาลไหลลงสู่พื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลสะตอ อำเภอเขาสมิง ซึ่งเป็นจุดรับน้ำที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในขณะนี้ ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 3, 4, 7 และ 9 กำลังเผชิญกับความยากลำบากอย่างยิ่ง เนื่องจากเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาดและมีระดับน้ำสูงถึง 2-3 เมตรในบางจุด

รับมืออย่างไรเมื่อ ตราดฝนถล่ม ต.สะตออ่วมหนัก 4 หมู่บ้านจมน้ำ เร่งช่วยเหลือชาวบ้าน

  • เตรียมพร้อมอุปกรณ์ยังชีพและยารักษาโรคที่จำเป็น
  • ติดตามข่าวสารสถานการณ์ระดับน้ำจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
  • ในกรณีที่ต้องอพยพ ให้รีบเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์พักพิงที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด
  • ตัดกระแสไฟฟ้าก่อนออกจากบ้านเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจร

ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 116 ร่วมกับฝ่ายปกครองท้องถิ่นได้เร่งระดมกำลังเข้าพื้นที่เพื่อมอบสิ่งของจำเป็นและอาหารให้กับผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ แม้ระดับน้ำจะยังคงสูงและเข้าถึงพื้นที่ได้ยากลำบาก แต่ทีมงานทุกคนก็พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนให้ปลอดภัยที่สุด

เราขอเป็นกำลังใจให้กับชาวตำบลสะตอและทุกพื้นที่ในจังหวัดตราดที่กำลังประสบอุทกภัยในครั้งนี้ หวังว่าสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากจะคลี่คลายลงโดยเร็ว การเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติเป็นเรื่องสำคัญที่เราทุกคนควรตระหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยใกล้เทือกเขาที่มวลน้ำมักจะมาโดยไม่ทันตั้งตัว สิ่งสำคัญที่สุดคือชีวิตของเพื่อนมนุษย์ ขอให้ทุกคนปลอดภัยและผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้พร้อมกันครับ

ที่มา – ตราดฝนถล่ม ต.สะตออ่วมหนัก 4 หมู่บ้านจมน้ำ เร่งช่วยเหลือชาวบ้าน

พายุไมสัก ทำฝนตกหนัก-น้ำท่วม 4 จังหวัด แม้คลี่คลายแล้ว

พายุไมสัก ทำฝนตกหนัก-น้ำท่วม 4 จังหวัด แม้คลี่คลายแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวัง

ในช่วงที่ผ่านมา สภาพอากาศบ้านเราค่อนข้างแปรปรวนอย่างหนัก โดยเฉพาะอิทธิพลจาก พายุไมสัก ที่แม้จะไม่ได้พัดผ่านประเทศไทยโดยตรง แต่ก็สร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้รายงานเหตุฝนตกหนักและน้ำท่วมใน 4 จังหวัดคือ จันทบุรี ระยอง ตราด และชลบุรี แม้ขณะนี้สถานการณ์ในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายแล้ว แต่เราก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะช่วงนี้ยังคงเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังภัยธรรมชาติอย่างใกล้ชิดครับ

สรุปสถานการณ์ พายุไมสัก กระทบที่ไหนบ้าง

จากการรายงานเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ผลกระทบจาก พายุไมสัก ทำให้เกิดทั้งวาตภัย น้ำท่วมขัง และน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรเป็นจำนวนมาก โดยสรุปเหตุการณ์สำคัญในแต่ละจังหวัดได้ดังนี้ครับ:

  • จังหวัดจันทบุรี: ถนนหลายสายในตัวเมืองถูกน้ำท่วมขัง รวมถึงพื้นที่สวนผลไม้ในที่ลุ่มต่ำ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระบายน้ำออกจากถนนสุขุมวิทและชุมชนต่างๆ อย่างเร่งด่วน
  • จังหวัดระยอง: พบเหตุวาตภัยบ้านเรือนเสียหายในตำบลวังหว้า รวมถึงมีน้ำท่วมขังบนผิวจราจรและร้านค้าในเส้นทางวังตาผิน–ห้วยปราบ
  • จังหวัดตราด: เกิดน้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือนในอำเภอบ่อไร่ และมีเหตุต้นไม้ล้มทับบ้านเรือนประชาชน ซึ่งหน่วยงานในพื้นที่ได้นำเรือไฟเบอร์และชุดปฏิบัติการเข้าช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว
  • จังหวัดชลบุรี: ที่อำเภอศรีราชา ฝนที่ตกหนักทำให้น้ำหลากพัดพากองวัสดุโฟมเข้าสู่บ้านเรือนประชาชน แต่สถานการณ์ปัจจุบันได้เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

แม้ว่าการติดตามข่าวสารจาก พายุไมสัก จะช่วยให้เราเตรียมตัวได้ทันท่วงที แต่สิ่งที่อยากฝากไว้คือ การหมั่นตรวจสอบสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอยู่เสมอครับ เพราะในฤดูฝนแบบนี้ สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วมาก การจัดเตรียมสิ่งของจำเป็นและยกของขึ้นที่สูงยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการรับมือกับน้ำท่วมฉับพลันที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ผมขอส่งกำลังใจให้พี่น้องในทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติครั้งนี้ให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด และอย่าลืมดูแลสุขภาพในช่วงที่ฝนตกหนักด้วยนะครับ หากใครอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย อย่าลืมเก็บเบอร์โทรศัพท์สายด่วนหน่วยงานกู้ภัยหรือ ปภ. จังหวัด ไว้ใกล้ตัว เพื่อความอุ่นใจในการใช้ชีวิตช่วงหน้าฝนนี้ครับ

ที่มา – “พายุไมสัก” ทำฝนตกหนัก-น้ำท่วม 4 จังหวัด แม้คลี่คลายแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวัง

ตราดอ่วม ฝนตกหนักต่อเนื่อง อ.เขาสมิง – อ.บ่อไร่ เจอน้ำป่าหลาก

สวัสดีครับพี่น้องชาวตราดและทุกท่านที่ติดตามข่าวสาร ช่วงนี้สภาพอากาศแปรปรวนหนักมากจริงๆ ล่าสุดจังหวัดตราดอ่วม ฝนตกหนักต่อเนื่อง “อ.เขาสมิง – อ.บ่อไร่” เจอน้ำป่าหลากท่วมหลายพื้นที่ สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนในหลายตำบลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สถานการณ์น้ำท่วมในตราด อ.เขาสมิง – อ.บ่อไร่ เจอน้ำป่าหลาก

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นจากอิทธิพลของพายุ “ไมสัก” ที่ถาโถมเข้ามา ทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับภาวะน้ำท่วมฉับพลัน สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ อ.เขาสมิง และ อ.บ่อไร่ โดยเฉพาะปริมาณน้ำฝนที่สะสมมากกว่า 150 มม. ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ทำให้ฝายหลายแห่งรับน้ำไม่ไหวจนเกิดเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน โดยเฉพาะที่ ต.หนองบอน และ ต.ช้างทูน ที่สถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วง

ได้รับผลกระทบหนัก: อ.เขาสมิง – อ.บ่อไร่ เจอน้ำป่าหลากท่วมหลายพื้นที่

นอกจากบ้านเรือนที่ถูกน้ำเข้าท่วมแล้ว เส้นทางการคมนาคมหลายจุดใน อ.เขาสมิง – อ.บ่อไร่ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกันครับ ถนนสายสำคัญหลายสาย รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ทำให้การเดินทางของคนในพื้นที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก อีกทั้งอุทยานฯ ยังต้องสั่งปิดน้ำตกคลองแก้วชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอีกด้วย

  • พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ ต.หนองบอน และ ต.ช้างทูน
  • เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เร่งความช่วยเหลือโดยส่งเรือท้องแบน 30 ลำ
  • แจ้งเตือนบ้านเรือนริมคลองเตรียมรับมือระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น

จากคำบอกเล่าของชาวบ้านอย่างคุณป้าวัย 76 ปี ใน ต.หนองบอน พบว่าปัญหาท่อระบายน้ำอุดตันจากขยะและกิ่งไม้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ระบายน้ำไม่ทัน ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่เราต้องช่วยกันดูแลเรื่องการทิ้งขยะในคูคลองให้ดีขึ้น เพื่อลดความรุนแรงของปัญหาน้ำท่วมในอนาคต

ถึงแม้ว่าในช่วงบ่ายของวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ปริมาณฝนจะเริ่มเบาบางลงและระดับน้ำในบางจุดเริ่มลดลงแล้ว แต่หน่วยงานราชการยังคงต้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ขอให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยโปรดรักษาความปลอดภัยและติดตามการแจ้งเตือนจากทางจังหวัดอย่างต่อเนื่องครับ พวกเราขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกคนก้าวผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็วที่สุด

ที่มา – ตราดอ่วม ฝนตกหนักต่อเนื่อง “อ.เขาสมิง – อ.บ่อไร่” เจอน้ำป่าหลากท่วมหลายพื้นที่

ภราดร สั่งด่วนซ่อมแซมเขื่อนเรียงหินอ่างทอง รับมือน้ำหลาก

ภราดร สั่งด่วนซ่อมแซมเขื่อนเรียงหินอ่างทอง รับมือน้ำหลาก หลังพบการทรุดตัวกว่า 70 เมตร

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนในพื้นที่จังหวัดอ่างทองให้ความสนใจกันอย่างมากครับ เมื่อล่าสุดภราดร สั่งด่วนซ่อมแซมเขื่อนเรียงหินอ่างทอง รับมือน้ำหลาก หลังจากที่เขื่อนเรียงหินบริเวณหลังวัดไชยสงคราม เกิดการทรุดตัวเป็นระยะทางยาวกว่า 70 เมตร ซึ่งถือเป็นความเสียหายที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ในช่วงที่กระแสน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นสูง อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนชั้นในได้ในอนาคต

รายละเอียดการลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหาย

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง และเจ้าหน้าที่จากกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที เพื่อวางแผนแก้ไขปัญหาให้รวดเร็วที่สุด โดยมีการเปิดเผยว่า จะมีการสำรวจชั้นดินและท้องน้ำในสัปดาห์หน้า เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนการซ่อมแซมให้มั่นคงและแข็งแรงกว่าเดิม โดยเหตุการณ์ที่ ภราดร สั่งด่วนซ่อมแซมเขื่อนเรียงหินอ่างทอง รับมือน้ำหลาก ในครั้งนี้ ได้เน้นย้ำถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นหลักสำคัญครับ

  • เร่งรัดกรมโยธาธิการและผังเมืองให้สำรวจจุดเสี่ยงทั่วจังหวัด
  • เตรียมวางแผนป้องกันพื้นที่ชั้นในจากแรงดันน้ำเจ้าพระยา
  • ประสานงานผู้นำท้องถิ่นร่วมสอดส่องพื้นที่ริมแม่น้ำ

นอกจากนี้ นายภราดร ยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่าเขื่อนเรียงหินถือเป็นปราการด่านแรกที่สำคัญมากในการกั้นน้ำ ไม่ให้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านในจังหวัดอ่างทอง ดังนั้นการที่ ภราดร สั่งด่วนซ่อมแซมเขื่อนเรียงหินอ่างทอง รับมือน้ำหลาก บนเส้นทางที่เสียหายกว่า 70 เมตรนี้ จึงไม่ใช่แค่การซ่อมโครงสร้างทางวิศวกรรมทั่วไป แต่คือการสร้างความอุ่นใจให้กับชาวจังหวัดอ่างทองทุกคน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเมื่อเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก จะสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงทีครับ

ในมุมมองของผม ผมคิดว่าการรีบลงมือซ่อมแซมตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นเรื่องที่ถูกต้องและน่าชื่นชม เพราะธรรมชาติของแม่น้ำเจ้าพระยาที่คาดเดาได้ยาก การเตรียมความพร้อมทางวิศวกรรมให้แข็งแรงคือกุญแจสำคัญที่สุดในการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับทรัพย์สินของชาวบ้านครับ

ที่มา – “ภราดร” สั่งด่วนซ่อมแซมเขื่อนเรียงหินอ่างทอง รับมือน้ำหลาก หลังทรุดกว่า 70 เมตร

Scroll to top