น้ํามันสํารอง

“วีระยุทธ” จัดทัพ 30 สส. เปิดข้อมูล “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน พรุ่งนี้

“วีระยุทธ” จัดทัพ 30 สส. เปิดข้อมูล “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน พรุ่งนี้ เป็นข่าวสำคัญที่ทุกคนกำลังจับตามองท่ามกลางวิกฤตน้ำมันที่เกิดจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบหนักต่อภาคเกษตร ประมง และผู้ใช้บริการรายย่อยอย่างแท็กซี่หรือไรเดอร์ พรรคประชาชน โดยนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค เตรียมยื่นญัตติด่วนเพื่ออภิปรายในสภา วันที่ 25 มี.ค. 2569 นี้ เพื่อสะท้อนปัญหาและส่งข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล

“วีระยุทธ” จัดทัพ 30 สส. เปิดข้อมูล “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน พรุ่งนี้

วิกฤตน้ำมันครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ชาวนาชาวประมงต่างเดือดร้อนเพราะต้นทุนพุ่งสูง หาน้ำมันรายวันไม่ได้ส่งผลให้ขาดเครื่องมือทำมาหากิน นายวีระยุทธ ระบุว่ารัฐบาลส่งสัญญาณเปิดกว้างรับฟัง โดยจะมี สส. กว่า 30 คนร่วมอภิปราย เพื่อรวบรวมปัญหาจากทุกภาคส่วน แม้รัฐบาลจะพูดถึงการนำน้ำมันสำรองออกมาใช้หรือเพิ่มปริมาณในระบบ แต่ปัญหายังอยู่ที่การช่วยเหลือเฉพาะจุดสำหรับคนตัวเล็กตัวน้อย

ปัญหาเฉพาะจุดที่คนรายย่อยเผชิญ

การตรึงราคาน้ำมันแบบกว้างอาจไม่ตอบโจทย์ ชาวบ้านต้องการความช่วยเหลือตรงจุด เช่น เกษตรกรที่ขาดปุ๋ยเพราะต้นทุนสูง โครงการธงฟ้าธงเขียวช่วยได้เพียง 5 ล้านกิโลกรัม จากความต้องการทั้งประเทศ 5 ล้านตันต่อปี หรือแค่ 0.1% เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีประเด็นไอ้โม่งกักตุนน้ำมันที่พรรคได้รับร้องเรียนหลายจุด ซึ่งจะเปิดข้อมูลชัดเจนในการอภิปรายพรุ่งนี้

  • ปัญหาหาน้ำมันรายวันไม่ได้ ส่งผลต่อการทำมาหากิน
  • ข้อมูลปั๊มน้ำมันไม่โปร่งใส ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก
  • แอพ Fuel Now ยังไม่พร้อมใช้งาน กรมพัฒนาธุรกิจพลังงานต้องเร่งรัด
  • ภาคเกษตรขาดปุ๋ย ต้นตอปัญหาที่รัฐต้องแก้ไขด่วน

นายวีระยุทธ ย้ำว่าการเปิดเผยข้อมูลสำคัญมาก จะช่วยให้ประชาชนวางแผนชีวิตและตรวจสอบช่องโหว่ได้ หากรัฐบาลมีน้ำมันสำรองกว่า 100 วันตามที่ยืนยัน การกระจายให้ทั่วถึงและโปร่งใสจะสร้างความเชื่อมั่น

ข้อเสนอทางออกจากพรรคประชาชน

ระยะสั้น: เร่งกระจายน้ำมันและเปิดข้อมูลปั๊มที่เติมได้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ สัญญาว่าสัปดาห์หน้าจะมีน้ำมันทุกปั๊ม แต่ต้องพิสูจน์ด้วยข้อมูลจริง ระยะยาว: แก้ปัญหาต้นตอปุ๋ยและพลังงานทางเลือก เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนซ้ำ

การอภิปรายครั้งนี้ช้าไปบ้างเพราะเสนอตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่ดีที่รัฐบาลพร้อมรับฟัง ชวนทุกท่านติดตามมุมมองทั้งฝ่ายค้านและรัฐ เพื่อเห็นทางออกวิกฤตนี้

ในฐานะนักข่าวการเมือง มองว่าการเปิดข้อมูล “ไอ้โม่ง” จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากรัฐบาลตอบสนองเร็ว จะช่วยลดความตื่นตระหนกและฟื้นเศรษฐกิจฐานรากได้ทันที สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมรายงานปัญหาเพื่อความโปร่งใส

ที่มา – “วีระยุทธ” จัดทัพ 30 สส. เปิดข้อมูล “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน พรุ่งนี้

รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมระบายน้ำมันสำรอง 26 มี.ค. นี้

รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมระบายน้ำมันสำรอง 26 มี.ค. นี้ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กระทบอุปทานพลังงานโลก นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิ ประกาศมาตรการนี้เพื่อพยุงเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมระบายน้ำมันสำรอง 26 มี.ค. นี้

นางซานาเอะ ทากาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568 ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะเริ่มระบายน้ำมันดิบจากคลังสำรองของรัฐตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคมนี้เป็นต้นไป มาตรการนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง โดยเฉพาะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล กับอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงและเสี่ยงขาดแคลน

การประชุมคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้หารือถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยญี่ปุ่นซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันกว่า 90% จากตะวันออกกลาง จึงต้องเร่งมาตรการรับมือ หลังจากที่สัปดาห์ก่อนหน้าได้เริ่มระบายน้ำมันจากคลังภาคเอกชนแล้ว

รายละเอียดมาตรการระบายน้ำมัน

  • ระบายน้ำมันจากคลังรัฐสำหรับใช้งาน 1 เดือน
  • นำน้ำมันสำรองร่วมจากกลุ่มผู้ผลิตตะวันออกกลางที่ฝากในญี่ปุ่นออกใช้ภายในสิ้นเดือนมีนาคม
  • ประสานงานกับสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) สำหรับการระบายร่วม

นอกจากนี้ นายกฯ ทากาอิจิ ยังได้หารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่วอชิงตันเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว เพื่อยืนยันความร่วมมือรักษาความปลอดภัยเส้นทางขนส่งน้ำมัน โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ

บริบทและประวัติศาสตร์

ญี่ปุ่นมีคลังน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก ประมาณ 240 วันของการใช้งาน ปัจจุบันนี้เป็นครั้งที่สองในรอบปีที่ต้องระบาย ครั้งแรกเริ่ม 11 มีนาคม โดยระบายจากภาคเอกชน 15 วัน และตามด้วยคลังรัฐ มาตรการนี้คล้ายกับที่เคยทำในปี 2022 ระหว่างวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งช่วยลดราคาน้ำมันในประเทศได้ชั่วคราว

ผลกระทบที่คาดหวังคือ ลดแรงกดดันราคาน้ำมันในญี่ปุ่น ซึ่งพุ่งสูงสุดในรอบหลายปี ส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นในตลาดโลก โดยญี่ปุ่นย้ำถึงการทูตเพื่อสันติภาพในตะวันออกกลาง

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นและโลก

เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังฟื้นตัวจากโควิด-19 การขาดแคลนพลังงานอาจทำให้เงินเยนอ่อนค่าและเงินเฟ้อพุ่ง มาตรการนี้จึงเป็นการพยุงทันที แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าญี่ปุ่นควรเร่งพัฒนาพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และนิวเคลียร์ เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมัน

ในระดับโลก การเคลื่อนไหวของญี่ปุ่นอาจกระตุ้นให้ประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐฯ และยุโรป ทำตาม ซึ่งจะช่วย稳定ราคาน้ำมันได้

อย่างไรก็ตาม มาตรการระบายน้ำมันสำรองเป็นเพียงการแก้ปัญหาชั่วคราว ในระยะยาว ญี่ปุ่นและโลกต้องหาทางออกรากฐานของความขัดแย้ง ผู้ประกอบการไทยที่นำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นควรติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด เพราะอาจกระทบต้นทุนการผลิต

ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและพลังงานโลกเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมระบายน้ำมันสำรอง 26 มี.ค. นี้

“พิพัฒน์” เผย นายกฯ สั่งชะลอเก็บน้ำมันสำรอง

ในช่วงสถานการณ์ตึงเครียดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลก ผู้ใช้รถยนต์ในไทยหลายคนเริ่มตื่นตระหนก ส่งผลให้เกิดภาพคิวยาวเหยียดที่ปั๊มน้ำมัน ขาดแคลนน้ำมันขาย ล่าสุด “พิพัฒน์” เผยนายกฯ สั่งชะลอเก็บน้ำมันสำรอง เพื่ออัดฉีดน้ำมันเข้าระบบให้พอกับความต้องการ เพื่อบรรเทาปัญหานี้โดยด่วน

“พิพัฒน์” เผยนายกฯ สั่งชะลอเก็บน้ำมันสำรอง เพื่ออัดฉีดน้ำมันเข้าระบบให้พอกับความต้องการ

วันที่ 23 มีนาคม 2569 หลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศบก. ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่ารัฐบาลกำลังเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันที่สถานีบริการต่างๆ

จากการหารือกับผู้ค้าน้ำมันและโรงกลั่นตามมาตรา 7 พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 พบว่าปัจจุบันมีการอัดฉีดน้ำมันเข้าสู่ระบบเกือบ 10,000 สถานีบริการทั่วประเทศ โดยปริมาณเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นจากเดิม 67 ล้านลิตร เป็น 82-84 ล้านลิตร แม้จะมากขึ้นแต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการที่พุ่งสูงจากความตื่นตระหนกของประชาชน

คำสั่งนายกฯ ชะลอเก็บน้ำมันสำรองทันที

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 นายกรัฐมนตรีได้ลงนามคำสั่งงดเว้นการเพิ่มอัตราการเก็บน้ำมันสำรอง โดยเดิมกำหนดให้ผู้ค้าปรับเพิ่ม 0.5% ภายใน 31 มีนาคม และอีก 1.5% ภายใน 30 เมษายน รวมเป็น 3% แต่ตอนนี้ชะลอไว้ คงอัตราเดิมที่ 1% เพื่อให้ผู้ค้าฯ และโรงกลั่นนำน้ำมันสำรองอัดฉีดสู่ตลาด ลดปัญหาขาดแคลน

นายพิพัฒน์ ระบุชัดว่านายกรัฐมนตรีสั่งการให้ภายในสัปดาห์นี้ สถานีบริการทุกแห่งต้องมีน้ำมันขาย ไม่มีคำว่า “น้ำมันหมด” อีกต่อไป ผู้ค้าฯ ได้รับทราบและเร่งปฏิบัติ โรงกลั่นก็เพิ่มกำลังการกลั่นให้ถึง 100% หรือแม้เกินกว่านั้นเพื่อผลิตให้ทัน

มาตรการเพิ่มเติมและน้ำมัน B20

นอกจากนี้ ยังมีข่าวดีสำหรับผู้ใช้รถบรรทุกและอุตสาหกรรม คือ น้ำมันสูตร B20 (ไบโอดีเซลผสม 20%) จะเริ่มวางขายภายในสัปดาห์นี้ ช่วยลดต้นทุนและส่งเสริมพลังงานทางเลือก

  • เพิ่มปริมาณน้ำมันอัดฉีดต่อวันจาก 67 ล้านลิตร เป็น 82-84 ล้านลิตร
  • ชะลอเก็บสำรอง คงที่ 1% แทนเพิ่มเป็น 3%
  • โรงกลั่นผลิตเต็มกำลัง 100%+
  • น้ำมัน B20 ออกสู่ตลาดสัปดาห์นี้
  • คาดปัญหาคิวยาวหมดไปใน 7 วัน

สถานการณ์นี้เกิดจากความกังวลสงครามตะวันออกกลางที่อาจกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันโลก ส่งผลราคาน้ำมันดิบพุ่ง แต่รัฐบาลไทยเตรียมพร้อมดี โดยมีน้ำมันสำรองในประเทศเพียงพอ หากประชาชนเลิกตื่นตระหนก ปัญหาจะคลี่คลายเร็ว

มาตรการ “พิพัฒน์” เผยนายกฯ สั่งชะลอเก็บน้ำมันสำรอง เพื่ออัดฉีดน้ำมันเข้าระบบให้พอกับความต้องการ แสดงให้เห็นความรวดเร็วของรัฐบาลในการรับมือวิกฤต แนะนำให้ผู้ใช้เติมน้ำมันตามปกติ อย่าตุนเกินจำเป็น เพื่อไม่ให้ระบบล้น

ในมุมมองผู้เขียน มาตรการนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องทันเวลา ช่วยรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและการจราจร หากทุกฝ่ายร่วมมือ สถานการณ์จะกลับสู่ปกติในไม่ช้า

เรียกดูข้อมูลเพิ่มเติม: ติดตามอัปเดตสถานการณ์น้ำมันล่าสุด และแชร์ประสบการณ์คิวยาวที่ปั๊มของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – “พิพัฒน์” เผยนายกฯ สั่งชะลอเก็บน้ำมันสำรอง เพื่ออัดฉีดน้ำมันเข้าระบบให้พอกับความต้องการ

คุมเข้มสต็อกน้ำมัน ใช้บังคับตั้งแต่วันนี้

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวใหญ่ในวงการพลังงานเลยนะ คุมเข้มสต็อกน้ำมัน ใช้บังคับตั้งแต่วันนี้ กรมธุรกิจพลังงานออกประกาศใหม่ ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ต้องรายงานยอดน้ำมันคงเหลือทุกวัน! เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะช่วยให้ประเทศเรามั่นคงด้านพลังงาน ไม่ต้องกังวลเรื่องขาดแคลนน้ำมันกะทันหัน โดยประกาศนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2569 เลยนะ ใครที่ทำธุรกิจน้ำมันต้องรีบเช็คกันด่วน

คุมเข้มสต็อกน้ำมัน ใช้บังคับตั้งแต่วันนี้

ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดชนิดและอัตรา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2569 ลงนามโดยนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานน้ำมันในประเทศให้ดีขึ้น อาศัย พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543

สาระสำคัญคือ ผู้ค้าน้ำมันขนาดใหญ่ตามมาตรา 7 ซึ่งมีปริมาณค้าปีละ 100,000 เมตริกตันขึ้นไป (ราว 120 ล้านลิตร) ต้องเก็บสำรองน้ำมันให้เพียงพอ และตอนนี้ต้องรายงานยอดคงเหลือรายวันแบบ strict มากขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาสต็อกไม่พอ

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงในประกาศใหม่

  • ยกเลิกนิยาม “Dead Stock” ที่เป็นน้ำมันสำเร็จรูปสูบถ่ายไม่ได้ อีกต่อไป
  • เพิ่มนิยาม “น้ำมันองค์ประกอบ” คือ น้ำมันพร้อมผสมเพื่อทำเบนซิน แก๊สโซฮอล์ ดีเซล หรือเจท เอ 1 ที่อธิบดีเห็นชอบ
  • ข้อ 8 ใหม่: เก็บสำรองน้ำมันดิบหรือสำเร็จรูปได้ไม่ต่ำกว่า 70% ต่อวัน แต่เฉลี่ยเดือนต้องครบตามกำหนด
  • ข้อ 9 ใหม่: ต้องเก็บสำรองน้ำมันสำเร็จรูปทุกวัน รวมถึงของที่คุณภาพไม่มาตรฐานแต่มีหนังสือรับรอง และน้ำมันองค์ประกอบ
  • ข้อ 12 ใหม่: สามารถใช้ “น้ำมันองค์ประกอบ” หรือน้ำมันดิบแทนน้ำมันสำเร็จรูปได้ สูงสุด 20% ในอัตรา 1:1 แต่ต้องขอความเห็นชอบอธิบดีก่อน และรายงานด้วยแบบ นพ. 210 ทุกวัน รวมถึงรายละเอียดถัง คลัง ฯลฯ ถ้าจะเปลี่ยนต้องขออนุมัติใหม่

สรุปคือ คุมเข้มสต็อกน้ำมัน ใช้บังคับตั้งแต่วันนี้ ทำให้ผู้ค้าต้องรายงานทุกวัน แบบไม่มีหลวม แม้น้ำมันที่เก็บแทนกันก็ต้อง track ชัดเจน ช่วยให้รัฐบาลติดตามสต็อก realtime ได้ดี

ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 คือใครบ้าง?

กลุ่มนี้คือยักษ์ใหญ่ในวงการ ค้าปีละเป็นล้านลิตร มีหน้าที่สำรองน้ำมันตามกฎหมายเพื่อความมั่นคงพลังงาน รายชื่อหลักๆ มีดังนี้

  • บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) – PTT Station
  • บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BCP) – รวม BSRC (เดิม ESSO)
  • บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) – PT Station
  • บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด (Shell)
  • บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด (Caltex)
  • บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) (SUSCO)
  • บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (Thaioil)
  • บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC)
  • บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟนนิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC)

ถ้าคุณเป็นผู้ค้าหรือเกี่ยวข้อง ต้องรีบปรับระบบรายงานซะแต่เนิ่นๆ นะครับ ไม่งั้นอาจโดนปรับได้

ในมุมผมเห็นว่ามาตรการนี้ดีมาก ช่วยลดความเสี่ยงจากวิกฤตน้ำมันโลก โดยเฉพาะตอนราคาผันผวนหรือสงครามการค้า ประเทศเราจะได้ไม่ลำบาก ถ้าอยากอัพเดทข่าวพลังงานเพิ่ม ติดตามบล็อกเราไว้เลย หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ในวงการด้วยนะ สนับสนุนด้วยคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดยังไงกับการคุมเข้มนี้!

ที่มา – คุมเข้มสต็อกน้ำมัน ใช้บังคับตั้งแต่วันนี้ ให้ผู้ค้าน้ำมันตาม ม.7 รายงานยอดคงเหลือทุกวัน

อ่านประกาศฉบับเต็มที่นี่

ขุนคลังสหรัฐฯ เผย อาจผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน หลังราคาพุ่ง

ขุนคลังสหรัฐฯ เผย อาจผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน หลังราคาพุ่ง สร้างความหวังให้ตลาดพลังงานโลก ท่ามกลางวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันทะยานสูง

ขุนคลังสหรัฐฯ เผย อาจผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน หลังราคาพุ่ง

จากบทสัมภาษณ์ของนายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กับสำนักข่าว Fox Business เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า สหรัฐอเมริกากำลังพิจารณาผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันจากอิหร่าน เพื่อเพิ่มปริมาณอุปทานน้ำมันในตลาดโลก หลังจากราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

สถานการณ์ปัจจุบัน ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลทั่วโลกกำลังอยู่ในระดับที่สูงลิ่ว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภคและอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียอย่างประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นหลัก การตัดสินใจดังกล่าวคาดว่าจะปล่อยน้ำมันประมาณ 140 ล้านบาร์เรลที่กำลังขนส่งทางเรือ ซึ่งเทียบเท่ากับการบริโภคทั่วโลกประมาณ 1.4 วัน เนื่องจากปริมาณการบริโภคน้ำมันโลกอยู่ที่ 100 ล้านบาร์เรลต่อวัน

สาเหตุที่นำไปสู่การพิจารณาผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน

ขุนคลังสหรัฐฯ เผย อาจผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน หลังราคาพุ่ง เนื่องจากโรงกลั่นและแหล่งผลิตน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียได้รับความเสียหายจากสงคราม ทำให้อุปทานขาดแคลน สหรัฐฯ จึงมีแผนเพิ่มอุปทานหลายด้าน เช่น การระงับคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซีย การระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) จำนวน 172 ล้านบาร์เรล และการอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านแล่นผ่านแม้ในช่วงขัดแย้ง

  • เพิ่มอุปทานทันที: น้ำมันอิหร่าน 140 ล้านบาร์เรล จะไหลเข้าตลาดยุโรปและเอเชียอย่างรวดเร็ว
  • ลดราคาพลังงาน: คาดว่าราคาจะปรับตัวลงภายใน 10-14 วัน
  • ผลกระทบต่อไทย: ราคาน้ำมันในประเทศอาจลดลง ส่งผลดีต่อการขนส่งและผู้บริโภค

การผ่อนคลายนี้จะอนุญาตให้ขายน้ำมันดิบอิหร่านที่ถูกจำกัดไว้ สู่ตลาดโลก ซึ่งช่วยบรรเทาความกดดันจากราคาที่พุ่งสูง อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าผลกระทบจะมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะต่อราคาน้ำมันในระยะยาว

มุมมองของขุนคลังสหรัฐฯ ต่อข้อกังวลเรื่องการสนับสนุนศัตรู

เมื่อถูกถามถึงความกังวลว่ามาตรการนี้คือการให้เงินสนับสนุนอิหร่านซึ่งเป็นศัตรู นายเบสเซนต์ตอบอย่างชัดเจนว่า “สหรัฐฯ จะใช้น้ำมันของอิหร่านเพื่อจัดการกับอิหร่านเอง” โดยมุ่งกดราคาพลังงานให้ต่ำลง เพื่อลดอิทธิพลทางเศรษฐกิจของอิหร่านในที่สุด

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังมีประวัติการใช้เครื่องมือเหล่านี้ในอดีต เช่น การปล่อยน้ำมัน SPR ในปีก่อนๆ เพื่อควบคุมราคา ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสำเร็จในการลดความผันผวนของตลาด

สำหรับประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้อาจนำมาซึ่งโอกาสในการลดต้นทุนนำเข้าน้ำมัน ซึ่งปัจจุบันไทยนำเข้าน้ำมันกว่า 80% ของความต้องการ ส่งผลดีต่อ GDP และอัตราเงินเฟ้อ หากราคาน้ำมันลดลง 10% คาดว่าจะช่วยประหยัดงบประมาณประชาชนหลายหมื่นล้านบาทต่อปี

ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกและผลกระทบต่อไทยได้ที่ ข่าวต่างประเทศ

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ มาตรการขุนคลังสหรัฐฯ เผย อาจผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน หลังราคาพุ่ง ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการรักษาเสถียรภาพพลังงานโลก แนะนำให้นักลงทุนติดตามการเคลื่อนไหวของ OPEC+ และข้อมูล EIA รายสัปดาห์เพื่อประเมินแนวโน้มต่อไป

คุณคิดว่ามาตรการนี้จะช่วยลดราคาน้ำมันในไทยได้จริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อแจ้งเตือนเพื่อนๆ เกี่ยวกับข่าวสำคัญ!

ที่มา – ขุนคลังสหรัฐฯ เผย อาจผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน หลังราคาพุ่ง

ออสเตรเลียปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉิน 762 ล้านลิตร

สถานการณ์วิกฤตพลังงานกำลังรุนแรงในออสเตรเลีย เมื่อ ออสเตรเลียปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉิน 762 ล้านลิตร เข้าสู่ตลาด เพื่อบรรเทาปัญหาประชาชนแห่กักตุนน้ำมัน ส่งผลให้ราคาพุ่งสูงทั่วประเทศ สถานีบริการหลายแห่งขาดแคลนเชื้อเพลิง รัฐบาลตัดสินใจเด็ดขาดหลังราคาน้ำมันโลกผันผวนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

ออสเตรเลียปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉิน 762 ล้านลิตร

รัฐบาลออสเตรเลียประกาศปล่อยน้ำมันสำรองจำนวนมหาศาล 762 ล้านลิตร ซึ่งประกอบด้วยน้ำมันเบนซินและดีเซล โดยเริ่มทยอยส่งเข้าสู่ตลาดตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากประชาชนจำนวนมากตื่นตระหนก แห่ไปเติมน้ำมันและกักตุนไว้ใช้ สถานีบริการน้ำมันในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะรัฐนิวเซาท์เวลส์ มีรายงานว่าปั๊มน้ำมันกว่า 32 แห่งจากทั้งหมดกว่า 3,000 แห่ง เริ่มมีน้ำมันเหลือน้อยหรือหมดสต็อกไปแล้ว

ข้อมูลจาก Australian Competition and Consumer Commission (ACCC) เผยว่าราคาน้ำมันใน 5 เมืองใหญ่ของออสเตรเลีย เช่น ซิดนีย์ เมลเบิร์น เพิร์ธ บริสเบน และอะเดไลด์ พุ่งสูงขึ้นเกือบ 50 เซนต์ต่อลิตร ระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ถึง 11 มีนาคม ราคาเฉลี่ยรายวันอยู่ที่ประมาณ 2.20 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อลิตร หรือราว 1.55 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น

สาเหตุหลักของ ออสเตรเลียปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉิน 762 ล้านลิตร

สาเหตุหลักมาจากกระแสตื่นตระหนกของประชาชนที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์โจมตีในอิหร่านเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันในประเทศเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า คริส โบเวน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของออสเตรเลีย กล่าวกับสื่อท้องถิ่นว่า “ขอให้ประชาชนเติมน้ำมันเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ไม่ควรมากหรือน้อยเกินไป เพราะตอนนี้ความต้องการพุ่งสูงขึ้นสองเท่าตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ในอิหร่าน”

นอกจากนี้ สถานการณ์นี้ยังสะท้อนแนวโน้มทั่วโลกที่หลายประเทศกำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน เช่น สหรัฐอเมริกาที่เคยปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) เพื่อควบคุมราคา ในออสเตรเลีย น้ำมันสำรองดังกล่าวถูกเก็บไว้เพื่อใช้ในยามฉุกเฉินเช่นนี้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนและรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน

ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ใช้รถยนต์และธุรกิจโลจิสติกส์ คิวยาวเหยียดที่ปั๊มน้ำมันกลายเป็นภาพคุ้นตา แม้รัฐบาลจะออกมาเรียกร้องให้ซื้อเท่าที่จำเป็น รัฐบาลคาดหวังว่า ออสเตรเลียปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉิน 762 ล้านลิตร ครั้งนี้จะช่วยลดแรงกดดันด้านราคาและคลี่คลายความตื่นตระหนกได้ในระยะสั้น

  • ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 50 เซนต์/ลิตร ใน 5 เมืองใหญ่
  • สถานีน้ำมัน 32 แห่งขาดสต็อก ในรัฐนิวเซาท์เวลส์
  • ความต้องการน้ำมันเพิ่ม 2 เท่า จากเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
  • น้ำมันสำรอง 762 ล้านลิตร เริ่มปล่อยตั้งแต่วันนี้

ในมุมกว้างขึ้น ปัญหานี้เชื่อมโยงกับความไม่แน่นอนในตลาดพลังงานโลกที่ได้รับผลจากสงครามและความขัดแย้ง หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อและชะลอตัวทางเศรษฐกิจ

สำหรับประเทศไทย แม้ยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้นอาจส่งผลตามมาในอนาคตอันใกล้ ผู้บริโภคควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

คุณคิดว่ามาตรการปล่อยน้ำมันสำรองจะช่วยแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่? แชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารพลังงานและเศรษฐกิจโลกกับเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – ออสเตรเลียปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉิน 762 ล้านลิตร หลังประชาชนแห่กักตุน ราคาพุ่งทั่วประเทศ

“ภัทรพงษ์” โวย ทีมดับไฟป่ายังหาปั๊มน้ำมันเติมแทบไม่ได้

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวร้อนๆ ในวงการการเมืองไทยที่กำลังเป็นประเด็นฮือฮาเลยทีเดียว นั่นคือ “ภัทรพงษ์” โวย ทีมดับไฟป่ายังหาปั๊มน้ำมันเติมแทบไม่ได้ นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.เชียงใหม่ จากพรรคประชาชน ออกมาโพสท์ท้าทายนายเอกนิติ นิติภัณฑ์ประภาส รองนายกฯ และ รมว.คลัง ว่าอยู่ประเทศเดียวกันหรือเปล่า? เพราะสถานการณ์น้ำมันตอนนี้มันแย่จริงๆ

“ภัทรพงษ์” โวย ทีมดับไฟป่ายังหาปั๊มน้ำมันเติมแทบไม่ได้

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2567 (หรือ 2569 ตามข่าว) ที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะเชียงใหม่ กำลังเผชิญไฟป่าลุกลามหนัก ทีมดับไฟป่าต้องวิ่งวุ่นทั้งวัน แต่เช้านั้นเอง แม้แต่รถดับไฟยังหาปั๊มน้ำมันเติมไม่ได้เลย น้ำมันดีเซลหมดเกลี้ยงหลายปั๊ม! นายภัทรพงษ์เลยตั้งคำถามตรงๆ ว่านายเอกนิติที่บอกว่าปั๊มมีน้ำมันพอ ไม่ต้องกังวล อยู่ประเทศไทยด้วยกันรึเปล่า?

ฟังดูแล้วก็เซ็งแทนนะครับ ปกติไฟป่าในฤดูแล้งแบบนี้ รัฐบาลควรเตรียมพร้อมอยู่แล้ว แต่ทำไมปลายทางถึงขาดแคลนขนาดนี้? นายภัทรพงษ์ชี้ว่ารัฐบาลบริหารจัดการล้มเหลวสิ้นเชิง เพราะต้นทางอาจมีน้ำมันสำรอง แต่กระจายไม่ทันความต้องการ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกลอย่างภาคเหนือ

ปัญหาน้ำมันขาดแคลนกระทบทีมดับไฟป่าและประชาชนอย่างไร

ลองนึกภาพดูสิครับ ทีมดับไฟป่าที่กำลังสู้สุดชีวิตกับเปลวเพลิง ถ้าขาดน้ำมัน รถดับเพลิงหยุดนิ่ง ไฟก็ลุกลามต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่เสียหายมากขึ้น สิ่งแวดล้อมพัง ประชาชนสูดควันพิษเข้าไปเต็มปอด แถมรถบรรทุก รถแท็กซี่ รถส่วนบุคคล ก็เดือดร้อนไปด้วย

  • น้ำมันดีเซลหมดเกลี้ยงที่ปั๊มหลายแห่งในเชียงใหม่
  • ทีมดับไฟป่าต้องเสียเวลาแสวงหาน้ำมัน แทนที่จะดับไฟ
  • ประชาชนกังวล ต้องต่อคิวหรือขับรถไกลเพื่อเติมน้ำมัน
  • กระทบเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะการขนส่งสินค้า

นายภัทรพงษ์ย้ำชัดๆ ว่า “รัฐบาลต้องจัดการสถานการณ์ภาวะวิกฤตให้เป็นระบบได้แล้ว น้ำมันสำรองมีอยู่เท่าไหร่ การกระจายน้ำมันจากต้นทางไปสู่ปลายทางดำเนินการอย่างไร เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละพื้นที่จริงๆ หรือไม่ พื้นที่ไหนไม่เพียงพออย่างไร สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ต้องสื่อสารกับประชาชน ไม่ใช่การมาบอกว่าน้ำมันเพียงพอไม่ต้องกังวล แต่หน้างานประชาชนไม่มีน้ำมันเติมแบบนี้”

เห็นด้วยเลยครับ การสื่อสารที่ไม่ตรงไปตรงมา มันยิ่งทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น รัฐบาลมีอำนาจเต็มมือ ทำไมไม่ทำงานให้เป็นระบบ ลดผลกระทบให้มากที่สุด? แทนที่จะพูดให้ดูดี แต่ปัญหายังค้างคา

บริบทกว้างๆ แล้ว ตอนนี้ไทยกำลังเจอปัญหาพลังงานหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันผันผวน สงครามการค้าโลก หรือปัญหาภายในอย่างการนำเข้าน้ำมันที่ล่าช้า บวกกับไฟป่าที่รุนแรงจาก climate change ทำให้ความต้องการพุ่งสูง รัฐบาลควรมีแผนสำรองที่ชัดเจน เช่น เพิ่มปั๊มสำรองในพื้นที่เสี่ยง หรือใช้ระบบดิจิทัลติดตามสต็อกน้ำมันแบบเรียลไทม์

เพื่อนๆ ที่อยู่ภาคเหนือหรือเคยเจอปัญหานี้ ลองแชร์ประสบการณ์หน่อยครับ ปั๊มใกล้บ้านมีน้ำมันเต็มหรือเปล่า? หรือมีวิธีรับมือยังไงบ้าง

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่ารัฐบาลต้องโปร่งใสและลงมือแก้ปัญหาจริงจัง อย่าปล่อยให้คำพูดนำหน้า ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ วิกฤตอาจบานปลาย ลองติดตามข่าวอัปเดตจากเรา และแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ ว่าคุณมองรัฐบาลชุดนี้อย่างไรในเรื่องนี้!

ที่มา – “ภัทรพงษ์” โวย ทีมดับไฟป่ายังหาปั๊มน้ำมันเติมแทบไม่ได้ ถาม “เอกนิติ” อยู่ประเทศเดียวกันหรือไม่

ญี่ปุ่นเริ่มระบายน้ำมันสำรองจากภาคเอกชนในวันจันทร์นี้

ญี่ปุ่นเริ่มระบายน้ำมันสำรองจากภาคเอกชนในวันจันทร์นี้ เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบทั่วโลก โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดกั้นโดยปริยายจากอิหร่าน ทำให้ญี่ปุ่นซึ่งพึ่งพาน้ำมันนำเข้าสูงถึง 90% ต้องเร่งมาตรการฉุกเฉิน

ญี่ปุ่นเริ่มระบายน้ำมันสำรองจากภาคเอกชนในวันจันทร์นี้

ตามรายงานจากสำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศเริ่มดำเนินการระบายน้ำมันจากคลังสำรองของภาคเอกชนในวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม โดยบริษัทผู้ค้าส่งน้ำมันและเอกชนอื่นๆ มีหน้าที่กฎหมายต้องเก็บสำรองปิโตรเลียมให้เพียงพอสำหรับการบริโภค 70 วัน ซึ่งครั้งนี้จะระบายปริมาณเท่ากับ 15 วันก่อน จากนั้นตามด้วยคลังสำรองของรัฐอีก 1 เดือน เพื่อรักษาเสถียรภาพอุปทานน้ำมันในประเทศ

สาเหตุหลักที่ญี่ปุ่นเริ่มระบายน้ำมันสำรองจากภาคเอกชนในวันจันทร์นี้

กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (METI) ประเมินว่าจำนวนเรือบรรทุกน้ำมันที่จะมาถึงญี่ปุ่นจะลดลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่วันศุกร์นี้ เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางทำให้เส้นทางการขนส่งน้ำมันถูกขัดขวาง โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ญี่ปุ่นซึ่งนำเข้าน้ำมันดิบกว่า 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวันจึงเสี่ยงขาดแคลนอย่างหนัก หากไม่ดำเนินการทันที

นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ให้ระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินรวม 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นปริมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และล่าสุด IEA ยืนยันว่าการระบายจะเริ่มภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ โดยญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศหลักที่เข้าร่วม

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นและตลาดน้ำมันโลก

การตัดสินใจ ญี่ปุ่นเริ่มระบายน้ำมันสำรองจากภาคเอกชนในวันจันทร์นี้ ไม่เพียงช่วยบรรเทาความกังวลด้านราคาน้ำมันที่พุ่งสูงในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังส่งสัญญาณบวกต่อตลาดโลก หลังราคาน้ำมันเบรนท์ทะยานเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากวิกฤตนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ามาตรการนี้เป็นเพียงชั่วคราว หากสงครามยืดเยื้อ ญี่ปุ่นอาจต้องหันไปพึ่งพาแหล่งนำเข้าทางเลือก เช่น รัสเซียหรือออสเตรเลีย

  • ปริมาณสำรองเอกชน: เท่ากับ 70 วันของการบริโภค
  • ระบายครั้งแรก: 15 วันจากเอกชน
  • ตามด้วย: 30 วันจากรัฐ
  • IEA รวม: 400 ล้านบาร์เรล

ญี่ปุ่นมีประวัติการใช้คลังสำรองอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ในปี 2011 หลังเหตุการณ์ฟุกุชิมะที่ทำให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์หยุดชะงัก ส่งผลให้ความต้องการน้ำมันพุ่งสูง การระบายครั้งนี้จึงเป็นกลยุทธ์ที่ทดสอบมาแล้ว

มาตรการอื่นๆ ที่ญี่ปุ่นเตรียมรับมือ

นอกจากการระบายน้ำมัน รัฐบาลญี่ปุ่นยังวางแผนส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ลดการบริโภคในภาคอุตสาหกรรม และเจรจากับ OPEC เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต นอกจากนี้ ยังมีการรณรงค์ให้ประชาชนประหยัดน้ำมัน เช่น ลดความเร็วบนทางด่วนและส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า

สำหรับประเทศไทยซึ่งนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางเช่นกัน ควรจับตาการเคลื่อนไหวของญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด เพราะอาจเป็นแบบอย่างในการจัดการวิกฤตพลังงาน หากสถานการณ์悪化

สรุปแล้ว การที่ญี่ปุ่นเริ่มระบายน้ำมันสำรองจากภาคเอกชนในวันจันทร์นี้ แสดงถึงความเด็ดขาดในการรับมือวิกฤต ซึ่งน่าจะช่วยลดแรงกดดันด้านราคาและป้องกันการขาดแคลนในระยะสั้น ผู้สนใจควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์การลงทุนหรือการใช้พลังงานของตนเอง

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ข่าวต่างประเทศ

ที่มา – ญี่ปุ่นเริ่มระบายน้ำมันสำรองจากภาคเอกชนในวันจันทร์นี้

รัฐบาลเชิญบริษัทผู้ค้าน้ำมันหารือ หลังขนส่งล่าช้า

สถานการณ์น้ำมันในไทยช่วงนี้กำลังเป็นที่กังวลของประชาชน หลังจากที่มีข่าวรัฐบาลเชิญบริษัทผู้ค้าน้ำมันหารือ เพื่อแก้ปัญหาการขนส่งที่ไม่ทันความต้องการ โดยเฉพาะหลังประชาชนแห่ไปตุนน้ำมันตามปั๊มต่างๆ ทำให้บางแห่งน้ำมันหมดอย่างรวดเร็ว รัฐบาลยืนยันว่าสต็อกน้ำมันสำรองมีเพียงพอถึง 90 วัน แน่นอน วันนี้เราจะมาสรุปข้อมูลสำคัญจากที่ประชุมให้ฟังกันแบบละเอียด

รัฐบาลเชิญบริษัทผู้ค้าน้ำมันหารือ ด่วนแก้ปัญหาสต็อกและขนส่ง

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แถลงผลการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) นัดพิเศษ โดยหนึ่งในประเด็นหลักคือราคาน้ำมันและปริมาณสำรองในประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกระทรวงพลังงานยืนยันว่าน้ำมันดิบยังบริหารจัดการได้เพียงพอ

นายกรัฐมนตรีสั่งการเชิญผู้บริหารจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ซึ่งดูแลสถานีบริการทั่วประเทศ มาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ทุกฝ่ายยืนยันว่าน้ำมันมีเพียงพอ ประชาชนไม่ต้องกังวล โดยรัฐบาลเชิญบริษัทผู้ค้าน้ำมันหารือครั้งนี้ เพื่อหาสาเหตุที่บางปั๊มน้ำมันไม่พอขาย ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากประชาชนตื่นตระหนกแห่ตุน ทำให้การกระจายไม่ทัน

สต็อกน้ำมันสำรองในไทยเพียงพอ 90-96 วัน

อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ เปิดเผยข้อมูลสต็อกล่าสุด ณ วันที่ 13 มี.ค. 2569 กรมได้ตรวจคลังน้ำมัน 53 คลัง 589 ถัง พบน้ำมันสำรองเพื่อการค้าประมาณ 1,400 ล้านลิตร และสำรองตามกฎหมาย 3,400 ล้านลิตร รวม 39 วัน บวกน้ำมันระหว่างขนส่ง 27 วัน และสัญญาจัดหา 30 วัน รวมทั้งสิ้น 96 วัน หรืออย่างน้อย 90 วัน

  • น้ำมันสำรองการค้า: 1,400 ล้านลิตร (เท่ากับการใช้วันที่ 20 วัน)
  • น้ำมันสำรองกฎหมาย: 3,400 ล้านลิตร
  • น้ำมันขนส่งเข้า: 27 วัน
  • น้ำมันสัญญา: 30 วัน

ปัญหาหลักอยู่ที่การขนส่งไม่ทันยอดขายพุ่งสูง นายกฯ จึงสั่งกระทรวงพลังงานเร่งหารือปรับปรุงการจัดส่งให้เร็วขึ้น

ผู้ค้าน้ำมันยืนยันพร้อมรับมือวิกฤต

ผู้บริหารบริษัทผู้ค้าน้ำมันยืนยันว่ามีเครือข่ายทั่วโลก สามารถนำน้ำมันจากแหล่งอื่นแทนที่ช่องแคบฮอร์มุซ เช่น สหรัฐอเมริกา แอฟริกาตะวันตก ละตินอเมริกา มีน้ำมันดิบสำรอง 60% เพียงพอแปรรูปเป็นน้ำมันสำเร็จรูป นอกจากนี้ รองประธานหอการค้าไทยแจ้งว่าหลังประชุมภาคใต้ 14 จังหวัด ยืนยันไม่มีขาดแคลน เพียงแต่บางพื้นที่ยอดซื้อพุ่งจากความกังวล

รัฐบาลมอบหมายกระทรวงพลังงานสื่อสารให้ประชาชนมั่นใจ โดยจะเร่งบริหารการขนส่งและจัดการสต็อกให้สมดุล สำหรับภาคอุตสาหกรรม ก็จะนัดหารือผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 และ 10 เพื่อให้ซัพพลายเพียงพอ

ผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางต่อน้ำมันไทย

สาเหตุหลักของความตื่นตระหนกมาจากความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก กระทรวงการต่างประเทศรายงานสถานการณ์ล่าสุด ทำให้ประชาชนไทยกังวลว่าราคาน้ำมันจะพุ่งหรือขาดแคลน แต่รัฐบาลย้ำว่าประเทศไทยมีการบริหารจัดการที่ดี มีสต็อกสำรองตามมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ ยังมีแผนสำรอง เช่น การนำเข้าน้ำมันทางอื่นๆ และการกลั่นจากน้ำมันดิบในประเทศ ทำให้ไม่กระทบการใช้ในชีวิตประจำวัน

สรุปแล้ว การที่รัฐบาลเชิญบริษัทผู้ค้าน้ำมันหารือครั้งนี้ เป็นสัญญาณที่ดี แสดงถึงการทำงานเชิงรุกเพื่อความมั่นคงพลังงาน ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการตุนน้ำมันเกินจำเป็น เพราะจะยิ่งทำให้ปัญหาการกระจายหนักขึ้น แนะนำให้ติดตามข้อมูลจากกระทรวงพลังงานและกรมธุรกิจพลังงานอย่างเป็นทางการ หากมีอัปเดตเราจะนำมาอัปเดตให้ทราบต่อไป สนับสนุนด้วยการแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลถึงกันนะครับ!

ความเห็นส่วนตัว: สถานการณ์แบบนี้เป็นบททดสอบการบริหารจัดการพลังงานของไทย หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน โดยประชาชนไม่ตื่นตระหนก ผู้ประกอบการเร่งขนส่ง รัฐบาลสื่อสารชัดเจน เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างราบรื่น

ที่มา – “รัฐบาล” เชิญ “บริษัทผู้ค้าน้ำมัน” หารือ หลังขนส่งไม่ทันความต้องการประชาชน

Scroll to top