น้ําเสีย

พูนศักดิ์ขอบคุณรมว.อุตสาหกรรมเร่งตรวจโรงงานปล่อยสารพิษ

พูนศักดิ์ขอบคุณรมว.อุตสาหกรรมเร่งตรวจโรงงานปล่อยสารพิษ

เป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากครับ เมื่อคุณพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวกรณีการตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดชลบุรี โดยแม้เจ้าตัวจะออกปากขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมที่สั่งการลงพื้นที่อย่างรวดเร็ว แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมมาตรการที่ออกมาถึงดูเบาบางไปหน่อยเมื่อเทียบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น

ทำไมพูนศักดิ์ขอบคุณรมว.อุตสาหกรรมเร่งตรวจโรงงานปล่อยสารพิษ แต่ยังข้องใจคำสั่ง?

หลังจากที่มีชาวบ้านร้องเรียนเรื่องการลักลอบทิ้งสารเคมีและปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำประปาใน ต.นาวังหิน อ.พนัสนิคม ทางคุณพูนศักดิ์ก็ได้เร่งประสานงานจนนำไปสู่การตรวจพบความผิดจริง แต่คำถามสำคัญที่ทิ้งไว้คือ การใช้เพียงมาตรา 37 เพื่อสั่งให้ปรับปรุงโรงงานนั้นเพียงพอแล้วหรือยัง ในเมื่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่นั้นร้ายแรงมาก

หากเรามาดูข้อเท็จจริง จะพบประเด็นสำคัญที่น่าตกใจดังนี้:

  • โรงงานไม่มีใบอนุญาตจัดตั้งนิคมหรือเขตประกอบการอุตสาหกรรมที่ถูกต้อง
  • พบระบบบำบัดน้ำเสียที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่เสร็จสมบูรณ์
  • ไม่มีระบบบำบัดอากาศที่เหมาะสมในการควบคุมมลพิษ
  • บ่อน้ำในพื้นที่ข้างเคียงมีความเป็นกรดแก่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำบาดาล

คุณพูนศักดิ์มองว่า ในเมื่อเจอหลักฐานมัดตัวขนาดนี้ ทำไมกระทรวงถึงไม่เลือกใช้มาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 เพื่อสั่งให้หยุดการประกอบกิจการชั่วคราว การปล่อยให้โรงงานทำงานต่อไปท่ามกลางมลพิษที่กระจายตัวอยู่นั้น เท่ากับเป็นการผลักภาระความเสี่ยงให้ประชาชนรับไปเต็มๆ ทั้งที่กฎหมายมีช่องทางในการปกป้องชีวิตและสิ่งแวดล้อมไว้อยู่แล้ว

สรุปมุมมอง: การเร่งตรวจสอบถือเป็นก้าวแรกที่ดี แต่หัวใจสำคัญของกระทรวงอุตสาหกรรมไม่ใช่แค่การออกคำสั่งให้แก้ไข แต่คือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อหยุดยั้งมลพิษก่อนที่จะสายเกินแก้ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าทางกระทรวงจะมีมาตรการเชิงรุกที่มากกว่านี้เพื่อคืนความปลอดภัยให้กับพี่น้องชาวชลบุรีหรือไม่

ที่มา – “พูนศักดิ์”ขอบคุณรมว.อุตสาหกรรมเร่งตรวจโรงงานปล่อยสารพิษ แต่สงสัยทำไมแค่สั่งปรับปรุง

สส.พรรคประชาชน เรียกร้องตรวจมลพิษ โรงงาน 9 แห่ง ชลบุรี

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีประเด็นร้อนแรงเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่ชาวชลบุรีต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เมื่อทาง สส.พรรคประชาชน เรียกร้องเร่งตรวจสอบมลพิษน้ำเสีย โรงงานอุตสาหกรรม 9 แห่ง ในจ.ชลบุรี หลังจากพบปัญหาการปล่อยกากสารเคมีและน้ำเสียที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนในพื้นที่อย่างรุนแรง

สส.พรรคประชาชน เรียกร้องเร่งตรวจสอบมลพิษน้ำเสีย โรงงานอุตสาหกรรม 9 แห่ง ในจ.ชลบุรี

นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.พรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวหลังลงพื้นที่จริงที่ ต.นาวังหิน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี โดยพบว่ามีหลายโรงงานที่สร้างผลกระทบต่อชุมชน ทั้งเรื่องกลิ่นเหม็นจากสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ที่อันตรายถึงขั้นก่อโรคมะเร็ง รวมถึงปัญหาการจัดการน้ำเสียและการพักอาศัยของคนงานที่ไม่เป็นไปตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

รายละเอียดปัญหาที่พบจากการตรวจสอบ

จากการรายงานของพรรคประชาชน พบปัญหาหลักๆ ที่น่ากังวล ดังนี้:

  • สารอันตราย: มีสารอินทรีย์ระเหยง่ายฟุ้งกระจายในอากาศ ส่งผลกระทบต่อทางเดินหายใจของชาวบ้าน
  • น้ำเสียและน้ำกรด: พบการสะสมของน้ำสภาพเป็นกรดรุนแรงในบ่อกักเก็บ ซึ่งเสี่ยงต่อการรั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
  • อาคารที่พักคนงาน: พบการสร้างห้องพักเกินจำนวนที่ขออนุญาตไว้ในรายงาน EIA จำนวนมาก
  • ปัญหาบ่อดิน: การทำบ่อดินที่ไม่มีแนวกันชนและอาจรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ

เพื่อให้เกิดความชัดเจน สส.พรรคประชาชน เรียกร้องเร่งตรวจสอบมลพิษน้ำเสีย โรงงานอุตสาหกรรม 9 แห่ง ในจ.ชลบุรี ให้เป็นไปอย่างโปร่งใส โดยได้ประสานงานทั้งสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดและกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้เข้ามาตรวจสอบการจัดการกากของเสียย้อนหลัง 3 ปี เพื่อยืนยันว่าไม่มีการลักลอบทิ้งสารพิษในที่สาธารณะ

ในฐานะประชาชน เราควรจับตาดูความคืบหน้าของกรณีนี้อย่างใกล้ชิด เพราะสิ่งแวดล้อมที่ดีคือสิทธิขั้นพื้นฐานของเราทุกคน การที่หน่วยงานรัฐและตัวแทนประชาชนร่วมมือกันตรวจสอบถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการคืนพื้นที่ปลอดภัยให้กับชุมชน หากปล่อยให้กระบวนการตรวจสอบล่าช้าหรือเป็นเพียงการประวิงเวลา ปัญหาเหล่านี้อาจลุกลามจนเกินเยียวยา และเราทุกคนในพื้นที่ชลบุรีจะต้องเป็นผู้รับผลกระทบโดยตรง

ที่มา – สส.พรรคประชาชน เรียกร้องเร่งตรวจสอบมลพิษน้ำเสีย โรงงานอุตสาหกรรม 9 แห่ง ในจ.ชลบุรี

“จ่าสิงห์” ลุยล้างบ่อขยะเถื่อนแปดริ้ว 30 วัน

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาพูดถึงข่าวดีสำหรับชาวฉะเชิงเทราและคนที่รักสิ่งแวดล้อมกันบ้างนะครับ “จ่าสิงห์” ลุยล้างบ่อขยะเถื่อนแปดริ้ว กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตามอง เพราะปัญหาบ่อขยะหนามแดงที่ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นและน้ำเสียเน่าเสียมานานกว่า 20 ปี กำลังจะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง!

“จ่าสิงห์” ลุยล้างบ่อขยะเถื่อนแปดริ้ว

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม หรือที่รู้จักกันในชื่อ จ่าสิงห์ ได้นำคณะทำงานบูรณาการลงพื้นที่ตรวจสอบบ่อขยะชุมชนหนามแดง หมู่ 5 ตำบลหนามแดง อำเภอแปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา หรือที่เรียกกันว่าแปดริ้วนั่นเอง การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่มาดูเฉยๆ นะครับ แต่เป็นการลงมือแก้ปัญหาตรงๆ ประสานงานกับกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อยุติความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ต้องทนกลิ่นเหม็นและน้ำเสียไหลลงลำรางสาธารณะมานานแสนนาน

ปัญหาที่พบในบ่อขยะเถื่อนแปดริ้ว

จากการตรวจสอบพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 75 ไร่ เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติเพียบเลยครับ โดยเฉพาะโรงงานคัดแยกสิ่งปฏิกูลที่ติดตั้งเครื่องจักรคัดแยกขยะถึง 2 เครื่อง แต่ไม่มีในรายการที่ได้รับอนุญาตจากทางราชการ! นอกจากนี้ยังมีการดัดแปลงอาคารไม่ตรงตามแผนที่ขออนุมัติ ไม่มีการแบ่งเขตพื้นที่ระหว่างโรงงานกับบ่อขยะให้ชัดเจนตามระเบียบด้วย สิ่งเหล่านี้ละเมิดกฎหมายชัดๆ

  • ติดตั้งเครื่องจักรคัดแยกขยะ 2 เครื่อง โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ดัดแปลงอาคารไม่ตรงตามที่อนุมัติ
  • ไม่แบ่งเขตโรงงานและบ่อขยะให้ชัดเจน
  • ก่อมลพิษกลิ่นเหม็นและน้ำเสียกระทบชุมชน

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทราจึงไม่รอช้า ออกคำสั่งตามมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 ให้ผู้ประกอบการ รื้อถอนเครื่องจักรเถื่อนและปรับปรุงผังโรงงานให้ถูกต้องภายใน 30 วัน ถ้าไม่ทำตามก็โดนฟันตามกฎหมายแน่นอน

จ่าสิงห์ ขีดเส้นตาย 30 วัน สั่งรื้อถอนทันที

จ่าสิงห์ประกาศกร้าวเลยครับว่าจะกลับมาตรวจติดตามด้วยตัวเองเมื่อครบ 30 วัน เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างได้รับการแก้ไขครบถ้วน ไม่ให้ปัญหาค้างคาแบบนี้ต่อไป นี่จะเป็นต้นแบบในการจัดระเบียบโรงงานจัดการขยะทั่วประเทศ ให้ทุกแห่งปฏิบัติตามมาตรฐานเดียวกัน ไม่สร้างมลพิษทำลายสุขภาพและคุณภาพชีวิตชาวบ้านอีก

“ผมจะกลับมาติดตามผลด้วยตนเอง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกประเด็นได้รับการแก้ไขครบถ้วน… เพื่อให้การดำเนินกิจการเป็นไปตามกฎหมายและไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ” จ่าสิงห์กล่าวทิ้งท้ายแบบเด็ดขาด

ปัญหาขยะเถื่อนแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในไทยนะครับ โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้ชุมชนที่ขยายตัวเร็ว มลพิษจากกลิ่นและน้ำเสียส่งผลต่อสุขภาพ เช่น โรคทางเดินหายใจ ผิวหนัง และระบบนิเวศในลำราง การที่จ่าสิงห์ลงมือแบบนี้เป็นสัญญาณดี แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจริงจังกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ถ้าทุกหน่วยงานร่วมมือกัน เราจะจัดการปัญหาขยะได้ทั่วถึงแน่นอน

เพื่อนๆ คิดยังไงกับการลงพื้นที่ของจ่าสิงห์ครั้งนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตหลัง 30 วัน ว่าบ่อขยะเถื่อนแปดริ้วจะสะอาดเอี่ยมขนาดไหน! การแก้ปัญหาแบบนี้คือก้าวแรกสู่ประเทศไทยที่ยั่งยืนครับ

ที่มา – “จ่าสิงห์” ลุยล้างบางบ่อขยะเถื่อนแปดริ้ว ขีดเส้นตาย 30 วันสั่งรื้อถอนเครื่องจักรเถื่อน

Scroll to top