บริจาคโลหิต

รัฐบาลชวน บริจาคโลหิต ช่วยโรงพยาบาลชายแดน

รัฐบาลเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิต สำรองช่วยโรงพยาบาลแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม

จากสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ทำให้โรงพยาบาลในพื้นที่ต้องการสำรองโลหิตอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้บาดเจ็บ ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยติดเตียง ดังนั้น การบริจาคโลหิตจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงความจำเป็นในการสำรองโลหิต และขอความร่วมมือจากประชาชนในการร่วมบริจาคโลหิต เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ต้องดูแลผู้ป่วยจำนวนมาก

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้แจ้งความต้องการสำรองโลหิตเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลในพื้นที่ชายแดน จึงขอเชิญชวนประชาชนที่มีสุขภาพแข็งแรง มาร่วมบริจาคโลหิตได้ทันทีที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถ.อังรีดูนังต์ โดยมีรายละเอียดการเปิดให้บริการดังนี้

  • วันจันทร์–ศุกร์ เวลา 07.30–19.30 น.
  • วันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30–15.30 น.

ศูนย์บริการโลหิตฯ สามารถรองรับผู้บริจาคได้วันละกว่า 1,500 คน เพื่อความสะดวกและลดความแออัด ขอแนะนำให้ผู้บริจาคลงทะเบียนจองคิวล่วงหน้าได้ที่ https://bdbooking.redcross.or.th/ เพื่อความรวดเร็วและลดระยะเวลารอคอย

เนื่องจากปัจจุบันมีการก่อสร้างอาคารและปรับปรุงพื้นที่บริเวณศูนย์บริการโลหิต ถ.อังรีดูนังต์ ทำให้ที่จอดรถมีจำนวนจำกัด จึงขอความร่วมมือผู้ที่เดินทางมาบริจาคโลหิต ใช้บริการรถสาธารณะ เพื่อความสะดวกในการเดินทาง

สำหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด ท่านสามารถร่วมบริจาคโลหิตได้ที่ภาคบริการโลหิตแห่งชาติทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ และหน่วยบริการโลหิตประจำจังหวัดต่างๆ เช่น นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ ลพบุรี ราชบุรี ชลบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช และภูเก็ต ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยการบริจาคโลหิต

รัฐบาลเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิต สำรองช่วยโรงพยาบาลแนวชายแดนไทย–กัมพูชา

ทำไมการบริจาคโลหิตจึงสำคัญในช่วงนี้?

การบริจาคโลหิตในครั้งนี้คือการ “ช่วยชีวิต” อย่างแท้จริง และเป็นพลังสำคัญในการสนับสนุนภารกิจของโรงพยาบาลชายแดนในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ โลหิตที่ท่านบริจาคจะถูกนำไปใช้ในการรักษาผู้บาดเจ็บ ช่วยชีวิตผู้ป่วย และเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ชายแดน

นอกจากนี้ การบริจาคโลหิตยังเป็นการแสดงออกถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และความสามัคคีของคนในชาติ ในยามที่ประเทศชาติต้องการความช่วยเหลือ การเสียสละโลหิตเพียงเล็กน้อยของท่าน สามารถสร้างความแตกต่างอย่างยิ่งใหญ่ให้กับชีวิตของผู้อื่นได้

ดังนั้น ขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือพี่น้องไทยอย่างเต็มกำลัง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 256 4300 มาร่วมกันสร้างสังคมที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

การบริจาคโลหิต คือการให้ที่ยิ่งใหญ่ เพราะเป็นการให้ชีวิต

ที่มา – รัฐบาลเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิต สำรองช่วยโรงพยาบาลแนวชายแดนไทย–กัมพูชา

รพ.ขอนแก่น แจง! ขอความร่วมมือบริจาคเลือด

โรงพยาบาลขอนแก่นออกมาชี้แจงกรณีที่เป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ เรื่อง “การขอความร่วมมือบริจาคเลือด” เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วย ยืนยันว่าเป็นการขอความร่วมมือจากญาติหรือผู้ที่มีความพร้อม เพื่อให้มีปริมาณเลือดสำรองเพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วยทุกราย ไม่ใช่การบังคับ และไม่มีการซื้อขายเลือดอย่างแน่นอน

สืบเนื่องจากกรณีที่มีการแชร์เรื่องราวของคุณตาที่เดินสอบถามหาผู้บริจาคเลือดในโรงพยาบาลเพื่อช่วยคุณยาย ทำให้เกิดกระแสการบริจาคเลือดเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างมากมาย (สาวเผยเรื่องราวจุกอก ตาวัยชราเดินถามคนใน รพ. หวังมีเลือดบริจาคช่วยเหลือยาย)

ทางโรงพยาบาลขอนแก่นจึงได้ออกหนังสือชี้แจงเรื่อง “การขอความร่วมมือบริจาคเลือด” เพื่อการรักษาผู้ป่วย เพื่อคลายความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับการบริหารจัดการเลือดของโรงพยาบาล

รพ.ขอนแก่น ชี้แจงกรณี “การขอความร่วมมือบริจาคเลือด” เพื่อการรักษาผู้ป่วย

โรงพยาบาลขอนแก่นชี้แจงว่า ในการรักษาผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับเลือด โดยเฉพาะโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก จำเป็นต้องใช้เลือดในปริมาณมากในแต่ละวัน และต้องมีเลือดสำรองเพื่อรองรับกรณีฉุกเฉิน แม้ว่าโรงพยาบาลจะมีการรับบริจาคเลือดอย่างต่อเนื่อง แต่ในบางช่วงเวลา เลือดบางกรุ๊ปอาจมีปริมาณไม่เพียงพอ

ดังนั้น โรงพยาบาลจึงขอความร่วมมือจากญาติ หรือผู้ที่มีความพร้อมในการบริจาคเลือด “ทดแทน” เพื่อให้ปริมาณเลือดในคลังมีเพียงพอสำหรับผู้ป่วยทุกราย เป็นการขอความร่วมมือด้วยความสมัครใจ ไม่มีการบังคับใดๆ ทั้งสิ้น

โรงพยาบาลขอนแก่นขอยืนยันว่า ไม่มีการซื้อขายเลือดทุกรูปแบบ และไม่สนับสนุนการซื้อขายเลือด การให้และรับเลือดเป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วยเท่านั้น รวมถึงไม่มีการซื้อขายอวัยวะโดยเด็ดขาด

สำหรับผู้ป่วยที่เป็นกรณีดังกล่าว โรงพยาบาลได้ให้การรักษาตามมาตรฐานและได้รับเลือดเพียงพอ ขณะนี้อาการปลอดภัยและอยู่ในการดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด

ช่องทางการบริจาคเลือดที่ รพ.ขอนแก่น

ขอขอบคุณผู้บริจาคเลือดทุกท่านที่ร่วมแบ่งปันสิ่งมีค่าเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ และขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคเลือดได้ที่:

  • ศูนย์รับบริจาคเลือด โรงพยาบาลขอนแก่น
  • วันราชการ: 08.30 – 19.30 น.
  • วันหยุดราชการ: 08.00 – 15.30 น.
  • โทร. 043-0900 ต่อ 4544

ร่วมบริจาคอวัยวะและดวงตา

นอกจากนี้ ยังสามารถแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะและดวงตาได้ที่:

  • ศูนย์รับบริจาคอวัยวะและปลูกถ่ายอวัยวะ โรงพยาบาลขอนแก่น โทร. 043-009900 ต่อ 3865
  • เว็บไซต์สภากาชาดไทย

การบริจาคเลือดเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยที่ต้องการเลือด อย่าลังเลที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการให้ชีวิตใหม่แก่ผู้อื่น มาร่วมกันบริจาคเลือดเพื่อสร้างสังคมแห่งการให้ที่ยั่งยืนกันนะครับ

ที่มา – รพ.ขอนแก่น ชี้แจงกรณี “การขอความร่วมมือบริจาคเลือด” เพื่อการรักษาผู้ป่วย

เรื่องจุกอก! ตาวัยชราขอเลือดช่วยยาย

เรื่องราวสุดสะเทือนใจถูกแชร์สนั่นโลกออนไลน์ เมื่อหญิงสาวรายหนึ่งได้พบกับคุณตาวัยชราที่โรงพยาบาล กำลังเดินสอบถามผู้คนด้วยความหวังว่าจะได้รับการบริจาคเลือดเพื่อช่วยเหลือคุณยายที่กำลังป่วยหนัก เรื่องราวของ สาวเผยเรื่องราวจุกอก ตาวัยชราเดินถามคนใน รพ. หวังมีเลือดบริจาคช่วยเหลือยาย สร้างความสะเทือนใจและจุดประกายพลังแห่งการให้ในสังคม

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Nutnicha Samboontieng ได้โพสต์ภาพและข้อความสุดสะเทือนใจเกี่ยวกับชายสูงอายุท่านหนึ่งที่เธอได้พบเจอในโรงพยาบาล ข้อความดังกล่าวระบุว่า คุณตากำลังเดินสอบถามผู้คนว่าใครมาบริจาคเลือดให้ญาติหรือไม่ และเมื่อทราบว่าส่วนใหญ่มาบริจาคให้ญาติ คุณตาถึงกับถามว่า “หนู ที่ไหนเขาขายเลือดบ้าง ตาจะซื้อเลือดให้ยาย”

เรื่องราวนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ได้อ่านเป็นอย่างมาก และกลายเป็นแรงผลักดันให้หลายคนตัดสินใจไปบริจาคเลือดเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ผู้โพสต์ยังได้ระบุชื่อและข้อมูลของคุณยายที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยแจ้งว่าชื่อ นางจันทร์ จันทหาร อายุรกรรม หญิง 3 กรุ๊ปโอ โรงพยาบาล

หลังจากเรื่องราว สาวเผยเรื่องราวจุกอก ตาวัยชราเดินถามคนใน รพ. หวังมีเลือดบริจาคช่วยเหลือยาย ถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้คนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจ พร้อมทั้งร่วมกันบริจาคเลือดเพื่อช่วยเหลือคุณยายอย่างต่อเนื่อง ทางเจ้าหน้าที่ห้องเลือดได้แจ้งว่ามีผู้บริจาคเลือดให้คุณยายเพียงพอต่อความต้องการแล้ว แต่ยังสามารถบริจาคเลือดเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยรายอื่นๆ ที่ยังขาดแคลนได้

สาวเผยเรื่องราวจุกอก ตาวัยชราเดินถามคนใน รพ. หวังมีเลือดบริจาคช่วยเหลือยาย

เรื่องราวความรักและความเสียสละของคุณตาวัยชราที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือภรรยา กลายเป็นแรงบันดาลใจให้สังคมหันมาใส่ใจและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การบริจาคโลหิตเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ และยังเป็นการแสดงออกถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในสังคมอีกด้วย

พลังแห่งการให้: สาวเผยเรื่องราวจุกอก ตาวัยชราเดินถามคนใน รพ. หวังมีเลือดบริจาคช่วยเหลือยาย

เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งการให้ที่ไม่สิ้นสุด แม้ว่าคุณตาจะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ก็ยังมีความหวังและความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือภรรยาให้พ้นจากความทุกข์ทรมาน การกระทำของคุณตาเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคม และกระตุ้นให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก การได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง การบริจาคโลหิตเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ เพราะเป็นการต่อชีวิตให้กับผู้ที่ต้องการ การที่ สาวเผยเรื่องราวจุกอก ตาวัยชราเดินถามคนใน รพ. หวังมีเลือดบริจาคช่วยเหลือยาย ทำให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการบริจาคโลหิต และร่วมกันช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

การบริจาคโลหิตไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอย่างที่คิด เพียงแค่เตรียมร่างกายให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ก็สามารถบริจาคโลหิตได้อย่างปลอดภัย การบริจาคโลหิตไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือผู้อื่น แต่ยังเป็นการดูแลสุขภาพของตนเองอีกด้วย

  • เตรียมตัวก่อนบริจาคโลหิต: พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะๆ และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง
  • สถานที่บริจาคโลหิต: โรงพยาบาล สภากาชาดไทย หรือหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่
  • คุณสมบัติผู้บริจาคโลหิต: อายุ 17-70 ปี น้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป สุขภาพแข็งแรง

การบริจาคโลหิตเป็นเรื่องที่น่ายกย่อง และเป็นการแสดงออกถึงความมีน้ำใจของคนในสังคม มาร่วมกันบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และสร้างสังคมที่น่าอยู่ร่วมกัน

เรื่องราว สาวเผยเรื่องราวจุกอก ตาวัยชราเดินถามคนใน รพ. หวังมีเลือดบริจาคช่วยเหลือยาย ยังคงเป็นที่พูดถึงในสังคมออนไลน์ และเป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนไม่ละเลยที่จะช่วยเหลือผู้อื่น เพราะการให้เพียงเล็กน้อยของเรา อาจมีความหมายยิ่งใหญ่ต่อชีวิตของใครบางคน

ที่มา – สาวเผยเรื่องราวจุกอก ตาวัยชราเดินถามคนใน รพ. หวังมีเลือดบริจาคช่วยเหลือยาย

“ธนนนท์” ถก ครม. จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระพันปีหลวง

“จ๋า ธนนนท์” ภริยา “นายกฯ อนุทิน” ประชุม คกก.คณะคู่สมรสคณะรัฐมนตรีนัดแรก หนุนภารกิจ ครม. จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” สภานายิกาสภากาชาดไทย

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยานายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 1/2568 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ก่อนเริ่มการประชุม นางสาวธนนนท์ ได้กล่าวเชิญชวนคณะกรรมการร่วมแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยร่วมกันยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยเป็นเวลา 1 นาที

จากนั้นนางสาวธนนนท์ กล่าวว่า คณะกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรี มีบทบาทสำคัญในฐานะพลังสนับสนุน การทำงานของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ภารกิจสำคัญของชาติบรรลุผลด้วยความร่วมมือและกำลังใจจากทุกภาคส่วน โดยที่ประชุมได้หารือแนวทางจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรี มีมติจัดกิจกรรมแรกเพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในฐานะ “สภานายิกาสภากาชาดไทย” โดยสนับสนุนการบริจาคโลหิตของประชาชน ณ สภากาชาดไทย พร้อมมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการดำเนินการประสานงานและประชาสัมพันธ์กิจกรรมให้กว้างขวางต่อไป

สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยคู่สมรส ครม. ได้แก่ นางสาวธนนนท์ นิรามิษ, นางนาที รัชกิจประการ, นางร้อยแก้ว นิติทัณฑ์ประภาศ, นางสาวธนพร ศรีวิราช, นางวีณา ศรีสรรพางค์, นางวนิดา นาคพาณิชย์, นางวราภรณ์ พวงเกตุแก้ว, นางสาวภศิชา ศิริลัทธยากร, นางอิสสริยา พันธ์เจริญวรกุล, นางวรทิพย์ ฤกษ์พิบูลย์, นายจุมพล ภิญโญสินวัฒน์, นางสาวอัจฉรา รัตนธนาสาร, นางสาวจิรวดี อักษรสมาน, นางชลฤดี ธำรงค์ทิพยคุณ, นางปิยะดา วงษ์ประยูร และนางสุรีรัตน์ เหลี่ยมเลิศ

“ธนนนท์” ถก คกก.คู่สมรส ครม.นัดแรก มีมติจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

การประชุมคณะกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีครั้งแรกภายใต้การนำของ นางสาวธนนนท์ นิรามิษ, ภริยานายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล, ได้สร้างความคึกคักและความหวังใหม่ในการสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการริเริ่ม“ธนนนท์” ถก คกก.คู่สมรส ครม.นัดแรก มีมติจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง” การจัดกิจกรรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นภายใต้แนวคิดนี้นั้น มุ่งเน้นไปที่การเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

การจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติฯ นี้ถือเป็นวาระสำคัญและเป็นกิจกรรมแรกที่คณะกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการทำความดีเพื่อสังคม

กิจกรรมเทิดพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

หนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความสนใจและถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวางคือ การสนับสนุนการบริจาคโลหิต ซึ่งเป็นการดำเนินการภายใต้ความร่วมมือกับสภากาชาดไทย โดยเน้นไปที่การรณรงค์ให้ประชาชนร่วมบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้ที่ต้องการโลหิตในการรักษาพยาบาล การบริจาคโลหิตนี้ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือชีวิตผู้อื่น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และความเสียสละเพื่อส่วนรวม

นอกจากนี้ กิจกรรมอื่นๆ ที่คาดว่าจะมีการพิจารณาและดำเนินการต่อไป อาจรวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ การสนับสนุนโครงการด้านการศึกษา และการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ซึ่งทั้งหมดนี้สอดคล้องกับพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกด้าน

การประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงของคณะกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรี ในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า โดยการสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลและการส่งเสริมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม การมีส่วนร่วมของคู่สมรสคณะรัฐมนตรีในการทำงานเพื่อสังคมเช่นนี้ นับเป็นภาพลักษณ์ที่ดีและเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ประชาชนทั่วไป

“ธนนนท์” ถก คกก.คู่สมรส ครม.นัดแรก มีมติจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง” จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการทำงานเพื่อสังคมและการเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ การดำเนินการอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพของคณะกรรมการชุดนี้จะนำมาซึ่งประโยชน์สุขแก่ประชาชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืนอย่างแน่นอน

“ธนนนท์” ถก คกก.คู่สมรส ครม.นัดแรก มีมติจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ถือเป็นก้าวแรกที่สดใสในการทำงานร่วมกันเพื่อสังคม การสนับสนุนกิจกรรมเพื่อส่วนรวมและความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การยกย่องและส่งเสริม

ที่มา – “ธนนนท์” ถก คกก.คู่สมรส ครม.นัดแรก มีมติจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

รพ.ตำรวจ ขอรับบริจาคโลหิต หมู่เลือด O วิกฤติ

รพ.ตำรวจ เปิดรับบริจาคโลหิตด่วน! เนื่องจากปริมาณโลหิตเม็ดเลือดแดงสำรองในคลังของธนาคารเลือด หมู่ O อยู่ในสถานะวิกฤติ ขาดแคลนอย่างหนัก ทำให้การช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการเลือดเป็นไปอย่างยากลำบาก

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก “ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ รพ.ตร.” ได้ออกมาแจ้งข่าวสารที่น่ากังวลนี้ ระบุว่าปริมาณโลหิตสำรอง หมู่ O ในธนาคารเลือดของโรงพยาบาลตำรวจนั้นเหลือน้อยมาก อยู่ในขั้นวิกฤติ และยังคงมีผู้ป่วยที่ต้องการโลหิตเพื่อใช้ในการผ่าตัดและการรักษาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทางโรงพยาบาลต้องเร่งหาทางแก้ไขสถานการณ์นี้อย่างเร่งด่วน

รพ.ตำรวจ เปิดรับบริจาคโลหิต

ด้วยเหตุนี้ ทางโรงพยาบาลตำรวจจึงขอความอนุเคราะห์จากประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมกันบริจาคโลหิต เพื่อช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยที่กำลังรอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน การบริจาคโลหิตของคุณ สามารถช่วยต่อลมหายใจ และให้โอกาสในการมีชีวิตต่อไปของผู้ป่วยได้

ใครที่สามารถบริจาคโลหิตได้บ้าง?

ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ อายุระหว่าง 17-70 ปี (ถ้าอายุ 17 ปี ต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง) น้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนทำการบริจาค ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง ไม่อยู่ในระหว่างทานยาปฏิชีวนะ หรือยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด และไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่างๆ

ก่อนทำการบริจาค เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจวัดความดันโลหิต ตรวจความเข้มข้นของเลือด และสอบถามประวัติทางการแพทย์เบื้องต้น เพื่อประเมินความพร้อมของผู้บริจาค หากผลการตรวจเป็นปกติ ก็สามารถทำการบริจาคโลหิตได้

ขั้นตอนการบริจาคโลหิตนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ใช้เวลาไม่นาน และมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด เริ่มจากการลงทะเบียน กรอกแบบฟอร์ม จากนั้นทำการตรวจร่างกายเบื้องต้น เมื่อผ่านการตรวจ ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการบริจาคโลหิต ซึ่งใช้เวลาประมาณ 8-10 นาที หลังจากการบริจาคโลหิตเสร็จสิ้น ผู้บริจาคจะได้รับน้ำดื่มและขนม เพื่อทดแทนพลังงานที่เสียไป

การบริจาคโลหิต ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือผู้อื่น แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้บริจาคเองอีกด้วย การบริจาคโลหิตจะช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดใหม่ ทำให้ร่างกายแข็งแรง และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคบางชนิด เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด

รพ.ตำรวจ เปิดรับบริจาคโลหิต ที่ธนาคารเลือด รพ.ตำรวจ อาคาร มภร.ชั้น 7 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-16.00 น. เว้นวันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

สิ่งที่คุณต้องเตรียมสำหรับการบริจาคโลหิต:

  • บัตรประชาชน
  • หากเคยบริจาคโลหิตมาก่อน ให้นำสมุดประจำตัวผู้บริจาคโลหิตมาด้วย
  • พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ก่อนวันบริจาค
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ

#ร่วมกันช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ ด้วยการบริจาคโลหิตของคุณ เพราะเลือดทุกหยดมีความหมาย

หากท่านไม่สามารถบริจาคโลหิตได้ด้วยตนเอง ท่านสามารถช่วยเผยแพร่ข่าวสารนี้ เพื่อให้ผู้ที่สามารถบริจาคโลหิตได้ทราบ เพื่อให้ รพ.ตำรวจ เปิดรับบริจาคโลหิต ได้ตามเป้าหมาย

มาร่วมกันสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะการให้ คือความสุขที่ยิ่งใหญ่

ที่มา – รพ.ตำรวจ เปิดรับบริจาคโลหิต ปริมาณโลหิตเม็ดเลือดแดงสำรอง หมู่ O อยู่ในสถานะวิกฤติ

Scroll to top