บัญชีม้านิติบุคคล

พาณิชย์ผนึก กอ.รมน. ล้างบางนอมินี ธุรกิจไทย สกัดทุนเทา

ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจดุเดือด หลายคนอาจเคยได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับกลุ่มทุนข้ามชาติที่แฝงตัวมาในรูปแบบต่างๆ เพื่อเข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากผู้ประกอบการท้องถิ่น ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาตรการเชิงรุกเพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าว โดยการร่วมมือกับ กอ.รมน. มุ่งเป้าปราบปราม นอมินี ธุรกิจไทย ที่เข้ามาสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างจัง

มาตรการเด็ดขาด พาณิชย์ผนึก กอ.รมน. ล้างบางนอมินี ธุรกิจไทย

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์นี้ โดยนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ทางหน่วยงานได้บูรณาการร่วมกับ กอ.รมน. เพื่อตรวจสอบและคัดกรองนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงอย่างเข้มงวด สำหรับใครที่คิดจะตั้งบริษัทบังหน้า หรือใช้นอมินีเพื่อหลบเลี่ยงกฎหมาย พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 บอกเลยว่างานนี้โดนไล่บี้แน่นอน เพราะมาตรการใหม่บังคับให้ผู้ถือหุ้นไทยในบริษัทร่วมทุนต่างชาติต้องแสดงสเตทเมนต์ย้อนหลัง 3 เดือน เพื่อพิสูจน์ที่มาที่ไปของแหล่งเงินทุน

สรุปขั้นตอนการสกัดกั้น นอมินี ธุรกิจไทย แบบถึงลูกถึงคน

การปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยปกป้องสิทธิ์ของผู้ประกอบการไทย โดยมีรายละเอียดมาตรการที่น่าสนใจดังนี้:

  • ตรวจสอบเข้มข้น: บังคับผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยแสดงรายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 3 เดือน เมื่อขอจดทะเบียนบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน
  • ยกระดับเทคโนโลยีดิจิทัล: ใช้ระบบยืนยันตัวตนผ่านช่องทางออนไลน์ที่รัดกุมมากขึ้น เพื่อป้องกันการทำบัญชีม้าหรือการใช้ตัวแทนอำพราง
  • ประสานข้อมูลความมั่นคง: กอ.รมน. จะเข้ามาช่วยตรวจสอบในเชิงลึก ทั้งเรื่องการสวมสิทธิ์ แรงงานต่างด้าว และการแฝงตัวประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในพื้นที่ต่างๆ

จากการตรวจสอบพบว่า ปัจจุบันมีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นในสัดส่วนที่เป็นไทย (สัดส่วน 0.01% – 49.99%) สูงกว่า 1.19 แสนราย ซึ่งตัวเลขนี้เป็นจุดที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ว่าจะมี นอมินี ธุรกิจไทย แฝงตัวอยู่กี่รายที่สวมสิทธิ์ทำมาหากินแทนคนไทย หรือส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในด้านอื่นๆ เช่น การค้าสารเคมีอันตรายหรือยาเสพติด

ในฐานะประชาชนและผู้ประกอบการ เราควรสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐในครั้งนี้ เพราะการที่ธุรกิจต่างชาติมาแข่งขันกันอย่างถูกต้องและเป็นธรรมย่อมส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวมมากกว่าการปล่อยให้มีธุรกิจสีเทามาแย่งอาชีพคนไทย หากคุณเป็นผู้ประกอบการ ต้องตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและทำธุรกิจอย่างโปร่งใส เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทของคุณตกเป็นเป้าหมายของการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐ และร่วมกันสร้างสังคมธุรกิจที่สะอาดและยั่งยืนไปด้วยกันครับ

ที่มา – “พาณิชย์” ผนึก กอ.รมน. ล้างบาง “นอมินี ธุรกิจไทย” สั่งบี้สเตทเมนต์สกัดทุนเทาจีน

รัฐบาลลุยสกัดบัญชีม้านิติบุคคล เตือนอย่าหลงเชื่อแก๊งซื้อขาย “หัวนิติบุคคล” นำชื่อไปใช้จดทะเบียน

รัฐบาลลุยสกัดบัญชีม้านิติบุคคล เตือนอย่าหลงเชื่อแก๊งซื้อขาย “หัวนิติบุคคล” นำชื่อไปใช้จดทะเบียน

ในยุคที่อาชญากรรมทางเทคโนโลยีเติบโตอย่างรวดเร็ว กองทัพมิจฉาชีพไม่ได้มาในรูปแบบของการหลอกโอนเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีความพยายามแฝงตัวมาในรูปแบบของภาคธุรกิจ หนึ่งในภัยเงียบที่น่ากลัวที่สุดในตอนนี้คือการที่รัฐบาลลุยสกัดบัญชีม้านิติบุคคล เตือนอย่าหลงเชื่อแก๊งซื้อขาย “หัวนิติบุคคล” นำชื่อไปใช้จดทะเบียน ซึ่งถือเป็นการตัดตอนเครือข่ายฟอกเงินที่สำคัญที่สุดแหล่งหนึ่งในปัจจุบัน

หากคุณเคยได้รับการชักชวนให้ “ขายชื่อ” เพื่อไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน หรือถูกจ้างให้เป็นกรรมการบริษัทโดยที่ไม่มีการทำธุรกิจจริง โปรดพึงระลึกไว้เสมอว่านี่คือกับดักครั้งใหญ่ คุณอาจจะตื่นเต้นกับเงินค่าจ้างเพียงเล็กน้อย แต่สิ่งที่ต้องแลกมาคือคดีความทางกฎหมายที่อาจติดตัวไปตลอดชีวิต เพราะชื่อของคุณจะถูกนำไปอ้างอิงในการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายของเหล่ามิจฉาชีพ

ผลงานความสำเร็จของการสกัดกั้นบัญชีม้านิติบุคคล

นับเป็นนิมิตหมายอันดีที่มาตรการของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เริ่มส่งผลสัมฤทธิ์อย่างชัดเจน โดยจากข้อมูลพบว่าการที่รัฐบาลลุยสกัดบัญชีม้านิติบุคคล เตือนอย่าหลงเชื่อแก๊งซื้อขาย “หัวนิติบุคคล” นำชื่อไปใช้จดทะเบียน ได้ช่วยลดจำนวนตัวเลขบัญชีม้าลงจาก 549 รายในปี 2568 เหลือเพียง 19 รายในช่วงครึ่งปีแรกของ 2569 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการเข้มงวดในการตรวจสอบการจดทะเบียนนิติบุคคลนั้นได้ผลจริง

ทำไมเราถึงต้องระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ? เพราะปัจจุบันมิจฉาชีพเปลี่ยนวิธีจากการใช้ชื่อบุคคลธรรมดา มาเป็นการใช้ “นิติบุคคล” เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวงประชาชน การที่รัฐบาลประกาศเดินหน้าปราบปรามเรื่องนี้อย่างเข้มข้น ไม่เพียงแต่เป็นการปกป้องประชาชน แต่ยังเป็นการรักษาภาพลักษณ์และเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจไทยโดยรวมด้วย

  • อย่าหลงเชื่อคำชวน “ขายชื่อ” จดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน
  • การเป็นนอมินีมีความผิดตามกฎหมาย ทั้งทางแพ่งและอาญา
  • การตรวจสอบการจดทะเบียนนิติบุคคลมีความเข้มงวดมากขึ้น
  • รัฐบาลลุยสกัดบัญชีม้านิติบุคคล เตือนอย่าหลงเชื่อแก๊งซื้อขาย “หัวนิติบุคคล” นำชื่อไปใช้จดทะเบียน อย่างจริงจัง

ท้ายที่สุดนี้ ผมอยากฝากไว้ว่า ไม่มีสิ่งไหนที่ได้มาง่ายโดยไม่ต้องลงแรง หากใครกำลังคิดจะหารายได้เสริมด้วยวิธีการที่แฝงมากับความไม่โปร่งใส ขอให้หยุดคิดให้ดี เพราะความเสี่ยงที่ตามมานั้นไม่คุ้มกับรายได้เพียงเล็กน้อย การสร้างระบบธุรกิจให้มีความโปร่งใสและปลอดภัยเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคม หากเห็นความผิดปกติหรือการชักชวนที่ดูน่าสงสัย ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อป้องกันตัวคุณเองและผู้อื่นจากการตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพครับ

ที่มา – รัฐบาลลุยสกัดบัญชีม้านิติบุคคล เตือนอย่าหลงเชื่อแก๊งซื้อขาย “หัวนิติบุคคล” นำชื่อไปใช้จดทะเบียน

Scroll to top