บัตรคนจน

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ชงปลดล็อค ไทยช่วยไทยพลัส

สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันยังคงเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบต่อภาคธุรกิจค้าปลีก ล่าสุด สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญด้วยการเสนอให้รัฐบาลพิจารณาปลดล็อคโครงการ สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ชงปลดล็อค ไทยช่วยไทยพลัส เพื่อขยายสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมร้านค้าทุกขนาด ไม่จำกัดอยู่เพียงร้านค้ารายย่อยเท่านั้น

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ชงปลดล็อค ไทยช่วยไทยพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจ

จากการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ค้าปลีก (Retail Sentiment Index) พบว่าแม้ผู้ประกอบการจะมีมุมมองเชิงบวกต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่างโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่าเม็ดเงินส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่เพียงกลุ่มร้านค้าขนาดเล็ก ส่งผลให้ร้านค้าขนาดกลางและผู้ประกอบการที่เข้าระบบภาษีอย่างถูกต้องไม่ได้รับอานิสงส์อย่างทั่วถึง การที่ สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ชงปลดล็อค ไทยช่วยไทยพลัส ในครั้งนี้ จึงถือเป็นเสียงสะท้อนสำคัญที่ต้องการให้รัฐบาลมองเห็นความสำคัญของทุกฟันเฟืองในห่วงโซ่เศรษฐกิจ

เหตุผลที่ต้องขยายสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส

ปัญหาหนึ่งที่ผู้ประกอบการหลายฝ่ายสะท้อนออกมาคือ การที่ร้านค้าในระบบภาษีมักถูกมองข้ามจากมาตรการอุดหนุน ทั้งที่กลุ่มธุรกิจเหล่านี้เป็นฐานภาษีที่สำคัญของประเทศ การขยายสิทธิให้ครอบคลุมร้านค้าทุกขนาดจะส่งผลในเชิงบวกดังนี้:

  • เพิ่มความครอบคลุม: กระจายเม็ดเงินให้หมุนเวียนได้กว้างขวางขึ้น ลดการกระจุกตัวของยอดขาย
  • รักษาการจ้างงาน: ช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและใหญ่ให้สามารถประคองตัวในช่วงต้นทุนสูง เพื่อรักษาตำแหน่งงานจำนวนมากเอาไว้
  • จูงใจผู้อยู่ในระบบภาษี: การได้รับสิทธิ์จะส่งเสริมให้ร้านค้าขนาดเล็กอยากพัฒนาตนเองและเข้าสู่ระบบภาษีที่ถูกต้องมากขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ ในมุมมองของภาคธุรกิจ การมีมาตรการเจาะจงให้กลุ่มโมเดิร์นเทรดเข้าร่วมได้ จะช่วยส่งต่อประโยชน์ไปถึงผู้ผลิตสินค้า SME ไทยที่ฝากขายสินค้าอยู่ภายในร้านค้าเหล่านั้นได้อีกทอดหนึ่ง ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบองค์รวมอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การช่วยเหลือแบบเฉพาะจุด

ในฐานะผู้บริโภค การได้เห็นการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขมาตรการให้เหมาะสมกับยุคสมัยถือเป็นเรื่องดี เพราะจะทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพได้หลากหลายและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าภาครัฐจะนำข้อเสนอของสมาคมฯ ไปพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

ที่มา – “สมาคมผู้ค้าปลีกไทย” ชงปลดล็อค “ไทยช่วยไทยพลัส” ขยายสิทธิร้านค้าทุกขนาด

ประชาชนใช้สิทธิ์ “ไทยช่วยไทยพลัส” ทางบก-ราง ทะลุ 2 ล้านคน

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวดีเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของรัฐบาลกันมาบ้างแล้ว กับโครงการที่ชื่อว่า “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่ล่าสุดได้สร้างปรากฏการณ์สำคัญในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งทางบกและทางราง ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคนทำงานและนักเรียนนักศึกษาได้อย่างแท้จริง

ประชาชนใช้สิทธิ์ “ไทยช่วยไทยพลัส” ทางบก-ราง ทะลุ 2 ล้านคน

จากผลการดำเนินงานในช่วง 9 วันแรก (1-9 มิ.ย. 2569) พบว่ามีการตอบรับที่ดีเกินคาด โดยมีผู้ที่เข้ามาใช้สิทธิ์ ประชาชนใช้สิทธิ์ “ไทยช่วยไทยพลัส” ทางบก-ราง ทะลุ 2 ล้านคน ส่งผลให้รัฐบาลสามารถช่วยประหยัดค่าเดินทางให้กับประชาชนไปได้ถึง 35 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่านโยบายนี้สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้ในวงกว้างและตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองที่ต้องเดินทางเป็นประจำทุกวันอย่างยิ่ง

เจาะลึกสถิติการใช้งานโครงการไทยช่วยไทยพลัส

สำหรับรายละเอียดของสถิติผู้ใช้งาน โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ได้กระจายตัวอยู่ในหลากหลายรูปแบบการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็น:

  • ระบบรถไฟฟ้า: มีผู้ใช้สิทธิ์รวมกว่า 1.3 ล้านคน โดยเฉพาะสายสีเขียว สายสีน้ำเงิน และสายสีชมพู ที่ครองแชมป์ผู้ใช้บริการสูงสุด
  • ขสมก.: มีผู้โดยสารทยอยมาใช้สิทธิ์อย่างต่อเนื่องตลอด 9 วันที่ผ่านมา
  • บขส.: สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไกล ก็ได้รับอานิสงส์จากนโยบายนี้เช่นกัน

หากเรามองในมุมของภาครัฐ การที่ตัวเลขผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 16% จากเดิมนั้น ถือว่าเป็นสัญญาณบวกที่ชี้ให้เห็นว่า นอกจากจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าแล้ว ยังช่วยส่งเสริมให้คนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะกันมากขึ้น ซึ่งถือเป็นผลดีในระยะยาวทั้งในเรื่องของการลดมลภาวะและการจราจรที่ติดขัดในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอีกด้วย

ทำไมโครงการนี้ถึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว?

เหตุผลหลักที่ทำให้ ประชาชนใช้สิทธิ์ “ไทยช่วยไทยพลัส” ทางบก-ราง ทะลุ 2 ล้านคน ในเวลาอันสั้น เป็นเพราะกระบวนการเข้าถึงที่ง่ายและมาถูกจังหวะเวลา โดยรัฐบาลไม่ได้มุ่งเน้นแค่การกระตุ้นยอดใช้จ่าย แต่เป็นการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายพื้นฐานที่ทุกคนต้องจ่ายอยู่แล้ว การที่รัฐเข้ามาร่วมสมทบเงินค่าเดินทาง ทำให้คนรู้สึกอุ่นใจและกล้าที่จะเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะมากขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นนโยบายที่ใจถึงและพึ่งพาได้จริงในช่วงเวลาที่ค่าครองชีพเฉลี่ยสูงขึ้น

ในอนาคต หากภาครัฐมีการประเมินผลและปรับปรุงมาตรการให้มีความต่อเนื่อง เราอาจจะได้เห็นตัวเลขผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล ซึ่งนั่นหมายถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในระบบขนส่งที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นครับ สำหรับใครที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ์ อย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางในครั้งถัดไป เพื่อรับสิทธิ์ลดค่าครองชีพนี้กันนะครับ

ที่มา – ประชาชนใช้สิทธิ์ “ไทยช่วยไทยพลัส” ทางบก-ราง ทะลุ 2 ล้านคน ลดค่าครองชีพ 35 ล้าน

ทบทวน บัตรคนจน เกณฑ์ลูกใช้ชื่อพ่อแม่ลดหย่อนภาษี 11 มิ.ย. นี้

ทบทวน บัตรคนจน เกณฑ์ลูกใช้ชื่อพ่อแม่ลดหย่อนภาษี 11 มิ.ย. นี้

เป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อล่าสุดทางด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ได้ออกมาเน้นย้ำถึงกำหนดการประชุมสำคัญในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ เพื่อพิจารณาการทบทวน บัตรคนจน เกณฑ์ลูกใช้ชื่อพ่อแม่ลดหย่อนภาษี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญที่ทำให้พ่อแม่หลายคนเสียสิทธิ์ในการรับสวัสดิการจากภาครัฐครับ

สรุปประเด็นการประชุมเรื่อง บัตรคนจน

ในการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการฯ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 11 มิถุนายน ทางกระทรวงการคลังจะมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาและหาทางออกให้กับกลุ่มผู้สูงอายุที่ถูกตัดสิทธิ์ เนื่องจากบุตรหลานนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีส่วนตัว โดยนายเอกนิติย้ำชัดเจนว่า การ ทบทวน บัตรคนจน เกณฑ์ลูกใช้ชื่อพ่อแม่ลดหย่อนภาษี ครั้งนี้จะทำเพียงเกณฑ์เดียวเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนหรือกระทบกับหลักเกณฑ์ด้านอื่น เช่น การถือครองที่ดินครับ

  • เป้าหมายหลักคือการช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจริงๆ
  • ปรับปรุงฐานข้อมูลผู้มีสิทธิ์ให้มีความแม่นยำและละเอียดขึ้น
  • เร่งประสานกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่ค้นหาผู้ตกหล่น

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงต้องมีการปรับเปลี่ยนเรื่องนี้? คำตอบคือ รัฐบาลได้รับเสียงสะท้อนจากสังคมว่า มีคุณพ่อคุณแม่จำนวนมากที่ไม่ได้เงินสนับสนุนจากลูกจริงๆ แต่กลับต้องเสียสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปเพราะลูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษี ซึ่งเรื่องนี้สร้างความเดือดร้อนพอสมควร การจัดประชุมเพื่อ ทบทวน บัตรคนจน เกณฑ์ลูกใช้ชื่อพ่อแม่ลดหย่อนภาษี จึงถือเป็นความพยายามของภาครัฐที่ต้องการเยียวยาและเข้าถึงประชาชนกลุ่มเปราะบางอย่างแท้จริงครับ

นอกเหนือจากเรื่องภาษีแล้ว นายเอกนิติยังได้ระบุด้วยว่า ปัจจุบันมีผู้ถือบัตรกว่า 13.2 ล้านคน ซึ่งลงทะเบียนตั้งแต่ปี 2565 ถึงเวลาแล้วที่ต้องมีการตรวจสอบให้ทันสมัย เพราะสภาวะเศรษฐกิจและการเงินของประชาชนมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เป้าหมายของโครงการคือการช่วยเหลือคนที่ยากลำบากที่สุด ดังนั้นการคัดกรองที่เข้มข้นขึ้นถือเป็นสิ่งที่จำเป็นครับ

สำหรับใครที่รอฟังผลการพิจารณาในวันพรุ่งนี้ ทางเราจะคอยติดตามข่าวสารและนำมาอัปเดตให้ทุกคนทราบทันทีครับ หากใครที่มีปัญหาเรื่องการลงทะเบียนหรือถูกตัดสิทธิ์โดยไม่เป็นธรรม นี่คือสัญญาณที่ดีที่รัฐบาลกำลังหันมามองความเป็นจริงของสังคมมากขึ้นครับ ส่วนตัวมองว่าการที่รัฐบาลแสดงความใส่ใจต่อข้อร้องเรียนเช่นนี้เป็นเรื่องที่ดีมากครับ เพราะหัวใจสำคัญของสวัสดิการรัฐควรจะถึงมือผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์จริงๆ ไม่ใช่แค่การยึดติดกับตัวเลขหรือเงื่อนไขทางบัญชีเพียงอย่างเดียว

ที่มา – “เอกนิติ” ย้ำ 11 มิ.ย. ทบทวน “บัตรคนจน” เกณฑ์เดียว ลูกนำชื่อพ่อแม่ไปใช้ลดหย่อนภาษี

นายกฯ ไม่กังวลจีนส่งรถถังให้กัมพูชา โยน “เอกนิติ” แจงบัตรคนจน

นายกฯ ไม่กังวลจีนส่งรถถังให้กัมพูชา โยน “เอกนิติ” แจงทบทวนหลักเกณฑ์บัตรคนจน

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองสำหรับการเคลื่อนไหวทางการเมืองและนโยบายภาครัฐล่าสุด โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง นายกฯ ไม่กังวลจีนส่งรถถังให้กัมพูชา โยน “เอกนิติ” แจงทบทวนหลักเกณฑ์บัตรคนจน ซึ่งถือเป็นข่าวใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ทั้งเรื่องความมั่นคงระหว่างประเทศและปากท้องของประชาชน

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในประเด็นสำคัญดังกล่าว โดยสื่อมวลชนได้สอบถามถึงเรื่องความมั่นคงกรณีจีนเตรียมส่งมอบรถถัง T59D จำนวน 93 คันให้กัมพูชา ซึ่งนายกฯ ได้สั่นหน้าและยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับไทย พร้อมเน้นย้ำสั้นๆ ว่า “กองทัพไทยก็พร้อม” แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจต่อศักยภาพการป้องกันประเทศ

รายละเอียดการทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

สำหรับประเด็นภายในประเทศที่มีความเกี่ยวข้องกับคำว่า นายกฯ ไม่กังวลจีนส่งรถถังให้กัมพูชา โยน “เอกนิติ” แจงทบทวนหลักเกณฑ์บัตรคนจน นั้น นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้รับผิดชอบดูแลและชี้แจงรายละเอียดการทบทวนหลักเกณฑ์ภาษีการลดหย่อนค่าอุปการะพ่อแม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการคัดกรองผู้มีสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรมมากที่สุด

สิ่งที่เราควรจับตามองหลังจากนี้มีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • ความคืบหน้าเรื่องหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขอย่างไรเพื่อให้ครอบคลุมผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ
  • ความสัมพันธ์และการทูตในระดับภูมิภาค หลังจากมีการรายงานข่าวว่า นายกฯ ไม่กังวลจีนส่งรถถังให้กัมพูชา โยน “เอกนิติ” แจงทบทวนหลักเกณฑ์บัตรคนจน ซึ่งสะท้อนถึงการวางตัวในเวทีระหว่างประเทศอย่างชัดเจน
  • ความพร้อมของกองทัพไทยในการรักษาอธิปไตยภายใต้สถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของกำลังทางทหารในเพื่อนบ้าน

ในมุมมองของเรา นี่ถือเป็นการจัดการที่ตรงจุดของรัฐบาล เพราะในขณะที่มุ่งเน้นความมั่นคงของชาติ นายกฯ ก็ไม่ลืมที่จะใส่ใจในเรื่องนโยบายสวัสดิการสังคม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลประชาชน เราต้องมารอลุ้นกันว่าบทสรุปของเกณฑ์การลดหย่อนภาษีที่นายเอกนิติจะนำเสนอนั้น จะส่งผลกระทบต่อผู้ถือบัตรคนจนอย่างไรบ้าง และรัฐบาลจะทำอย่างไรให้เกิดสมดุลที่ดีที่สุดระหว่างการรักษาวินัยการคลังกับการช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย

ที่มา – นายกฯ ไม่กังวลจีนส่งรถถังให้กัมพูชา โยน “เอกนิติ” แจงทบทวนหลักเกณฑ์บัตรคนจน

ปลัด ก.คลัง เผยประชุมบอร์ด บัตรคนจน ทบทวนสิทธิเกณฑ์ลดหย่อนภาษีพ่อแม่ 11 มิ.ย.

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงกำลังจับตาดูกันอย่างใกล้ชิดเลยนะครับ สำหรับประเด็นการ **ปลัด ก.คลัง เผยประชุมบอร์ด “บัตรคนจน” ทบทวนสิทธิเกณฑ์ลดหย่อนภาษีพ่อแม่ 11 มิ.ย. ยังไม่ตัดสิทธิใคร** หลังจากที่มีกระแสข่าวเรื่องเกณฑ์การคัดกรองผู้มีสิทธิได้รับสวัสดิการแห่งรัฐที่เชื่อมโยงกับประเด็นภาษี ซึ่งทำเอาหลายครอบครัวกังวลใจไปตามๆ กันครับ

ปลัด ก.คลัง เผยประชุมบอร์ด บัตรคนจน ทบทวนสิทธิเกณฑ์ลดหย่อนภาษีพ่อแม่ 11 มิ.ย.

ล่าสุด นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ออกมาให้ความชัดเจนว่า ในวันพรุ่งนี้ (11 มิถุนายน 2569) จะมีการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการ เพื่อหารือในประเด็นนี้โดยเฉพาะครับ โดยจะมีการนำข้อสั่งการจากท่านนายกรัฐมนตรีมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพื่อแก้ไขปัญหาความกังวลที่ว่าการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบิดา-มารดา จะส่งผลให้คุณพ่อคุณแม่สูญเสียสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปหรือไม่

สรุปสถานการณ์และแนวทางแก้ไขเกี่ยวกับ ปลัด ก.คลัง เผยประชุมบอร์ด “บัตรคนจน” ทบทวนสิทธิเกณฑ์ลดหย่อนภาษีพ่อแม่ 11 มิ.ย.

สำหรับใครที่ยังมีความกังวลใจ ผมอยากสรุปสิ่งที่ควรรู้ให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้ครับ:

  • ในวันพรุ่งนี้ คณะกรรมการฯ จะประชุมเพื่อทบทวนหลักเกณฑ์ที่สังคมกำลังให้ความสนใจ
  • หากมีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์ ทางกระทรวงการคลังต้องเสนอกระบวนการต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป
  • ย้ำชัดๆ ว่า ณ ขณะนี้ยังไม่มีการตัดสิทธิผู้ใดทั้งสิ้น

หลายคนอาจจะถามว่า แล้วตอนนี้เราต้องทำอย่างไร? คำตอบคือ ทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามปกติครับ กระทรวงการคลังยังคงเปิดให้ผู้ถือบัตรยืนยันตัวตนตามกำหนดการเดิม ตั้งแต่วันที่ 4 ถึง 21 มิถุนายนนี้ครับ เพื่อนๆ ไม่ต้องตระหนกตกใจไป เพราะรัฐบาลยืนยันแล้วว่ายังไม่มีการคัดกรองหรือตัดสิทธิใครในตอนนี้ครับ การที่ **ปลัด ก.คลัง เผยประชุมบอร์ด “บัตรคนจน” ทบทวนสิทธิเกณฑ์ลดหย่อนภาษีพ่อแม่ 11 มิ.ย. ยังไม่ตัดสิทธิใคร** นั้น เป็นเพียงความพยายามที่จะปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้มีความเป็นธรรมและครอบคลุมความต้องการของประชาชนมากขึ้นเท่านั้นครับ

ในมุมมองของผม การที่ภาครัฐออกมาขยับตัวและรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนในประเด็นนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีมากครับ เพราะหัวใจสำคัญของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคือการช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ หากหลักเกณฑ์เดิมมีช่องโหว่ที่ทำให้เกิดผลกระทบเชิงลบ การทบทวนใหม่ให้สมดุลขึ้นย่อมเป็นทางออกที่ถูกต้องและน่าชื่นชมครับ เรามาติดตามผลการประชุมในวันพรุ่งนี้ไปด้วยกันนะครับว่าจะมีการเคาะออกมาเป็นอย่างไร ฝากเพื่อนๆ ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่เป็นทางการเป็นหลัก เพื่อจะได้ไม่สับสนกับข่าวลือต่างๆ ครับ

ที่มา – ปลัด ก.คลัง เผยประชุมบอร์ด “บัตรคนจน” ทบทวนสิทธิเกณฑ์ลดหย่อนภาษีพ่อแม่ 11 มิ.ย. ยังไม่ตัดสิทธิใคร

วิธีตรวจสอบสถานะลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องการเช็กสิทธิกันอีกครั้ง สำหรับโครงการที่ใครหลายคนรอคอย นั่นคือ วิธีตรวจสอบสถานะลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ซึ่งเป็นโครงการเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้ได้รับสวัสดิการพื้นฐานจากภาครัฐอย่างทั่วถึง ใครที่ลงทะเบียนไปแล้วหรือกำลังวางแผนจะลงทะเบียน ต้องห้ามพลาดบทความนี้เลยครับ

วิธีตรวจสอบสถานะลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

สำหรับการดำเนินการในรอบปีนี้ กระทรวงการคลังได้เปิดช่องทางที่สะดวกสบายให้ทุกคนสามารถทำรายการได้ด้วยตัวเองผ่านหน้าเว็บไซต์หลัก โดยขั้นตอนการตรวจสอบสถานะลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 มีดังนี้ครับ:

  • เข้าไปที่เว็บไซต์ทางการ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th
  • คลิกที่เมนู “ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน”
  • เลือกวิธีตรวจสอบ จะผ่านระบบ Digital ID หรือกรอกเลขประจำตัวประชาชนก็ได้
  • ใส่ข้อมูลให้ครบถ้วนแล้วกด “ตรวจสอบข้อมูล”

เพียงเท่านี้ระบบก็จะแสดงสถานะการลงทะเบียนของคุณทันทีครับ ไม่ว่าจะเป็นสถานะ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย”, “ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง” หรือ “อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล” หากพบปัญหาในการทำรายการด้วยตนเอง เพื่อนๆ สามารถเดินทางไปที่หน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 5 แห่ง เพื่อขอความช่วยเหลือได้เลยครับ

สิทธิประโยชน์ที่คุณจะได้รับในปี 2569

เมื่อตรวจสอบสถานะเรียบร้อยแล้ว หลายคนคงตื่นเต้นว่ารอบนี้จะได้สิทธิอะไรบ้าง โดยหลักๆ จะเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น:

  • ค่าอุปโภคบริโภค: วงเงิน 300 บาทต่อเดือน สำหรับซื้อของที่ร้านธงฟ้าฯ
  • ค่าก๊าซหุงต้ม: ส่วนลด 80 บาทต่อคน ทุกๆ 3 เดือน
  • ค่าเดินทางสาธารณะ: วงเงิน 750 บาทต่อเดือน ครอบคลุมทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า และเรือโดยสาร
  • ส่วนลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปา: มาตรการช่วยเหลือครัวเรือนละ 315 บาท และ 100 บาทตามลำดับ

ความตั้งใจของโครงการนี้คือการมุ่งเน้นช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้แก่ผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ ดังนั้นแนะนำว่าให้ตรวจสอบสถานะให้ดีและรักษาสิทธิของตัวเองไว้นะครับ หากใครที่ยังสับสนหรือติดขัดขั้นตอนไหน อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างเป็นทางการอยู่เสมอ เพราะการเตรียมเอกสารให้พร้อมและทำรายการให้ทันเวลาคือหัวใจสำคัญครับ

หวังว่าข้อมูลข้างต้นจะเป็นประโยชน์ให้กับทุกคนนะครับ หากใครทราบผลแล้วอย่าลืมเช็กวันที่ประกาศผลทางการอีกครั้งในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เพื่อความมั่นใจครับ

ที่มา – วิธีตรวจสอบสถานะลงทะเบียน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569” https://welfare.mof.go.th

นายกฯ ร้องโอ้ย ไม่รู้สส.ปชน. ยื่นสอบแชตไลน์หลุด ปัดตอบสั่งทบทวนเกณฑ์บัตรคนจน

เรียกได้ว่าเป็นประเด็นที่ทำเอาสื่อมวลชนต้องตามติดกันให้วุ่น สำหรับการลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ล่าสุดมีเหตุการณ์นายกฯ ร้องโอ้ย ไม่รู้สส.ปชน. ยื่นสอบแชตไลน์หลุด ปัดตอบสั่งทบทวนเกณฑ์บัตรคนจน ซึ่งถือเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากในขณะนี้

นายกฯ ร้องโอ้ย ไม่รู้สส.ปชน. ยื่นสอบแชตไลน์หลุด ปัดตอบสั่งทบทวนเกณฑ์บัตรคนจน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกรณีที่พรรคประชาชน (ปชน.) โดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และคณะ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. และ กกต. เพื่อให้ตรวจสอบกรณีนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ที่มีภาพแชตไลน์หลุดในเชิงว่า "ช่วยน้ำเงินด้วย" ในช่วงเวลาเลือกตั้ง ส.ส. ที่ผ่านมา ทันทีที่ถูกถามเรื่องนี้ นายอนุทินกลับแสดงท่าทีประหลาดใจและร้องเสียงหลงว่า "เห้ย!! ยังไม่รู้เรื่องเลย เพิ่งกลับมา" ก่อนจะเบี่ยงเบนประเด็นไปกล่าวถึงภารกิจเรื่องปัญหายาเสพติดแทน

เบื้องลึกและท่าทีรัฐบาลกับการตรวจสอบ

นอกจากเรื่องแชตหลุดแล้ว นายกฯ ร้องโอ้ย ไม่รู้สส.ปชน. ยื่นสอบแชตไลน์หลุด ปัดตอบสั่งทบทวนเกณฑ์บัตรคนจน ยังรวมไปถึงคำถามเรื่องความคืบหน้าการทบทวนมาตรการภาษีเพื่อลดหย่อนค่าอุปการะพ่อแม่ ซึ่งเป็นเกณฑ์สำคัญในการคัดกรองผู้มีสิทธิ์รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยนายอนุทินไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนเพียงแต่กล่าวสั้นๆ ว่า "ทุกอย่างเป็นไปตามการกำชับของผม มันสำเร็จแล้ว เรียบร้อย" ทำให้เกิดข้อสงสัยในสังคมว่าตกลงแล้วหลักเกณฑ์นี้จะมีการปรับเปลี่ยนอย่างไรต่อไป

  • ประเด็นแชตหลุด "ช่วยน้ำเงิน" ที่พรรคประชาชนเร่งตามเรื่อง
  • ข้อกังขาเรื่องการทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • ท่าทีของนายกฯ ที่เน้นเลี่ยงตอบคำถามสื่อมวลชน

เป็นที่น่าจับตามองว่าหลังจากนี้บทสรุปของเรื่องแชตไลน์หลุดดังกล่าวจะเป็นอย่างไร และความชัดเจนเรื่องสวัสดิการของพี่น้องประชาชนจะได้รับการแก้ไขให้เป็นธรรมขึ้นหรือไม่ ในฐานะคนติดตามข่าวสาร เราคงต้องเฝ้าดูการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องความโปร่งใสในราชการ หรือนโยบายเศรษฐกิจปากท้อง ทุกอย่างล้วนมีผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง

ที่มา – นายกฯ ร้องโอ้ย ไม่รู้สส.ปชน. ยื่นสอบแชตไลน์หลุด ปัดตอบสั่งทบทวนเกณฑ์บัตรคนจน

โฆษก ภท. ย้ำยังไม่มีใครโดนตัดสิทธิ “บัตรคนจน” 11 มิ.ย.

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังกังวลใจกับข่าวการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ต่างๆ ของรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องโฆษก ภท. ย้ำยังไม่มีใครโดนตัดสิทธิ “บัตรคนจน” 11 มิ.ย. รอ คกก.ประชารัฐฯ ทบทวนเกณฑ์ ซึ่งถือเป็นประเด็นร้อนที่ชาวบ้านให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ล่าสุดทางโฆษกพรรคภูมิใจไทยได้ออกมาให้ความชัดเจนแล้วว่า 13.2 ล้านสิทธิในปัจจุบันยังคงใช้งานได้ตามปกติ ไม่มีการถูกตัดสิทธิแต่อย่างใด

โฆษก ภท. ย้ำยังไม่มีใครโดนตัดสิทธิ “บัตรคนจน” 11 มิ.ย. รอ คกก.ประชารัฐฯ ทบทวนเกณฑ์

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดถูกตัดสิทธิจากการเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนกกับกระแสข่าวลือ เนื่องจากรัฐบาลยังคงเน้นย้ำเรื่องการคัดกรองให้ตรงกลุ่มเป้าหมายจริงๆ โดยการประชุมของคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการฯ ในวันที่ 11 มิ.ย. นี้ จะเป็นการพิจารณารายละเอียดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น

สรุปความคืบหน้าการทบทวนเกณฑ์สวัสดิการแห่งรัฐ

สำหรับสาระสำคัญที่ประชาชนควรรู้ มีประเด็นที่น่าสนใจดังต่อไปนี้:

  • ตัวเลขผู้ถือบัตรปัจจุบัน 13.2 ล้านคน ยังคงได้รับสิทธิตามเดิม
  • การประชุมในวันที่ 11 มิ.ย. จะพิจารณาหลักเกณฑ์การลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูบิดา-มารดาใหม่
  • กระทรวงมหาดไทยเตรียมส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจและยืนยันสิทธิผ่านประชาคมหมู่บ้าน
  • เน้นย้ำถึงความโปร่งใสเพื่อให้ “คนจนตัวจริง” ได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมทางรัฐบาลถึงยังคงต้องมีการทบทวนเกณฑ์อยู่เรื่อยๆ เหตุผลหลักคือต้องการให้เงินงบประมาณจากภาษีประชาชนส่งไปถึงมือผู้ที่เดือดร้อนและขัดสนจริงๆ ไม่ใช่ตกไปอยู่ในมือของคนที่มีฐานะแล้ว โดยการทำงานของนายอำเภอ ปลัดอำเภอ และผู้ใหญ่บ้าน ในการเคาะประตูบ้านเพื่อสำรวจสิทธิถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยตรวจสอบสถานะครอบครัวให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของกรณีที่มีกระแสข่าวเรื่องการยกเลิกเกณฑ์ภาษีเลี้ยงดูพ่อแม่ ก็เป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่ คกก.ประชารัฐฯ จะหาทางออกที่เหมาะสมที่สุดในวันที่ 11 มิ.ย. นี้ ดังนั้น ขอให้รอคำแถลงอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานหลักก่อน อย่าเพิ่งหลงเชื่อข่าวโคมลอยที่จะสร้างความสับสนให้กับสังคม ทางทีมงานเชื่อมั่นว่ารัฐบาลมุ่งหวังที่จะลดความเหลื่อมล้ำ แต่ก็ต้องรัดกุมในการใช้งบประมาณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนฐานรากทุกคน

เราหวังว่าทุกการตัดสินใจของคณะกรรมการฯ จะคำนึงถึงความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง เพื่อสร้างระบบสวัสดิการที่ยั่งยืนและเข้าถึงสิทธิได้อย่างแท้จริง

ที่มา – โฆษก ภท. ย้ำยังไม่มีใครโดนตัดสิทธิ “บัตรคนจน” 11 มิ.ย. รอ คกก.ประชารัฐฯ ทบทวนเกณฑ์

ส.อ.ท. หนุนรัฐทบทวนเกณฑ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ในยุคที่เศรษฐกิจไทยมีความผันผวนสูง การบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ที่เดือดร้อนจริง ๆ ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข ล่าสุดประเด็นเรื่อง ส.อ.ท. หนุนรัฐทบทวนเกณฑ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก หลังจากที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยออกมาเสนอแนะให้ภาครัฐใช้ฐานข้อมูลเชิงลึกในการคัดกรอง เพื่อให้เม็ดเงินถึงมือผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง

เหตุผลที่ ส.อ.ท. หนุนรัฐทบทวนเกณฑ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

การทบทวนหลักเกณฑ์รอบนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการตัดสิทธิ แต่เป็นการเพิ่มความละเอียดในการหาข้อมูลรายได้และภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน โดยเฉพาะกรณีการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการอุปการะบิดามารดา ซึ่งทาง ส.อ.ท. มองว่าควรมีการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานให้มีความเป็นธรรมและรอบด้านมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มเปราะบางตัวจริงหลุดรอดจากตาข่ายรองรับของรัฐ

ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงระบบสวัสดิการ

เพื่อให้การเข้าถึงสวัสดิการของรัฐมีประสิทธิภาพ ทาง ส.อ.ท. ได้เสนอแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติม ดังนี้:

  • เชื่อมโยงฐานข้อมูลรายได้ อาชีพ และภาวะพึ่งพิงของประชาชนแบบเรียลไทม์
  • ปรับเกณฑ์การประเมินสิทธิให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่จริงของครอบครัวไทยยุคใหม่
  • เน้นการคัดกรองแบบ Targeted Welfare เพื่อลดภาระทางการคลังในระยะยาว
  • มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะแรงงาน (Reskill และ Upskill) เพื่อสร้างงานที่มั่นคง

หัวใจสำคัญของการที่ ส.อ.ท. หนุนรัฐทบทวนเกณฑ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในครั้งนี้ คือการเปลี่ยนบทบาทของประชาชนจากผู้รอคอยสวัสดิการ ไปสู่การเป็นแรงงานที่มีศักยภาพและมีรายได้เลี้ยงตนเองได้อย่างยั่งยืน ภาคอุตสาหกรรมเองก็พร้อมที่จะร่วมมือในการฝึกอบรมทักษะต่าง ๆ เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยได้อย่างแท้จริง ท้ายที่สุดแล้ว การมีระบบคัดกรองที่โปร่งใสและตรวจสอบได้จะเป็นรากฐานที่ดีในการใช้งบประมาณประเทศให้คุ้มค่าที่สุด

ที่มา – ส.อ.ท. หนุนรัฐทบทวนเกณฑ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จี้ใช้ข้อมูลลึกคัดกรองตรงจุด

Scroll to top