บัตรประชาชน

อนุทิน พยักหน้ารับ แจงภาพถ่ายบัตรประชาชนเสื้อสีส้มนานแล้ว

อนุทิน พยักหน้ารับ แจงภาพถ่ายบัตรประชาชนเสื้อสีส้มนานแล้ว

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองในโลกโซเชียลมีเดีย เมื่อมีภาพบัตรประชาชนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลุดออกมา โดยในภาพดังกล่าว นายอนุทินสวมใส่เสื้อสีส้ม ซึ่งสร้างความสงสัยให้กับประชาชนเป็นอย่างมากว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

ล่าสุด นายอนุทินได้ออกมาตอบคำถามสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาลถึงกรณี อนุทิน พยักหน้ารับ แจงภาพถ่ายบัตรประชาชนเสื้อสีส้มนานแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีได้พยักหน้ารับและยืนยันสั้นๆ ว่าภาพถ่ายบัตรประชาชนใบดังกล่าวเป็นการถ่ายไว้นานแล้ว ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นในปัจจุบันแต่อย่างใด

สั่งตรวจสอบเข้มกรณีข้อมูลรั่วไหล

นอกจากประเด็นเรื่องภาพถ่ายบัตรประชาชนแล้ว ประเด็นที่สำคัญยิ่งกว่าคือเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนชาวไทย หลังจากที่มีกระแสข่าวว่าข้อมูลทางราชการบางส่วนอาจมีการรั่วไหล นายอนุทินในฐานะผู้กำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย จึงได้สั่งการอย่างเร่งด่วนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบทันทีว่า อนุทิน พยักหน้ารับ แจงภาพถ่ายบัตรประชาชนเสื้อสีส้มนานแล้ว และข้อมูลอื่นๆ ที่ปรากฏนั้นหลุดออกมาจากหน่วยงานใด

แนวทางการตรวจสอบและมาตรการป้องกันในอนาคตที่นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำมีดังนี้:

  • ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลที่หลุดออกมาว่ามีที่มาจากระบบใด
  • ประเมินมาตรฐานความปลอดภัยของฐานข้อมูลหน่วยงานรัฐ
  • กำหนดบทลงโทษและมาตรการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ
  • เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ เมื่อผู้สื่อข่าวถามเจาะลึกถึงรายละเอียดของหน่วยงานต้นทางที่อาจเป็นจุดรั่วไหลของข้อมูล นายกรัฐมนตรีได้เพียงรับฟังคำถามและเดินเข้าห้องประชุมคณะรัฐมนตรีไปโดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ประชาชนยังคงรอความชัดเจนจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงต่อไป

การจัดการกับปัญหาข้อมูลหลุดไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ในยุคดิจิทัลเช่นนี้ ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อหน่วยงานรัฐขึ้นอยู่กับว่าระบบฐานข้อมูลของเรามีความปลอดภัยเพียงใด หาก อนุทิน พยักหน้ารับ แจงภาพถ่ายบัตรประชาชนเสื้อสีส้มนานแล้ว เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง เราก็หวังว่ารัฐบาลจะเร่งปิดช่องโหว่และยกระดับความปลอดภัยให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของทุกคนให้ปลอดภัยที่สุด

ที่มา – “อนุทิน” พยักหน้ารับ แจงภาพถ่ายบัตรประชาชนเสื้อสีส้มนานแล้ว สั่งเช็กข้อมูลหลุด

“อรรษิษฐ์” สั่งตรวจสอบหน่วยงานไหนทำข้อมูลประชาชนหลุดว่อนโซเชียล

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ เมื่อมีการตรวจพบข้อมูลส่วนตัวของประชาชนหลุดออกมาว่อนโซเชียล จนกระทั่งนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ต้องออกมาเคลื่อนไหวสั่งการให้มีการตรวจสอบอย่างเร่งด่วนว่า “อรรษิษฐ์” สั่งตรวจสอบหน่วยงานไหนทำข้อมูลประชาชนหลุดว่อนโซเชียล กันแน่ เพื่อหาต้นตอของการรั่วไหลและป้องกันความเสียหายในวงกว้าง

“อรรษิษฐ์” สั่งตรวจสอบหน่วยงานไหนทำข้อมูลประชาชนหลุดว่อนโซเชียล

จากการให้สัมภาษณ์ล่าสุด นายอรรษิษฐ์ได้ชี้แจงประเด็นที่ตนเองถูกพาดพิงถึงกรณีข้อมูลส่วนตัวหลุด โดยยืนยันว่าภาพที่ปรากฏออกมานั้นมาจากฐานข้อมูลของบัตรประชาชน ไม่ใช่ใบขับขี่แต่อย่างใด ทำให้ข้อสันนิษฐานที่พุ่งเป้าไปที่กรมขนส่งทางบกนั้นน่าจะไม่ถูกต้องเสียทีเดียว เพราะเจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้ทำธุรกรรมกับหน่วยงานดังกล่าว และรูปในใบขับขี่ตลอดชีพของเขาก็มีความแตกต่างจากภาพที่หลุดออกมา

เบาะแสสำคัญ: ทำไม “อรรษิษฐ์” สั่งตรวจสอบหน่วยงานไหนทำข้อมูลประชาชนหลุดว่อนโซเชียล ถึงสำคัญ?

การที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ตรวจสอบนั้น ถือเป็นการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ของภาครัฐ โดยนายอรรษิษฐ์ตั้งข้อสังเกตว่าภาพที่หลุดออกมาอาจเกิดจากการเสียบบัตรประชาชนเพื่อทำธุรกรรมในสถานที่ต่างๆ เช่น สนามบิน หรือจุดบริการอื่นๆ ที่มีการบันทึกข้อมูลไว้ พร้อมระบุว่ามีหน่วยงานหลัก 3 แห่งที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ต้องเสียบบัตร ซึ่งได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบหาต้นตอที่แท้จริงแล้ว

หากวิเคราะห์ตามสถานการณ์ปัจจุบัน สิ่งที่ประชาชนควรระวังมีดังนี้:

  • ตรวจสอบการให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับหน่วยงานที่ไม่น่าเชื่อถือ
  • หลีกเลี่ยงการถ่ายรูปบัตรประชาชนส่งในช่องทางแชทออนไลน์
  • สังเกตการณ์การทำธุรกรรมที่มีการเสียบบัตรผ่านเครื่องอ่านข้อมูล

ในมุมมองของเรา นี่ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ดีที่ทำให้หน่วยงานรัฐต้องหันมาทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยของฐานข้อมูลให้เข้มงวดมากขึ้น เพราะข้อมูลส่วนตัวของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรหลุดออกไปสู่สาธารณะโดยเด็ดขาด การดำเนินการของนายอรรษิษฐ์ครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการเรียกความเชื่อมั่นให้กับระบบฐานข้อมูลภาครัฐกลับคืนมาอีกครั้ง

ที่มา – “อรรษิษฐ์” สั่งตรวจสอบหน่วยงานไหนทำข้อมูลประชาชนหลุดว่อนโซเชียล

เจมส์ ควงภริยาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ชวนคนกรุงฯ ออกมากำหนดอนาคตเมือง

เจมส์ ควงภริยาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ชวนคนกรุงฯ ออกมากำหนดอนาคตเมือง

วันนี้ถือเป็นวันสำคัญของชาวกรุงเทพมหานคร กับการออกมาทำหน้าที่ใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) อย่างพร้อมเพรียงกัน บรรยากาศตามหน่วยเลือกตั้งต่างคึกคักไปด้วยประชาชน ซึ่งรวมไปถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงอย่าง คุณอนุชา บูรพชัยศรี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เจมส์” ที่วันนี้ได้เดินทางมาพร้อมกับภริยาคู่ใจ เพื่อร่วมแสดงพลังความเป็นพลเมืองที่ดี

บรรยากาศการไปใช้สิทธิเลือกตั้งของผู้ว่าฯ กทม.

การที่ เจมส์ ควงภริยาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ชวนคนกรุงฯ ออกมากำหนดอนาคตเมือง ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจต่อทิศทางของบ้านเมือง โดยคุณอนุชาได้ให้สัมภาษณ์หลังจากหย่อนบัตรว่า กระบวนการจัดการของเจ้าหน้าที่ในปีนี้มีความรวดเร็วและเป็นระบบมาก ตั้งแต่เริ่มยื่นบัตรประชาชนจนหย่อนบัตรลงหีบใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการอำนวยความสะดวกที่ดีเยี่ยมให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน

คุณอนุชายังได้ฝากข้อคิดที่น่าสนใจไว้ว่า การออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ใช่แค่การทำตามหน้าที่ แต่คือการเลือกอนาคตของเมืองที่เราอยู่อาศัย เพราะทุกหนึ่งคะแนนเสียงของคุณมีความหมาย ยิ่งคนออกมาใช้สิทธิมากเท่าไหร่ อำนาจการตัดสินใจในการพัฒนาเมืองก็ยิ่งสะท้อนความต้องการของประชาชนได้ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น

  • ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งของท่านให้ถูกต้อง
  • เตรียมบัตรประจำตัวประชาชนให้พร้อม
  • ศึกษาหมายเลขผู้สมัครเพื่อความรวดเร็วในการลงคะแนน
  • ตรวจสอบสีของบัตรเลือกตั้งว่าบัตรใบไหนสำหรับเลือกผู้ว่าฯ และบัตรใบไหนสำหรับเลือก ส.ก.

ท้ายที่สุดนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่คนกรุงฯ ทุกคนออกมาใช้สิทธิกันอย่างเต็มที่เพื่อกำหนดทิศทางเมืองหลวงของเรา ให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่และตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของพวกเราทุกคนอย่างแท้จริง มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเมืองไปข้างหน้าด้วยกันครับ

ที่มา – “เจมส์” ควงภริยาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ชวนคนกรุงฯ ออกมากำหนดอนาคตเมือง

กรมการปกครอง สั่งตรวจสอบด่วน ทะเบียนราษฎร 2 จีนเทา

กรมการปกครอง สั่งตรวจสอบด่วน ทะเบียนราษฎร 2 จีนเทา หลังจากเกิดเหตุการณ์ชocking ในจังหวัดชลบุรี ที่นายหมิงเฉิน ซัน ชาวจีน พลิกคว่ำรถยนต์และพบอาวุธสงครามจำนวนมากในรถและบ้านพัก สร้างความฮือฮาให้สังคมไทย ล่าสุดอธิบดีกรมการปกครองได้มีคำสั่งเร่งด่วนให้ตรวจสอบความถูกต้องของทะเบียนราษฎรของบุคคลทั้ง 2 รายที่เกี่ยวข้อง หากพบการทุจริตจะดำเนินคดีทุกคน ไม่เว้นเจ้าหน้าที่รัฐ

กรมการปกครอง สั่งตรวจสอบด่วน ทะเบียนราษฎร 2 จีนเทา

จากรายงานของเฟซบุ๊กกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เปิดเผยเอกสารสั่งการจากนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง โดยมอบหมายให้นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดี ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E.) ดำเนินการตรวจสอบทันที บุคคลทั้งสองรายคือ

รายละเอียดบุคคลต้องสงสัยทั้ง 2 ราย

  • นายหมิงเฉิน ซัน: บุคคลสัญชาติจีน ถือบัตรประจำตัวประชาชนสีชมพู เลขที่ 6-XXXX-XXXXX-XX-X ที่อยู่ปัจจุบันเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร มีประวัติย้ายมาจากอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
  • นายเฉิงเจ้า หวู: บุคคลสัญชาติไทย ถือบัตรประจำตัวประชาชนสีฟ้า เลขที่ 5-XXXX-XXXXX-XX-X ที่อยู่ปัจจุบันเขตบางแค กรุงเทพมหานคร ได้รับสัญชาติไทยโดยการเพิ่มชื่อ ณ เขตบางแค

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อนายหมิงเฉิน ซันประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพบอาวุธสงคราม ระเบิด ชุดเกราะกันกระสุน และเครื่องกระสุนจำนวนมากทั้งในรถและบ้านพัก นอกจากนี้ยังพบบัตรประชาชนใบที่สองในชื่อนายเฉิงเจ้า หวู ทำให้เกิดข้อกังวลเรื่องการทุจริตทะเบียนราษฎรทันที

การตรวจสอบครั้งนี้เน้นย้ำถึงปัญหา “จีนเทา” หรือชาวจีนที่ได้สัญชาติไทยโดยผิดกฎหมาย ซึ่งอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ กรมการปกครองยืนยันหากพบหลักฐานการปลอมแปลงหรือทุจริต จะเพิกถอนรายการทะเบียนทั้งหมด และดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำผิดทุกราย รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ เช่น เจ้าพนักงานปกครองหรือตำรวจที่ออกบัตร

ความสำคัญของการตรวจสอบทะเบียนราษฎร

ทะเบียนราษฎรเป็นพื้นฐานสำคัญของรัฐในการควบคุมประชากร การย้ายถิ่นฐาน การเลือกตั้ง และความมั่นคง ปัญหาการซื้อขายสัญชาติ โดยเฉพาะจากกลุ่มทุนจีน ทำให้เกิดการแทรกซึมที่อาจเชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น ค้ายาเสพติด อาวุธ หรือฟอกเงิน ในกรณีนี้ การพบอาวุธสงครามในครอบครองชาวต่างชาติที่ใช้บัตรประชาชนไทย ยิ่งตอกย้ำความจำเป็นในการเร่งตรวจสอบ

คณะทำงาน DOPA N.I.C.E. ก่อตั้งขึ้นเพื่อปราบปรามภัยดังกล่าว โดยใช้เทคโนโลยีฐานข้อมูลใหญ่ในการสแกนข้อมูลทะเบียนทั่วประเทศ เป้าหมายคือกำจัดทุจริตให้หมดสิ้น สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนชาวไทย นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับนโยบายรัฐบาลในการรักษาอธิปไตยและความปลอดภัยชายแดน

จากสถิติล่าสุด พบกรณีทุจริตทะเบียนราษฎรหลายพันรายทั่วประเทศ โดยเฉพาะในภาคเหนือและกรุงเทพฯ การสั่งการตรวจสอบด่วนครั้งนี้คาดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการกวาดล้างใหญ่ หากคุณมีข้อมูล线索เกี่ยวกับการทุจริต สามารถแจ้งกรมการปกครองได้ทันที

การดำเนินการนี้แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดของหน่วยงานรัฐในการปกป้องผลประโยชน์ชาติ ติดตามผลการตรวจสอบกรมการปกครอง สั่งตรวจสอบด่วน ทะเบียนราษฎร 2 จีนเทา ต่อไป เพราะอาจนำไปสู่การจับกุมเครือข่ายใหญ่ได้

ที่มา – กรมการปกครอง สั่งตรวจสอบด่วน ทะเบียนราษฎร 2 จีนเทา หากพบทุจริตเอาผิดหมด

วิธีลงทะเบียน ล้างแอร์ช่วยชาติ จ่าย 300 บาท 3 หมื่นสิทธิ์

ฤดูร้อนมาเยือน ค่าไฟพุ่งกระฉูด! รัฐบาลมีโครงการดีๆ มาช่วยประชาชนประหยัดพลังงาน นั่นคือ วิธีลงทะเบียน ล้างแอร์ช่วยชาติ จ่ายเพียง 300 บาท รับสิทธิ์จำกัดแค่ 30,000 สิทธิ์เท่านั้น เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569 ใครสนใจรีบเลย!

โครงการ “ล้างแอร์ช่วยชาติ 2569” (Clean your air, Care your life) เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กับพันธมิตรเอกชนชั้นนำอย่างห้างสรรพสินค้าต่างๆ เพื่อส่งเสริมการประหยัดพลังงาน ลดการใช้ไฟช่วงหน้าร้อนที่พีคสุดๆ และยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อีกด้วย นอกจากส่วนลดล้างแอร์ 300 บาทแล้ว ยังมีส่วนลดซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 อีก 15,000 สิทธิ์ คุ้มสุดๆ ไปเลย

ทำไมต้องล้างแอร์? เพราะแอร์ที่สกปรกจะกินไฟมากขึ้น 20-30% เลยนะ ล้างแล้วเย็นฉ่ำ ประหยัดไฟ ค่าไฟถูกลง แถมอากาศในบ้านสะอาด ดีต่อสุขภาพด้วย โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ โครงการนี้ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงบริการล้างแอร์ราคาถูกได้ง่ายๆ

วิธีลงทะเบียน ล้างแอร์ช่วยชาติ

อยากรู้ วิธีลงทะเบียน ล้างแอร์ช่วยชาติ ใช่ไหม? ไม่ยากเลย แต่ต้องไปลงที่ห้างสรรพสินค้าที่ร่วมรายการเท่านั้นนะ ไม่มีลงออนไลน์หรือแอปสำหรับคนทั่วไป เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 23 พฤษภาคม 2569 หรือจนกว่าจะครบสิทธิ์

ขั้นตอนวิธีลงทะเบียน ล้างแอร์ช่วยชาติ ทำตามนี้เลย

1. เตรียมเอกสารให้พร้อม

  • บัตรประชาชนตัวจริง (ต้องเป็นเจ้าของบ้านหรือผู้มีชื่อในทะเบียนบ้าน)
  • บิลค่าไฟเดือนล่าสุด (เพื่อยืนยันเลขที่สัญญาไฟฟ้า 11 หลัก)

2. ไปห้างที่ร่วมโครงการ

ห้างที่เข้าร่วมมีหลายแห่ง เช่น HomePro, Power Buy, The Mall (Power Mall), ไทวัสดุ, Mega Home และอื่นๆ เดินไปที่แผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าเลย

3. แสดงเอกสารและรับสิทธิ์

  • ยื่นบัตรประชาชนและบิลค่าไฟให้พนักงานตรวจสอบ
  • ถ้าสิทธิ์ยังเหลือ ชำระเงินเพียง 300 บาท (ปกติราคาล้างแอร์ 600-700 บาท กฟผ. ช่วยออกส่วนต่าง 50% หรือตามเงื่อนไข)
  • นัดวันให้ช่างมาล้างแอร์ที่บ้านกับพนักงาน

เงื่อนไขสำคัญ: สิทธิ์ 1 หมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า ต่อ 1 สิทธิ์ (ล้างได้ 1 เครื่อง) เฉพาะแอร์ติดผนัง (Wall Type) ขนาดไม่เกิน 24,000 BTU เท่านั้น อย่าลืมเช็คให้ดีก่อนไปนะ

นอกจากนี้ โครงการยังช่วยลดภาระค่าไฟช่วงหน้าร้อนที่ทุกคนเจอ คิดดูสิ ถ้าล้างแอร์แล้วประหยัดไฟเดือนละ 200-300 บาท ปีนึงก็หลายพันแล้ว แถมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสิ่งแวดล้อม ลดโลกร้อนได้ด้วย ใครที่แอร์ที่บ้านเริ่มไม่เย็น ไม่ต้องเสียเงินแพงๆ รีบใช้สิทธิ์นี้เลย

เคล็ดลับเพิ่มเติม: ก่อนล้างแอร์ ทำความสะอาดตัวเองด้วย ตั้งแอร์ 25 องศา ใช้พัดลมช่วย เปิดม่านบังแดด จะยิ่งประหยัดไฟเข้าไปใหญ่ ลองคำนวณดู ถ้าบ้านคุณมีแอร์ 2 ตัว ล้างทั้งคู่ (ถ้าสิทธิ์เหลือ) ค่าไฟลดฮวบแน่นอน

โครงการนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใส่ใจประชาชนจริงๆ อย่าพลาดโอกาสประหยัดเงินและช่วยชาติไปด้วยกัน สิทธิ์จำกัดจริงๆ 30,000 สิทธิ์ หมดไวแน่นอน!

รีบไปลงทะเบียนวันนี้ รับส่วนลดล้างแอร์ช่วยชาติ จ่ายแค่ 300 บาท ประหยัดค่าไฟยาวๆ ไปเลย!

ที่มา – วิธีลงทะเบียนเข้าโครงการ “ล้างแอร์ช่วยชาติ” รับเพียง 3 หมื่นสิทธิ์ จ่ายเพียง 300 บาท

TZD ไฟเขียว เปลี่ยนบัตรประชาชน เป็นบัญชีคลังหน่วยกิต

ข่าวดีสุดๆ สำหรับวงการศึกษาไทยเลยนะ! TZD ไฟเขียว เปลี่ยนบัตรประชาชน เป็นบัญชีคลังหน่วยกิต แล้ว เพื่อแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษาอย่างยั่งยืน ล่าสุดตัวเลขเด็กนอกระบบลดฮวบจากกว่า 1 ล้านคนในปี 2566 เหลือแค่ 603,095 คน (ข้อมูล ณ พ.ย. 2568) ต้องชื่นชมความร่วมมือทุกภาคส่วนจริงๆ

TZD ไฟเขียว เปลี่ยนบัตรประชาชน เป็นบัญชีคลังหน่วยกิต ลดเด็กหลุดระบบ

TZD ไฟเขียว เปลี่ยนบัตรประชาชน เป็นบัญชีคลังหน่วยกิต

คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาระดับชาติ หรือ TZD มีมติเห็นชอบแนวโน้มการศึกษาแบบยืดหยุ่น (Flexible Learning) และโครงการ Learning Passport ที่จะเปลี่ยนบัตรประชาชนใบเดียวให้กลายเป็นบัญชีคลังหน่วยกิตชีวิต (ILA) สะสมทักษะได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ต้องยึดติดห้องเรียนแบบเดิมๆ พลเอกตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ประธานคณะกรรมการ กล่าวว่า นโยบายนี้จะช่วยสร้างทักษะพื้นฐานชีวิต 3 ด้านหลัก จากงานวิจัย กสศ. คือ ทักษะดิจิทัล ทักษะอารมณ์-สังคม และทักษะผู้ประกอบการ

ภาพประชุม TZD ไฟเขียว เปลี่ยนบัตรประชาชน เป็นบัญชีคลังหน่วยกิต

เจ๋งตรงที่ ILA นี้เทียบโอนหน่วยกิตได้เลย สมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยกับ อว. หรือใช้สมัครงานโดยตรง เพราะข้อมูลสมรรถนะรับรองมาตรฐาน แถมมีแพลตฟอร์มช่วยอย่าง Mobile School จาก กสศ. หรือ EWE จาก สคช. เรียนรู้ anywhere anytime สะดวกสุดๆ

ตัวอย่างความสำเร็จจากจังหวัดต่างๆ หลัง TZD ไฟเขียว เปลี่ยนบัตรประชาชน เป็นบัญชีคลังหน่วยกิต

หลายจังหวัดเดินหน้าจนเห็นผลชัด เช่น บุรีรัมย์ กับโครงการ BURIRAM ZERO DROPOUT (BZDM) ช่วยเด็ก 17,401 คน ด้วย 4 กลไก: ป้องกัน แก้ไข ส่งต่อ และติดตาม ผนึก อสม. อพม. ผู้นำชุมชน ค้นหาเชิงรุก สนับสนุนอุปกรณ์ อุปโภค อาชีพ

ตัวอย่างโครงการบุรีรัมย์ TZD

สงขลาโมเดล 2569 หรือ Songkhla Model ใช้ “ค้นหา-ช่วยเหลือ-ดูแล-ส่งต่อ” ใน 16 อำเภอ 127 ตำบล สทิงพระโมเดลเปลี่ยนชุมชนเป็นห้องเรียน 3 ฐาน: วิชาชีวิต วิชาการ วิชาอาชีพ เช่น ทำน้ำตาลโตนด โนราห์ แถม “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” รองรับทุกกลุ่ม

พิษณุโลก ติดตามเด็ก TZD 7,178 คน (99.61%) ด้วย “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” One Stop Service และ “ตาข่ายการศึกษา 3 ชั้น”: ชั้น 1 ปรับสถานศึกษา ชั้น 2 ศูนย์ ม.12 Mobile School ชั้น 3 ชุมชนฐาน บูรณาการทุกภาคส่วน

โครงการสงขลาโมเดล

แผนปี 2569: 3 มาตรการเร่งด่วนหลัง TZD ไฟเขียว

  • เชื่อมข้อมูลข้ามกระทรวง: ศธ. มท. กต. ยธ. พม. แรงงาน เดสิมิเทค สร้าง Case Management รายบุคคล
  • ขยายกลุ่มเปราะบาง: เยาวชนยุติธรรม แรงงานนอกระบบ เด็กศูนย์ ม.12 เข้าถึงเงินอุดหนุน นม อาหารกลางวัน
  • ดูแล Crisis PLUS: เด็กน้ำท่วม โรคระบาด ภัยสงคราม ไม่ให้หลุดถาวร

พลัสยังมี Prime Minister TZD+ Awards มอบโล่จากนายกฯ ให้หน่วยงานต้นแบบ สร้างแรงบันดาลใจปีที่ 3

นโยบาย TZD ไฟเขียว เปลี่ยนบัตรประชาชน เป็นบัญชีคลังหน่วยกิต นี้ จะปฏิรูประบบการศึกษาไทยให้เท่าเทียมยั่งยืน ลดช่องโหว่ได้จริง คุณคิดว่านโยบายนี้จะช่วยเด็กไทยได้แค่ไหน? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รู้ด้วยนะ จะได้ช่วยกันผลักดัน!

ที่มา – TZD ไฟเขียว เปลี่ยนบัตรประชาชน เป็นบัญชีคลังหน่วยกิต ลดเด็กหลุดจากระบบการศึกษาไทย

“วราวุธ” ใช้สิทธิเลือกตั้ง ย้ำอย่าทำบัตรเสีย

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องสำคัญทางการเมืองที่กำลังเป็นกระแสกันเลยนะครับ “วราวุธ” ใช้สิทธิเลือกตั้ง ย้ำอย่าทำบัตรเสีย ด้านหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ดีใจประชาชนตื่นตัวเลือกตั้ง เป็นข่าวที่แสดงให้เห็นถึงความคึกคักของประชาชนในวันเลือกตั้งครั้งนี้ ทุกคนตื่นตัวกันมาก มาดูกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

“วราวุธ” ใช้สิทธิเลือกตั้ง ย้ำอย่าทำบัตรเสีย ด้านหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ดีใจประชาชนตื่นตัวเลือกตั้ง

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ร่วมกับนายสรชัด สุจิตต์ ผู้สมัคร ส.ส. เขตสุพรรณบุรี เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งพร้อมกันที่เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยที่ 27 บริเวณเต็นท์ที่จอดรถห้าง Big C อำเภอเมืองสุพรรณบุรี บรรยากาศคึกคักมาก มีประชาชนมารอคิวกันยาวเหยียดตั้งแต่เช้า

วราวุธ ใช้สิทธิเลือกตั้ง
บรรยากาศการเลือกตั้งสุพรรณบุรี

หลังจากกาบัตรเสร็จ นายวราวุธให้สัมภาษณ์แบบเป็นกันเองว่า วันนี้เราต้องกาบัตร 3 ใบเลยนะครับ ส.ส.เขต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และบัตรประชามติรัฐธรรมนูญ ขอชวนทุกคนพกบัตรประชาชนมาออกมาใช้สิทธิถึง 5 โมงเย็น เพื่อกำหนดอนาคตประเทศไทย ที่สำคัญต้องระวังอย่าใส่เสื้อที่มีสัญลักษณ์พรรคหรือเบอร์มาเข้าคูหา ถ้าทำอะไรกับบัตรอาจกลายเป็นคดีได้ และต้องกากบัตรให้ถูกต้อง ไม่งั้นบัตรเสียนะครับ

วราวุธให้สัมภาษณ์หลังลงคะแนน

จตุพร หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ดีใจประชาชนตื่นตัว

ขณะเดียวกัน เวลา 09.30 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ เดินทางใช้สิทธิที่เขตเลือกตั้งที่ 9 หน่วยที่ 30 บริเวณลานจอดรถกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประตู 3 จตุจักร กรุงเทพฯ บรรยากาศก็คึกคักไม่แพ้กัน

จตุพร ใช้สิทธิเลือกตั้ง
ประชาชนตื่นตัวเลือกตั้ง

นายจตุพรบอกว่าดีใจมากที่เห็นประชาชนออกมาใช้สิทธิกันตั้งแต่เช้า ชวนทุกคนมาร่วมกำหนดทิศทางประเทศด้วยหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียง คาดหวังการเมืองสุจริตและเปลี่ยนแปลง ฝาก กกต. ยึดกฎหมายเคร่งครัด ทำงานสุจริต แม้มีแรงกดดันแต่ต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายเพื่อประเทศ

ข้อควรระวังในการเลือกตั้งวันนี้

เพื่อไม่ให้สิทธิของเราสูญเปล่า มาดูข้อกำหนดสำคัญกันครับ

  • พกบัตรประชาชน ทุกคนต้องมีเพื่อรับบัตร
  • อย่าใส่เสื้อหรือเครื่องหมายพรรค เข้าคูหา ไม่งั้นโดนไล่ออก
  • กากบัตรให้ถูกต้อง กากในช่องวงกลม ห้ามลบหรือขีดฆ่า ไม่งั้นบัตรเสีย
  • อย่าถ่ายรูปบัตร ในคูหา ผิดกฎหมาย
  • ลงคะแนนให้ครบ 3 ใบ ส.ส.เขต บัญชีรายชื่อ และประชามติ

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมกำหนดอนาคต ไม่ว่าจะพรรคไหนหรือผู้สมัครคนไหน สิทธิของคุณมีค่าเสมอ “วราวุธ” ใช้สิทธิเลือกตั้ง ย้ำอย่าทำบัตรเสีย ด้านหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ดีใจประชาชนตื่นตัวเลือกตั้ง แสดงให้เห็นว่าทุกคนใส่ใจเรื่องนี้มาก

ในมุมมองของผม การเห็นประชาชนตื่นตัวแบบนี้คือสัญญาณดีของประชาธิปไตยไทย มันทำให้เรามีความหวังว่าการเมืองจะดีขึ้น หากทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านที่ยังไม่ได้ไป รีบออกมาใช้สิทธิ์ก่อน 17.00 น. นะครับ อนาคตประเทศไทยอยู่ในมือคุณ!

ที่มา – “วราวุธ” ใช้สิทธิเลือกตั้ง ย้ำอย่าทำบัตรเสีย ด้านหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ดีใจประชาชนตื่นตัวเลือกตั้ง

แสดงตนเลือกตั้ง 2569: ใช้แอป ThaiD, DLT ได้

เตรียมพร้อมแสดงตนเลือกตั้ง 2569! ก้าวทันเทคโนโลยีด้วยการใช้ "บัตรประชาชน" ผ่านแอปฯ ThaiD และ "ใบขับขี่" ผ่านแอปฯ DLT กรมการขนส่งทางบก รวมถึง "บัตรคนพิการ" ผ่านแอปฯ บัตรคนพิการ (PWD) สะดวก รวดเร็ว และง่ายดาย

วันที่ 26 มกราคม 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้า เป็นวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 และวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ทั่วไป รวมถึงการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ ในประเด็นคำถามที่สำคัญ พร้อมกันทั่วประเทศในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 17.00 น.

ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้งและเลือกตั้งล่วงหน้า

สำหรับการตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง สส. และสิทธิออกเสียงประชามติ สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ การตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิในหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน, การตรวจสอบรายชื่อผ่านเว็บไซต์ กกต. หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote, การตรวจสอบผ่านเว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย, หรือตรวจสอบด้วยตนเองที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานเขต

(ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง สส. 2569)

(ตรวจสอบสิทธิออกเสียงประชามติ 2569)

ไปเลือกตั้งใช้หลักฐานอะไรได้บ้าง?

นอกเหนือจากบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงแล้ว ในการแสดงตนเลือกตั้ง 2569 ยังมีบัตรและหลักฐานอื่นๆ ที่สามารถนำมาแสดง ณ หน่วยเลือกตั้งเพื่อใช้สิทธิได้อีกด้วย ดังนี้

  • บัตรประจำตัวประชาชน (บัตรที่หมดอายุก็สามารถใช้ได้)
  • บัตรหรือหลักฐานอื่นๆ ที่ออกโดยรัฐ ซึ่งมีเลขประจำตัวประชาชน และรูปถ่าย เช่น บัตรข้าราชการ หรือ บัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ
  • ใบขับขี่รถยนต์ หรือ รถจักรยานยนต์
  • หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)

แสดงตนเลือกตั้ง 2569 ด้วยบัตรประชาชนดิจิทัล

เพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ท่านสามารถแสดงตนเลือกตั้ง 2569 ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือได้แล้ววันนี้:

  • แสดงประจำตัวประชาชน ผ่านแอปพลิเคชัน “ThaID”
  • แสดงใบขับขี่ ผ่านแอปพลิเคชัน “DLT QR LICENCE”
  • แสดงบัตรคนพิการ ผ่านแอปพลิเคชัน “บัตรคนพิการ (PWD)”

สีบัตรเลือกตั้งและบัตรประชามติ

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับสีของบัตรแต่ละประเภท เพื่อให้ท่านสามารถใช้สิทธิได้อย่างถูกต้อง:

  • สีเขียว : บัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง
  • สีชมพู : บัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ (พรรคการเมือง)
  • สีเหลือง : บัตรออกเสียงประชามติ

อย่าลืมแจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่ไปใช้สิทธิ

หากท่านมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ โปรดแจ้งเหตุภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง หรือ 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง (แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.) และกรณีมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติได้ สามารถแจ้งเหตุหลังประกาศบัญชีรายชื่อ จนถึงก่อนวันออกเสียง หรือภายใน 7 วันนับแต่วันออกเสียง (แจ้งเหตุไม่ไปออกเสียงประชามติ)

การเตรียมตัวและทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการเลือกตั้ง รวมถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อแสดงตนเลือกตั้ง 2569 จะช่วยให้การใช้สิทธิของท่านเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ อย่าลืมตรวจสอบสิทธิของท่าน และเตรียมหลักฐานให้พร้อมก่อนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

ที่มา – แสดงตนเลือกตั้ง 2569 เปิด “บัตรประชาชน” ในแอปฯ ThaiD “ใบขับขี่” ผ่านแอปฯ DLT ได้

อิตาลี: ชายปลอมเป็นแม่ที่ตาย หลอกเงินบำนาญ

เรื่องเหลือเชื่อเกิดขึ้นที่อิตาลี เมื่อชายคนหนึ่งถูกจับกุมในข้อหาปลอมตัวเป็นแม่ที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อหลอกรับเงินบำนาญ เรื่องราวชายอิตาลี ปลอมเป็นแม่ที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อหลอกรับเงินบำนาญ กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง

ตามรายงานข่าว ชายชาวอิตาลีวัย 57 ปี ถูกตำรวจจับกุมหลังจากสืบทราบว่า เขาปกปิดการเสียชีวิตของแม่และสวมรอยเป็นเธอ เพื่อรับเงินบำนาญอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี กลโกงนี้เกือบจะสำเร็จอยู่แล้ว หากเขาไม่จำเป็นต้องไปต่ออายุบัตรประชาชนของแม่

โฆษกสถานีตำรวจเมืองมันโตวาเปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัยคือลูกชายของนางกราซิเอลลา ดอลลอโญ ซึ่งเสียชีวิตในปี 2565 ขณะอายุ 82 ปี แต่แทนที่จะแจ้งทางการถึงการเสียชีวิตของแม่ เขากลับเลือกที่จะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ และใช้ประโยชน์จากเงินบำนาญที่รัฐจ่ายให้

เมื่อบัตรประชาชนของนางดอลลอโญหมดอายุ ชายคนนี้จึงตัดสินใจครั้งใหญ่ เขาแต่งหน้า สวมวิกผม และสวมเสื้อผ้าของแม่ เพื่อปลอมตัวเป็นเธอและไปต่ออายุบัตรด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม ความพยายามของเขาก็ไม่รอดพ้นสายตาของเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง และแจ้งให้ตำรวจทราบ เมื่อชายคนดังกล่าวถูกเรียกตัวกลับมาที่สำนักงานเทศบาลเพื่อสอบสวนเพิ่มเติม ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นว่า เขาขับรถมาที่สำนักงานในสภาพที่ปลอมตัวเป็นแม่อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วแม่ของเขาไม่มีใบอนุญาตขับขี่

เมื่อตำรวจไปที่บ้านของชายคนนี้ พวกเขาพบสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่า ศพของนางดอลลอโญถูกพบในสภาพมัมมี่ ห่อด้วยถุงนอน และซุกซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า

ชายอิตาลี ปลอมเป็นแม่ที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อหลอกรับเงินบำนาญ

ชายคนดังกล่าวถูกตั้งข้อหาหลายกระทง ได้แก่ ซ่อนเร้นอำพรางศพ ฉ้อโกงรัฐ ปลอมตัว และปลอมแปลงเอกสารสาธารณะ นอกจากนี้ เขายังถูกกล่าวหาว่าดูดของเหลวจากร่างกายของแม่ด้วยเข็มฉีดยา เพื่อชะลอการเน่าเปื่อย

ขณะนี้ศพของนางดอลลอญโญอยู่ระหว่างการชันสูตร เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ส่วนชายผู้ต้องสงสัยถูกควบคุมตัวในเรือนจำท้องถิ่น

ทำไมชายอิตาลีถึงกล้าปลอมเป็นแม่ที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อหลอกรับเงินบำนาญ?

คดีการฉ้อโกงเงินบำนาญในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในอิตาลี สถิติจากสำนักงานตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินแสดงให้เห็นว่า มีผู้ถูกจับกุมในข้อหาปลอมตัวเป็นผู้เสียชีวิตเพื่อหลอกรับเงินบำนาญจากรัฐจำนวนหลายสิบคนในแต่ละปี

ประเด็นที่น่าสนใจจากกรณีนี้:

  • การวางแผนและลงมือกระทำที่ซับซ้อนของผู้ต้องสงสัย
  • การตรวจสอบที่ไม่เข้มงวดพอของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ปัญหาการฉ้อโกงเงินบำนาญที่เป็นปัญหาเรื้อรังในอิตาลี

คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า การตรวจสอบและระบบที่โปร่งใสเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการทุจริตและการฉ้อโกงในทุกรูปแบบ และแสดงให้เห็นถึงปัญหาที่หยั่งรากลึกเกี่ยวกับการทุจริตในระบบบำนาญของอิตาลี

ที่มา – ชายอิตาลี ปลอมเป็นแม่ที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อหลอกรับเงินบำนาญ

Scroll to top