บิ๊กโจ๊ก ปัจจุบัน

บิ๊กต่อเร่งสอบ “บิ๊กโจ๊ก” ทำร้ายลูกน้อง จริงหรือ?

คดีร้อนแรงที่สังคมจับตา! บิ๊กต่อเร่งสอบ “บิ๊กโจ๊ก” ทำร้ายลูกน้อง จริงหรือไม่? พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เร่งเครื่องเต็มสูบ เตรียมสอบปากคำแพทย์ไขปมข้อเท็จจริง พร้อมเดินหน้าต่อคดีสินบนทองคำ 246 บาท ย้ำชัดตำรวจมีอำนาจหน้าที่ งานนี้มีอะไรในกอไผ่ ต้องตามติดชนิดห้ามกระพริบตา!

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้ออกมาอัปเดตความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรอง ผบ.ตร. ในประเด็นการทำร้ายร่างกายลูกน้อง ซึ่งเป็นที่สนใจของประชาชนอย่างกว้างขวาง

บิ๊กต่อเร่งสอบ “บิ๊กโจ๊ก” ทำร้ายลูกน้อง จริงหรือไม่?

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่าในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ทีมสอบสวนได้ทำการสอบปากคำพยานเพิ่มเติมไปแล้ว 4-5 ราย โดยพยานเหล่านี้ประกอบไปด้วยอดีตข้าราชการตำรวจ, ตำรวจชั้นประทวน และตำรวจชั้นสัญญาบัตร ซึ่งเคยร่วมงานกับทั้งผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าถูกทำร้าย และผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำ

“พยานที่มาให้ข้อมูล บางรายให้การว่าเคยเห็นเหตุการณ์ทำร้ายร่างกาย บางรายบอกว่าเคยได้ยินเรื่องราวมาแต่ไม่เห็นด้วยตาตัวเอง ขณะที่บางรายให้การว่าไม่ทราบเรื่องดังกล่าวเลย” พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าว

เมื่อถูกถามว่าพยาน 4-5 รายที่ให้ปากคำนั้น เป็นกลุ่มเดียวกับ 17 คนที่เคยร้องเรียนไปยังสำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติหรือไม่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ตอบว่ายังไม่สามารถยืนยันได้ และต้องขอตรวจสอบข้อมูลก่อน พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้เร่งดำเนินการสอบปากคำแพทย์ผู้ทำการรักษา เพื่อรวบรวมข้อมูลและหลักฐานทางการแพทย์ให้ครบถ้วน ก่อนที่จะพิจารณาออกหมายเรียกต่อไป

ยังไม่พบรายงานการข่มขู่พยาน

นอกจากนี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยังยืนยันว่า ณ ขณะนี้ ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการข่มขู่ผู้ร้องเรียนแต่อย่างใด

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ส่งสำนวนคดีสินบนทองคำ 246 บาท กลับมาให้ตำรวจดำเนินการต่อ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่าสำนวนดังกล่าวได้ถูกส่งมายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางแล้ว และได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อหารือว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

“เรายืนยันว่าตำรวจมีอำนาจในการดำเนินการในคดีนี้อย่างแน่นอน และหากระหว่างนี้มีพยานหลักฐานเพิ่มเติม ตำรวจก็จะทำการเพิ่มเติมลงไปในสำนวนเพื่อให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น” พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าว

สำหรับกรณีที่ทนายความของอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ไปร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ว่าตำรวจไม่มีอำนาจในการดำเนินการ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ชี้แจงว่าเป็นสิทธิ์ของทนายที่จะดำเนินการ แต่ตำรวจก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และคาดว่าหลังจากการประชุมหารือ จะมีความชัดเจนในคดีนี้มากยิ่งขึ้น พร้อมยืนยันว่าคดีนี้จะดำเนินการเช่นเดียวกับคดีอื่นๆ และผู้ร้องได้เข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยานแล้ว

สรุปคือ ตอนนี้ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการอย่างเข้มข้น ทั้งคดี บิ๊กต่อเร่งสอบ “บิ๊กโจ๊ก” ทำร้ายลูกน้อง และคดีสินบนทองคำ ซึ่งทั้งสองคดีนี้มีความซับซ้อนและมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

ต้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจอย่างมาก การที่ “บิ๊กต่อ” ลงมาดูแลเอง แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน แต่ทั้งนี้ ก็ต้องให้เวลาและพื้นที่ในการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การสอบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมที่สุด

ที่มา – บิ๊กต่อ ผบช.ก.จ่อเร่งสอบปากคำแพทย์ คลี่ปมข้อเท็จจริง “บิ๊กโจ๊ก” ทำร้ายลูกน้อง

คดีบิ๊กโจ๊กสินบนทองคำ 246 บาท ชัดเจนใน 2 สัปดาห์

ความคืบหน้าล่าสุดของคดีที่สังคมจับตาอย่างใกล้ชิด คดี บิ๊กโจ๊กสินบนทองคำ 246 บาท ที่มี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. เกี่ยวข้อง ล่าสุด “บิ๊กเต่า” รอง ผบช.ก. ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดีนี้ โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์นี้

คดีบิ๊กโจ๊กสินบนทองคำ 246 บาท

จากกรณีที่ นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ได้ยื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภา เพื่อคัดค้านการรับสำนวนคดีจากพนักงานสอบสวน กรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และพวกถูกกล่าวหาว่าติดสินบนกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยทองคำหนัก 246 บาท เพื่อให้มีการส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาให้ตั้งองค์คณะไต่สวน โดยทนายความให้เหตุผลว่า ตำรวจไม่มีอำนาจพิจารณาสำนวนคดีรับสินบนทองคำ และ ป.ป.ช. ไม่สามารถส่งสำนวนกลับมาให้ตำรวจได้

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ได้ออกมาตอบโต้ประเด็นดังกล่าว โดยยืนยันว่าการดำเนินการของตำรวจเป็นไปอย่างรัดกุม ตั้งแต่การรับเรื่องร้องทุกข์ การรวบรวมพยานหลักฐาน จนถึงการจัดทำสำนวนส่งไปยัง ป.ป.ช. ซึ่งต่อมา ป.ป.ช. ได้มีมติส่งสำนวนคดีกลับมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา

ในวันที่ 27 มกราคม พนักงานสอบสวนได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาข้อสรุปว่าจะส่งสำนวนคดีทั้งหมดให้ประธานรัฐสภาหรือไม่ พร้อมกันนี้ได้มีการทำหนังสือสอบถามข้อกฎหมายไปยังสภาทนายความ นักวิชาการด้านกฎหมาย และพนักงานอัยการ เพื่อประกอบการพิจารณาให้รอบด้านยิ่งขึ้น

พล.ต.ต.จรูญเกียรติยังกล่าวต่ออีกว่า ขอยืนยันว่าทุกขั้นตอนที่ตำรวจดำเนินการสอบสวน เป็นการใช้อำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย หากในอนาคตมีการส่งสำนวนคดีไปยังประธานรัฐสภาทั้งหมด จากนั้นจะเป็นดุลพินิจของประธานรัฐสภาว่าจะดำเนินการกับคดีดังกล่าวต่อไปอย่างไร

ความคืบหน้าล่าสุด คดีบิ๊กโจ๊กสินบนทองคำ 246 บาท

สำหรับกรอบระยะเวลาในการพิจารณาเรื่องนี้ คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์นับจากนี้ ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เกิดคำถามมากมายในสังคมเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม และอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การที่ทนายความยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภา แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะตรวจสอบความถูกต้องของกระบวนการ และเรียกร้องให้มีการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม

ในขณะเดียวกัน การยืนยันของตำรวจว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ก็เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า คดีนี้จะได้รับการดำเนินการอย่างโปร่งใสและยุติธรรม

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูล และดำเนินการตามกระบวนการที่ถูกต้อง เพื่อให้ความจริงปรากฏ และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

คดี บิ๊กโจ๊กสินบนทองคำ 246 บาท ไม่ได้เป็นเพียงแค่คดีอาชญากรรม แต่เป็นคดีที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงระบบในกระบวนการยุติธรรมของไทย การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจึงต้องทำอย่างรอบคอบ และคำนึงถึงผลประโยชน์ของสังคมโดยรวมเป็นสำคัญ

ความคืบหน้าของคดีนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด แต่สิ่งที่แน่นอนคือ สังคมไทยกำลังจับตาดูว่ากระบวนการยุติธรรมจะสามารถให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายได้หรือไม่ และจะสามารถรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกฎหมายและความยุติธรรมได้หรือไม่ คดีนี้จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญของระบบยุติธรรมไทยอย่างแท้จริง

การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน จะช่วยให้เราเข้าใจถึงความซับซ้อนของคดีนี้ และสามารถตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผลว่า เราควรจะเชื่อมั่นในอะไร และควรจะเรียกร้องอะไรจากผู้มีอำนาจ

ที่มา – “บิ๊กเต่า” เผยคดีบิ๊กโจ๊ก ติดสินบนทองคำหนัก 246 บาท น่าจะชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์นี้

หลักฐานมัดตัว! บิ๊กโจ๊ก คดีติดสินบนทองคำแท่ง

ตำรวจเปิดหลักฐานเด็ด! คลิปภาพและเสียงมัดตัว “บิ๊กโจ๊ก” อดีตนายตำรวจใหญ่ ในคดีติดสินบนทองคำแท่ง 246 บาท เรื่องราวจะเป็นอย่างไรมาติดตามกัน

ตำรวจเปิดหลักฐานมัดตัว “บิ๊กโจ๊ก” คดีติดสินบนทองคำแท่ง

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้มีการแถลงข่าวสำคัญเกี่ยวกับคดีที่สังคมให้ความสนใจ นั่นคือ คดีติดสินบนทองคำแท่งของ “บิ๊กโจ๊ก” โดยมี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. และคณะพนักงานสอบสวนร่วมกันเปิดเผยรายละเอียด

ใจความสำคัญของการแถลงข่าวครั้งนี้คือ การเปิดคลิปภาพและเสียงที่แสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์การกระทำความผิด โดยในคลิปปรากฏภาพชายคนหนึ่งกำลังตรวจนับทองคำแท่ง ก่อนจะนำใส่กระเป๋าและนำไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่องค์กรอิสระที่อยู่ในรถตู้สีดำ ซึ่งมีการระบุว่าเป็นรถประจำตำแหน่งของเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว

ชายที่ปรากฏในคลิปคือ พ.ต.อ.ภาคภูมิ อดีตนายตำรวจคนสนิทของบิ๊กโจ๊ก ซึ่งเป็นผู้นำหลักฐานสำคัญนี้มามอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้คดีติดสินบนทองคำแท่งมีความคืบหน้าอย่างมาก

รายละเอียดพยานหลักฐาน คดีติดสินบนทองคำแท่ง

พล.ต.ท.ไตรรงค์ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดเผยว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับพยานหลักฐานจาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ ซึ่งเป็นผู้กล่าวหา ได้มีการดำเนินการตรวจสอบพยานบุคคล พยานสถานที่ และพยานอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติมอย่างละเอียด จนพบว่าข้อมูลทั้งหมดมีความสอดคล้องกันและมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ

พยานหลักฐานสำคัญที่ตำรวจนำมาแสดงประกอบด้วย:

  • ทองคำจำนวน 200 กว่าบาทมีอยู่จริง โดยมีการสอบสวนถึงแหล่งที่มาของทองคำจากร้านทอง และมีพยานบุคคล (ผู้ขาย) และพยานหลักฐาน (บิลใบเสร็จ) ยืนยันการซื้อขาย
  • ทองคำชุดนี้อยู่ในความครอบครองของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ จริง ซึ่งมีการถ่ายคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน
  • มีการส่งมอบทองคำจริง ที่สมาคมฯ โดยผู้รับมอบคือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตัวของเจ้าหน้าที่องค์กรอิสระ และรถยนต์ที่ใช้ในการรับมอบทองคำเป็นรถประจำตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์กรอิสระ

จากพยานหลักฐานที่กล่าวมาทั้งหมด ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่ามีมูลความจริง และนำไปสู่การร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด

คดีติดสินบนทองคำแท่งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญที่ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก การเปิดเผยหลักฐานของตำรวจในครั้งนี้ ทำให้เห็นถึงความคืบหน้าของคดี และความพยายามในการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

แม้ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะมีสิทธิ์ในการต่อสู้คดี แต่ข้อเท็จจริงทั้งหมดควรได้รับการพิจารณาอย่างละเอียดในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ความจริงปรากฏและนำไปสู่การตัดสินที่เที่ยงธรรม

ที่มา – ตำรวจเปิดคลิปภาพ-เสียง หลักมัดตัว “บิ๊กโจ๊ก” คดีติดสินบนทองคำแท่ง

Scroll to top