บ่อขยะ

กกต. เร่งสอบเอกสารเลือกตั้งถูกทิ้งบ่อขยะสร้างสถานการณ์หรือไม่

กกต. เร่งสอบเอกสารเลือกตั้งถูกทิ้งบ่อขยะสร้างสถานการณ์หรือไม่ เป็นประเด็นร้อนที่กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วประเทศ หลังจากมีรายงานพบเอกสารสำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส.สมุทรปราการ เขต 6 และเอกสารประชามติ ถูกทิ้งไว้ในบ่อขยะย่านพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ออกมาแถลงชี้แจงทันที โดยยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ไม่ส่งผลกระทบต่อผลคะแนนเลือกตั้งหรือความสุจริตเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง

กกต. เร่งสอบเอกสารเลือกตั้งถูกทิ้งบ่อขยะสร้างสถานการณ์หรือไม่

จากรายงานเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.55 น. กกต. ได้พิจารณาเอกสารที่พบแล้ว พบว่าเป็นเอกสารที่ใช้ในหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นสมบูรณ์ รายงานผลนับคะแนนเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อกระบวนการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม กกต. กำลังเร่งตรวจสอบขั้นตอนการจัดเก็บเอกสาร เพื่อหาคำตอบว่าเกิดข้อบกพร่องหรือมีบุคคลใดจงใจกระทำ เพื่อสร้างสถานการณ์หรือไม่ หากพบผิดพลาด จะดำเนินการทางกฎหมายทันที

รายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง สส.สมุทรปราการ เขต 6 ซึ่งเป็นเขตที่มีการแข่งขันเข้มข้น เอกสารที่พบรวมถึงบัตรเลือกตั้งและเอกสารประชามติที่ถูกทิ้งในบ่อขยะสาธารณะ ทำให้เกิดคำถามถึงความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่และความมั่นคงของข้อมูลเลือกตั้ง ประชาชนในพื้นที่พระสมุทรเจดีย์ต่างพากันตั้งข้อสงสัย ว่าอาจเป็นการสร้างสถานการณ์ทางการเมืองหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงที่ผลการเลือกตั้งยังร้อนแรง

  • เอกสารที่พบ: เอกสารจัดการเลือกตั้ง สส. เขต 6 และประชามติ
  • สถานที่: บ่อขยะ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ
  • สถานะการเลือกตั้ง: เสร็จสิ้นและรายงานผลแล้ว
  • การดำเนินการของ กกต.: ตรวจสอบขั้นตอนจัดเก็บและเอาผิดหากผิดกฎหมาย

กกต. ย้ำชัดเจนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความโปร่งใส โดยมีระบบตรวจสอบหลายชั้น ตั้งแต่การลงคะแนน นับคะแนน จนถึงการเก็บเอกสารหลังเลือกตั้ง ปัญหานี้อาจเกิดจากความประมาทเลินเล่อในการจัดการขยะ หรืออาจมีเจตนาแอบแฝง แต่ไม่ว่าอย่างไร กกต. จะไม่ปล่อยผ่าน

ผลกระทบและมาตรการป้องกันในอนาคต

แม้ กกต. จะยืนยันว่าไม่กระทบคะแนน แต่เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลให้กับประชาชน โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวปลอมและการสร้างสถานการณ์ทางการเมืองแพร่หลาย หากปล่อยไว้ อาจทำลายความเชื่อมั่นในสถาบันเลือกตั้งได้ กกต. จึงประกาศมาตรการเข้มงวดขึ้น เช่น การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้ละเอียดยิ่งขึ้น การใช้ระบบดิจิทัลติดตามเอกสาร และการตรวจสอบแบบสุ่มหลังเลือกตั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองมองว่า เหตุการณ์ กกต. เร่งสอบเอกสารเลือกตั้งถูกทิ้งบ่อขยะสร้างสถานการณ์หรือไม่ นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปในอนาคต โดยเฉพาะการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมาถึง ต้องมีกลไกป้องกันที่แน่นหนากว่านี้ เพื่อรักษาความศรัทธาของประชาชน

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ในระบบที่ต้องรีบแก้ไขทันที การเลือกตั้งคือหัวใจของประชาธิปไตย หากเอกสารสำคัญถูกจัดการอย่างไม่เหมาะสม อาจนำไปสู่ข้อครหาได้ ดังนั้น กกต. ควรเปิดเผยผลสอบสวนให้โปร่งใส เพื่อคลายข้อกังขา

เรียกร้องให้คุณร่วมแสดงความเห็น: คุณคิดว่าเหตุการณ์นี้เป็นความผิดพลาดหรือการสร้างสถานการณ์กันแน่? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลถึงมือคนอื่นๆ ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – กกต. เร่งสอบเอกสารเลือกตั้งถูกทิ้งบ่อขยะสร้างสถานการณ์หรือไม่

หาดใหญ่จมกองขยะ! คาดแสนตัน ชาวบ้านล่าชื่อไล่

สถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่คลี่คลาย แต่สิ่งที่ตามมาคือ ปัญหาขยะจำนวนมหาศาล เจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์พื้นที่ คาดการณ์ปริมาณขยะสูงถึงแสนตัน ชาวบ้านรวมตัวล่ารายชื่อขับไล่ “นายกแป้น”

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์หลังน้ำลดในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลายหน่วยงานระดมกำลังเร่งกำจัดขยะที่ตกค้างทั่วเมือง

ดร.กิตติ เรืองเริงกุลฤทธิ์ ปลัดเทศบาลนครหาดใหญ่ เผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเคลียร์ขยะวันละเกือบหมื่นตัน ประเมินว่าปริมาณขยะในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่มีมากถึงแสนตัน เบื้องต้น ขยะถูกนำมากองรวมกันที่ลานบริเวณแยกสะพานดำ ถนนราษฎร์อุทิศ กลางเมืองหาดใหญ่ ก่อนจะขนย้ายไปยังบ่อขยะในตำบลเกาะแก้ว โดยมีรถบรรทุกและรถแบ็กโฮจำนวนมากทำงานอย่างหนัก คาดว่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งสัปดาห์ในการจัดการขยะทั้งหมดให้แล้วเสร็จ

สภาพเมืองหาดใหญ่ในปัจจุบัน น้ำประปายังไม่ไหล หรือไหลเป็นบางพื้นที่ ส่วนกระแสไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้แล้วบางส่วน คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการทำให้ระบบต่างๆ กลับมาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ

สถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชนในหาดใหญ่ยังไม่จบเพียงเท่านั้น กลุ่มชาวบ้านได้รวมตัวกันล่ารายชื่อเพื่อเรียกร้องให้นายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ “นายกแป้น” ลาออกจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ นอกจากนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้อย่างน้อย 134 ราย

หาดใหญ่จมกองขยะ! คาดแสนตัน ชาวบ้านล่าชื่อไล่

ปัญหา หาดใหญ่จมกองขยะ! คาดแสนตัน ชาวบ้านล่าชื่อไล่ กำลังเป็นวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การจัดการขยะจำนวนมหาศาลหลังน้ำท่วมเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับเทศบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ความท้าทายในการจัดการ หาดใหญ่จมกองขยะ! คาดแสนตัน ชาวบ้านล่าชื่อไล่

  • ปริมาณขยะที่มากเกินคาด ทำให้การขนย้ายและกำจัดเป็นไปอย่างล่าช้า
  • การเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยบางแห่งยังคงเป็นไปได้ยากลำบาก
  • ขาดแคลนเครื่องมือและบุคลากรในการจัดการขยะอย่างเพียงพอ
  • ความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคจากกองขยะ

นอกจากการจัดการขยะแล้ว การเยียวยาผู้ประสบภัยและฟื้นฟูเมืองก็เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป เพื่อให้ประชาชนชาวหาดใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็วที่สุด

สถานการณ์ หาดใหญ่จมกองขยะ! คาดแสนตัน ชาวบ้านล่าชื่อไล่ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนและการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการขยะอย่างยั่งยืน และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเป็นสิ่งจำเป็น แต่การวางแผนระยะยาวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคตนั้นสำคัญยิ่งกว่า

การล่ารายชื่อขับไล่นายกเทศมนตรีสะท้อนถึงความไม่พอใจของประชาชนต่อการบริหารจัดการที่อาจไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้บริหารท้องถิ่นในการรับฟังเสียงของประชาชนและทำงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้

ที่มา – ภูเขาขยะที่หาดใหญ่ คาดมีไม่ต่ำกว่าแสนตัน ชาวบ้านล่ารายชื่อไล่ “นายกแป้น”

ชาวบ้านนากลาง วอนเร่งกำจัดขยะทับถมนับ 10 ปี

ชาวบ้านนากลาง จ.นครราชสีมา หนุนสร้างโรงงานไฟฟ้าขยะ เพื่อเร่งกำจัดขยะทับถมนับ 10 ปี ที่สร้างความเดือดร้อน กระทบการใช้ชีวิตและพื้นที่ทำกิน

วันที่ 9 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณกองขยะในพื้นที่ 10 ไร่ ต.นากลาง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นปัญหาสะสมมานานนับ 10 ปี จนปริมาณขยะเพิ่มพูนเป็นภูเขา หมักหมมส่งกลิ่นเหม็น สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก จนนำไปสู่การหาวิธีการกำจัดขยะทับถมนับ 10 ปีในพื้นที่

จากการสอบถาม นางทองแก้ว อายุ 70 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้บริเวณดังกล่าว เล่าว่า บ้านของตนเองอยู่ใกล้กับกองขยะ ได้รับผลกระทบโดยตรง ได้กลิ่นเหม็นตลอดเวลา ยิ่งในช่วงฤดูฝน และได้รับผลกระทบหนักขึ้นในฤดูแล้ง โดยจะมีขยะปลิวว่อน ลมพัดขยะขึ้นไปอยู่บนท้องฟ้าเต็มพื้นที่ ทั้งที่อยู่อาศัยและที่ทำการเกษตร ตนต้องออกแรงเก็บขยะเอง หรือไม่ก็ต้องว่าจ้างคนมาช่วยเก็บขยะ เนื่องจากอายุมากแล้ว เดินก็ไม่ค่อยสะดวก ตอนกลางคืนก็ต้องใส่หน้ากากอนามัย เพราะแสบจมูก อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมานำขยะออกจากบริเวณนี้

ที่ผ่านมาทำหนังสือร้องเรียนไปที่หน่วยงานราชการหลายแห่งแต่ก็ไม่เป็นผล ตนอาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวมา 20 กว่าปี แรกๆ ยังไม่มีจำนวนขยะมากเท่าปัจจุบัน ผลกระทบก็ไม่มากเท่าตอนนี้ หากมีการกำจัดขยะ หรือตั้งโรงงานกำจัดขยะ ตนจะดีใจมากที่ได้พื้นที่ทำกินคืน

ด้าน นายสันติ สกุลศิริวัฒน์ อายุ 58 ปี กำนันตำบลนากลาง เผยเกี่ยวกับโครงการโรงกำจัดขยะมูลฝอยด้วยการแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า ว่า ตนได้มีโอกาสไปดูงานที่โรงงานกำจัดขยะในลักษณะแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า ที่ จ.นนทบุรี หลายรอบ พบว่าบรรยากาศไม่เหมือนเป็นโรงงาน มีความเงียบสงบ ร่มรื่นมาก เรื่องเกี่ยวกับขยะที่นำเข้าไปในโรงงานไม่ส่งกลิ่น ดูเรียบร้อยไม่มีขยะตกค้างหลงเหลืออยู่ภายนอกโรงงาน บริเวณโดยรอบมีความสะอาด โดยตนได้เดินทางไปพร้อมกับลูกบ้านและเห็นดีด้วยว่าจะเป็นช่องทางในการกำจัดขยะทับถมนับ 10 ปีในพื้นที่ หลังจากที่ปริมาณขยะในพื้นที่ได้เพิ่มทวีคูณเป็นจำนวนมาก การฝังกลบไม่สามารถทำได้อีกต่อไป ส่งผลกระทบเป็นอย่างยิ่งต่อพื้นที่เกษตรกรรมทั้งปริมาณขยะและน้ำเน่าเหม็นที่ไหลเข้าสู่พื้นที่ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นระยะเวลานานกว่า 10 ปี หากมีการจัดตั้งโรงงานกำจัดขยะจะส่งผลดีต่อพื้นที่ สามารถกำจัดขยะและได้ฟื้นฟูพื้นที่ซึ่งเคยเป็นป่าชุมชนที่ชาวบ้านได้เคยหาของป่า หาเห็ดป่าให้ฟื้นกลับคืนมาดังเดิม

นางฉวีวรรณ โกะสูงเนิน อายุ 56 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านนากลางพัฒนา เปิดเผยว่า หากโครงการโรงกำจัดขยะเกิดขึ้นจะมีส่วนดีมากกว่าส่วนเสีย ได้ลดปริมาณขยะในชุมชน ส่วนเสียคือความกังวลของชาวบ้านในเรื่องการขนย้ายขยะและเส้นทางที่รถขยะจะใช้ผ่าน อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านต้องการให้นำขยะจำนวนมากเหล่านี้ออกจากชุมชน เนื่องจากประสบปัญหามลพิษจากขยะ ก่อนหน้านี้ทางโครงการได้มีการมาทำประชาคมในพื้นที่หลายครั้งและได้อธิบายชัดเจน จนตนเองมีความเชื่อมั่น โดยโครงการกำจัดขยะในรัศมี 3 กิโลเมตร จะมีพื้นที่ครอบคลุมทั้งหมด 3 ตำบล 8 หมู่บ้าน และส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ในการทำการเกษตร มีผู้อยู่อาศัยไม่เกิน 20 หลังคาเรือน

ขณะที่ นายชรินทร์ ภูมิทอง หัวหน้างานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ สยามพาวเวอร์ ตัวแทนโรงงาน เปิดเผยว่าในส่วนของการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชนด้วยการแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า ขององค์การบริหารส่วนตำบลนากลาง หรือโรงกำจัดขยะมูลฝอยด้วยการแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า ขณะนี้ได้รับความเห็นชอบรายงานประมวลหลักการปฏิบัติ หรือ รายงานสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่ไปพบกำนันผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านเพื่อประชาสัมพันธ์รวมถึงการพาไปดูงานโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการจริงที่จังหวัดนนทบุรี จนได้รับความยอมรับจากชุมชนเพื่อให้เข้ามาแก้ไขปัญหาบ่อขยะที่มีอยู่เดิม ซึ่งเป็นการเทกองและสร้างปัญหาให้กับชุมชนที่อยู่โดยรอบบ่อขยะ เนื่องจากในส่วนของโรงงานกำจัดขยะจะไม่มีการนำขยะมาเทกองตรงบริเวณดังกล่าว แต่จะเป็นการกำจัดขยะที่อยู่ในบ่อขยะเดิมของ อบต.นากลาง โดยใช้ระยะเวลาตามสัญญา กำจัดขยะให้หมดภายในระยะเวลาไม่เกิน 7 ปี

ส่วนประโยชน์ที่ชาวบ้านในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงจะได้จากการจัดตั้งโครงการนี้ นอกจากการกำจัดขยะทับถมนับ 10 ปีเก่าที่สร้างปัญหาในทุกวันนี้ โรงงานยังมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาชุมชน โดยจะส่งเงินเข้ากองทุนไปให้กับตัวแทนของชาวบ้านโดยตรง เพื่อนำเงินไปพัฒนาสาธารณูปโภค การฝึกอาชีพพัฒนาผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ พร้อมทำกิจกรรมเพื่อสังคมอื่นๆ อย่างเช่น กองทุนเพื่อการศึกษา การตรวจสุขภาพของคนในชุมชน ส่วนถนนบริเวณทางเข้าโครงการก็จะกลายเป็นถนนคอนกรีตที่สามารถสัญจรได้สะดวก นอกจากนี้ยังมีการขยายสายส่งไฟฟ้า จากเดิมในพื้นที่ที่ตั้งโครงการไม่มีไฟฟ้าใช้ จากนี้จะมีการขยายสายส่งมาถึงบริเวณที่ตั้งโครงการซึ่งทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงโดยรอบได้รับประโยชน์ มีการจ้างงานเป็นการส่งเสริมอาชีพของคนในชุมชนเป็นหลัก

อย่างไรก็ตามในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกลุ่มคนรวมตัวคัดค้านโรงไฟฟ้าขยะ ร่วมลงชื่อในหนังสือคัดค้าน 1,060 รายชื่อ โดยให้เหตุผลว่าโรงไฟฟ้าขยะจะส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งกลิ่นเหม็น น้ำเสีย และฝุ่นพิษ ที่จะกระทบต่อสุขภาพของชาวบ้าน จากการตรวจสอบชาวบ้านในพื้นที่ ที่อยู่ใกล้กับสถานที่ตั้งโรงงาน พบว่าไม่ทราบเรื่องนี้ ถูกอ้างชื่อโดยเจ้าตัวไม่ได้รับรู้

จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่าบุคคลดังกล่าวไม่ใช่ชาวบ้านในพื้นที่ จึงได้มีการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย ยืนยันว่าชาวบ้านในพื้นที่ทั้งชาวบ้านในหมู่บ้านใกล้เคียงและชาวบ้านที่อาศัยอยู่ห่างโรงงานเพียง 300 เมตร มีความต้องการที่จะให้สร้างโรงกำจัดขยะมูลฝอยด้วยการแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อแก้ไขปัญหาขยะล้นเมืองที่สะสมมานานนับ 10 ปี.

ชาวบ้านนากลาง วอนเร่งกำจัดขยะทับถมนับ 10 ปี

ทำไมต้องเร่งกำจัดขยะทับถมนับ 10 ปีที่นากลาง?

ปัญหาขยะทับถมเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก การเร่งกำจัดขยะจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน เพื่อสุขอนามัยที่ดีและสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน

การแก้ไขปัญหาขยะทับถมที่นากลาง ไม่เพียงเเต่จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของชาวบ้านดีขึ้น เเต่ยังเป็นเเบบอย่างของการจัดการขยะอย่างยั่งยืนให้กับพื้นที่อื่นๆ ได้อีกด้วย มาร่วมกันสนับสนุนเเละผลักดันให้โครงการนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ที่มา – ชาวบ้านนากลาง วอนเร่งกำจัดขยะทับถมนับ 10 ปี กระทบการใช้ชีวิต-ที่ทำกิน

Scroll to top