บ้านหนองจาน ล่าสุด

ตรึงกำลังเข้ม! “บ้านหนองจาน” พร้อมรับมือทุกสถานการณ์

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบริเวณ บ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นจุดที่กองกำลังไทยตรึงกำลังเข้มเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันการลักลอบข้ามแดน

พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ฉก.อรัญประเทศ กกล.บูรพา ยืนยันว่า กองกำลังไทยพร้อมปฏิบัติตามกฎหมายสากลอย่างเคร่งครัด โดยจะมีการสับเปลี่ยนกำลังพลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา หากตรวจพบผู้ลักลอบเข้าประเทศไทยโดยมีอาวุธ และมีพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคง จะถือว่าเป็น “กำลังติดอาวุธ” และจะดำเนินการตามกฎหมายทันที

แต่หากเป็นประชาชนทั่วไป เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิของประชาชน ผบ.ฉก.อรัญประเทศ ย้ำว่า นโยบายสำคัญคือการไม่เดินตามเกมของฝ่ายตรงข้าม แต่จะยึดตามแนวทางของกองทัพ และนโยบายด้านความมั่นคง โดยเน้นการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย และรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

ด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและกองกำลังในพื้นที่ยังคงบูรณาการทำงานอย่างใกล้ชิด มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล และติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลุกลาม กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่ได้เดินทางลงพื้นที่บ้านหนองจาน หลังจากเห็นคลิปการไลฟ์สดของฝั่งกัมพูชา และแสดงความเห็นใจต่อเจ้าหน้าที่ทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้า

ตรึงกำลังเข้ม “บ้านหนองจาน”

มาตรการสำหรับผู้ถืออาวุธในพื้นที่ “บ้านหนองจาน”

ประเด็นสำคัญที่ถูกสอบถามคือ กรณีหากมีผู้ถืออาวุธเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมตัวได้หรือไม่ พ.อ.ชัยณรงค์ กล่าวว่า ถ้าเป็นทหารถืออาวุธ เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการได้เลย แต่ถ้าเป็นชาวบ้าน ก็ต้องปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรม

สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะที่บ้านหนองจาน ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การตรึงกำลังเข้มของเจ้าหน้าที่ไทยเป็นไปเพื่อรักษาความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ การปฏิบัติตามกฎหมาย และหลักมนุษยธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย และรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และประชาชน เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราทุกคนมีส่วนร่วมในการรักษาความมั่นคงของชาติ

ที่มา – ตรึงกำลังเข้ม “บ้านหนองจาน” หากพบทหารกัมพูชาถืออาวุธล้ำข้ามแดน พร้อมดำเนินการทันที

แจ้งเอาผิด “กำนันลี-เจ๊รัตน์” ยึดที่ดินหนองจาน

ความคืบหน้าล่าสุดจากชายแดนไทย-กัมพูชา ที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 นางสาวดารา เรียน หรือ “ดาว” สาวชาวกัมพูชา ได้เข้าแจ้งความต่อ สภ.โคกสูง เพื่อดำเนินคดีกับ “กำนันลี” อดีตทหารกัมพูชา และ “เจ๊รัตน์” อดีตภรรยา ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งเอาผิด “กำนันลี-เจ๊รัตน์” ตัวบงการยึดที่ดินบ้านหนองจาน และการกระทำอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยในพื้นที่

แจ้งเอาผิด “กำนันลี-เจ๊รัตน์” ตัวบงการยึดที่ดินบ้านหนองจาน

นางสาวดาราให้การว่า “กำนันลี” และ “เจ๊รัตน์” มีพฤติกรรมยึดถือครอบครองที่ดินของชาวบ้านหนองจานที่อยู่ในฝั่งกัมพูชาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และใช้พื้นที่ฝั่งไทยเป็นฐานสนับสนุนธุรกิจลักลอบขนส่งสินค้า ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในพื้นที่ นอกจากนี้ เธอยังอ้างว่า “กำนันลี” เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุมประท้วงของชาวกัมพูชาบริเวณชายแดนเมื่อวันที่ 4 กันยายน โดยมีการจ้างมวลชนเพื่อกดดันเจ้าหน้าที่ไทย

พนักงานสอบสวน สภ.โคกสูง ได้ลงบันทึกคำให้การและเตรียมพิจารณาแจ้งข้อหา “ยักยอกทรัพย์” และ “บุกรุกครอบครองที่ดินโดยมิชอบ” แก่ “กำนันลี” และ “เจ๊รัตน์” พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

แหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคงเปิดเผยว่า ข้อมูลที่นางสาวดารานำมามอบให้เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการคลี่คลายเบื้องหลังการชุมนุมของชาวกัมพูชาในพื้นที่บ้านหนองจาน ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา

ตำรวจเร่งสอบสวนคดีแจ้งเอาผิด “กำนันลี-เจ๊รัตน์” ตัวบงการยึดที่ดินบ้านหนองจาน

ตำรวจ สภ.โคกสูง ยืนยันว่าจะดำเนินการสอบสวนคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทั้งสองฝั่งชายแดน และป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลแสวงหาผลประโยชน์จากพื้นที่ทับซ้อน

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณบ้านหนองจานยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งในพื้นที่ การดำเนินการทางกฎหมายต่อ “กำนันลี” และ “เจ๊รัตน์” จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยและสร้างความยุติธรรมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ

ผลกระทบต่อชาวบ้าน

  • สูญเสียที่ดินทำกิน
  • ถูกเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มผู้มีอิทธิพล
  • ความหวาดกลัวและความไม่มั่นใจในความปลอดภัย

คดีแจ้งเอาผิด “กำนันลี-เจ๊รัตน์” ตัวบงการยึดที่ดินบ้านหนองจาน นี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด และหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะสามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ในที่สุด การแก้ไขปัญหาที่ดินและการจัดการกับกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่ชายแดนจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อสร้างความมั่นคงและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชน

การดำเนินการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของนางสาวดารา เรียน ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญ และเป็นสัญญาณที่ดีว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชายแดนอย่างจริงจัง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการแจ้งเบาะแสและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ จะเป็นพลังสำคัญในการต่อต้านการกระทำผิดกฎหมายและสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรม

ที่มา – แจ้งเอาผิด “กำนันลี-เจ๊รัตน์” ตัวบงการยึดที่ดินบ้านหนองจาน-จ้างม็อบยั่วยุทหารไทย

บ้านหนองจานส่อวุ่น! กัมพูชาเกณฑ์คนยั่วยุ?

สถานการณ์ชายแดนที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง เมื่อฝั่งกัมพูชายังคงเกณฑ์ชาวบ้าน ทั้งพระสงฆ์ เด็ก ผู้หญิง และคนชรา เข้ามาประชิดแนวชายแดน หวังยั่วยุทหารไทยให้ตอบโต้ แต่เจ้าหน้าที่ไทยยังคงยึดมั่นในหลักอดทนและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง เพื่อลดโอกาสการปะทะที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ มีรายงานว่าในช่วงเช้าที่ผ่านมา กองทัพกัมพูชาได้ทำการเสริมกำลังพลไปยังแนวหน้าด้วยรถบรรทุก 2-3 คัน

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 5 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานบรรยากาศล่าสุดจากพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณบ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว พบว่าสถานการณ์โดยรวมยังคงสงบ แต่ก็ยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียด เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหารและตำรวจ ยังคงตรึงกำลังอย่างเข้มงวดในแนวหน้า เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมงในฝั่งไทย และเริ่มมีประชาชนจากหลากหลายหมู่บ้านทยอยเดินทางเข้ามาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกัน มีรายงานว่าฝั่งกัมพูชาได้มีการประกาศระดมพลจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายให้มารวมตัวกันที่ชายแดนบ้านหนองจาน เพื่อแสดงพลังและกดดันฝั่งไทย ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา มีกลุ่มชาวกัมพูชาจำนวนหนึ่งได้ปักหลักค้างคืนในพื้นที่ พร้อมทั้งสร้างเต็นท์พักเพิ่มเติม สถานการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกดดันให้กับกำลังพลไทยที่ดูแลแนวชายแดนเป็นอย่างมาก เนื่องจากลักษณะการรวมตัวเริ่มขยายวงกว้างและอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงได้

บ้านหนองจานส่อวุ่น “กัมพูชา” เกณฑ์ชาวบ้านประชิดแนวชายแดน หวังยั่วยุ”ทหารไทย”

ด้านแหล่งข่าวด้านความมั่นคงได้ย้ำว่า เจ้าหน้าที่ไทยยังคงเน้นยึดหลักความอดทน ความรอบคอบ และปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบการปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง เพื่อลดโอกาสการปะทะ พร้อมทั้งจับตาดูความเคลื่อนไหวของฝั่งกัมพูชาอย่างใกล้ชิด และหากสถานการณ์มีการยกระดับขึ้น อาจจะต้องมีการประชุมด่วนเพื่อกำหนดแนวทางในการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ บรรยากาศในหมู่บ้านหนองจานยังสะท้อนให้เห็นถึงน้ำใจของชาวบ้านที่ไม่ทอดทิ้งกำลังพล โดยมีการจัดทำอาหารและก๋วยเตี๋ยวมาเลี้ยงทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในแนวหน้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้กำลังใจอย่างไม่ขาดสาย ในส่วนของเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ก็ได้เตรียมความพร้อมในพื้นที่เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ

ขณะที่ฝั่งกัมพูชามีสื่อมวลชนเข้ามาบันทึกภาพความเคลื่อนไหวทุกระยะ ทำให้บรรยากาศตลอดแนวชายแดนยังคงถูกจับตามองจากทั้งภาครัฐ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป เนื่องจากสถานการณ์อาจทวีความตึงเครียดมากขึ้นได้ตลอดเวลา

สถานการณ์ล่าสุดที่บ้านหนองจาน

ความคืบหน้าล่าสุดจากรายงานข่าวในพื้นที่แจ้งว่า ความเคลื่อนไหวบริเวณแนวชายแดนบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ในช่วงเช้าวันนี้ ทหารจากฝั่งกัมพูชาได้โพสต์คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นการเติมกำลังพลไปยังแนวหน้าด้วยรถบรรทุกจำนวน 2-3 คัน

ขณะเดียวกัน ในเวลาประมาณ 10.15 น. กลุ่มมวลชนชาวกัมพูชา ซึ่งประกอบไปด้วยพระสงฆ์ เด็ก ผู้หญิง คนชรา และสื่อมวลชนจากกัมพูชา ได้เริ่มทยอยเดินทางเข้ามาในพื้นที่บ้านหนองจาน บริเวณถนนหมายเลข 58 ฝั่งกัมพูชาอีกครั้ง โดยมีจุดประสงค์เพื่อยั่วยุทหารไทย และกีดขวางผู้ที่สัญจรเข้ามาในพื้นที่ พร้อมทั้งเรียกร้องให้เข้าร่วมการประท้วง ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของทั้งสองฝ่าย

สถานการณ์ที่ชายแดนยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การกระทำใดๆ ที่เป็นการยั่วยุหรือละเมิดข้อตกลงร่วมกัน ย่อมส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้น การแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและการเจรจาเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เพื่อรักษาความสงบสุขและความมั่นคงในภูมิภาค

ที่มา – บ้านหนองจานส่อวุ่นอีก “กัมพูชา” เกณฑ์ชาวบ้านประชิดแนวชายแดน หวังยั่วยุ”ทหารไทย”

Scroll to top