บ้านหนองจาน

กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน

กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน

เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่จังหวัดสระแก้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารต้องเผชิญกับอันตรายจากการปฏิบัติงาน กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน ในขณะที่กำลังลงพื้นที่เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดน ถือเป็นภารกิจที่มีความเสี่ยงสูงและต้องอาศัยความเชี่ยวชาญอย่างมาก

รายละเอียดเหตุการณ์ กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา กองทัพภาคที่ 1 ได้รับรายงานเหตุสะเทือนใจ โดย จ.ส.อ.อุดมศักดิ์ นึกมั่น ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุเหยียบกับระเบิดระหว่างการปฏิบัติหน้าที่สังกัด นปท.1 ส่งผลให้ข้อเท้าซ้ายขาดและได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดที่แขนซ้าย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวเข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลอรัญประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยอาการล่าสุดของผู้บาดเจ็บยังคงรู้สึกตัวดีและอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด

  • พื้นที่ปฏิบัติการ: บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว
  • ความคืบหน้าการกู้ระเบิด: ดำเนินการไปแล้วกว่า 62,000 ตร.ม. คิดเป็น 76.73%
  • วัตถุระเบิดที่ตรวจพบ: พบทุ่นระเบิดและสรรพาวุธรวม 489 รายการ

ภารกิจในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคืนพื้นที่ปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน การทำงานท่ามกลางพื้นที่ที่เต็มไปด้วยวัตถุอันตรายนั้นเป็นความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของเหล่าทหารกล้าที่ยอมเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อส่วนรวม ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้กำชับให้หน่วยต้นสังกัดดูแลเรื่องสิทธิและสวัสดิการของ กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน ให้ดีที่สุดอย่างเต็มกำลังความสามารถ

ทางเราขอส่งกำลังใจให้ จ.ส.อ.อุดมศักดิ์ นึกมั่น หายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว และขอให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดทั่วประเทศมีความปลอดภัยในการทำงานทุกขั้นตอน เพื่อให้พื้นที่ชายแดนไทยเป็นพื้นที่ที่ปราศจากอันตรายจากกับระเบิดอย่างถาวรในอนาคต

ที่มา – กำลังพลเจ็บ 1 เหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน มทภ.1 กำชับดูแลเต็มที่

เกิดเหตุ จนท.ชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด เหยียบ PMN ที่บ้านหนองจาน

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวสะเทือนใจเกี่ยวกับอุบัติเหตุในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว เมื่อมีรายงานว่าเกิดเหตุ จนท.ชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด เหยียบ PMN ที่บ้านหนองจาน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจและน่าใจหายเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนทำงานที่เสียสละเพื่อความปลอดภัยของผู้คนในพื้นที่

สถานการณ์ระทึกเมื่อเกิดเหตุ จนท.ชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด เหยียบ PMN ที่บ้านหนองจาน

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ในพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว โดยจ่าสิบเอกอุดมศักดิ์ นึกมั่น เจ้าหน้าที่จากหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม นปท.1 ได้ปฏิบัติภารกิจสำรวจทางเทคนิคตามปกติ ก่อนจะพลาดเหยียบเข้ากับทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN ซึ่งเป็นวัตถุระเบิดอันตรายที่ยังคงตกค้างมาจากอดีต

รายละเอียดและอาการบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่

จากแรงระเบิดที่เกิดขึ้น ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยข้อเท้าซ้ายขาดและมีบาดแผลฉกรรจ์จากสะเก็ดระเบิดตามแขนซ้าย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บรุนแรง แต่ในขณะนั้นผู้ประสบเหตุยังคงมีสติอยู่ ทีมงานจึงได้รีบทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลอรัญประเทศอย่างเร่งด่วน โดยปัจจุบันอยู่ในการดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์ที่เกิดเหตุ จนท.ชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด เหยียบ PMN ที่บ้านหนองจาน ในครั้งนี้ย้ำเตือนให้เราเห็นถึงความสำคัญของภารกิจของเหล่าเจ้าหน้าที่ผู้กล้า หลายคนอาจไม่ทราบว่างานเก็บกู้ทุ่นระเบิดนั้นมีความเสี่ยงสูงเพียงใด โดยเฉพาะ:

  • พื้นที่ดังกล่าวยังคงมีวัตถุระเบิดที่มองเห็นได้ยากฝังอยู่
  • สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอาจทำให้การตรวจหาทำได้ยากขึ้น
  • การทำงานต้องใช้ความใจเย็นและความเชี่ยวชาญระดับสูง

เราทุกคนควรส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับบาดเจ็บหายป่วยโดยเร็ว และขอให้ทีมงานที่เหลือปฏิบัติภารกิจต่อไปด้วยความระมัดระวังสูงสุด เพราะพื้นที่เหล่านี้หากยังไม่ได้รับการเคลียร์อย่างสมบูรณ์ ย่อมเป็นอันตรายต่อประชาชนทั่วไปเสมอ การเสียสละของพวกเขามีค่าต่อความปลอดภัยของส่วนรวมอย่างมหาศาล

ที่มา – เกิดเหตุ จนท.ชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด เหยียบ PMN ที่บ้านหนองจาน ขาซ้ายขาด อาการสาหัส

กองทัพภาคที่ 2 แจ้งเหตุเสียงดังพื้นที่ ช่องกร่าง ต้นทางอยู่กัมพูชา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวที่หลายคนอาจจะกำลังสงสัยและตื่นตระหนกเกี่ยวกับการได้ยินเสียงดังในพื้นที่ชายแดน ล่าสุดทางกองทัพภาคที่ 2 แจ้งเหตุเสียงดังพื้นที่ ช่องกร่าง ต้นทางอยู่กัมพูชา ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงค่ำของวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ครับ

ไขข้อข้องใจ กองทัพภาคที่ 2 แจ้งเหตุเสียงดังพื้นที่ ช่องกร่าง ต้นทางอยู่กัมพูชา

จากการรายงานโดยตรงจากเพจเฟซบุ๊กทางการของกองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า หลังจากได้รับแจ้งเหตุมีเสียงดังผิดปกติ เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้รีบตรวจสอบข้อมูลในทันที ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่าต้นตอของเสียงดังกล่าวนั้นมาจากพื้นที่ตอนในของประเทศกัมพูชา โดยคาดการณ์ว่าน่าจะอยู่ห่างจากแนวชายแดนไทยประมาณ 10-15 กิโลเมตรครับ

รายละเอียดสถานการณ์และมาตรการรับมือเมื่อ กองทัพภาคที่ 2 แจ้งเหตุเสียงดังพื้นที่ ช่องกร่าง ต้นทางอยู่กัมพูชา

เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่และผู้ที่ติดตามข่าวสารคลายความกังวล ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้ยืนยันสถานการณ์ในฝั่งไทยอย่างชัดเจน ดังนี้ครับ:

  • ไม่มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บหรือได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้
  • ไม่มีความเสียหายต่อพื้นที่อยู่อาศัยหรือทรัพย์สินของประชาชน
  • กำลังพลทุกนายยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติอย่างเต็มกำลังเพื่อรักษาความสงบ

ทางกองทัพขอความร่วมมือให้ประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนกต่อข่าวลือที่ยังไม่ผ่านการยืนยัน และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ หรือช่องทางประชาสัมพันธ์ของกองทัพโดยตรง การที่เราได้รับข่าวสารที่ถูกต้องจะช่วยป้องกันความสับสนในพื้นที่ชายแดนได้เป็นอย่างดีครับ

ในส่วนของความคืบหน้าเรื่องสาเหตุนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีความคืบหน้าอย่างไรเพิ่มเติม ทางกองทัพจะรีบแจ้งให้ทุกคนทราบโดยเร็วที่สุดครับ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคือเป้าหมายสำคัญที่สุดของกองทัพภาคที่ 2

สำหรับผู้อ่านทุกท่าน ขอให้เชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหารที่คอยดูแลเฝ้าระวังชายแดนให้เราตลอด 24 ชั่วโมง การมีสติและรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในสถานการณ์แบบนี้ครับ หากใครงอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวไม่ต้องกังวลใจไปนะครับ ทุกอย่างยังอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่เป็นที่เรียบร้อยครับ

ที่มา – กองทัพภาคที่ 2 แจ้งเหตุเสียงดังพื้นที่ “ช่องกร่าง” ต้นทางอยู่กัมพูชา เร่งหาสาเหตุ

เสริมลวดหนามหีบเพลง ชายแดนบ้านหนองจาน ห้ามเข้าเขตทหารยามค่ำคืน

เชื่อว่าหลายคนที่เป็นชาวบ้านในพื้นที่สระแก้ว หรือผู้ที่สัญจรผ่านเส้นทางชายแดน คงได้เห็นข่าวคราวความเคลื่อนไหวจากทางฝั่งกองกำลังบูรพากันแล้วนะครับ โดยเฉพาะมาตรการล่าสุดในการ เสริมลวดหนามหีบเพลง ชายแดนบ้านหนองจาน ห้ามเข้าเขตทหารยามค่ำคืน เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในพื้นที่

เสริมลวดหนามหีบเพลง ชายแดนบ้านหนองจาน ห้ามเข้าเขตทหารยามค่ำคืน

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อหน่วยเฉพาะกิจโคกสูง ได้ดำเนินการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยมีการระดมกำลังชุดช่างเข้าติดตั้งลวดหนามเพิ่มเติมตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณจุดตรวจการณ์รอบบ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น ซึ่งการ เสริมลวดหนามหีบเพลง ชายแดนบ้านหนองจาน ห้ามเข้าเขตทหารยามค่ำคืน นี้ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการปิดช่องว่างที่จะเกิดการลักลอบผ่านแดนโดยผิดกฎหมายครับ

รายละเอียดมาตรการความปลอดภัยและเวลาปฏิบัติงาน

สำหรับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่หรือมีพื้นที่ทำกินในบริเวณดังกล่าว ต้องทราบข้อปฏิบัติใหม่ที่ประกาศโดยหน่วยเฉพาะกิจโคกสูง ดังนี้ครับ:

  • ห้ามเข้าพื้นที่ทหาร: ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 06.00 น. เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
  • การผ่านทางเกษตรกร: ยังสามารถเข้าทำไร่ทำนาได้ในช่วงเวลา 06.00 – 18.00 น.
  • จุดผ่านเข้า-ออก: ต้องเข้าทางจุดตรวจ จต.ส.40 เท่านั้น พร้อมแสดงบัตรประชาชนและลงทะเบียนทุกครั้ง

การประกาศมาตรการเข้มงวดนี้ ไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างความลำบากให้ประชาชนแต่อย่างใด แต่เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้ามาบันทึกภาพฐานทัพ หรือก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความไม่สงบครับ นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติที่อาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตที่เป็นปกติสุขของชาวบ้านในพื้นที่โคกสูงของเราด้วย

ในฐานะพลเมืองที่ดี การร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วยการปฏิบัติตามกฎกติกาอย่างเคร่งครัด จะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพครับ หากท่านพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือบุคคลแปลกหน้าในช่วงยามวิกาล สามารถแจ้งหน่วยงานทหารในพื้นที่ได้รับทราบทันที เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและชุมชนโดยรวมครับ

ที่มา – เสริมลวดหนามหีบเพลง ชายแดนบ้านหนองจาน ห้ามเข้าเขตทหารยามค่ำคืน

“ชัยวุฒิ-อ.เจษฎ์” ลุยบ้านหนองจาน เยี่ยมชาวบ้าน-ทหาร ซัดพรรคส้มด้อยค่าทหาร

“ชัยวุฒิ-อ.เจษฎ์” ลุยบ้านหนองจาน เยี่ยมชาวบ้าน-ทหาร ซัดพรรคส้มด้อยค่าทหาร เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง เมื่อหัวหน้าพรรครักชาติและแคนดิเดตนายกฯ สองท่านลงพื้นที่ชุมชนชายแดน จ.สระแก้ว เพื่อแสดงความห่วงใยประชาชนและกำลังพลที่ปกป้องอธิปไตยชาติ

ชัยวุฒิ-อ.เจษฎ์ ลุยบ้านหนองจาน

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07.00 น. ที่บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อม รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกฯ และผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ เดินทางเยี่ยมเยียนชาวบ้านและติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ชาวบ้านในพื้นที่สะท้อนว่าสถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ หน่วยทหารและ ชรบ. ต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา

“ชัยวุฒิ-อ.เจษฎ์” ลุยบ้านหนองจาน เยี่ยมชาวบ้าน-ทหาร ซัดพรรคส้มด้อยค่าทหาร

หลังจากนั้น ทีมพรรครักชาติได้ให้กำลังใจทหารกองกำลังบูรพาที่ดูแลพื้นที่ชายแดน โดยกำลังพลทุกนายมีขวัญกำลังใจดีเยี่ยม การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่หาเสียง แต่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อชาติและประชาชน

เยี่ยมทหารชายแดน

อ.เจษฎ์ ซัดพรรคส้มและพรรคเพื่อไทยด้อยค่าทหารไทย

รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า พรรครักชาติมาดูความเป็นอยู่ของประชาชนและทหาร ไม่ใช่หาเสียง จากข่าวการเลือกตั้งที่ชาวบ้านสงสัยว่าจะจัดได้หรือไม่ สะท้อนความไม่ไว้วางใจสถานการณ์ชายแดน อ.เจษฎ์ ชักชวนตั้งคำถามถึงพรรคประชาชน (พรรคส้ม) ที่ด้อยค่าทหารไทย แทนที่จะยกย่องคุณงามความดีของทหาร กลับโจมตีทหารผู้น้อยและทหารทั้งกองทัพ นอกจากนี้ยังชี้พรรคเพื่อไทยเป็นต้นเหตุความขัดแย้งชายแดนที่ทำให้มีผู้สูญเสีย

“แทนที่จะถามว่าทหารมีไว้ทำไม พรรครักชาติถามกลับว่านักการเมืองมีไว้ทำไม? มีไว้เกาะกินบ้านเมือง จับมือรวมผลประโยชน์ หรือผลาญภาษีราษฎร หากตอบไม่ได้ การเลือกพวกเขาอาจนำไปสู่การสิ้นชาติ”

ให้กำลังใจทหาร

ด้านนายชัยวุฒิ วิเคราะห์โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง หากผลโพลเป็นจริง บ้านเมืองอาจวุ่นวาย ไม่ไว้วางใจพรรคประชาชนที่มีแนวคิดปัญหา อ้างแก้ทุจริตแต่พรรคเองมีปัญหา และใกล้ชิดพรรคเพื่อไทยเหมือนพวกเดียวกัน อาจนำไปสู่รัฐบาลผสมส้มปนแดงที่ไร้ความจริงใจแก้ปัญหาชาติ

รณรงค์ “ขายเสียง = ขายชาติ” จี้ กกต. คุมเข้มคืนหมาหอน

นายชัยวุฒิ รณรงค์เรื่องขายเสียง โดยย้ำว่า ขายเสียงเท่ากับขายชาติ พรรครักชาติไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมนี้ กระแสซื้อเสียงช่วงโค้งสุดท้ายมีเงินสะพัดพันล้านบาท จี้ กกต. และนายแสวง บุญมี เลขาฯ กกต. ตื่นตัว ตรวจสอบแจกใบเหลืองใบแดงจริงจัง โดยเฉพาะ 2-3 วันก่อนเลือกตั้ง หรือ “คืนหมาหอน” ที่เงินไหลออกมา

  • เยี่ยมชาวบ้านและทหารชายแดน สร้างขวัญกำลังใจ
  • ซัดพรรคส้มด้อยค่าทหาร เรียกร้องให้ยกย่องผู้ปกป้องชาติ
  • เตือนภัยรัฐบาลผสมส้ม-แดง ไร้ความจริงใจ
  • รณรงค์ต่อต้านซื้อเสียง ปกป้องประชาธิปไตย

การลงพื้นที่ครั้งนี้ของ “ชัยวุฒิ-อ.เจษฎ์” ลุยบ้านหนองจาน เยี่ยมชาวบ้าน-ทหาร ซัดพรรคส้มด้อยค่าทหาร แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์พรรครักชาติที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงและประชาชน การเมืองไทยในช่วงนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย ชายแดนที่เปราะบาง การทุจริตเลือกตั้ง และพรรคการเมืองที่ขาดความรับผิดชอบ พรรครักชาติยืนหยัดปกป้องชาติ ด้วยนโยบายที่ชัดเจน เช่น เสริมแกร่งกองทัพ ลดทุจริต และพัฒนาชายแดนให้ยั่งยืน

ในมุมมองผู้เขียน การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสให้ประชาชนตัดสินใจเลือกผู้นำที่รักชาติจริง ไม่ใช่พวกที่เกาะกิน คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ และแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลที่ถูกต้อง หากสนับสนุนพรรครักชาติ ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเพื่อชาติที่เข้มแข็ง

อ.เจษฎ์ ปราศรัย

ที่มา – “ชัยวุฒิ-อ.เจษฎ์” ลุยบ้านหนองจาน เยี่ยมชาวบ้าน-ทหาร ซัดพรรคส้มด้อยค่าทหาร

ชาวไร่อ้อย บ้านหนองจาน เร่งตัดอ้อยหนีความเสี่ยง

สวัสดีครับเพื่อนๆ เกษตรกรและคนที่สนใจข่าวชายแดน วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องที่กำลังเป็นกระแสในพื้นที่สระแก้วกันนะครับ ชาวไร่อ้อย บ้านหนองจาน กำลังเร่งตัดอ้อยกันแบบสุดกำลัง เพื่อหนีความเสี่ยงจากข่าวลือเรื่องการปะทะชายแดนรอบที่ 3 ที่หลายคนเริ่มกังวลใจแล้วล่ะครับ แม้บรรยากาศจะยังสงบ แต่ใครๆ ก็ไม่อยากเสี่ยงทิ้งผลผลิตหลักไว้ในนา

ชาวไร่อ้อย บ้านหนองจาน เร่งตัดอ้อยหนีความเสี่ยง

จากรายงานเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2569 ในพื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ยังมีแปลงอ้อยรอเก็บเกี่ยวเพียบเลยครับ แม้เกษตรกรจะตัดกันทั้งวันทั้งคืน แต่สถานการณ์ชายแดนที่อาจตึงเครียดขึ้น ทำให้ทุกคนต้องเร่งมือเข้าไว้ นายทนงศักดิ์ โสดา วัย 57 ปี ชาวไร่อ้อยในพื้นที่ บอกว่าปลูกอ้อยไว้ 30 แปลงใหญ่ๆ เก็บด้วยรถไปหมดแล้ว เหลือแปลงเล็ก 2 ไร่ที่รถเข้าไม่ได้ เพราะคิวรถแน่น เลยต้องจ้างแรงงาน 4 คน รวมตัวเอง ใช้มีดตัดกันเองแบบแมนๆ

ทำไมชาวไร่อ้อย บ้านหนองจาน ถึงต้องรีบตัดอ้อยด่วนขนาดนี้

ไม่ใช่แค่ฤดูตัดอ้อยนะครับ แต่เพราะกระแสข่าวชายแดนไทย-กัมพูชาที่ร้อนระอุ หลังการเลือกตั้ง กลัวเกิดปะทะรอบ 3 จริงๆ ถ้าเกิดขึ้น เกษตรกรเข้าแปลงไม่ได้ อ้อยเน่าในนา รายได้หายวับทั้งปี ชาวบ้านที่นี่เลยแทบไม่กล้าปลูกอ้อยใหม่ เอาแต่ตอเก่าแตกหน่อแทน เพราะลงทุนน้อย เสี่ยงน้อยกว่าไถใหม่ที่ต้องจ่ายแพง

อากาศร้อนจัดยังไงก็ต้องสู้ ตัดให้เสร็จเร็วที่สุด เผื่อสถานการณ์ยืดเยื้อ ผลผลิตที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของครอบครัวจะได้ไม่สูญเปล่า บรรยากาศหมู่บ้านหนองจานยังปกติ ชาวบ้านใช้ชีวิตตามเคย แต่ทุกคนเฝ้าจอข่าว ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด บางคนยังไม่แกะกระเป๋าหนีภัยจากรอบ 2 เลย เตรียมพร้อมออกพื้นที่ทันทีถ้ามีสัญญาณ

ผลกระทบหากเกิดเหตุปะทะชายแดนจริง

  • ผลผลิตอ้อยเสียหายทั้งแปลง สูญรายได้หลัก
  • เกษตรกรไม่กล้าลงทุนปลูกใหม่ หันไปพืชอื่นที่เสี่ยงน้อยกว่า
  • เศรษฐกิจชุมชนชายแดนชะงักงัน ส่งผลถึงโรงงานน้ำตาล
  • แรงงานนอกฤดูหางานทำยากขึ้น
  • ความเชื่อมั่นในพื้นที่ลดลง ชาวบ้านบางส่วนอาจย้ายถิ่น

นอกจากนี้ ชาวไร่อ้อยหลายรายเล่าว่า ปีก่อนๆ ที่มีเหตุปะทะรอบ 1-2 ส่งผลให้อ้อยค้างนาน ราคาตก น้ำตาลโรงงานรับไม่ทัน สุดท้ายขาดทุนยับ สถานการณ์แบบนี้ทำให้เกษตรกรต้องฉลาดเลือกกลยุทธ์ เช่น ปลูกพืชหมุนเวียน หรือมีแผนสำรองขายอ้อยล่วงหน้า

พูดคุยกับเกษตรกรท่านอื่นๆ ในพื้นที่ พวกเขาบอกว่าการตัดอ้อยด้วยมือเหนื่อยแต่ได้ใจ เพราะแปลงเล็ก รถตัดไม่คุ้ม แถมยังช่วยประหยัดค่าน้ำมัน แต่ต้องระวังอุบัติเหตุจากมีดตัดด้วยนะครับ ทุกวันนี้ทีมตัดทำงานตั้งแต่เช้าจรดดึก ดื่มน้ำเกลือแร่กันรัวๆ เพื่อทนร้อน

จากที่ลงพื้นที่ดู บ้านหนองจานยังน่าอยู่ สงบสุขดี แต่ความไม่แน่นอนชายแดนทำให้ทุกคนตื่นตัว ในมุมมองผม สถานการณ์นี้อาจเป็นบทเรียนให้เกษตรกรไทยทั้งประเทศ ว่าต้องกระจายความเสี่ยง อย่าพึ่งพาพืชเดี่ยวเกินไป เช่น ลองปลูกมันสำปะหลังหรือยางพาราควบคู่

คำแนะนำสำหรับเกษตรกรชายแดน

  • ติดตามข่าวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น กรมอุตุฯ หรือหน่วยทหารชายแดน
  • เตรียมแผนอพยพและเก็บของสำคัญไว้ใกล้ตัว
  • เร่งขายอ้อยล่วงหน้าผ่านสัญญากับโรงงาน
  • ลงทุนระบบชลประทานเพื่อยืดอายุอ้อยได้นานขึ้น
  • รวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อต่อรองราคาดี

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าชาวไร่อ้อย บ้านหนองจาน เป็นตัวอย่างของความขยันและอดทนที่เราควรเอาใจช่วย ถ้าคุณมีประสบการณ์คล้ายๆ กัน หรือไอเดียช่วยเหลือเกษตรกรชายแดน ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะได้ช่วยกันหาทางออก สนับสนุนเกษตรกรไทยให้มีรายได้มั่นคง!

ที่มา – “ชาวไร่อ้อย” บ้านหนองจาน เร่งตัดอ้อยหนีความเสี่ยง หวั่นมีเหตุปะทะชายแดนรอบ 3

ทภ.1 แจงจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนสระแก้ว

กองทัพภาคที่ 1 ชี้แจงการจัดระเบียบพื้นที่ในเขตอธิปไตยไทย 3 หมู่บ้านชายแดน จ.สระแก้ว บริเวณ 3 หมู่บ้าน “คลองแผง-หนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว” ซึ่งเป็นเขตอธิปไตยไทย เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย และปกป้องความมั่นคง ปลอดภัยของประชาชน

วันที่ 31 ธันวาคม 2568 กองทัพภาคที่ 1 ชี้แจงเกี่ยวกับการปฏิบัติของฝ่ายไทยในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา จ.สระแก้ว โดยยืนยันว่า การดำเนินการของกองทัพภาคที่ 1 เป็นไปด้วยความรอบคอบ ยึดหลักความถูกต้อง และความรับผิดชอบต่อความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดนเป็นสำคัญ

โดยพื้นที่บริเวณ บ้านคลองแผง บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว เป็นพื้นที่ในอธิปไตยของประเทศไทยมาโดยตลอด

ภายหลังจากเหตุการณ์ความไม่สงบภายในประเทศกัมพูชาในอดีต ฝ่ายไทยได้เปิดพื้นที่ดังกล่าวให้ประชาชนจากประเทศกัมพูชาเข้ามาพักพิงชั่วคราวด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้หน่วยงานระหว่างประเทศเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม อันสะท้อนให้เห็นถึงบริบทของพื้นที่ในช่วงเวลาดังกล่าวว่าเป็นการรองรับด้านมนุษยธรรม มิใช่การโอนอำนาจหรือสิทธิใด ๆ ในพื้นที่

โดยต่อมา เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป ฝ่ายไทยได้ตรวจพบว่าในพื้นที่ดังกล่าว มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในลักษณะเป็นที่ทำการของส่วนราชการของฝ่ายกัมพูชา รวมถึงการปรากฏตัวของกำลังติดอาวุธ และหน่วยรักษาความมั่นคงของกัมพูชา เข้ามาประจำการในพื้นที่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่จากเดิมที่เป็นการพักพิงด้านมนุษยธรรม ไปสู่ลักษณะที่กระทบต่อความมั่นคงและอธิปไตยของประเทศ

การเข้าดำเนินการของกองทัพภาคที่ 1 ในการจัดระเบียบพื้นที่ในเขตอธิปไตยไทย 3 หมู่บ้านชายแดน จ.สระแก้ว รวมถึงการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบางส่วน จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามความจำเป็น เพื่อฟื้นฟูให้เกิดความสงบเรียบร้อย ป้องกันการใช้พื้นที่ในลักษณะที่กระทบต่อความมั่นคง และยืนยันการดูแลพื้นที่ชายแดนให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐไทย โดยมิได้มีเป้าหมายต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ และยังคงคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่อง

กองทัพภาคที่ 1 ยืนยันว่า ฝ่ายไทยไม่มีนโยบายรุกล้ำอธิปไตยของประเทศใด และการปฏิบัติทุกขั้นตอนเป็นไปเพื่อปกป้องอธิปไตย ความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดนเป็นสำคัญ

กองทัพภาคที่ 1 ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า การปฏิบัติภารกิจของกำลังพลเป็นไปด้วยความโปร่งใส รอบคอบ และตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงในพื้นที่ พร้อมยืนหยัดในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติและความสงบสุขของประชาชนอย่างเต็มกำลัง

ทภ.1 ชี้แจงการจัดระเบียบพื้นที่ในเขตอธิปไตยไทย 3 หมู่บ้านชายแดน จ.สระแก้ว

ความสำคัญของการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน

การจัดระเบียบพื้นที่ในเขตอธิปไตยไทย 3 หมู่บ้านชายแดน จ.สระแก้ว ไม่ได้เป็นเพียงแค่การดำเนินการทางทหาร แต่เป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นในการรักษาอธิปไตยของชาติและความปลอดภัยของประชาชน การที่กองทัพภาคที่ 1 ออกมาชี้แจงรายละเอียดอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อสังคม

การดำเนินการดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนมีความละเอียดอ่อนและอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ การรักษาความสงบเรียบร้อยและการป้องกันการใช้พื้นที่ในทางที่ผิดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น

นอกจากนี้ การจัดระเบียบพื้นที่ยังส่งผลดีต่อประชาชนในพื้นที่ชายแดน ทำให้พวกเขามีความมั่นใจในความปลอดภัยและได้รับการปกป้องจากภัยคุกคามต่างๆ การที่กองทัพภาคที่ 1 ยืนยันว่าจะคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมในการดำเนินการ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความใส่ใจต่อประชาชน

การแก้ไขปัญหาความไม่สงบตามแนวชายแดนนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน การสร้างความเข้าใจและการสื่อสารที่ชัดเจนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันถึงความจำเป็นในการดำเนินการและร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

การที่กองทัพภาคที่ 1 ออกมาชี้แจงข้อมูลอย่างละเอียด ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความเข้าใจให้กับประชาชน หวังว่าการดำเนินการครั้งนี้จะนำมาซึ่งความสงบสุขและความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน

การรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของชาติเป็นหน้าที่ของทุกคน ไม่ใช่แค่ของทหารหรือรัฐบาล เราทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและปลอดภัย หากเราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาชาติ เราก็จะสามารถเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ได้อย่างมั่นคง

ที่มา – ทภ.1 ชี้แจงการจัดระเบียบพื้นที่ในเขตอธิปไตยไทย 3 หมู่บ้านชายแดน จ.สระแก้ว

วางตู้คอนเทนเนอร์ เสริมมั่นคง “บ้านหนองจาน”

วางตู้คอนเทนเนอร์เสริมความมั่นคง “บ้านหนองจาน”

กองกำลังบูรพา ร่วมกับทหารช่าง เร่งติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์ในพื้นที่ “บ้านหนองจาน” เพื่อเสริมความมั่นคงชายแดน และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของเครือข่าย “กำนันลี” เพื่อคืนพื้นที่ปลอดภัยให้กับคนไทย

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 กองกำลังบูรพาได้ร่วมกับหน่วยทหารช่าง เร่งดำเนินการติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์ในพื้นที่บ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว การดำเนินการนี้มีจุดประสงค์เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน และใช้เป็นฐานสนับสนุนภารกิจด้านความปลอดภัย รวมถึงเป็นพื้นที่ปฏิบัติงานของกำลังพลในบริเวณดังกล่าว

การติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์ครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมพื้นที่ เฝ้าระวังสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่ยังคงมีความตึงเครียด ตู้คอนเทนเนอร์เหล่านี้จะถูกใช้เป็นจุดประจำการของเจ้าหน้าที่ จุดพักกำลังพล และจุดอำนวยการภารกิจต่างๆ

กองกำลังบูรพายืนยันอย่างหนักแน่นว่า การปฏิบัติการทั้งหมดดำเนินการไปเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ ดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดน นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงความพร้อมของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ในการรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างเต็มกำลังความสามารถ

การทลายรัง “กำนันลี” ที่บ้านหนองจาน

ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน กองกำลังบูรพาได้เข้าดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่เรียกว่า “บ้านกำนันลี” ซึ่งเป็นของหนึ่งในผู้มีอิทธิพลชาวกัมพูชา และเป็นอดีตสามีของเจ๊รัตน์ ที่ผ่านมาบุคคลเหล่านี้ได้รุกล้ำเข้ามาในเขตอธิปไตยของไทย และสร้างสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ทำกินของบ้านหนองจาน

ก่อนหน้านี้ กองกำลังบูรพาได้ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของเครือข่ายกำนันลีไปแล้วบางส่วน แต่ปฏิบัติการล่าสุดนี้มุ่งเป้าไปที่การรื้อถอนบ้านของกำนันลีโดยตรง รวมถึงบ้านของเครือข่ายที่เหลือทั้งหมด โดยใช้รถแบคโฮในการรื้อถอนจนเหลือเพียงซากปรักหักพัง

ขณะเดียวกัน ในช่วงที่มีการปะทะกัน กองกำลังบูรพาได้เข้าควบคุมพื้นที่บ้านหนองจานได้อย่างสมบูรณ์ ปกป้องอธิปไตยของชาติไว้ได้ จึงต้องทำการทำลายสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในผืนแผ่นดินไทย เพื่อเตรียมคืนพื้นที่ทำกินให้กับชาวบ้านต่อไปในอนาคต ถือเป็นของขวัญปีใหม่ที่มอบให้แก่คนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวบ้านหนองจานที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

การวางตู้คอนเทนเนอร์เสริมความมั่นคง และการทลายรังของ “กำนันลี” ที่บ้านหนองจาน ถือเป็นก้าวสำคัญในการรักษาอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองกำลังบูรพาในการปกป้องผืนแผ่นดินไทยและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนว่าพวกเขาจะไม่ถูกทอดทิ้ง และจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด

การดำเนินการเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังผู้ที่คิดจะกระทำการใดๆ ที่เป็นการละเมิดอธิปไตยของชาติว่า จะไม่มีการยอมให้เกิดขึ้น และจะมีการดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

สำหรับชาวบ้านในพื้นที่บ้านหนองจาน การวางตู้คอนเทนเนอร์เสริมความมั่นคง และการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ ถือเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของการกลับคืนสู่ความสงบสุขและความมั่นคง พวกเขาสามารถกลับมาทำกินในพื้นที่ของตนได้อย่างปลอดภัย และไม่ต้องกังวลว่าจะถูกคุกคามจากผู้มีอิทธิพลอีกต่อไป

รัฐบาลและกองทัพมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาพื้นที่ชายแดนให้มีความเจริญก้าวหน้าและยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศชาติอย่างเต็มที่

ที่มา – วางตู้คอนเทนเนอร์เสริมความมั่นคง “บ้านหนองจาน” ทลายรัง “กำนันลี” รุกพื้นที่ไทย

นายกฯ เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ “พลทหารธนพัฒน์”

นายกฯ เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ “พลทหารธนพัฒน์ นันทะวงศ์” ทหารกล้าพลีชีพในสมรภูมิบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ให้กำลังใจพร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัว

เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 29 ธันวาคม 2568 ที่วัดเชือกนอก ตำบลนาจิก อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ พลทหารธนพัฒน์ นันทะวงศ์ ทหารกล้าผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา บริเวณพื้นที่บ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568

ซึ่งในพิธีมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก เข้าร่วม โดยนายกรัฐมนตรีได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของพลทหารธนพัฒน์ พร้อมให้กำลังใจญาติผู้สูญเสีย จากนั้น นายกรัฐมนตรีเป็นสักขีพยานในพิธีมอบธงชาติคลุมหีบศพ มอบใบประกาศเกียรติคุณ รวมถึงเงินพระราชทาน เงินช่วยเหลือจากกองทัพบก และเงินสินไหมทดแทนจากกองทัพภาคที่ 1 เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและตอบแทนความเสียสละของทหารกล้า.

เหตุการณ์การเสียสละของพลทหารธนพัฒน์ นันทะวงศ์ ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศชาติและกองทัพบก การเข้าร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่รัฐบาลมีต่อทหารกล้าที่เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ

พลทหารธนพัฒน์ นันทะวงศ์ เป็นทหารที่ได้รับคำชื่นชมจากเพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชาว่าเป็นผู้ที่มีความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ มีความเสียสละ และมีจิตใจที่เข้มแข็ง การจากไปของเขาเป็นที่เศร้าเสียใจของทุกคนที่รู้จัก

การช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวของพลทหารที่เสียชีวิต ถือเป็นหน้าที่สำคัญของรัฐบาลและกองทัพบก เพื่อให้ครอบครัวของทหารกล้าเหล่านี้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมั่นคงและมีเกียรติ

นายกฯ เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ “พลทหารธนพัฒน์”

เหตุการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด รัฐบาลต้องดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้อีก

การเชิดชูเกียรติพลทหารธนพัฒน์ นันทะวงศ์

การมอบธงชาติคลุมหีบศพ การมอบใบประกาศเกียรติคุณ และการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ครอบครัวของพลทหารธนพัฒน์ นันทะวงศ์ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความขอบคุณและความซาบซึ้งในความเสียสละของเขา

นอกจากนี้ การที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย

เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความสงบสุขและความมั่นคงของประเทศชาติ

นายกฯ เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ “พลทหารธนพัฒน์”

รัฐบาลและกองทัพบก จะต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสวัสดิการและขวัญกำลังใจของทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน เพื่อให้พวกเขามีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่และปกป้องประเทศชาติอย่างเต็มกำลัง

มาร่วมกันส่งกำลังใจให้กับครอบครัวของพลทหารธนพัฒน์ นันทะวงศ์ และทหารกล้าทุกท่านที่เสียสละเพื่อประเทศชาติของเรา

การจากไปของพลทหารธนพัฒน์ นันทะวงศ์ ทำให้เราต้องหันกลับมามองถึงความสำคัญของการสร้างสันติภาพและความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้อีกในอนาคต

นายกฯ เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ “พลทหารธนพัฒน์”

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของพลทหารธนพัฒน์ นันทะวงศ์ และขอให้ดวงวิญญาณของท่านไปสู่สุคติ

เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญที่สอนให้เรารักและหวงแหนแผ่นดินไทย

นายกฯ เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ “พลทหารธนพัฒน์”

ขอสดุดีวีรกรรมของพลทหารธนพัฒน์ นันทะวงศ์ และทหารกล้าทุกท่าน

ที่มา – นายกฯ ประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ “พลทหารธนพัฒน์” ทหารกล้าพลีชีพสมรภูมิบ้านหนองจาน

Scroll to top