บ้านเกิดเมืองนอน

ภูมิใจไทยเล็งรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วัฒนธรรม แยกกีฬา

ภูมิใจไทยเล็งรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วัฒนธรรม แยกกระทรวงกีฬา นโยบายเด็ดที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมการบริหารประเทศในสมัยรัฐบาลใหม่ พรรคภูมิใจไทยประกาศชัดเจนว่าจะเร่งผลักดันกฎหมายสำคัญหลายฉบับ เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนได้แบบรวดเร็วและตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างกระทรวงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือนโยบายลดค่าครองชีพอย่างเรื่องค่าไฟที่ทุกคนรอคอย

ภูมิใจไทย เล็งรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วัฒนธรรม แยกกระทรวงกีฬา

ตามรายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทยเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2568 พรรคกำลังมุ่งเน้นงานฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อนำนโยบายรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติจริง กฎหมายฉบับแรกที่เล็งผลักดันคือ พรบ.โอนกระทรวงการท่องเที่ยวมารวมกับกระทรวงวัฒนธรรม เพราะภารกิจทั้งสองสอดคล้องกัน เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การอนุรักษ์มรดกชาติ ที่จะทำให้การทำงานเชื่อมโยงไร้รอยต่อ ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ

ส่วนกระทรวงกีฬาจะแยกออกมาเป็นหน่วยงานเฉพาะ เพื่อมุ่งพัฒนากีฬาให้เป็นเลิศ สร้างนักกีฬาระดับโลก และจัดงานแข่งขันนานาชาติให้มากขึ้น คาดว่ากฎหมายนี้จะผ่านสภาฯ ภายใน 6 เดือนเท่านั้น นโยบายนี้จะช่วยให้แต่ละกระทรวงโฟกัสงานหลักได้ชัดเจน ลดความซ้ำซ้อน และประหยัดงบประมาณแผ่นดิน

ประโยชน์ของการรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วัฒนธรรม

  • เพิ่มประสิทธิภาพการโปรโมทท่องเที่ยวไทย เชื่อมโยงวัฒนธรรมท้องถิ่น
  • ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น สร้างรายได้เข้าประเทศ
  • อนุรักษ์วัฒนธรรมควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
  • แยกกีฬาให้พัฒนาอย่างมืออาชีพ สร้างความภาคภูมิใจให้ชาติ

นโยบายค่าไฟถูก ใช้ต่ำ 200 ยูนิต จ่ายแค่ 3 บาท

อีกนโยบายเร่งด่วนที่พรรคภูมิใจไทยเล็งรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วัฒนธรรม แยกกระทรวงกีฬา คือเรื่องค่าไฟฟ้าที่ประชาชนเดือดร้อนมานาน รัฐบาลจะออกประกาศกระทรวงพลังงานให้ใช้ไฟไม่เกิน 200 ยูนิตแรก จ่ายเพียง 3 บาทต่อยูนิต ส่วนเกินไปจะคิดแบบขั้นบันได เห็นผลภายใน 3 เดือนทันที ช่วยลดภาระค่าครองชีพสำหรับครอบครัวรายได้น้อย ผู้สูงอายุ และผู้ประกอบการรายย่อย

นอกจากนี้ ยังผลักดันให้เกิดการแข่งขันพลังงานไฟฟ้าแบบเสรี เหมือนค่ายมือถือที่เราคุ้นเคย มีผู้ให้บริการหลายรายให้ประชาชนเลือกบริษัทที่ถูกและดีที่สุด จะทำให้ราคาไฟถูกลง คุณภาพดีขึ้น และนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียนเพิ่มพูน

กฎหมาย Super License และบ้านเกิดเมืองนอน

พรรคยังมีร่าง พรบ.การอำนวยความสะดวก หรือ Super License ที่ให้ขออนุญาตก่อสร้างโรงงาน โรงแรม สปา แบบ One Stop Service จบในที่เดียว ลดขั้นตอนยุ่งยาก ดึงดูดนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ คาดเสร็จใน 6 เดือน จากข้อเสนอของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์

ส่วน พรบ.บ้านเกิดเมืองนอน จะช่วยท้องถิ่นหารายได้เอง โดยให้ประชาชนเลือกนำภาษี 30% ไปสนับสนุนบ้านเกิดหรือท้องถิ่นที่ต้องการ พร้อมกลไกตรวจสอบจากประชาชนที่เข้มแข็งกว่าป ป ช. และ ปปท. รวมถึงปลดล็อกอายุและวาระนายก อบจ. ไม่จำกัด 2 วาระ จะเสร็จใน 1 ปี

สำหรับการแก้รัฐธรรมนูญ พรรคยังไม่เร่ง เพราะไม่ใช่เรื่องด่วนเท่าปัญหาประชาชน

โดยรวมแล้ว นโยบายของพรรคภูมิใจไทยดูเป็นรูปธรรมและตอบโจทย์ชีวิตคนไทยจริงๆ การปรับโครงสร้างกระทรวงและลดค่าไฟจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี หากทำสำเร็จจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น คุณคิดว่านโยบายไหนน่าสนใจที่สุด? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – ภูมิใจไทย เล็งรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วัฒนธรรม แยกกระทรวงกีฬา – ใช้ไฟต่ำ 200 ยูนิต จ่ายยูนิตละ 3 บาท

อนุทินควงจ๋าโชว์เสน่ห์ สวมบทเชฟร้องเพลงให้ทหาร

นายกฯ อนุทิน ควงภริยา เดินถนนคนเดินสิงห์บุรี โชว์ลูกคอร้องเพลง “บ้านเกิดเมืองนอน” ส่งกำลังใจให้ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ชายแดนไทย – กัมพูชา พร้อมสวมบท “เชฟหนู” ผัดข้าวคลุกกะปิจานทอง – ไก่ผัดเม็ดมะม่วง

วันที่ 10 ต.ค. 2568 เมื่อเวลา 20:00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พาคณะพบปะประชาชน ที่ถนนคนเดินจังหวัดสิงห์บุรี ภายหลังลงพื้นที่ ตรวจราชการน้ำท่วม 3 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร ชัยนาท และสิงห์บุรี ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้มุ่งหน้ามาที่ร้านนมร้อน “อู๊ด นมสด” ที่อยู่ในตลาดคนเดินสิงห์บุรี พร้อมบอกว่า ตั้งใจจะมากินมากๆ ก่อนจะขอเหมาเมนูในร้านให้กับคณะผู้ติดตาม

นายกรัฐมนตรี ยังได้โชว์สกิล “เชฟหนู” ผัดข้าวคลุกกะปิ ซึ่งเป็นเมนูจานทอง ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศของจังหวัดสิงห์บุรี โดยมี น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยาคอยเป็นลูกมือในการจัดจาน และใส่เครื่องเคียง

จากนั้น นายอนุทิน ได้ร่วมร้องเพลงกับชมรมรักสุนทราภรณ์สิงห์บุรี ในเพลง “ทาสเทวี” พร้อมเต้นรำกับผู้สูงอายุ ก่อนที่จะขอร้องต่ออีกเพลง โดยนายกฯ ขอร้องเพลง “บ้านเกิดเมืองนอน” พร้อมระบุว่า “ขอร้องเพลงนี้ดังๆ ให้ไปถึงพี่น้องทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดน ไทย – กัมพูชา ซึ่งประชาชนร่วมร้องเพลง และเรียกเสียงตบมือ เพื่อปลุกความรักชาติ และสามัคคี

ภายหลังร้องเพลงเสร็จ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อ้ายมาช่วยแม่ค้าผัดไก่ผัดเม็ดมะม่วง ซึ่งในระหว่างนั้นมีประชาชนชาวสิงห์บุรี นำไก่จ้อ มาให้นายกรัฐมนตรีชิม ก่อนบอกว่าขอบคุณมากๆ ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในการนำโครงการคนละครึ่งพลัส กลับมา และหลังจากนั้นก็เดินตลาดแวะถ่ายรูปกับประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นกันเอง

อนุทินควงจ๋าโชว์เสน่ห์ สวมบทเชฟร้องเพลงให้ทหาร

กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นกันเองของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ที่เข้าถึงประชาชนในทุกระดับ สร้างความประทับใจให้กับชาวสิงห์บุรีเป็นอย่างมาก การที่นายกฯ อนุทินควงจ๋าโชว์เสน่ห์ สวมบทเชฟร้องเพลงให้ทหาร ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นอีกด้วย

อนุทินควงจ๋าโชว์เสน่ห์ สวมบทเชฟร้องเพลงให้ทหารชายแดน

การที่นายกฯ อนุทินเลือกที่จะสวมบทบาทเป็นทั้งเชฟและนักร้อง แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงที่จะสร้างความสุขและกำลังใจให้กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป หรือทหารหาญที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ การที่ อนุทินควงจ๋าโชว์เสน่ห์ สวมบทเชฟร้องเพลงให้ทหาร ถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับผู้นำประเทศ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักการเมืองรุ่นใหม่

นอกจากนี้ การที่นายกฯ อนุทินให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่พบปะประชาชน ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความห่วงใยที่มีต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในทุกภูมิภาคของประเทศ การที่นายกฯ รับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้รัฐบาลสามารถกำหนดนโยบายและมาตรการที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

การที่นายกฯ อนุทินควงจ๋าโชว์เสน่ห์ สวมบทเชฟร้องเพลงให้ทหาร สามารถสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับประชาชนและทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนได้ ถือเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กับทุกคน

ที่มา – “อนุทิน” ควง “จ๋า ธนนนท์” สวมบทเชฟ ก่อนร้องเพลงส่งกำลังใจให้ทหารชายแดน

Scroll to top