บ้านไฟไหม้

ตร.เร่งหาสาเหตุเพลิงไหม้บ้าน คร่าชีวิต 5 ศพ


จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่คร่าชีวิตทั้งครอบครัว 5 ศพในจังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจกำลังเร่งดำเนินการสืบสวนเพื่อตร.เร่งหาสาเหตุเพลิงไหม้บ้าน คร่าชีวิต 5 ศพ โดยเน้นไปที่สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ รวมถึงปัจจัยที่ทำให้ผู้เสียชีวิตไม่สามารถหลบหนีออกมาได้ทัน

ตร.เร่งหาสาเหตุเพลิงไหม้บ้าน คร่าชีวิต 5 ศพ พบติดเหล็กดัดทั้งหลัง

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2567 เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านในพื้นที่ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 5 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กหญิงฝาแฝดวัย 5 ขวบ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก

พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุเพื่อเก็บรวบรวมหลักฐานและประเมินความเสียหายของโครงสร้างอาคาร โดยในระหว่างการตรวจสอบ พื้นที่ดังกล่าวถูกปิดเพื่อความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการทำงานของเจ้าหน้าที่

พล.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า ทางตำรวจให้ความสำคัญกับคดีนี้เป็นอย่างมาก และจะเร่งดำเนินการสืบสวนเพื่อตร.เร่งหาสาเหตุเพลิงไหม้บ้าน คร่าชีวิต 5 ศพ ให้กระจ่างโดยเร็วที่สุด โดยจะมีการวิเคราะห์พยานหลักฐานอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้และการเสียชีวิตของผู้เคราะห์ร้าย

ทีมข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจ พบว่ายังมีกลุ่มควันหลงเหลืออยู่บ้าง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง บริเวณที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองหลังติดกัน คือบ้านปูนสองชั้นและบ้านไม้ทรงไทย ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก

นายสุพรรณ จินะมูล เลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลป่าแดด ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียง เล่าว่า เมื่อเห็นกลุ่มควัน ชาวบ้านได้พยายามเรียกคนในบ้าน แต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงพยายามเข้าไปช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวติดเหล็กดัดรอบบ้านทั้งหลัง ทำให้การเข้าช่วยเหลือเป็นไปได้ยาก

เจ้าหน้าที่พบร่างของผู้เสียชีวิตทั้งหมดบนชั้นสองของบ้าน เด็กหญิงแฝดหมดสติในห้องนอน ส่วนผู้ใหญ่อยู่ในห้องนอนอื่นๆ และห้องน้ำ แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามทำ CPR ช่วยเหลือ แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้

สาเหตุเบื้องต้นของการเกิดเหตุเพลิงไหม้

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าต้นเพลิงน่าจะมาจากชั้นล่างของบ้านปูน ก่อนจะลุกลามไปยังบ้านไม้ทรงไทยที่อยู่ติดกันอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ชั้นสองของบ้านปูน ซึ่งเป็นจุดที่พบร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ราย ไม่ถูกเพลิงไหม้ ทำให้คาดว่าสาเหตุการเสียชีวิตน่าจะมาจากการสำลักควัน

นายสุพรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อนบ้านทุกคนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเสียใจที่ไม่สามารถช่วยเหลือครอบครัวนี้ได้ทันเวลา ครอบครัวนี้เป็นคนดี มีอัธยาศัยดี และไม่เคยมีปัญหากับใคร

มีรายงานว่า บ้านหลังนี้เป็นของนายสมศักดิ์ ตาไชย อดีตเลขาธิการ สกสค. ซึ่งปกติไม่ได้พักอาศัยอยู่ที่นี่เป็นประจำ

ตร.เร่งหาสาเหตุเพลิงไหม้บ้าน คร่าชีวิต 5 ศพติดเหล็กดัดทั้งหลังเป็นประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงในสังคม หลายคนตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของบ้านที่มีการติดตั้งเหล็กดัด และเสนอแนะให้มีการพิจารณาเรื่องระบบความปลอดภัยอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ระบบเตือนภัย และทางออกฉุกเฉิน

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันอัคคีภัย และการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ควรมีการตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ ติดตั้งเครื่องตรวจจับควัน และวางแผนเส้นทางหนีไฟในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน

ที่มา – ตร.เร่งหาสาเหตุเพลิงไหม้บ้าน คร่าชีวิต 5 ศพ พบติดเหล็กดัดทั้งหลัง

ด่วน! กัมพูชาใช้อาวุธหนัก ยิงบ้านเรือนที่สระแก้ว

สถานการณ์ชายแดนสระแก้วตึงเครียดตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อมีรายงานว่า กัมพูชาใช้อาวุธหนัก ยิงใส่บ้านพลเรือนฝั่งไทยแต่เช้า ไฟไหม้ 1 หลัง ที่สระแก้ว เหตุการณ์นี้ส่งผลให้บ้านเรือนในชุมชนอำเภอโคกสูงได้รับความเสียหายอย่างหนัก และเกิดเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งควบคุมสถานการณ์เพื่อป้องกันไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง

กัมพูชาใช้อาวุธหนัก ยิงใส่บ้านพลเรือนฝั่งไทยแต่เช้า ไฟไหม้ 1 หลัง ที่สระแก้ว

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดสระแก้วว่า เกิดการปะทะกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้ามืดระหว่างกำลังทหารของทั้งสองฝ่าย เสียงอาวุธหนักดังสนั่นเป็นระยะ สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนเป็นอย่างมาก

ต่อมาในเวลาประมาณ 07.20 น. มีรายงานว่าฝ่ายกัมพูชาได้ กัมพูชาใช้อาวุธหนัก ยิงใส่บ้านพลเรือนฝั่งไทยแต่เช้า ไฟไหม้ 1 หลัง ที่สระแก้ว โดยกระสุนข้ามแดนมาตกในฝั่งไทย บริเวณชุมชนอำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านหนองหญ้าแก้ว การยิงกระสุนเป็นไปอย่างไม่เจาะจงเป้าหมาย ส่งผลให้บ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย และเกิดเพลิงไหม้

ความเสียหายจากเหตุการณ์กัมพูชายิงใส่บ้านเรือนประชาชน

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่บ้านดอนหลุมได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะบ้านของนายพิสูตรที่ถูกกระสุนปืนตกใส่จนเกิดไฟลุกไหม้ สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินอย่างหนัก โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ได้อพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงไปก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าควบคุมพื้นที่ เร่งสำรวจความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งเตือนประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่ใกล้ชายแดนให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด

ผลกระทบและความช่วยเหลือหลังเหตุการณ์ กัมพูชาใช้อาวุธหนัก ยิงใส่บ้านพลเรือนฝั่งไทยแต่เช้า ไฟไหม้ 1 หลัง ที่สระแก้ว

สถานการณ์ชายแดนจังหวัดสระแก้วยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความกังวลของประชาชนต่อสถานการณ์ที่ไม่สงบ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อ หน่วยงานความมั่นคงยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

เหตุการณ์ กัมพูชาใช้อาวุธหนัก ยิงใส่บ้านพลเรือนฝั่งไทยแต่เช้า ไฟไหม้ 1 หลัง ที่สระแก้ว ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าสถานการณ์ชายแดนยังคงเปราะบาง และจำเป็นต้องมีการเจรจาและการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียและความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในอนาคต

เราหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น และขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวสระแก้วที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้

ที่มา – กัมพูชาใช้อาวุธหนัก ยิงใส่บ้านพลเรือนฝั่งไทยแต่เช้า ไฟไหม้ 1 หลัง ที่สระแก้ว

Scroll to top