ปฏิรูปกองทัพ

ประวัติ ไอติม พริษฐ์ ชิงประธานสภา

ประวัติ ไอติม พริษฐ์ กำลังเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทย เมื่อพรรคประชาชนเสนอชื่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า “ไอติม” ชิงตำแหน่งประธานสภา ผู้แทนราษฎร ในวันที่ 15 มีนาคม 2569 ในการประชุมสภาที่สำคัญนี้ เขาจะต้องแข่งขันกับนายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นตัวแทนสายตรงบ้านใหญ่ค่ายสีน้ำเงิน มาดูกันครับว่า ประวัติ ไอติม พริษฐ์ มีอะไรน่าสนใจบ้าง ที่ทำให้พรรคเลือกเขาในตำแหน่งสำคัญขนาดนี้

ประวัติ ไอติม พริษฐ์

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ เกิดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2535 หรือจะมีอายุครบ 34 ปีในปี 2569 เขาเป็นบุตรชายของศาสตราจารย์ นพ. สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ อาจารย์ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายกสมาคมต่อมไร้ท่อเด็กและวัยรุ่นไทย กับศาสตราจารย์ พญ. อลิสา วัชรสินธุ หัวหน้าหน่วยจิตเวชเด็ก ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ คุณแม่ของเขายังเป็นพี่สาวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในปัจจุบัน และเป็นน้องสาวของนางสาวงามพรรณ เวชชาชีวะ นักเขียนรางวัลซีไรต์ด้วยนะครับ ครอบครัวนี้เลยเต็มไปด้วยบุคคลสำคัญทั้งในวงการแพทย์ การเมือง และวรรณกรรม

ไอติมมีพี่ชาย 1 คน คือ นายพศุตม์ วัชรสินธุ หรือ “อะตอม” ซึ่งจบด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรู้แบบนี้ ทำให้ไอติมเติบโตมาด้วยแรงบันดาลใจมหาศาลเลยครับ

ประวัติ ไอติม พริษฐ์ ในด้านการศึกษา

ด้านการศึกษา ประวัติ ไอติม พริษฐ์ นั้นโดดเด่นมาก เขาจบจากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี และได้รับทุน King’s Scholarship เข้าเรียนที่โรงเรียนอีตัน (Eton College) แห่งอังกฤษ ซึ่งเป็นโรงเรียนชั้นนำของโลก จากนั้นศึกษาปริญญาตรีสาขาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ (PPE) ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ด้วยผลงานยอดเยี่ยม เขาได้รับเลือกเป็นประธานองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (President of the Oxford Union) ซึ่งเป็นคนไทยคนแรกและคนแรกจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในตำแหน่งนี้ คุณลองนึกภาพเด็กไทยวัยรุ่นไปบริหารสโมสร辩論ดังระดับโลกดูสิครับ น่าทึ่งมาก!

เส้นทางการเมืองในประวัติ ไอติม พริษฐ์

เส้นทางการเมืองของไอติมเริ่มต้นตั้งแต่สมัยเรียนที่อังกฤษ เขาเป็นสมาชิกโครงการยุวประชาธิปัตย์ และยังฝึกงานที่สำนักนายกรัฐมนตรีสมัยนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ตอนอายุแค่ 16-17 ปีเท่านั้น! หลังจบปริญญาตรี ปี 2558 เขาเข้าทำงานที่ McKinsey & Company เป็นที่ปรึกษาด้านการจัดการ รับผิดชอบโครงการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กว่า 3 ปี ก่อนหันมาเล่นการเมืองเต็มตัวกับพรรคประชาธิปัตย์ในปี 2561

ไอติมเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม “NewDem” หรือคนรุ่นใหม่ประชาธิปัตย์ ร่วมกับเพื่อนๆ อย่างหมอเอ้ก นพ.คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์, ปลื้ม สุรบถ หลีกภัย, พรหม พรรณวิเชียร และอื่นๆ เพื่อปรับภาพลักษณ์พรรคให้ทันสมัย นำเสนอนโยบายเสรีนิยมก้าวหน้า เช่น ยกเลิกเกณฑ์ทหาร สิทธิ LGBTQ+ และกัญชาเสรีเพื่อการแพทย์ แต่ปี 2562 พรรคประชาธิปัตย์แพ้เลือกตั้ง เข้าร่วมรัฐบาลประยุทธ์ ทำให้กลุ่ม NewDem บางคนลาออก รวมถึงไอติมที่ยื่นลาออกพร้อมข้อความสุดซึ้ง “ผมขอโทษที่สิ่งที่ท่านได้ ไม่ใช่สิ่งที่ท่านเลือก” แล้วเว้นวรรคทางการเมือง

ต่อมา ไอติมก่อตั้ง StartDee EdTech Startup เพื่อขยายโอกาสการศึกษาให้เด็กไทย และตั้งกลุ่ม Re-Solution รณรงค์แก้รัฐธรรมนูญ 2560 ยกเลิก สว. ทำให้สนิทกับนายธนาธรและปิยบุตร ปี 2565 เข้าเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล รับตำแหน่งผู้จัดการการสื่อสารและรณรงค์นโยบาย ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ หลังพรรคลั่นแหล่งชนะเลือกตั้ง

บทบาทสำคัญของเขาคือผลักดันนโยบายปฏิรูปกองทัพ (ยกเลิกเกณฑ์ทหาร) การศึกษา (เรียนฟรีจริง คืนครูให้นักเรียน ปฏิรูปหลักสูตรเน้นทักษะศตวรรษ 21) และแก้รัฐธรรมนูญให้ สสร.มาจากเลือกตั้ง 100% เขายังเป็นโฆษกพรรคก้าวไกลต่อจากรังสิมันต์ โรม และหลังพรรคยุบ มาเป็นโฆษกพรรคประชาชนต่อ

นี่คือ ประวัติ ไอติม พริษฐ์ ที่ครบเครื่องทั้งการศึกษา ประสบการณ์ทำงาน และวิสัยทัศน์การเมือง คุณคิดว่าเขาจะเหมาะสมกับเก้าอี้ประธานสภาไหม? ติดตามผลการเลือกตั้งและข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่นี่เลยครับ แสดงความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง สนับสนุนไอติมหรือคู่แข่ง?

ที่มา – ประวัติ “ไอติม พริษฐ์” ผู้ถูกพรรคประชาชนเสนอชื่อชิงเก้าอี้ประธานสภา

พิธา เสียดายไม่ได้เป็นนายกฯ กาส้ม 2 ใบม้วนเดียวจบ

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์ร้อนๆ จากการปราศรัยใหญ่ของ พรรคประชาชน ที่ตลาดต้นตาล อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 นำทีมโดยศิริกัญญา หรือ “ไหม” ตันสกุล, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, ปิยบุตร แสงกนกกุล และที่ขาดไม่ได้คือ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประชาชนมาร่วมฟังเพียบเลย บรรยากาศคึกคักมาก เพราะเป็นคาราวาน “ไหม” ส่งท้ายก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้

ทุกคนตื่นเต้นกับคำพูดสุดแซ่บ โดยเฉพาะประโยคเด็ดที่กลายเป็นไวรัล “พิธา เสียดายไม่ได้เป็นนายกฯ กาส้ม 2 ใบม้วนเดียวจบ” ซึ่งสะท้อนความรู้สึกจริงใจของพิธา มากกว่าแค่เสียใจ แต่คือความเสียดายที่ไม่มีโอกาสรับใช้ประชาชน โดยเฉพาะชาวอีสานกว่า 20 ล้านคน!

พิธา เสียดายไม่ได้เป็นนายกฯ กาส้ม 2 ใบม้วนเดียวจบ

มาฟังคำพูดจากปากพิธากันเลย พิธาเล่าว่า วันที่พรรคก้าวไกลถูกยุบ ตนคือคนที่ควรหมดหวังที่สุด แต่ตอนนี้ใกล้เส้นชัยแล้ว! “มากกว่าคำว่าเสียใจคือคำว่าเสียดายที่ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีชาวอีสานคนที่ 30” พิธากล่าว พร้อมย้ำว่าจะทำนโยบายอีสานสองเท่า ถ้าได้โอกาส แต่คราวนี้ขอให้ทุกคนช่วยกาให้ทั้ง 11 เข้าสภา กาส้ม 2 ใบม้วนเดียวจบ เพื่อให้ผลเลือกตั้งตรงกับการตั้งรัฐบาล ไม่มีพลิกเกมอีก

พิธา ลั่นขอครั้งนี้กาส้ม 2 ใบม้วนเดียวจบ สิ้นสุดหนังม้วนเก่า

พิธาเน้นย้ำว่า ถ้ากาแบบเดิม ทุกอย่างก็วนลูปเดิมๆ ขอโอกาสให้นายกฯ จากพรรคประชาชนเข้าไปทำแทน โดยเฉพาะนโยบายที่ค้างคาใจชาวอีสาน คำนี้ทำให้แฟนคลับกรี๊ดสนั่น!

ก่อนหน้านั้น วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค พูดถึงการปฏิรูปกองทัพแบบจริงจัง เคียงข้างทหารชั้นผู้น้อย ไม่ปล่อยให้ถูกรังแก ตอบโต้สุทิน คลังแสง จากเพื่อไทย ที่โจมตีประโยค “ทหารมีไว้ทำไม” วิโรจน์ย้ำ จุดยืนพรรคส้มคือปกป้องความยุติธรรม ดาวบนบ่าต้องทำหน้าที่ ไม่ใช่รังแกลูกน้อง ขอบคุณนายทหารน้ำดีที่ร่วมงาน และขอให้กาพรรคประชาชน 2 ใบ เพื่อกองทัพมืออาชีพของประชาชน

ส่วนศิริกัญญา หรือไหม ขอให้ทุกคนเป็นหัวคะแนนธรรมชาติ ตอบโต้ กกต. และธรรมนัส ที่พูดจาหมั่นไส้ ขอให้ออกมาโหวตถล่มทลาย กาส้ม 2 ใบให้ชนะขาด 50-60 ที่นั่ง ถ้าไม่ดีอีก 4 ปีไม่ต้องเลือก! ไหมบอก รัฐธรรมนูญ 2560 ทำให้ถอดถอน กกต. ยาก แต่คราวนี้ไม่มี สว. มาช่วยเลือกนายกฯ แล้ว พรรคไหนชนะก็ตั้งรัฐบาลได้ นายกฯ คนใหม่คือเท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แถมกาเห็นชอบประชามติร่าง รธน. ใหม่ด้วย

ปิยบุตร แสงกนกกุล ย้อนประวัติศาสตร์อีสานหลัง 2475 ที่คนธรรมดาได้ chance เข้าสภา แต่การเมืองบ้านใหญ่แบบไม่มีอุดมการณ์ ซื้อเสียง ถอนทุน วนกระทรวงคมนาคม เกษตร มหาดไทย มาบล็อกทาง ขอให้กาส้มทะลุ 20 ล้านเสียง ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ ใครก็ขวางไม่ได้! ปิยบุตรบอก อย่ายอมให้หนังม้วนเดิม อย่ายอมยุบพรรค ตัดสิทธิ์อีก

  • ปฏิรูปกองทัพ เคียงข้างทหารชั้นล่าง
  • เป็นหัวคะแนนธรรมชาติ กาส้มถล่มทลาย
  • กาส้มทะลุ 20 ล้าน ไร้ใครขวาง
  • พิธา เสียดายไม่ได้เป็นนายกฯ ขอครั้งนี้ม้วนเดียวจบ

สรุปคือ พรรคประชาชนพร้อมเปลี่ยนแปลงจริง ไม่วนลูปเก่า ทุกคำพูดสะท้อนวาระประชาชนชัดเจน เพื่อนๆ ที่อ่านมาถึงตรงนี้ คิดยังไงกับ พิธา เสียดายไม่ได้เป็นนายกฯ กาส้ม 2 ใบม้วนเดียวจบ? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และที่สำคัญ อย่าลืมออกไปใช้สิทธิ์ 8 ก.พ. นี้ กาส้ม 2 ใบ + เห็นชอบประชามติ แล้วเราจะได้รัฐบาลตรงปกที่แท้จริง!

ที่มา – “พิธา” รับ มากกว่าเสียใจคือเสียดายไม่ได้เป็นนายกฯ ขอครั้งนี้กาส้ม 2 ใบม้วนเดียวจบ

“เชตวัน” ชื่นชมผบ.ทร. สั่งสอบทหารลอบนำน้ำมันไปขาย

ในวันที่ 3 ตุลาคม 2568 นายเชตวัน เตือประโคน ส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความชื่นชม พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทน์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ที่สั่งการสอบสวนและย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที กรณีทหารลอบนำน้ำมันไปขายนอกหน่วยงาน โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด กองทัพเรือภาคที่ 1 (ฐตร.ทรภ.1) อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด รวมถึงปัญหาการใช้พลทหารนอกภารกิจและการแสวงหาผลประโยชน์จากการจัดซื้อจัดจ้าง

นายเชตวัน เน้นย้ำว่า “เชตวัน” ชื่นชมผบ.ทร. สั่งสอบทหารลอบนำน้ำมันไปขาย นี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วในการตอบสนองต่อเรื่องร้องเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมคาดหวังจากกองทัพทุกเหล่า เกียรติยศและศักดิ์ศรีของทหารต้องมาพร้อมกับความโปร่งใสและการตรวจสอบที่ได้มาตรฐาน การลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเป็นธรรมโดยไม่มีการปกป้อง จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นจากประชาชน

“เชตวัน” ชื่นชมผบ.ทร. สั่งสอบทหารลอบนำน้ำมันไปขาย

การเคลื่อนไหวของผบ.ทร. ครั้งนี้ไม่เพียงแต่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการปฏิรูปกองทัพ นายเชตวัน กล่าวว่า หลังจากที่ตนเปิดเผยเรื่องทุจริตในกองทัพ มีเสียงสะท้อนจากประชาชนจำนวนมากว่าปัญหานี้เกิดขึ้นมานานและแพร่หลายในหลายหน่วยงาน สิ่งเหล่านี้ทำให้ภาพลักษณ์ของกองทัพในสายตาประชาชนเสื่อมลง การปฏิรูปที่พรรคประชาชนเสนอคือการสร้างกองทัพที่มีทหารอาชีพ ทันสมัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยทุกทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ ที่ดิน หรืองบประมาณ ต้องถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อตอบแทนความไว้วางใจจากประชาชนที่มอบหมายให้ทหารปกป้องชาติ

ปัญหาทุจริตในกองทัพ เช่น การลอบนำน้ำมันไปขาย ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การจัดการอย่างเด็ดขาดแบบนี้จะช่วยเปลี่ยนมุมมองของสังคม นายเชตวัน เชื่อว่าทุกหน่วยราชการ โดยเฉพาะกองทัพ ควรตอบสนองต่อร้องเรียนด้วยความรวดเร็ว เพื่อรักษาเกียรติยศและสร้างความน่าเชื่อถือ

อยากเห็นกองทัพทันสมัยและโปร่งใส

นอกจากนี้ นายเชตวัน ยังยืนยันว่าพรรคประชาชนต้องการเห็นกองทัพที่พัฒนาตนเองสู่ยุคสมัยใหม่ โดยมีระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง ป้องกันการทุจริตตั้งแต่ต้นทาง การปฏิรูปดังกล่าวจะไม่ใช่การทำลาย แต่เป็นการยกระดับให้กองทัพมีศักดิ์ศรีที่แท้จริง ปัจจุบัน มีกรณีร้องเรียนทุจริตเข้ามาอีกหลายคดี ซึ่งนายเชตวันได้หารือกับเพื่อนกรรมาธิการการทหาร เพื่อพิจารณาตั้งอนุกรรมาธิการรับเรื่องร้องเรียนโดยเฉพาะ ใช้กลไกสภาผู้แทนราษฎรในการแก้ไขปัญหาให้โปร่งใส

การตั้งอนุกรรมาธิการนี้จะช่วยให้ประชาชนมีช่องทางในการรายงานปัญหา โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกกลบเกลื่อน สิ่งสำคัญคือการทำให้กองทัพปรับตัวให้เข้ากับหลักธรรมาภิบาล สร้างทหารอาชีพที่ทุ่มเทปกป้องประชาชนจากภัยคุกคามทั้งภายในและภายนอก

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวของ “เชตวัน” ชื่นชมผบ.ทร. สั่งสอบทหารลอบนำน้ำมันไปขาย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการปฏิรูปกองทัพ หากทุกเหล่าทัพเลียนแบบ จะช่วยเสริมสร้างสังคมที่โปร่งใสยิ่งขึ้น ประชาชนควรติดตามและมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ เพื่อให้กองทัพของเรากลายเป็นที่พึ่งที่แท้จริง

หากคุณมีประสบการณ์หรือความเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพ สามารถแสดงความคิดเห็นในช่องคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย เพื่อให้เราร่วมกันผลักดันการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็น

ที่มา – “เชตวัน” ชื่นชมผบ.ทร. สั่งสอบทหารลอบนำน้ำมันไปขาย ยืนยันอยากเห็นกองทัพทันสมัย ตรวจสอบได้

Scroll to top