ประกาศสถาปนา

พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ 8 สมเด็จพระราชาคณะ

พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ 8 สมเด็จพระราชาคณะ

เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำคัญที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยต่างให้ความสนใจ นั่นคือ พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ 8 สมเด็จพระราชาคณะ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศสถาปนาพระสงฆ์ผู้ทรงสมณคุณและมีอุปการะยิ่งแก่การพระศาสนาให้เลื่อนอิสริยฐานันดรสูงขึ้น การประกาศครั้งนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญของคณะสงฆ์ไทย ซึ่งสะท้อนถึงการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญรุ่งเรืองสืบไป

รายละเอียดการสถาปนาและรายนามสมเด็จพระราชาคณะ

สำหรับรายนามพระเถระที่ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะตามประกาศ พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ 8 สมเด็จพระราชาคณะ มีดังต่อไปนี้:

  • พระพรหมวชิรมงคล ขึ้นเป็น สมเด็จพระญาณวชิรมงคล วัดราชาธิวาสวิหาร
  • พระพรหมวชิราธิบดี ขึ้นเป็น สมเด็จพระมหาวชิราธิบดี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์
  • พระพรหมวชิรมุนี ขึ้นเป็น สมเด็จพระสุทรรศนวชิรมุนี วัดสุทัศนเทพวราราม
  • พระพรหมวชิรากร ขึ้นเป็น สมเด็จพระพุทธวชิรากร วัดราชผาติการาม
  • พระพรหมดิลก ขึ้นเป็น สมเด็จพระมหาวชิรคุณดิลก วัดสามพระยา
  • พระพรหมโมลี ขึ้นเป็น สมเด็จพระวชิรรัตนโมลี วัดปากน้ำ
  • พระพรหมสิทธิ ขึ้นเป็น สมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
  • พระพรหมพัชรญาณมุนี ขึ้นเป็น สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี สถานพำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี

ทุกท่านล้วนเป็นพระมหาเถระที่มีผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ในการเผยแผ่ธรรมะและดูแลคณะสงฆ์ การรับ พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ 8 สมเด็จพระราชาคณะ ในครั้งนี้ถือเป็นเกียรติยศอันสูงสุดในฐานะผู้บำเพ็ญคุณูปการต่อพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง

ในฐานะพุทธศาสนิกชน การได้รับทราบข่าวการสถาปนาสมณศักดิ์นี้ถือเป็นเรื่องน่ายินดีและน่าอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง เพราะการสนับสนุนพระผู้ใหญ่ที่มีความเมตตาธรรมและมีความรู้ในพระธรรมวินัยให้ดำรงอยู่ในสมณศักดิ์ที่สูงขึ้น ย่อมส่งผลดีต่อการสืบทอดพระศาสนาให้มั่นคงแข็งแรงในสังคมไทยต่อไป หวังว่าทุกท่านจะร่วมอนุโมทนาบุญกับกุศลเจตนาในครั้งนี้ครับ

ที่มา – พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ 8 สมเด็จพระราชาคณะ

สถาปนาฯ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศสถาปนา “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี”

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี โดยมีเนื้อหาระบุถึงพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระธิดาในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเป็นสมเด็จพระราชปิตุจฉาที่ทรงพระอุปการคุณอย่างยิ่ง ทรงดูแลปรนนิบัติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีตั้งแต่ต้นจนเสด็จสวรรคต ด้วยความกตัญญูกตเวทิตาธรรม และทรงปฏิบัติพระกรณียกิจต่างๆ สมฐานะที่ทรงเป็นสมเด็จพระโสทรเชษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ตามประกาศสถาปนาขึ้นเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายในตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2538 ตลอดพระชนมชีพ ทรงมุ่งมั่นและอุทิศพระองค์เพื่อช่วยเหลือประชาชน เสด็จไปยังพื้นที่ทุรกันดาร เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือด้านการศึกษา สาธารณสุข และสังคมสงเคราะห์ โดยไม่ทรงย่อท้อต่อความเหนื่อยยาก

ทรงสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนกและสมเด็จพระบรมราชชนนี ประกอบพระกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ทรงดำรงพระองค์อย่างมั่นคงในจรรยาแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ อุทิศพระองค์เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติและประชาชน ทรงมีความสามารถในศิลปวิทยาหลากหลายสาขา ทั้งด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ พระเกียรติคุณของพระองค์เป็นที่ประจักษ์จนองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ประกาศยกย่องให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเคารพและเทิดทูนสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ อย่างยิ่งในฐานะสมเด็จพระราชปิตุจฉา ผู้ทรงให้การอุปถัมภ์และดูแลพระองค์ด้วยความเมตตามาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ด้วยพระคุณูปการอันมากมาย จึงสมควรที่จะสถาปนาพระอิสริยยศให้สูงขึ้นตามโบราณราชประเพณี

ด้วยเหตุนี้ จึ่งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนาพระอิสริยศักดิ์เลื่อนกรมเฉลิมพระนามพระอัฐิเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ขอให้พระเกียรติคุณแห่ง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ปรากฏแผ่ไพศาลไปทั่วสากลจักรวาล ตราบจิรัฏฐิติกาลนิรันดร เทอญ

ประกาศ ณ วันที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี

การสถาปนา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณและความกตัญญูของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อสมเด็จพระราชปิตุจฉา ผู้ทรงคุณูปการต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างหาที่สุดมิได้

ความสำคัญของการสถาปนา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี

  • เป็นการเทิดพระเกียรติแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ผู้ทรงเป็นที่เคารพรักของปวงชนชาวไทย
  • สะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
  • เป็นการสืบสานโบราณราชประเพณีอันงดงาม

การประกาศสถาปนา “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี” ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความผูกพันและความเคารพรักที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีต่อสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ รวมทั้งเป็นการเชิดชูพระเกียรติคุณและพระกรณียกิจอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนเสมอมา

ที่มา – สถาปนา “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี”

Scroll to top