ประชาชนชาวไทย

อดีตนายกฯ “อิ๊งค์” อวยพรสงกรานต์ 69 สุขกายสบายใจ

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ 2569 มาถึงแล้ว! ทุกคนคงกำลังเตรียมตัวสาดน้ำ เล่นสนุก และกลับภูมิลำเนากันอย่างคึกคักใช่ไหมคะ แต่ก่อนจะไปปาร์ตี้กัน มาฟังคำอวยพรสุดอบอุ่นจากอดีตนายกฯ “อิ๊งค์” หรือนางสาวแพทองธาร ชินวัตร กันก่อนนะคะ คำอวยพรที่เต็มไปด้วยความห่วงใยต่อประชาชนชาวไทยในวันขึ้นปีใหม่ไทยนี้ ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจสุดๆ เลย

อดีตนายกฯ “อิ๊งค์” อวยพรสงกรานต์ 69

วันที่ 13 เมษายน 2569 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่ออวยพรสงกรานต์ 69 แก่พี่น้องประชาชนทุกคน โดยเน้นย้ำถึงความสุขกาย สบายใจ สุขภาพแข็งแรง และการเดินทางที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นคำอวยพรที่ตรงใจคนไทยในช่วงวันหยุดยาวนี้มากๆ ค่ะ ไม่ว่าจะกำลังเดินทางกลับบ้าน หรืออยู่บ้านฉ่ำใจกับครอบครัว คำนี้ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์เลยนะ

คำอวยพรเต็มจากอดีตนายกฯ “อิ๊งค์”

ข้อความอวยพรของอดีตนายกฯ “อิ๊งค์” มีใจความสำคัญว่า: “เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ไทย พ.ศ. 2569 ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก โปรดดลบันดาลให้ท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุขกาย สบายใจ มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ และปราศจากโรคภัยทั้งปวงค่ะ ขอให้เทศกาลสงกรานต์ปีนี้เป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่แสนพิเศษ เดินทางกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ ได้เติมพลังใจให้เต็มเปี่ยม และมีความสุขกับทุกช่วงเวลาในวันหยุดยาวนี้นะคะ สวัสดีวันสงกรานต์ค่ะ”

อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงความจริงใจและความปรารถนาดีที่ส่งตรงมาถึงทุกบ้านเลยค่ะ โดยเฉพาะในยุคที่ทุกคนยังต้องระวังสุขภาพหลังโควิด คำอวยพรเรื่องสุขภาพแข็งแรงนี่แหละที่โดนใจที่สุด

วิเคราะห์ความหมายคำอวยพรสงกรานต์ 69 จากอิ๊งค์

คำอวยพรอดีตนายกฯ “อิ๊งค์” อวยพรสงกรานต์ 69 นี้ สามารถแบ่งออกเป็นประเด็นหลักๆ ได้ดังนี้:

  • สุขกาย สบายใจ: ปรารถนาให้ทุกคนมีร่างกายแข็งแรง จิตใจเบิกบาน ท่ามกลางเทศกาลที่เต็มไปด้วยความสนุก
  • สุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรค: สำคัญมากในช่วงเดินทางคนเยอะ หวังให้ทุกคนปลอดภัยจากอุบัติเหตุและโรคระบาด
  • เดินทางโดยสวัสดิภาพ: คำเตือนใจสำหรับสายบิน รถทัวร์ รถยนต์ ที่จะมุ่งหน้ากลับบ้าน
  • เติมพลังใจ มีความสุข: สงกรานต์ไม่ใช่แค่สาดน้ำ แต่เป็นการชาร์จพลังสำหรับปีใหม่ไทย

นอกจากนี้ ยังอ้างถึงพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แสดงถึงวัฒนธรรมไทยที่ผสมผสานความเชื่อและความปรารถนาดีแบบดั้งเดิมเข้าไว้ด้วยกัน

เคล็ดลับเดินทางปลอดภัยช่วงสงกรานต์ 2569

เพื่อให้คำอวยพรของอดีตนายกฯ “อิ๊งค์” เป็นจริง มาดูเคล็ดลับกันค่ะ:

  • ตรวจสภาพรถก่อนออกเดินทาง เช็คยาง น้ำมัน เบรกให้เรียบร้อย
  • พักรถทุก 2 ชั่วโมง อย่าขับต่อเนื่องนานๆ
  • งดเหล้า งดเมาแล้วขับ ชีวิตสำคัญที่สุด
  • สวมหมวกกันน็อกสำหรับจักรยานยนต์ และเสื้อชูชีพถ้าล่องแก่ง
  • ดื่มน้ำเยอะๆ ทาครีมกันแดด ป้องกันผิวไหม้จากแดดร้อน

ปีนี้สงกรานต์ยาว 5 วัน อย่าลืมวางแผนให้ดีนะคะ จะได้กลับบ้านปลอดภัย สนุกสุดเหวี่ยง!

ในมุมมองของเรา คำอวยพรจากอดีตนายกฯ “อิ๊งค์” ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นการเชื่อมโยงหัวใจระหว่างผู้นำกับประชาชน แสดงให้เห็นว่าทุกคนล้วนต้องการความสุขเหมือนกัน สงกรานต์ปีนี้ ลองส่งต่อคำอวยพรดีๆ ให้เพื่อนๆ และครอบครัวดูสิคะ รับรองว่าปีใหม่ไทยจะยิ่งมีความหมาย

CTA: คุณมีคำอวยพรสงกรานต์โปรดของใครบ้าง? แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะคะ หรือเล่าเรื่องสนุกสงกรานต์ของคุณมาให้ฟัง!

ที่มา – อดีตนายกฯ “อิ๊งค์” อวยพรสงกรานต์ 69 ปีใหม่ไทยขอ ปชช. สุขกาย สบายใจ สุขภาพแข็งแรง เดินทางปลอดภัย

“บิ๊กป้อม” ถวายอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

“พล.อ.ประวิตร” นำคณะผู้บริหาร และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เข้าลงนามถวายความอาลัย “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและความห่วงใยต่อพสกนิกรชาวไทย

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา นางตรีนุช เทียนทอง คณะกรรมการบริหาร และสมาชิกพรรค ได้เข้าร่วมลงนามถวายความอาลัย และถวายสักการะหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

ทั้งนี้พิธีการเป็นไปอย่างสงบ สำรวม น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ตลอดรัชสมัยแห่งพระองค์ ได้ทรงทุ่มเทพระกำลัง พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยความเมตตา เพื่อธำรงรักษาความผาสุกของพสกนิกรและความมั่นคงของชาติบ้านเมือง พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมแห่งความรัก ความอาทร และความงดงามทางจิตใจ เป็น “แม่แห่งแผ่นดิน” ผู้ทรงมอบแบบอย่างของความอ่อนโยนที่สง่างามควบคู่กับความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนทุกหมู่เหล่าโดยแท้จริง

พรรคพลังประชารัฐ ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและร่วมถวายความอาลัยอย่างสุดดวงใจแด่พระองค์ ผู้ประดับแผ่นดินไทยให้งดงามด้วยพระเกียรติคุณอันยิ่งใหญ่ตราบนิรันดร์

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายหลังจาก การพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน โดยจะเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมทุกวัน เวลา 09.00 – 21.00 น. เริ่มตั้งแต่ วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

“บิ๊กป้อม” นำคณะผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ ลงนามถวายความอาลัย “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

การเข้าร่วมลงนามถวายความอาลัย “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดี และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพรรคพลังประชารัฐ ที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ความสำคัญของการลงนามถวายความอาลัย “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

การลงนามถวายความอาลัย แด่ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ไม่ได้เป็นเพียงแค่พิธีการ แต่เป็นการแสดงออกถึงความรัก ความเคารพ และความเทิดทูน ที่ประชาชนชาวไทยมีต่อพระองค์ท่าน ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน

ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ท่านได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย ทรงเป็นแบบอย่างของความเสียสละ ความเมตตา และความห่วงใย ที่มีต่อประชาชนทุกหมู่เหล่า พระองค์ทรงเป็น “แม่แห่งแผ่นดิน” อย่างแท้จริง

การที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นำคณะผู้บริหารและสมาชิกพรรค เข้าร่วมลงนามถวายความอาลัยในครั้งนี้ จึงเป็นการแสดงออกถึงความตั้งใจของพรรค ที่จะสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน ในการพัฒนาประเทศชาติ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยให้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การเข้าร่วมลงนามถวายความอาลัย ยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนชาวไทย ได้ร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ในการสร้างความสามัคคี และความเข้มแข็งให้กับสังคมไทย

พวกเราทุกคนควรน้อมนำเอาพระราชดำรัส และพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และการทำงาน เพื่อสร้างสรรค์สังคมไทย ให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ และมีความสุขอย่างยั่งยืนสืบไป

ที่มา – “บิ๊กป้อม” นำคณะผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ ลงนามถวายความอาลัย “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ หาคนอุดมการณ์ร่วมงาน

ในยุคที่การเมืองไทยเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความเบื่อหน่ายจากประชาชน พรรครวมไทยสร้างชาติกำลังก้าวขึ้นมาอย่างโดดเด่นด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน โดยล่าสุดมีข่าวสำคัญที่กำลังเป็นกระแส รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน ซึ่งเป็นการเชิญชวนให้คนรุ่นใหม่และผู้ที่มีใจเพื่อชาติเข้ามามีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงการเมืองให้ดีขึ้น

รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน

วันที่ 27 กันยายน 2568 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ออกมาเปิดเผยถึงจุดยืนของพรรคที่มุ่งมั่นในการเมืองเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ที่ผ่านมาประชาชนไทยจำนวนไม่น้อยรู้สึกผิดหวังกับนักการเมืองที่ชอบอ้างชื่อประชาชน แต่พอได้อำนาจแล้วกลับหันไปหาผลประโยชน์ส่วนตัว โดยละเลยปัญหาที่ประชาชนเผชิญหน้ามาอย่างยาวนาน เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และโครงสร้างพื้นฐานที่ล้มเหลว

พรรครวมไทยสร้างชาติเกิดขึ้นจากความจำเป็นนี้ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับการเมืองไทย โดยนายพีระพันธุ์เล่าว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พรรคได้พิสูจน์ตัวเองผ่านการทำงานจริงจัง โดยเฉพาะในด้านพลังงานที่สามารถลดค่าไฟฟ้า ไม่เคยขึ้นค่าแก๊ส และกำลังวางแผนควบคุมราคาน้ำมันให้มั่นคง ไม่ให้ผันผวนรายวันอีกต่อไป นี่คือตัวอย่างของการเมืองที่ ‘ทำจริง’ ไม่ใช่แค่พูด

การประกาศ รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน นี้ เป็นสัญญาณว่าพรรคพร้อมขยายฐาน โดยมุ่งหาคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน คือ ต้องการการเมืองที่โปร่งใส ยุติธรรม และมุ่งแก้ปัญหาประชาชนเป็นหลัก หัวหน้าพรรคย้ำว่า พรรคไม่ใช่เครื่องมือของใคร แต่เป็นของประชาชนทุกคนที่อยากเห็นประเทศไทยก้าวหน้า

รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน เพื่ออนาคตที่ดีกว่า

หากคุณกำลังเบื่อหน่ายกับการเมืองแบบเดิม ๆ ที่เต็มไปด้วยการทุจริตและการต่อสู้แย่งชิงอำนาจ นี่คือโอกาสของคุณ พรรครวมไทยสร้างชาติเชิญชวนทุกท่านที่มีแนวคิดคล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ นักวิชาการ นักกิจกรรม หรือประชาชนทั่วไป มาร่วมสร้างการเมืองใหม่ที่เน้นผลลัพธ์จริง เช่น การพัฒนาโครงสร้างพลังงานที่ยั่งยืน ลดภาระค่าครองชีพ และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก

ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และความไม่แน่นอนทางการเมือง การมีพรรคที่ยึดมั่นในหลักการเพื่อประชาชนจึงสำคัญยิ่ง นายพีระพันธุ์ เน้นย้ำว่าการทำงานในรัฐบาลครั้งที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น โดยไม่มีเรื่องอื้อฉาวหรือผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น ๆ หลายแห่งที่ถูกวิจารณ์เรื่องนี้

นอกจากนี้ พรรคยังมีแผนงานที่ชัดเจนในหลายด้าน เช่น การปฏิรูประบบพลังงานให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สนับสนุนเกษตรกรและ SME ผ่านนโยบายที่เป็นรูปธรรม และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่น การ รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน จึงไม่ใช่แค่การรับสมัครสมาชิก แต่เป็นการสร้างขบวนการเพื่อชาติที่ยั่งยืน

  • สมัครด้วยตนเอง: ไปที่สำนักงานพรรครวมไทยสร้างชาติ เลขที่ 35/3 ซอยอารีย์ 5 ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการทุกวันทำการ
  • สมัครออนไลน์: กรอกข้อมูลผ่านลิงก์ https://forms.gle/jwYGG9zNnGedtiqb7 สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

หัวหน้าพรรคกล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมขอเชิญชวนท่านทั้งหลายที่เบื่อการเมืองแบบเก่า ๆ ที่ชอบอ้างประชาชนแต่ทำเพื่อตัวเอง มาร่วมกันที่พรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อพิสูจน์ว่าประเทศนี้ยังไปต่อได้ ถ้าเรามีใจเดียวกัน” คำเชิญนี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นการกระทำที่พร้อมต้อนรับทุกคน

การเข้าร่วมพรรครวมไทยสร้างชาติไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างพรรคให้แข็งแกร่งขึ้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ดีขึ้น หากคุณเชื่อในอุดมการณ์เพื่อประชาชนและชาติ อย่ารอช้า ลองสมัครดูวันนี้ แล้วเราจะไปด้วยกันเพื่ออนาคตที่สดใสกว่าเดิม

ที่มา – รวมไทยสร้างชาติลั่นไปกันต่อ ประกาศหาคนอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน

“ภูมิธรรม” นำพสกนิกร จุดเทียนถวายพระพรชัย

“ภูมิธรรม” นำข้าราชการและพสกนิกรทุกหมู่เหล่าจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568

เมื่อเวลา 19.59 น. วันที่ 12 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รศ.อภิญญา เวชยชัย รองประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี “ภูมิธรรม” นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ โดยมี นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเชษฐา โมสิกรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยด้านบริหาร เป็นผู้แทนปลัดกระทรวงมหาดไทย และนางสาวอรอุมา วรแสน ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้แทนนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย พร้อมด้วยข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และสมาชิกแม่บ้านมหาดไทย ร่วมพิธีเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2568

ซึ่งรัฐบาลได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติร่วมกับปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และในต่างประเทศ โดยในช่วงเช้า เป็นการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลพระสงฆ์สามเณร 94 รูป และภาคค่ำ เป็นพิธีวางพุ่มทองพุ่มเงินถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขประชาชน

“ภูมิธรรม” นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระพันปีหลวง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมหัตถศิลป์หัตถกรรมการทอผ้า ให้คงอยู่คู่กับสังคมไทยและเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับประชาชนในถิ่นทุรกันดาร ตลอดจนถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจนทำให้ทั่วผืนแผ่นดินไทยมีความร่มเย็น ด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด และพระองค์ยังทรงเป็นผู้นำในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้วยทรงมีพระราชเสาวนีย์พระราชทานแก่รัฐบาล ข้าราชการ และประชาชนชาวไทย ได้ตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติด พร้อมทั้งพระราชทานโครงการกองทุนแม่ของแผ่นดินเป็นทุนตั้งต้นในการทำให้ประชาชนทุกหมู่บ้านชุมชนได้ร่วมกันเสริมสร้างสิ่งที่ดีป้องกันไม่ให้คนในชุมชนหันไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงพระราชกรณียกิจบางประการที่ยังผลให้อาณาประชาราษฎรได้มีความร่มเย็นเป็นสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

ความสำคัญของการจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล

การที่นายภูมิธรรมนำพสกนิกรทุกหมู่เหล่ามาร่วมกัน“ภูมิธรรม” นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระพันปีหลวงนั้น แสดงให้เห็นถึงความเคารพรักและความจงรักภักดีที่ประชาชนชาวไทยมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างลึกซึ้ง พิธีนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แต่ยังเป็นการรวมพลังใจของคนในชาติให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าสืบไป

การจัดงานเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้เป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีของคนในชาติที่พร้อมจะน้อมนำพระราชดำริต่างๆ มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน การที่เราได้เห็นภาพ “ภูมิธรรม” นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระพันปีหลวง นั้นเป็นภาพที่สร้างความประทับใจและเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตเป็นอย่างยิ่ง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเราทุกคนจะร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่านต่อไป

ที่มา – “ภูมิธรรม” นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระพันปีหลวง

Scroll to top