ประชามติแก้รัฐธรรมนูญ

เหล่าคนดังตื่นตัว ใช้สิทธิเลือกตั้ง 2569

เหล่าคนดังจากหลากหลายวงการต่างตื่นตัวและพร้อมใจกันออกมาใช้สิทธิในวันเลือกตั้ง 2569 บรรยากาศทั่วประเทศคึกคักตั้งแต่เช้าตรู่ ประชาชนทยอยเดินทางไปหน่วยเลือกตั้งเพื่อแสดงพลังประชาธิปไตยในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งแบบแบ่งเขต บัญชีรายชื่อ และออกเสียงประชามติที่สำคัญครั้งนี้

บรรยากาศเลือกตั้ง 2569 คึกคักทั่วกรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หลังเปิดหีบเลือกตั้ง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้รับบัตร 3 ใบ ได้แก่ บัตรสีเขียวสำหรับเลือก ส.ส. แบ่งเขต บัตรสีชมพูสำหรับบัญชีรายชื่อ และบัตรสีเหลืองสำหรับประชามติ หน่วยเลือกตั้งต่างๆ รายงานคิวยาวแต่เจ้าหน้าที่บริการดีเยี่ยม ทำให้ประชาชนรู้สึกอบอุ่นใจ

ที่โรงเรียนวัดหัวกระบือ แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก นักแสดงสาวชื่อดัง ปั่นจักรยานมาถึงหน่วยเลือกตั้ง สวมเสื้อหงส์แดงลิเวอร์พูลฤดูกาลใหม่แบบไร้หมายเลข เรียกความสนใจจากสื่อ เมื่อถูกถามถึงความหมายแฝง เธอหัวเราะตอบว่า “ไม่มีความหมายแฝงอะไร หยิบตัวไหนได้ก็ใส่ตัวนั้น” แสดงถึงความเป็นกันเองของเหล่าคนดังในวันสำคัญ

ไอซ์ รักชนก ร่วมใช้สิทธิเลือกตั้ง 2569

ภาพของไอซ์กลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดีย สร้างแรงบันดาลใจให้แฟนๆ ออกมาใช้สิทธิเพิ่มขึ้น การปรากฏตัวของคนดังเช่นนี้ช่วยกระตุ้นการมีส่วนร่วมของเยาวชน

เหล่าคนดังคนอื่นๆ ที่ตื่นตัวกับเลือกตั้ง 2569

ที่เขตออกเสียงที่ 6 หน่วยที่ 39 ซอยรัชดาภิเษก 3 แยก 14 แขวงดินแดง เขตดินแดง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง เดินทางมาใช้สิทธิเวลา 09.59 น. แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคม

  • เอ๋ สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ หรือ “นิ้วกลม” นักเขียนดัง โพสต์เชิญชวน “ไปเลือกตั้งกันมา ใครคิวยาว-คิวสั้น เล่าสู่กันฟังหน่อยครับ ของผมหน่วยคึกคักเลย เจ้าหน้าที่ให้บริการดีมาก”
  • อิมเมจ สุธิตา ชนะชัยสุวรรณ นักร้องและนักแสดง โพสต์รูปพร้อมแคปชั่นสั้นกระชับ “ตื่นได้แล้ว ไปเลือกตั้ง”

นอกจากนี้ ยังมีคนดังอีกมากมายที่โพสต์ภาพและข้อความเชิญชวน เช่น นักแสดง นักร้อง และอินฟลูเอนเซอร์ต่างๆ สร้างกระแส “#เลือกตั้ง2569” trending บนทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก

ความสำคัญของการเลือกตั้ง 2569 และประชามติ

การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่เลือก ส.ส. แต่รวมถึงประชามติที่อาจเปลี่ยนแปลงอนาคตการเมืองไทย ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการมีส่วนร่วมของคนดังช่วยเพิ่มอัตราการมาใช้สิทธิให้สูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่มักเฉยเมยในอดีต ข้อมูลจาก กกต. คาดว่ามีผู้มีสิทธิกว่า 50 ล้านคนทั่วประเทศ

บรรยากาศไม่เพียงคึกคักในกรุงเทพฯ แต่ต่างจังหวัดก็เช่นกัน หน่วยเลือกตั้งในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ รายงานผู้มาใช้สิทธิหนาแน่นตั้งแต่เปิด หากเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อน การมีคนดังร่วมยิ่งทำให้ปีนี้พิเศษ

นอกจากนี้ การเลือกตั้ง 2569 ยังเป็นโอกาสให้ประชาชนแสดงจุดยืนต่อประเด็นร้อน เช่น เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสิทธิเสรีภาพ คนดังที่ออกมาใช้สิทธิ จึงไม่ใช่แค่ภาพ แต่เป็นการส่งสัญญาณเชิงสัญลักษณ์

สุดท้ายนี้ การเลือกตั้ง 2569 แสดงให้เห็นถึงพลังของประชาชนและคนดังที่ร่วมกันขับเคลื่อนประชาธิปไตย คุณล่ะ ได้ไปใช้สิทธิแล้วหรือยัง? มาคุยกันในคอมเมนต์ว่าบรรยากาศหน่วยของคุณเป็นอย่างไร และคาดหวังอะไรจากผลการเลือกตั้งครั้งนี้บ้าง สนับสนุนให้ทุกคนมีส่วนร่วมเพื่ออนาคตที่ดีกว่า!

ที่มา – เหล่าคนดังตื่นตัว! พร้อมใจไปใช้สิทธิ “เลือกตั้ง 2569” และออกเสียงประชามติ

เลือกตั้ง 2569 ประชามติ เรื่องอะไร กาบัตรสีไหน

เลือกตั้ง 2569 ประชามติ กำลังมาเยือน! ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ประชาชนไทยทุกคนจะได้มีส่วนร่วมไม่ใช่แค่เลือก ส.ส. แต่ยังต้องออกเสียงเลือกตั้ง 2569 ประชามติ ควบคู่กันด้วย คำถามสำคัญคือ ควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทนฉบับปี 2560 หรือไม่? วันนี้เราจะมาสรุปข้อมูลครบถ้วน แบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณเตรียมตัวไปใช้สิทธิได้อย่างมั่นใจ ไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

เลือกตั้ง 2569 ประชามติ คืออะไร

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักเลือกตั้ง 2569 ประชามติ กันก่อน ประชามติคือกระบวนการที่ประชาชนออกเสียงใช้อำนาจอธิปไตยโดยตรง ตัดสินใจเรื่องสำคัญของชาติ โดยไม่ผ่านตัวแทนอย่าง ส.ส. หรือ ส.ว. เป็นกลไกประชาธิปไตยที่ให้ทุกคนมีเสียงเท่ากันในการกำหนดกติกาบ้านเมือง เช่น รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด

ครั้งนี้ จัดควบคู่กับการเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจว่าต้องการรัฐธรรมนูญใหม่หรือยึดฉบับเดิมต่อ ช่วยลดขั้นตอน ทำให้การเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและโปร่งใสมากขึ้น

ทำไมต้องมีประชามติในเลือกตั้ง 2569

รัฐธรรมนูญ 2560 ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ถูกวิจารณ์จากหลายฝ่ายว่ามีปัญหา เช่น อำนาจ ส.ว. ที่แต่งตั้ง การเลือกตั้งที่ซับซ้อน หรือบทบาทองค์กรอิสระ การทำประชามติจึงเป็นช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมจริงๆ ไม่ใช่แค่เลือกตัวแทน แต่กำหนดอนาคตชาติด้วยตัวเอง

เลือกตั้ง 2569 ประชามติ วันไหน บัตรสีอะไร

วันสำคัญคือ วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00-17.00 น. ไปที่หน่วยเลือกตั้งตามบัตรประชาชน หากไปช้าเกิน 17.00 น. จะใช้สิทธิไม่ได้นะ!

สำหรับเลือกตั้ง 2569 ประชามติ คุณจะได้บัตรเพิ่มคือบัตรสีเหลือง แยกจากบัตรเลือก ส.ส. (สีอื่นๆ) คำถามบนบัตรชัดเจน: “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” ต้องกากบาท (X) ในช่องใดช่องหนึ่ง

  • เห็นชอบ (ต้องการร่างใหม่)
  • ไม่เห็นชอบ (ใช้ฉบับเดิมต่อ)
  • ไม่แสดงความคิดเห็น (คะแนนไม่นับ)

จำไว้ว่า ต้องกากบาทแค่ช่องเดียว ถ้ากากหลายช่องหรือไม่กาก บัตรเสีย!

เลือกตั้ง 2569 ประชามติ ถามเรื่องอะไรโดยละเอียด

คำถามตรงประเด็น: เห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่แทนฉบับ 2560 หรือไม่? ไม่ได้ถามเนื้อหาย่อยๆ เพราะนี่เป็นขั้นตอนแรก ถ้าประชาชนเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่ง รัฐสภาจะตั้งกรรมาธิการร่างใหม่ โดยมีประชาชนมีส่วนร่วมต่อไป แต่ถ้าไม่เห็นชอบ ก็ใช้รัฐธรรมนูญเดิมต่อ

ทำไมถึงถามแค่นี้? เพื่อให้ประชาชนโฟกัสที่หลักการใหญ่ ว่าต้องการเปลี่ยนหรือไม่ แล้วค่อยลงรายละเอียด ถ้าผลออกมาเห็นชอบ จะมีการถกเถียงเนื้อหา เช่น ลดอำนาจ ส.ว. ปรับสูตรคำนวณ ส.ส. หรือเพิ่มสิทธิประชาชน

ผลกระทบถ้าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ

เห็นชอบ: เปิดทางร่างใหม่ อาจแก้ปัญหาเก่าๆ ได้ เช่น ทำให้การเมืองเสถียรกว่า สร้างความเชื่อมั่นจากประชาชน
ไม่เห็นชอบ: คงสถานะเดิม หลีกเลี่ยงความวุ่นวาย แต่ปัญหาเดิมยังอยู่ อาจนำไปสู่ความขัดแย้งต่อเนื่อง

ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง นี่คือโอกาสทองให้ประชาชนแสดงพลัง อย่าปล่อยให้คนอื่นตัดสินแทน!

ข้อควรรู้ก่อนไปเลือกตั้ง 2569 ประชามติ

– เตรียมบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน (ถ้าจำเป็น)
– ห้ามใส่เสื้อผู้สมัครหรือสัญลักษณ์พรรค
– สามารถถ่ายรูปบัตรได้ แต่ห้ามโชว์เครื่องหมายโหวต
– หลังโหวต ได้สติกเกอร์ “ฉันเลือกได้” ไว้โชว์

นอกจากนี้ ยังมีบัตรเลือกตั้งอื่นๆ เช่น เขต ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ส.ว. (ถ้ามี) แต่ประชามติแยกชัดเจน

การเลือกตั้ง 2569 ประชามติ ครั้งนี้มีความหมายมาก เพราะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชาติ ศึกษาข้อมูลดีๆ คิดให้รอบคอบ เพราะคะแนนของคุณจะกำหนดอนาคตไทย

คำแนะนำ: ไปใช้สิทธิให้ครบทุกใบ อย่าลืมบัตรสีเหลือง! ทุกเสียงมีค่า ช่วยให้ประชาธิปไตยไทยก้าวหน้า

เตรียมตัวให้พร้อม ไปโหวตกันเยอะๆ นะ! คะแนนของคุณคือพลังเปลี่ยนแปลง

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 “ประชามติ” เรื่องอะไร กาบัตรสีไหน รู้ไว้ก่อนไปเลือกตั้ง

เลือกตั้งประชามติล่วงหน้า ไม่มี! ต้อง 8 ก.พ. เท่านั้น

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการเลือกตั้ง 2569 สิ่งสำคัญที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องทราบคือ การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่มีเลือกตั้งประชามติล่วงหน้า ท่านจะต้องเดินทางไปยังคูหาเลือกตั้งในวันจริง 8 กุมภาพันธ์ เท่านั้น เพื่อทำการลงคะแนนเสียง อย่าลืมตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งของท่านล่วงหน้า ก่อนเดินทางไปใช้สิทธิ เพื่อให้แน่ใจว่าท่านมีรายชื่ออยู่ในเขตเลือกตั้งนั้นๆ

สำหรับการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ต้องการลงคะแนนเสียงนอกเขตเลือกตั้ง (คนละจังหวัดกับทะเบียนบ้าน) จะสามารถทำได้ในวันเดียวกับวันเลือกตั้ง คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยบัตรลงคะแนนจะมีสีเหลือง และคำถามในการลงประชามติคือ “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” ซึ่งท่านสามารถเลือกที่จะเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรือไม่ประสงค์แสดงความคิดเห็น

ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ไม่มีเลือกตั้งประชามติล่วงหน้า ท่านจะต้องไปลงคะแนนในวันจริงเท่านั้น

สิ่งที่สำคัญคือ ห้ามมิให้ผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทำการฉีกบัตรเลือกตั้ง ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากถือเป็นความผิดทางกฎหมาย และห้ามแสดงสัญลักษณ์อื่นใดนอกเหนือจากการกากบาทในช่องที่กำหนด หากฝ่าฝืนจะถือว่าบัตรเลือกตั้งนั้นเป็นบัตรเสียทันที

เลือกตั้งประชามติล่วงหน้า ไม่มี! ต้อง 8 ก.พ. เท่านั้น

วิธีการตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง

ท่านสามารถตรวจสอบสิทธิเลือกตั้งของท่านได้อย่างง่ายดาย โดยกรอกหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลักของท่านในช่องทางออนไลน์ต่างๆ ดังนี้

1. ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง ส.ส. ได้ที่:

https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/enqelection/

2. ตรวจสอบสิทธิการออกเสียงประชามติ ได้ที่: https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/enqelectionpm/

นอกจากช่องทางออนไลน์แล้ว ท่านยังสามารถตรวจสอบข้อมูลการเลือกตั้ง ส.ส. และการออกเสียงประชามติ ได้ง่ายๆ ผ่าน Application Smart Vote ซึ่งพร้อมให้ท่านใช้งานแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

สิ่งสำคัญที่ต้องจำคือ ไม่มีเลือกตั้งประชามติล่วงหน้า การเตรียมตัวให้พร้อมและตรวจสอบสิทธิของท่านล่วงหน้า จะช่วยให้การไปใช้สิทธิเลือกตั้งของท่านเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

สรุป: อย่าลืมว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่มีเลือกตั้งประชามติล่วงหน้า ต้องไปลงคะแนนเสียงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เท่านั้น ตรวจสอบสิทธิและเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดอนาคตของประเทศ

ที่มา – เลือกตั้งประชามติล่วงหน้า ย้ำว่าไม่มี ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องไปวันจริง 8 ก.พ. เท่านั้น

กกต.ออกระเบียบ! **ออกเสียงประชามติ คัดค้านได้**

**ออกเสียงประชามติ คัดค้านได้** ภายใน 48 ชั่วโมง!

กกต. ออกระเบียบใหม่เกี่ยวกับการคัดค้านการออกเสียงประชามติ โดยเปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิออกเสียงในแต่ละหน่วย สามารถยื่นร้องคัดค้านผลการออกเสียงต่อ กกต. จังหวัด หรือเอกอัครราชทูตได้ ภายใน 48 ชั่วโมงหลังการลงคะแนน หากคำร้องมีมูล กกต. จะใช้เวลาในการตรวจสอบ 12-18 วัน ก่อนที่จะมีคำวินิจฉัยชี้ขาด

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการคัดค้านการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2569 ซึ่งให้อำนาจแก่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด (กกต.จังหวัด) สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ ในการแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนคำคัดค้านการออกเสียงประชามติในหน่วยออกเสียงประชามติที่อยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน

สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการออกเสียงประชามติ ก่อนวันออกเสียงประชามติ คณะกรรมการไต่สวนฯ จะประกอบด้วยประธานกรรมการไต่สวนฯ และกรรมการไต่สวนฯ อย่างน้อย 2 คน มีอำนาจหน้าที่ในการไต่สวนข้อเท็จจริง หากมีคำคัดค้าน หรือปรากฏว่าการออกเสียงไม่ได้เป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม รวมถึงการสอบสวน ตรวจค้น รวบรวมพยานหลักฐาน วินิจฉัยชี้ขาด และเสนอให้มีการเปิดหีบนับคะแนนออกเสียงใหม่ ทั้งนี้ คณะกรรมการไต่สวนฯ จะต้องสรุปสำนวนให้เสร็จสิ้นภายใน 12 วัน หากยังไม่แล้วเสร็จ สามารถขอขยายเวลาไต่สวนได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 3 วัน

ใครมีสิทธิคัดค้านผลการออกเสียงประชามติ?

ระเบียบ กกต. ฉบับดังกล่าว ยังกำหนดว่า ผู้ที่มีสิทธิร้องคัดค้านผลการออกเสียงประชามติ จะต้องเป็นผู้มีสิทธิออกเสียงในหน่วยออกเสียงที่จะยื่นคัดค้าน โดยจะต้องยื่นคำคัดค้านต่อ ผอ.กกต.จังหวัด หรือ เอกอัครราชทูตในแต่ละประเทศด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ภายใน 48 ชั่วโมง นับแต่การลงคะแนนออกเสียงประชามติสิ้นสุด หรือ ยื่นคำร้องคัดค้านมาที่สำนักงาน กกต. แทนได้ ในกรณีที่เป็นการออกเสียงนอกราชอาณาจักร

ผอ.กกต.จังหวัด หรือ เอกอัครราชทูต ต้องพิจารณาสั่งรับหรือไม่รับคำคัดค้าน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่รับคำคัดค้าน เว้นแต่คำค้านไม่สมบูรณ์ ผู้ร้องคัดค้านจะต้องแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 วัน และเมื่อคณะกรรมการไต่สวนฯ สรุปสำนวนเสร็จ ให้รายงานผลการไต่สวนให้ กกต. พิจารณาโดยเร็ว ส่วนกรณีผลการไต่สวนคำคัดค้านการออกเสียงนอกราชอาณาจักร ให้เอกอัครราชทูตส่งผลการไต่สวนผ่านปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อส่งต่อให้ กกต. ดำเนินการพิจารณาต่อไป

ระเบียบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการออกเสียงประชามติ การเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถยื่นคัดค้านผลการออกเสียงได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด และมีกระบวนการตรวจสอบที่ชัดเจน จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการประชาธิปไตย และทำให้ผลการออกเสียงประชามติเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

การที่ กกต. กำหนดระยะเวลาในการดำเนินการสอบสวนที่ชัดเจน จะช่วยให้กระบวนการเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ลดโอกาสในการเกิดความล่าช้าหรือข้อสงสัยที่อาจเกิดขึ้น

สรุปสาระสำคัญ:

  • ผู้มีสิทธิออกเสียงในหน่วยเลือกตั้ง สามารถยื่นคัดค้านผลการออกเสียง หากสงสัยในความโปร่งใส
  • ยื่นคัดค้านได้ที่ กกต.จังหวัด หรือสถานทูต ภายใน 48 ชั่วโมงหลังปิดหีบ
  • กกต. จะพิจารณาคำร้องภายใน 12-18 วัน

การประกาศใช้ระเบียบนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ กกต. ในการจัดการออกเสียงประชามติ ที่โปร่งใส เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้ การที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบความถูกต้องของการออกเสียง จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบอบประชาธิปไตยของประเทศ

ที่มา – ออกเสียงประชามติ กกต.ออกระเบียบยื่นคัดค้านได้ภายใน 48 ชม. ใช้เวลาสอบ 12-18 วัน

อนุทิน ขึ้นรถไฟฟ้าบุกสยาม หาเสียง! คนแห่ถ่ายรูป

“อนุทิน ขึ้นรถไฟฟ้าบุกสยาม” นำทีมภูมิใจไทยหาเสียงเลือกตั้ง 2569 ประชาชนแห่ถ่ายรูป “ชัยวุฒิ-เจษฎ์” เข้ามาทักทาย ก่อนช่วงเย็นจะลงพื้นที่เยาวราช

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว, นางสาวศุภมาส อิศรภักดี, นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ และ นายวราวุธ ศิลปอาชา ลงพื้นที่หาเสียงที่สยามสแควร์วัน โดยนายอนุทิน เดินทางมาที่สยามสแควร์วันด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส ลงที่สถานีสยาม สวมใส่เสื้อตัวเดิมที่ซื้อจากสวนจตุจักร หลังจากมาถึงมีประชาชนมาขอถ่ายรูป และบริเวณดังกล่าวมีผู้ชายคนหนึ่งสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีเหลือง-น้ำเงินมาขอให้เซ็นลายเซ็นไว้ที่บริเวณหลังเสื้อด้วย สร้างความฮือฮาให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

จากนั้นเวลา 14.56 น. ขณะที่นายอนุทินนั่งพักผ่อน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ พร้อมด้วยนายเจษฎ์ โทณะวณิก 2 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ เดินเข้ามาทักทายนายอนุทิน และแกนนำของพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากทั้งคู่ได้เดินทางหาเสียงที่สยามสแควร์อยู่ก่อนแล้ว จึงได้ถือโอกาสมาทักทาย สร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองและแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ

การปรากฏตัวของนายอนุทินที่สยามสแควร์ในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก มีผู้คนจำนวนมากเข้ามาขอถ่ายรูปและให้กำลังใจในการทำงานการเมือง สร้างความคึกคักให้กับบรรยากาศการหาเสียงเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ระหว่างการลงพื้นที่ปรากฏว่ามี ก้อย อรัชพร โภคินภากร, นัตตี้ นันทนัท ฐกัดกุล และดรีม อภิชญา พานิชตระกูล ดารานักแสดงชื่อดังได้เดินเข้ามาหานายอนุทิน พร้อมกระดาษแบบสอบถามเพื่อถามความคิดเห็นว่า เห็นควรให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ เมื่อนักข่าวไปสอบถามทั้ง 3 คนก็บอกว่านายกรัฐมนตรีพูดกับตนเองว่า “เห็นควรให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ” อย่างไรก็ตาม หลังจากเสร็จสิ้นการหาเสียงที่สยามสแควร์วัน นายอนุทิน เตรียมลงพื้นที่หาเสียงต่อในย่านเยาวราชช่วงเวลาประมาณ 17.00 น.

อนุทิน ขึ้นรถไฟฟ้าบุกสยาม

ทำไมอนุทินถึงเลือก “อนุทิน ขึ้นรถไฟฟ้าบุกสยาม”?

การตัดสินใจของนายอนุทินที่เลือกเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสไปยังสยามสแควร์ แสดงให้เห็นถึงความเข้าถึงง่ายและความตั้งใจที่จะเข้าถึงประชาชนในทุกระดับชั้น นอกจากนี้ การสวมใส่เสื้อผ้าที่ซื้อจากตลาดนัดจตุจักร ยังเป็นการแสดงออกถึงความเรียบง่ายและไม่ถือตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนชื่นชอบและให้การสนับสนุน

การลงพื้นที่หาเสียงของนายอนุทินในครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างสีสันและความคึกคักให้กับการเลือกตั้งที่จะมาถึง ประชาชนต่างให้ความสนใจและตั้งตารอคอยที่จะได้เห็นนโยบายและแนวทางการทำงานของพรรคภูมิใจไทย

สำหรับใครที่อยากจะติดตามข่าวสารการเมืองและกิจกรรมต่างๆ ของพรรคภูมิใจไทย สามารถติดตามได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ของพรรค หรือเว็บไซต์ของพรรคโดยตรง

  • เฟซบุ๊ก: พรรคภูมิใจไทย
  • ทวิตเตอร์: @Bhumjaithai
  • เว็บไซต์: www.bhumjaithai.com

มาร่วมติดตามและเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปกับพรรคภูมิใจไทย!

การที่นายอนุทิน “อนุทิน ขึ้นรถไฟฟ้าบุกสยาม” นั้น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะเข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง และรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน

ที่มา – “อนุทิน” ขึ้นรถไฟฟ้าบุกสยาม นำภูมิใจไทยหาเสียง ประชาชนแห่ถ่ายรูป เย็นนี้ไปต่อเยาวราช

นายกฯ ค้านพนัน รอถก สส. แก้ รธน. เปิดตัว รมว.ยุติธรรม

“อนุทิน” จ่อรื้อโยกย้ายมหาดไทยคืนความยุติธรรม พร้อมทบทวนโป๊กเกอร์ ลั่น ไม่เห็นด้วยใช้พนันกระตุ้นเศรษฐกิจ คงต้องรอนายกฯ คนอื่น แจงตรวจประวัติรมต. ต้องใช้เวลา จ่อเปิดตัวว่าที่ รมว.ยุติธรรม

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 10 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่พรรคภูมิใจไทย กรณีนั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) จะพิจารณากรณีที่มีการแก้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยให้กีฬาโป๊กเกอร์ถูกกฎหมาย รวมถึงพิจารณาสัญชาติให้ นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ล็อบบี้ยิสต์ที่ถูกปฏิเสธไปก่อนหน้านี้หรือไม่ ว่า ต้องรอให้ตนเข้ากระทรวงก่อน แต่ตนกับเรื่องการพนันเคยบอกแล้วว่าที่มีอยู่ประเภทต่างๆ ถ้านอกเหนือจากนั้นต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆ ไป จะมาบอกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจโดยการใช้การพนัน คงต้องรอนายกฯ คนอื่น อย่ารอตนเลย เพราะไม่เห็นด้วยทางนี้

ผู้สื่อข่าวถามต่อ จะทบทวนให้โป๊กเกอร์กลับไปเป็นสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ตนตอบไปชัดเจนแล้ว แต่ขอทราบรายละเอียดก่อน เพราะหลังจากตนออกจากตำแหน่ง รมว.มหาดไทย 2 วัน ปรากฏว่าประกาศเรื่องนี้เข้ามาเลยและไม่ได้มาบอกตน ไม่รู้จะไปถามใครเพราะไม่มีหน้าที่แล้ว แต่เมื่อกลับมากำลังจะมีหน้าที่ก็จะเชิญคนที่แก้ เช่น กรมการปกครอง เพราะตอนที่ตนเป็น รมว.มหาดไทย ก็บอกว่าไม่ควรทำ แต่พอตนไม่อยู่ก็ทำก็ต้องเชิญมาถาม

นายกฯ ค้านพนันกระตุ้นเศรษฐกิจ รอหารือ สส. ปมแก้ รธน. จ่อเปิดตัวว่าที่ รมว.ยุติธรรม

ส่วนกรณีที่มีการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทยที่มองว่าไม่เป็นธรรม จะคืนความเป็นธรรมให้หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ประเทศอยู่ได้ด้วยธรรมะและความยุติธรรม ที่ผ่านมาไม่มีความยุติธรรมและบางครั้งไม่ค่อยมีธรรมะ เราก็เอาธรรมะและความยุติธรรมกลับมาสู่ประเทศของเราอีกครั้ง เมื่อถามย้ำว่าจะทบทวนคนที่ถูกโยกย้ายใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าแน่นอน

ทางด้านประเด็น ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ 2 หรือ 3 ครั้ง จะต้องปรึกษาพรรคประชาชนก่อนหรือไม่ นายอนุทิน เผยว่า ต้องปรึกษากับสมาชิกรัฐสภาว่ามีความเห็นอย่างไร ขณะนี้ตนเพิ่งได้รับข้อมูลจากข่าวศาลรัฐธรรมนูญแต่ยังไม่อ่านรายละเอียด ดังนั้น ขออ่านรายละเอียดและสอบถามข้อมูลก่อน

ในประเด็นว่าระยะเวลา 4 เดือนจะเป็นเงื่อนไขให้ยืดเวลาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จตามที่ตกลงไว้หรือไม่ นายกฯ ค้านพนันกระตุ้นเศรษฐกิจ รอหารือ สส. ปมแก้ รธน. จ่อเปิดตัวว่าที่ รมว.ยุติธรรม นายอนุทิน ตอบว่าเป็นคนละเรื่องกัน เมื่อถามอีกว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก จะตั้งไข่เรื่องทำประชามติเลยหรือไม่ นายกฯ ระบุว่า ทุกอย่างมีไทม์ไลน์ของมันอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ 1 ที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทน รมว.กลาโหม เข้าร่วมที่จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา ซึ่งมีรายงานข่าวว่าที่ประชุมมีมติให้ถอนอาวุธหนักและยุทโธปกรณ์ทำลายล้างสูงออกจากพื้นที่ชายแดน นายกฯ กล่าวว่า ตนต้องได้รับรายงานโดยตรงจากพล.อ.ณัฐพล ก่อน

สำหรับกรณีมีการให้ผ่อนปรนการเปิดด่านชายแดนด้วยนั้น นายอนุทิน เผยว่า ตอนนี้ได้รับรายงานแค่จากสื่อต่างๆ ทางไลน์ ตนจะเอามาอ้างอิงก่อนไม่ได้จนกว่า พล.อ.ณัฐพล รายงานเข้ามา ซึ่ง พล.อ.ณัฐพล ก็รับปากกับตนแล้วว่ากลับถึงประเทศไทยก็จะโทรศัพท์มานัดเวลากับตน

ความคืบหน้าล่าสุด นายกฯ ค้านพนันกระตุ้นเศรษฐกิจ รอหารือ สส. ปมแก้ รธน. จ่อเปิดตัวว่าที่ รมว.ยุติธรรม

นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบประวัติ ครม. ว่า เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้รับรายชื่อและส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการตอบกลับมาหลายคนแล้ว และจะทยอยตอบกลับมา so far so good เมื่อถามต่อว่าจะเสร็จสิ้นการตรวจสอบคุณสมบัติเมื่อใด นายอนุทิน กล่าวว่า บางทีมีความล่าช้าเนื่องจากต้องไปถามหน่วยงานทุกจังหวัด ซึ่งมีทั้งหมด 77 จังหวัด ตนเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกล่าวว่าเป็นไปตามข้อปฏิบัติ จึงต้องให้ดำเนินการเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องดีเอาให้มันจบทั้งหมด เพราะพอบอกไม่มีปัญหา ตั้งไป 3 วันกลับมีปัญหา ก็ให้มันจบ เมื่อทุกอย่างส่งกลับมาเรียบร้อยจะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปให้มีความเห็นตรงกันอีกครั้งว่าข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์และจะเร่งนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป

ในกรณีบุคคลที่อาจมีปัญหา เช่น นายวรภัค ธันยาวงษ์ ที่มีคดีความใน ป.ป.ช. นายอนุทิน ตอบกลับว่า อย่าเอ่ยชื่อบุคคล ทุกคนได้รับการส่งชื่อไปตรวจสอบประวัติในทุกๆ ด้านอยู่แล้ว คนที่ตรวจสอบก็เป็นองค์กรอิสระ หรือเป็นหน่วยงานที่ต้องดูแลในเรื่องของทะเบียนประวัติอะไรต่างๆ เมื่อตอบมาเป็นอย่างไรก็อย่างนั้น ยืนยันว่าทุกคนที่มีปัญหาก็เป็นไม่ได้ ส่วนที่มีบุคคลที่ส่งชื่อไปแล้วถูกตีกลับมีปัญหา นายอนุทิน ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่มี เมื่อส่งกลับมา เลขาธิการ ครม. ก็จะรวบรวมและสรุปให้ตนเองทราบ ถ้าไม่ผ่านก็เสนอไม่ได้

ขณะที่จะสามารถสรุปรายชื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อใดนั้น นายอนุทิน บอกว่ายังระบุไม่ได้ เพราะไม่ได้ตรวจสอบเอง ต้องส่งไปยังองค์กรต่างๆ แต่ละองค์กรทราบอยู่แล้วว่าจะต้องเร่งอย่างเต็มที่ เพราะเป็นเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน

ผู้สื่อข่าวถามต่อไป จะพูดอะไรกับประชาชนหรือไม่เรื่องการจัดโผ ครม. ครั้งนี้ที่ทุกคนคาดหวังและเห็นโฉมหน้าพอดูได้ และกำลังรออยู่ นายอนุทิน กล่าวว่า เร่งดำเนินการอยู่ แต่ก็อยู่ในห้วงเวลา ตนถามทีมงานตลอดเวลา ต้องทำให้เสร็จในห้วงเวลาตรงไหนที่ช้า ต้องใช้กลไกนั้นเร่ง แต่ทีมงานก็เปรียบเทียบว่าตอนนี้ยังไม่อยู่ในการควบคุมของเรา อยู่ในระหว่างการตรวจสอบประวัติ ความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นๆ ที่ไม่ได้สังกัดรัฐบาล ก็ได้แต่บอกถึงความจำเป็นให้เร่งตรวจสอบโดยเร็ว แต่ดีแล้วที่ตรวจสอบโดยละเอียด ถ้าเร่งๆ มา เดี๋ยวตอบมาว่าไม่มีอะไร อีกแป๊บจะเจอแล้วจะยุ่งเหมือนกัน จึงขอให้มีความละเอียดให้ได้มากที่สุด

ขณะผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ดูเหมือนว่าจะเหลือเพียงตำแหน่งเดียวที่ยังไม่ ล่าสุดได้ชื่อแล้วซึ่งจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้คาดว่าเป็นโควตาคนนอก.

การตัดสินใจของนายกฯ ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความรอบคอบในการพิจารณาเรื่องต่างๆ อย่างถี่ถ้วน โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ โดยการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย จะช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างเป็นธรรมและรอบด้านมากยิ่งขึ้น การเปิดตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการบริหารประเทศ และจะเป็นที่จับตาของประชาชนอย่างใกล้ชิด

ที่มา – นายกฯ ค้านพนันกระตุ้นเศรษฐกิจ รอหารือ สส. ปมแก้ รธน. จ่อเปิดตัวว่าที่ รมว.ยุติธรรม

เพื่อไทยคุยพรรคประชาชน ยินดีข้อเสนอ ยุบสภาใน 4 เดือน

เพื่อไทย ส่ง “สรวงศ์-จิราพร” คุยพรรคประชาชน บ่าย 2 วันนี้ ยินดีตอบรับข้อเสนอทุกประการ พร้อมยุบสภาใน 4 เดือน นับจากวันแถลงนโยบายรัฐบาล ลุยประชามติแก้รัฐธรรมนูญ – คดีฮั้ว สว. – ที่ดินเขากระโดง

วันที่ 31 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการประสานงานและกำหนดนัดหมายกับพรรคประชาชน (ปชน.) เพื่อหารือเรื่องข้อเสนอในการจัดตั้งรัฐบาล ในวันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2568 เวลา 14.00 น. ณ ที่ทำการพรรคประชาชน โดย นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนางสาวจิราพร สินธุไพร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนของพรรค

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยยินดีตอบรับข้อเสนอจากพรรคประชาชนทุกประการ และมีข้อเสนอเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจนถึงแนวทางปฏิบัติ และแก้ไขปัญหาของประเทศดังนี้

1. รัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่ตั้งขึ้นจากข้อตกลงนี้จะยุบสภาภายใน 4 เดือน นับจากวันแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา และหากกระบวนการตามเงื่อนไขบรรลุผลก่อนกำหนดเวลา รัฐบาลจะยุบสภาทันที

2. การทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะตั้งคำถามเรื่องเห็นด้วยกับการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยใช้รัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตย พ.ศ. 2540 เป็นร่างหลักหรือไม่ เพื่อกระชับเวลาในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

3. ในการทำประชามติครั้งเดียวกัน จะตั้งคำถามเรื่องการคงไว้หรือยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อหาข้อยุติและลดความขัดแย้งภายในประเทศ

4. รัฐบาลชุดนี้จะร่วมมือกับพรรคประชาชนและทุกฝ่าย เร่งดำเนินการคดีฮั้ว สว. และคดีที่ดินเขากระโดง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญและอยู่ในความสนใจของประชาชน ตามกฎหมายและหลักนิติธรรมอย่างตรงไปตรงมา.

บ่าย 2 วันนี้ เพื่อไทยคุยพรรคประชาชน ยินดีตอบรับข้อเสนอ ยุบสภาใน 4 เดือน

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองล่าสุด พรรคเพื่อไทยได้มีการพูดคุยกับพรรคประชาชนเพื่อหาข้อสรุปในการจัดตั้งรัฐบาล โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่พรรคเพื่อไทยยินดีที่จะทำตามข้อเสนอต่างๆ ที่พรรคประชาชนได้ยื่นมา หนึ่งในนั้นคือการยุบสภาใน 4 เดือนหลังจากแถลงนโยบาย

รายละเอียดการพูดคุยเพื่อไทยคุยพรรคประชาชน ยินดีตอบรับข้อเสนอ ยุบสภาใน 4 เดือน

การเจรจาในครั้งนี้มีความคืบหน้าไปมาก โดยพรรคเพื่อไทยแสดงความพร้อมที่จะดำเนินการตามข้อเสนอหลักๆ ของพรรคประชาชน ซึ่งรวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการเร่งรัดคดีสำคัญต่างๆ ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน การที่พรรคเพื่อไทยยอมรับข้อเสนอยุบสภาใน 4 เดือน แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะสร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใสในการบริหารประเทศ

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังได้เสนอแนวทางเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญและการจัดการคดีที่ดินเขากระโดงอย่างตรงไปตรงมา การดำเนินการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาเร่งด่วนและสร้างความปรองดองในสังคม

การที่พรรคเพื่อไทยยินดีตอบรับข้อเสนอต่างๆ รวมถึงเรื่องยุบสภาใน 4 เดือน ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและได้รับความไว้วางใจจากประชาชน การทำงานร่วมกันระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนจะเป็นก้าวสำคัญในการนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและความเป็นธรรม

การเจรจาในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตทางการเมืองของประเทศไทย การที่พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนสามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุน นอกจากนี้ การเร่งรัดแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่สะสมมาเป็นเวลานาน จะช่วยสร้างความปรองดองและความสามัคคีในสังคม

การที่พรรคเพื่อไทยแสดงความชัดเจนในเรื่องการยุบสภาใน 4 เดือน ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังพรรคการเมืองอื่นๆ ว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อสร้างรัฐบาลที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจอนาคตของประเทศ จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับระบอบประชาธิปไตย

โดยสรุปแล้ว การที่พรรคเพื่อไทยคุยกับพรรคประชาชนและยินดีตอบรับข้อเสนอต่างๆ รวมถึงการยุบสภาใน 4 เดือน ถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลที่โปร่งใสและเป็นธรรม การทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ จะช่วยนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคง

ที่มา – บ่าย 2 วันนี้ เพื่อไทยคุยพรรคประชาชน ยินดีตอบรับข้อเสนอ ยุบสภาใน 4 เดือน

Scroll to top