ประชุมใหญ่พรรค

พรรครักชาติ จัดประชุมใหญ่ “ชัยวุฒิ” ประกาศขยายฐานสมาชิก ดึงพลังคนรุ่นใหม่

พรรครักชาติ จัดประชุมใหญ่ “ชัยวุฒิ” ประกาศขยายฐานสมาชิก ดึงพลังคนรุ่นใหม่ เป็นข่าวสำคัญในวงการการเมืองไทยล่าสุด ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการเตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้งครั้งหน้า โดยมีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรค เป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการประชุมนี้

พรรครักชาติ จัดประชุมใหญ่ “ชัยวุฒิ” ประกาศขยายฐานสมาชิก ดึงพลังคนรุ่นใหม่

การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ครั้งที่ 1 ของพรรครักชาติ สาขาลำดับที่ 3 ประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 เมษายน 2569 ณ โรงแรมเมเจอร์แกรนด์ ตำบลไชยสอ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ภายใต้แนวคิด “เพราะรักชาติ ไม่ใช่แค่คำพูด พร้อมดึงพลังคนรุ่นใหม่ บ้านเมืองโปร่งใส ไร้คอร์รัปชัน” โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 300 คน รวมถึงทีมบริหารพรรคชั้นนำ เช่น นายรวี เลาหพูนรังษี รองหัวหน้าพรรค, นายธรรศ พจนประพันธ์ รองหัวหน้าพรรค, นายทัศนัย ทองมี รองหัวหน้าพรรค, นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค และอื่นๆ

ประเด็นสำคัญจากที่ประชุม

ในที่ประชุม สมาชิกพรรคได้สะท้อนปัญหาหลักที่ประชาชนกำลังเผชิญ โดยเฉพาะวิกฤตเศรษฐกิจ ค่าน้ำมันแพงที่ทำให้ราคาสินค้าพุ่งสูง ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน นายชัยวุฒิ กล่าวว่า “พรรครักชาติ จะเป็นกลไกสำคัญในการเข้าไปช่วยขับเคลื่อนและเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้”

  • ปัญหาเศรษฐกิจ: ค่าน้ำมันแพง สินค้าอุปโภคบริโภคราคาสูง
  • ยุทธศาสตร์พรรค: ขยายฐานสมาชิกทั่วประเทศ สร้างเครือข่ายเข้มแข็ง
  • ดึงพลังคนรุ่นใหม่: สร้างการเมืองโปร่งใส ไร้คอร์รัปชัน

นอกจากนี้ พรรครักชาตียังมุ่งเน้นการขยายฐานสมาชิกเพื่อเตรียมรับศึกเลือกตั้ง โดยนายชัยวุฒิ ประกาศชัดเจนว่าจะเดินหน้าหาสมาชิกใหม่และสร้างเครือข่ายครอบคลุมทุกจังหวัด เพื่อให้พรรคมีพลังในการผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เช่น การแก้ปัญหาปากท้อง พัฒนาเศรษฐกิจ และกำจัดคอร์รัปชัน

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ พรรครักชาติ จัดประชุมใหญ่ “ชัยวุฒิ” ประกาศขยายฐานสมาชิก ดึงพลังคนรุ่นใหม่ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการนำคนรุ่นใหม่เข้าสู่การเมือง เพื่อสร้างบ้านเมืองที่โปร่งใสและยั่งยืน พรรคตั้งเป้าที่จะเป็นทางเลือกใหม่ให้ประชาชนที่เบื่อหน่ายกับปัญหาเก่าๆ โดยจะเน้นนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน เช่น ลดค่าครองชีพ ส่งเสริมอาชีพ สร้างโอกาสให้เยาวชน

จากประสบการณ์ในอดีต พรรครักชาติได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถรวบรวมพลังจากทุกภาคส่วนได้ดี โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เป็นฐานเสียงสำคัญ การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความเห็น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายอิทธิพลทั่วประเทศ ผู้เชี่ยวชาญการเมืองมองว่าการดึงคนรุ่นใหม่จะช่วยให้พรรคมีภาพลักษณ์สดใหม่ แตกต่างจากพรรคใหญ่ๆ ที่ถูกมองว่าล้าสมัย

ในยุคที่ประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง พรรครักชาติกำลังวางรากฐานที่แข็งแกร่ง หากสมาชิกและเครือข่ายขยายตัวได้ตามแผน พรรคมีโอกาสก้าวสู่เวทีการเมืองระดับชาติได้แน่นอน

คุณคิดอย่างไรกับยุทธศาสตร์ของพรรครักชาติ? มาร่วมแสดงความเห็นและติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกนี้ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – พรรครักชาติ จัดประชุมใหญ่ “ชัยวุฒิ” ประกาศขยายฐานสมาชิก ดึงพลังคนรุ่นใหม่

4 อดีตสส.ไทยรักไทย รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง

4 อดีต สส.ไทยรักไทย รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง “ปิติพงศ์” ชี้อนาคตจับมือนามพรรคเป็นธรรมหรือไม่ คงต้องถามเอง พร้อมเผยพรรคประชุมใหญ่ 21 ธ.ค.นี้ พร้อมเลือกตั้ง

วันที่ 20 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีต สส.พรรคไทยรักไทย (ทรท.) ได้โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊ก ขณะนั่งร่วมรับประทานอาหารกับนายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม (ปธ.) พร้อมด้วยนายภัทรศักดิ์ โอสถานุเคราะห์ นายวชิระมณฑ์ คุณะเกษมธนาวัฒน์ หรือเดิมชื่อ ประมณฑ์ คุณะเกษม โดยทั้ง 4 คน เป็นอดีต สส.พรรคไทยรักไทย พร้อมด้วย นายอนิศ โอสถานุเคราะห์ นักธุรกิจและไลฟ์โค้ช น้องชายของนายภัทรศักดิ์ ร่วมนั่งพูดคุยด้วย  โดยนายสุรนันทน์ ยังโพสต์ข้อความด้วยว่า นั่งคุยกับหัวหน้าพรรคเป็นธรรม ปิติพงศ์ เต็มเจริญ ขอบคุณเจ้าภาพ อดีต สส.ภัทรศักดิ์ โอสถานุเคราะห์ พร้อมด้วย อดีต สส.ประมณฑ์ คุณะเกษม และคุณกิ๊ก โอสถานุเคราะห์

รื้อฟื้นความหลังการเมือง

ต่อมา นายปิติพงศ์ เปิดเผยว่า เป็นการมานั่งพูดคุยรื้อฟื้นความหลังทางการเมือง ในฐานะที่เป็นอดีต สส.พรรค ทรท.ด้วยกัน พร้อมอัปเดตข้อมูลทางการเมือง และอนาคตทางการเมือง เนื่องจากกลางปีหน้าจะมีการเลือกตั้ง นักการเมืองต้องมองหาพรรคการเมืองที่ตัวเองเชื่อมั่น

เตรียมประชุมพร้อมเลือกตั้ง

นายปิติพงศ์ กล่าวว่า ส่วนของพรรคเป็นธรรมมีความพร้อมที่จะส่งทั้งว่าที่ผู้สมัคร สส.เขตและแบบบัญชีรายชื่อที่มีคุณภาพ และตามที่กฎหมายกำหนด โดยวันที่ 21 ธ.ค. พรรคจะมีการประชุมสามัญประจำปี เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อเตรียมการเลือกตั้ง พร้อมเปิดแคมเปญพรรค นำเสนอนโยบายพรรค ซึ่งการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรค ปธ. ได้ สส.มากกว่า 1 เขตแน่นอน

โยนให้ถามแต่ละคนเอง

เมื่อถามว่า อนาคตมีโอกาสที่ทั้งหมดจะมาร่วมงานกับพรรค ปธ.หรือไม่ นายปิติพงศ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้เป็นการตัดสินใจของแต่ละคน และคงต้องสอบถามเจ้าตัวเอง และจะมี สส. หรือนักการเมืองต่างพรรคย้ายมาร่วมงานพรรค ปธ.หรือไม่ ไว้รอติดตามกัน

การรวมตัวของ 4 อดีต สส.ไทยรักไทย รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง ครั้งนี้ จุดประกายความสนใจในแวดวงการเมืองอย่างมาก การพบปะพูดคุยและรื้อฟื้นความหลังทางการเมืองของอดีต สส.พรรคไทยรักไทย สร้างความน่าสนใจถึงทิศทางในอนาคต การอัปเดตข้อมูลทางการเมืองและการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง กลายเป็นประเด็นที่หลายคนจับตามอง

4 อดีต สส.ไทยรักไทย รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการปรับตัวและแสวงหาแนวทางใหม่ๆ ในสนามการเมือง อดีต สส.พรรคไทยรักไทย ได้ รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การพบปะพูดคุยกับนายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม ทำให้เกิดคำถามถึงความเป็นไปได้ในการร่วมงานกันในอนาคต

การตัดสินใจของแต่ละบุคคลและความเป็นไปได้ในการย้ายพรรคของนักการเมืองอื่นๆ ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามกันต่อไป พรรคเป็นธรรมมีความพร้อมที่จะส่งผู้สมัคร สส.เขตและแบบบัญชีรายชื่อที่มีคุณภาพ และเตรียมเปิดแคมเปญพรรคเพื่อนำเสนอนโยบายต่างๆ

อนาคตพรรคเป็นธรรมกับการ รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง

พรรคเป็นธรรมตั้งเป้าหมายที่จะได้รับ สส.มากกว่า 1 เขตในการเลือกตั้งครั้งหน้า การ รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง ของอดีต สส.ไทยรักไทย อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่น่าจับตามอง การรวมตัวของบุคลากรที่มีประสบการณ์และความมุ่งมั่น อาจนำไปสู่การสร้างความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นโอกาสสำคัญสำหรับพรรคการเมืองต่างๆ ในการนำเสนอนโยบายและได้รับการสนับสนุนจากประชาชน การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้ประชาชนสามารถตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เหมาะสมกับความต้องการของตนเองได้

ดังนั้น การ รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง ของอดีต สส.ไทยรักไทย จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่น่าสนใจ และอาจมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอนาคต

ที่มา – 4 อดีต สส.ไทยรักไทย รื้อฟื้นความหวัง อัปเดตการเมือง “ปิติพงศ์” ยันพรรคเป็นธรรมพร้อมเลือกตั้ง

รวมไทยสร้างชาติ เลือก “พีระพันธุ์” นั่งหัวหน้าพรรคต่อ

พรรครวมไทยสร้างชาติ จัดประชุมใหญ่ เลือก “พีระพันธุ์” นั่งหัวหน้าพรรคต่อ “ชัช เตาปูน” นั่งเลขาธิการพรรค พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เดินหน้าสู้ศึกเลือกตั้ง “นราพัฒน์” โผล่นั่งรองหัวหน้าพรรค

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2568 เพื่อเลือกตั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรค และตำแหน่งอื่นของพรรค แทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยมีผู้บริหารพรรค พร้อมด้วย สส. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง ณ สโมสรราชพฤกษ์ กรุงเทพฯ ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้

1.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

2.นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

3.นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

4.นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

5.นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

6.นายชื่นชอบ คงอุดม รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

7.นายสามารถ มะลูลีม รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

8.นายโกวิทย์ ธารณา รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

9.พันเอก เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

10.นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ

11.นายนิติศักดิ์ ธรรมเพชร รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ

12.นาวาอากาศตรี ดร.ปุญณัฐส์ นำพา รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ

13.ว่าที่ ร.ต.อ.หญิง อัยรดา บำรุงรักษ์ รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ

14.นายปรากรมศักดิ์ ชุณหะวัณ เหรัญญิกพรรครวมไทยสร้างชาติ

15.นายสยาม บางกุลธรรม นายทะเบียนสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ

ในการประชุม นายพีระพันธุ์ ได้กล่าวขอบคุณสมาชิกพรรคทุกคนที่ให้ความไว้วางใจเลือกตนให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติต่อไป พร้อมระบุว่า ตลอด 2 ปีเศษที่ผ่านมา ตนได้มีโอกาสเข้าไปปฏิบัติภารกิจให้กับประเทศในการกำกับดูแลพลังงาน ทำให้ได้ทราบข้อเท็จจริงและปัญหาต่าง ๆ ในด้านพลังงาน จึงได้เร่งแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติและประชาชน จนทำให้พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคการเมืองพรรคแรกที่สามารถบริหารจัดการโครงสร้างพลังงานของประเทศให้เกิดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการตรึงราคาก๊าซหุงต้มให้อยู่ที่ 423 บาท/ถัง ขนาด 15 กิโลกรัม และการลดค่าไฟฟ้าลงอย่างต่อเนื่องจนมาอยู่ที่หน่วยละ 3.94 บาท ในปัจจุบัน ซึ่งตนมั่นใจว่าหากได้ทำงานกำกับดูแลกระทรวงพลังงานต่อก็จะสามารถลดค่าไฟให้ลงมาเหลือหน่วยละ 3.70 บาท ได้แน่นอน ทั้งนี้จากการตรึงค่าไฟในปี 2567 สามารถทำให้ประชาชนประหยัดเงินค่าไฟรวมกันได้ถึง 270,000 กว่าล้านบาท ส่งผลให้ประชาชนมีเงินคืนสู่กระเป๋าเพื่อนำไปจับจ่ายซื้อสิ่งของและกระตุ้นเศรษฐกิจได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง

“ผมอาจจะช่วยให้ทุกคนรวยขึ้นไม่ได้ แต่ผมทำให้ทุกคนประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ประเทศไทยในวันนี้ต้องการคนทำงาน คนที่ตั้งใจแก้ปัญหาให้ประเทศ ผมจึงขอให้คำมั่นกับสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติว่า พรรคจะเดินหน้าทำงานต่อไปอย่างเต็มที่ และหากได้เข้าไปบริหารประเทศ ผมจะแก้ทุกปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ในทันที ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความมั่นคงทางชายแดน ความมั่นคงทางพลังงาน และปัญหาความมั่นคงด้านอื่น ๆ” นายพีระพันธุ์ กล่าว

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า วันนี้ยังเป็นนิมิตหมายที่ดีที่พรรคได้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยเฉพาะในตำแหน่งเลขาธิการพรรคที่ได้นายชัชวาลล์ คงอุดม เข้ามารับตำแหน่ง ซึ่งตนมั่นใจว่า ด้วยผลงานที่ผ่านมาของนายชัชวาลล์ ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานและการช่วยเหลือผู้อื่นมาเสมอ จะช่วยขับเคลื่อนพรรคให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแน่นอน

ด้านนายชัชวาลล์ กล่าวว่า ตนรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับนายพีระพันธุ์และพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะนายพีระพันธุ์ เป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ เสียสละ ทำงานให้ประเทศเต็มที่ และมุ่งมั่นตั้งใจทำงานแก้ไขปัญหาให้ประเทศเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ตนตัดสินใจอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติต่อไป

นอกจากนี้ ในคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ยังมี นายนราพัฒน์ แก้วทอง เข้ามารับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค เพื่อร่วมขับเคลื่อนพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย

รวมไทยสร้างชาติ ประชุมใหญ่

พรรครวมไทยสร้างชาติ ยังคงเดินหน้าเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของชาติ มาร่วมกันติดตามข่าวสารและสนับสนุนพรรคการเมืองที่เราเชื่อมั่น เพื่อสร้างประเทศไทยให้ก้าวหน้าไปด้วยกัน

ทิศทางต่อไปของพรรครวมไทยสร้างชาติ

หลังจากที่พรรครวมไทยสร้างชาติได้จัดการประชุมใหญ่และมีการเลือกตั้งตำแหน่งต่างๆ ภายในพรรคเสร็จสิ้น สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือทิศทางและนโยบายที่พรรคจะนำเสนอในการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรครวมไทยสร้างชาติจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน ต้องติดตามดูกันต่อไป

การประชุมใหญ่ของพรรครวมไทยสร้างชาติและการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง การมีผู้นำที่เข้มแข็งและมีวิสัยทัศน์ จะช่วยนำพาพรรคไปสู่ความสำเร็จได้ หวังว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะสามารถนำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์และตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

รวมไทยสร้างชาติ มุ่งมั่นที่จะเป็นพรรคการเมืองที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศในทางที่ดีขึ้น ด้วยนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน การสนับสนุนและติดตามการทำงานของพรรคจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – “รวมไทยสร้างชาติ” ประชุมใหญ่ เลือก “พีระพันธุ์” นั่งหัวหน้าพรรคต่อ “ชัชวาลล์” ขึ้นเลขาธิการพรรค

ตามคาด! “ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์” นั่งแม่บ้าน ปชป.

เป็นไปตามคาด! ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อย่างเป็นทางการในการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรค นอกจากนี้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคคนใหม่ ยังได้แต่งตั้งรองหัวหน้าพรรคด้านภารกิจอีก 8 คน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความหลากหลายในการดำเนินงานของพรรค

ตามคาด! ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ นั่งแม่บ้าน ปชป.

ในการประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ได้ทำการเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคคนที่ 7 ได้รับเลือกให้กลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีกครั้ง โดยไม่มีผู้ท้าชิง

ภายหลังจากการเลือกหัวหน้าพรรค ที่ประชุมได้ดำเนินการเลือก รองหัวหน้าพรรคด้านภารกิจ จำนวน 8 คน และเลขาธิการพรรค ตามที่นายอภิสิทธิ์ได้เสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสม โดยมีรายชื่อดังนี้:

  • นายกรณ์ จาติกวณิช: รองหัวหน้าพรรคด้านภารกิจ ดูแลด้านนโยบายพรรค
  • นางการดี เลียวไพโรจน์: รองหัวหน้าพรรค ดูแลด้านเศรษฐกิจดิจิทัล
  • นายจุรี นุ่มแก้ว: รองหัวหน้าพรรค ด้านสื่อสารองค์กร (ดาวติ๊กต๊อก)
  • นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี: รองหัวหน้าพรรค ดูแลด้านสตรี เยาวชน และความยั่งยืน
  • นายวีระพงษ์ ประภา: รองหัวหน้าพรรค ดูแลด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
  • นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย: รองหัวหน้าพรรค ดูแลด้านยุทธศาสตร์การเมืองและการประสานงานภาคประชาสังคม
  • นายอิสรา สุนทรวัฒน์: รองหัวหน้าพรรค ดูแลด้านการต่างประเทศ
  • นายอัมพร พินะสา: รองหัวหน้าพรรค ดูแลด้านการศึกษาและภาคอีสาน

ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ กับบทบาทเลขาธิการพรรค

ตำแหน่งที่สำคัญอีกตำแหน่งหนึ่งคือ เลขาธิการพรรค ซึ่งนายอภิสิทธิ์ได้เสนอชื่อ ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และอดีตรองหัวหน้าพรรคภาคเหนือ ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค การได้รับเลือก ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ให้ดำรงตำแหน่งนี้ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจและความเชื่อมั่นที่พรรคมีต่อประสบการณ์และความสามารถของท่านในการบริหารจัดการและนำพาพรรคไปข้างหน้า

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคประชาธิปัตย์ในการปรับปรุงและพัฒนาองค์กรให้มีความทันสมัยและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น การมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่หลากหลาย จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้พรรคสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

การได้ ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ มาเป็นเลขาธิการพรรค ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ในการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า และการเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ ในอนาคต ด้วยประสบการณ์ทางการเมืองที่ยาวนานและความเข้าใจในปัญหาของประเทศอย่างลึกซึ้ง ชัยวุฒิจึงเป็นบุคคลที่เหมาะสมที่จะนำพาพรรคไปสู่ความสำเร็จ

การปรับโครงสร้างพรรคครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความตั้งใจจริงของพรรคในการที่จะเป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็งและเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง การมีทีมงานที่แข็งแกร่งและมีความสามัคคี จะเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญในการสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทย

การได้อดีตรัฐมนตรีมากประสบการณ์อย่างคุณชัยวุฒิ บรรณวัฒน์กลับมาครั้งนี้ ผมมองว่าเป็นผลดีต่อพรรคอย่างแน่นอน เพราะท่านมีประสบการณ์ที่หลากหลายและสามารถนำพายุทธศาสตร์ต่างๆ มาปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

ที่มา – ตามคาด “ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์” นั่งแม่บ้านปชป. “อภิสิทธิ์” ตั้ง 8 รองหัวหน้าภารกิจ

ปชป. ตั้ง “วิรัช ร่มเย็น” คุมเลือกตั้งหัวหน้าพรรค!

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ โดยแต่งตั้ง “วิรัช ร่มเย็น” เป็นกรรมการพรรค เพื่อควบคุมดูแลกระบวนการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม

ปชป. ตั้ง “วิรัช ร่มเย็น” เป็นกรรมการพรรค คุมการเลือกตั้ง หัวหน้า-กก.บห.ชุดใหม่

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคได้มอบหมายให้ตนเป็นประธานจัดการประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อคัดเลือกหัวหน้าพรรคและคณะ กก.บห.พรรคชุดใหม่ในวันที่ 18 ตุลาคมนี้ พรรคจะแจ้งรายละเอียดและระเบียบวาระการประชุมให้สมาชิกพรรคที่เป็นองค์ประชุมทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน ตามข้อบังคับพรรค

องค์ประชุมประกอบด้วยกรรมการบริหารพรรค, อดีตหัวหน้าพรรค, อดีตเลขาธิการพรรค, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรค, อดีต สส., อดีตรัฐมนตรี, นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่ส่งสมัครในนามพรรค, หัวหน้าสาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจำจังหวัด โดยจำนวนองค์ประชุมทั้งหมดต้องไม่น้อยกว่า 250 คน

ประเด็นสำคัญคือ สมาชิก กก.บห. ชุดรักษาการที่เป็น สส. จะต้องแสดงความจำนงว่าจะใช้สิทธิลงคะแนนเสียงในฐานะใดฐานะหนึ่งเท่านั้น และต้องใช้สิทธินั้นตลอดการประชุม

ขั้นตอนการเสนอชื่อและลงคะแนนเสียงเลือกตั้งหัวหน้าพรรค

สำหรับการเสนอชื่อผู้เข้ารับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ต้องมีผู้รับรองไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของผู้ที่อยู่ในที่ประชุมใหญ่ การเลือกตั้งคณะ กก.บห.พรรค จะดำเนินการตามลำดับ ได้แก่ หัวหน้าพรรค, รองหัวหน้าพรรค, เลขาธิการพรรค, รองเลขาธิการพรรค, เหรัญญิกพรรค, นายทะเบียนพรรค, โฆษกพรรค และ กก.บห.พรรค โดยต้องมีสมาชิกในที่ประชุมใหญ่วิสามัญรับรองไม่น้อยกว่า 20 คน

การลงมติของที่ประชุมใหญ่เป็นไปตามข้อ 84 ซึ่งกำหนดเกณฑ์คำนวณคะแนนเสียงจากองค์ประชุมในสัดส่วนต่างๆ ดังนี้

  • กก.บห.พรรค คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20
  • สส. ของพรรค คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 40
  • คะแนนเสียงเลือกตั้งขององค์ประชุมอื่นๆ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 40

ที่ประชุม กก.บห.พรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา ได้แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับ วินิจฉัย และประกาศผลการเลือกตั้ง (กกต.พรรค) โดยมีนายวิรัช ร่มเย็น รักษาการ กก.บห.พรรค เป็นประธาน

กกต.พรรคชุดนี้มีหน้าที่ควบคุมการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค และ กก.บห.ชุดใหม่ ให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับพรรค ด้วยความโปร่งใส สุจริต และเป็นธรรม เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความราบรื่นและบรรลุเป้าหมายสูงสุด คือการเลือกผู้นำที่ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกพรรคอย่างแท้จริง และพร้อมนำพาพรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าต่อไป

นายธนิตพลกล่าวเพิ่มเติมว่า การที่พรรค ปชป. ตั้ง “วิรัช ร่มเย็น” มาควบคุมการเลือกตั้ง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะทำให้การเปลี่ยนผ่านผู้นำของพรรคเป็นไปอย่างราบรื่น และเป็นไปตามครรลองของประชาธิปไตยภายในพรรคอย่างแท้จริง ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีต่ออนาคตของพรรคประชาธิปัตย์

การตัดสินใจของ ปชป. ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะรักษาความเป็นสถาบันทางการเมือง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกพรรคและประชาชนทั่วไป

ที่มา – ปชป. ตั้ง “วิรัช ร่มเย็น” เป็นกรรมการพรรค คุมการเลือกตั้ง หัวหน้า-กก.บห.ชุดใหม่

Scroll to top