ประธานกรรมาธิการกฎหมาย

กมธ.กฎหมายฯ สว. ชี้ได้ข้อมูลดีทั้งเรื่องสแกมเมอร์-สตช.

คณะกรรมาธิการกฎหมายฯ สว. เผยได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องสแกมเมอร์-สตช. หลังจากการเชิญ “บิ๊กโจ๊ก” เข้าชี้แจงข้อมูลสำคัญ

ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา เปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งหลังจากการเชิญ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. เข้าให้ข้อมูลในประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสแกมเมอร์-สตช. ด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ย้ำว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะต้องดำเนินการกวาดล้างภายในองค์กรให้สะอาดและโปร่งใส

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15.45 น. ณ รัฐสภา ภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา ได้เชิญ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. เข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, สแกมเมอร์ และเว็บพนัน โดยใช้เวลาในการประชุมกว่า 2 ชั่วโมง พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย สว. ในฐานะประธาน กมธ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ทั้งในเรื่องของการปราบปรามสแกมเมอร์ รวมถึงกระแสข่าวที่กล่าวหาว่า สตช.เป็นองค์กรอาชญากรรม กมธ. ได้รับแนวทางที่เป็นประโยชน์ว่าใครเกี่ยวข้องอย่างไร และถือเป็นหน้าที่ของวุฒิสภาในการส่งข้อมูลเหล่านี้ไปยังผู้บริหารประเทศเพื่อดำเนินการต่อไป

กมธ.กฎหมายฯ สว. ชี้ได้ข้อมูลดีทั้งเรื่องสแกมเมอร์-สตช.

“บิ๊กโจ๊ก” ย้ำ สตช. ต้องกวาดบ้านให้สะอาดโปร่งใส

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า บรรยากาศในการให้ข้อมูลครั้งนี้แตกต่างจากการชี้แจงต่อ กมธ. ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อรองหัวหน้าพรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ. เพราะวันนี้เป็นการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและบ้านเมือง เพื่อส่งต่อถึงผู้บริหารประเทศเพื่อเร่งแก้ไขปัญหา โดยขั้นตอนต่อไปคือ ประธาน กมธ. จะนำไปสรุปรายละเอียดและนำเสนอตามหน้าที่ ส่วนกรณีองค์กรอาชญากรรมที่ตนได้ระบุไปนั้น มีจุดประสงค์เพื่อให้องค์กรตำรวจได้ทำการแก้ไขปรับปรุง จะไม่ยอมให้คนเพียง 200 กว่าคน มาทำให้คน 2 แสนกว่าคนต้องเสียหาย และได้กล่าวเน้นย้ำว่า สตช. ต้องไปแก้ไขให้ตรงจุด ทำให้โปร่งใสในทุกคดี ทั้งคดีเว็บพนัน และคดีของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส. สงขลา พรรคกล้าธรรม ถือเป็นเรื่องที่สังคมต้องติดตามว่าเหตุใด ทั้งสแกมเมอร์ และเว็บพนันออนไลน์ รวมถึงบัญชีม้ายังคงมีอยู่ เหตุใดจึงสามารถยึดทรัพย์นายชนนพัฒฐ์ได้เพียง 31 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ สตช. จะต้องบูรณาการทุกส่วน และทำความจริงให้ปรากฏและโปร่งใสต่อสังคม

ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ สแกมเมอร์-สตช.

การให้ข้อมูลของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในครั้งนี้ ทำให้คณะกรรมาธิการได้รับทราบถึงข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับปัญหาสแกมเมอร์-สตช. ซึ่งเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรตำรวจ การเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาและความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาภายในองค์กร ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะทำให้ สตช. เป็นองค์กรที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

  • ความสำคัญของการปราบปรามสแกมเมอร์: สแกมเมอร์เป็นภัยคุกคามที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชนจำนวนมาก การปราบปรามสแกมเมอร์อย่างจริงจังจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง
  • การแก้ไขปัญหาภายใน สตช.: การที่มีบุคคลากรใน สตช. เข้าไปเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม ทำให้องค์กรเสื่อมเสียชื่อเสียง การแก้ไขปัญหาภายในองค์กรจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน
  • ความโปร่งใสและความรับผิดชอบ: ความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการดำเนินงานของ สตช. เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากประชาชน

การที่คณะกรรมาธิการได้รับข้อมูลที่ดีเกี่ยวกับเรื่องสแกมเมอร์-สตช. ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการปรับปรุงองค์กรตำรวจให้มีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น การติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของ สตช. อย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าการแก้ไขปัญหาจะดำเนินการไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

การที่ สตช. กล้าที่จะเปิดเผยข้อมูลและดำเนินการแก้ไขปัญหาภายในองค์กรแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการปรับปรุงองค์กรตำรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ที่มา – กมธ.กฎหมายฯ สว. ชี้ได้ข้อมูลดีทั้งเรื่องสแกมเมอร์-สตช. หลังเชิญ “บิ๊กโจ๊ก” แจง

“บิ๊กโจ๊ก” แนะจับตาคดี “ชนนพัฒฐ์” ยึดทรัพย์แค่ 31 ล้าน?

ประธานกรรมาธิการกฎหมาย ยุติธรรม วุฒิสภา ได้รับข้อมูลดีเรื่องปราบปรามสแกมเมอร์และปัญหาในองค์กร สตช. ด้าน “บิ๊กโจ๊ก” แนะจับตาคดี “ชนนพัฒฐ์” ยึดทรัพย์ได้แค่ 31 ล้านบาท

เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 19 พ.ย. 2568 ที่รัฐสภา ภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา เชิญ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. เข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สแกมเมอร์และเว็บพนัน โดยใช้เวลาประชุมกว่า 2 ชั่วโมง โดย พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย สว. ในฐานะประธาน กมธ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้รับข้อมูลที่ดีทั้งเรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ รวมถึงกระแสข่าวที่กล่าวหาว่า สตช. เป็นองค์กรอาชญากรรม กมธ.ได้รับแนวทางที่ดีว่า ใครเกี่ยวข้องอย่างไร และเป็นหน้าที่ของวุฒิสภาในการส่งข้อมูลเหล่านี้ไปยังผู้บริหารประเทศต่อไป

ด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า วันนี้บรรยากาศไม่เหมือนกับคราวที่ไปชี้แจง กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ. เพราะวันนี้เป็นการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและบ้านเมือง เพื่อส่งต่อถึงผู้บริหารประเทศเพื่อเร่งแก้ปัญหา ต่อไปเป็นขั้นตอนที่ประธาน กมธ. จะนำไปสรุปรายละเอียดและนำเสนอตามหน้าที่

กรณีองค์กรอาชญากรรมที่ตนระบุเพื่อต้องการให้องค์กรตำรวจได้แก้ไข จะไม่ยอมให้คน 200 กว่าคน มาทำให้คน 2 แสนกว่าคนต้องเสียหาย และบอกไปแล้วว่า สตช.ต้องไปแก้ให้ตรงจุด ทำให้โปร่งใสในทุกคดี ทั้งคดีเว็บพนัน และคดีของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ถือเป็นเรื่องที่สังคมต้องติดตาม

“บิ๊กโจ๊ก” แนะจับตาคดี “ชนนพัฒฐ์” ยึดทรัพย์ได้แค่ 31 ล้านบาท

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” ได้ออกมาให้ความเห็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับคดีของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการยึดทรัพย์สินที่ทำได้เพียง 31 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยในวงกว้าง

ทำไมต้องจับตาคดี “ชนนพัฒฐ์”?

เหตุผลสำคัญที่ “บิ๊กโจ๊ก” แนะนำให้จับตาคดี “ชนนพัฒฐ์” นั้น เป็นเพราะคดีนี้มีความเชื่อมโยงกับปัญหาใหญ่ในสังคมหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสแกมเมอร์ เว็บพนันออนไลน์ และบัญชีม้า ซึ่งเป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก หากการดำเนินการกับผู้กระทำผิดไม่เป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ก็อาจทำให้ปัญหาเหล่านี้ยังคงอยู่ต่อไป

“บิ๊กโจ๊ก” ยังเน้นย้ำว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ต้องเร่งแก้ไขปัญหาภายในองค์กรให้ตรงจุด และสร้างความโปร่งใสในทุกคดีที่เกี่ยวข้อง เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นจากประชาชน และทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างยุติธรรม

เรื่องที่สังคมต้องติดตามคือเหตุใด ทั้งสแกมเมอร์และเว็บพนันออนไลน์ รวมถึงบัญชีม้ายังมีอยู่ เหตุใดจึงยึดทรัพย์นายชนนพัฒฐ์ได้เพียง 31 ล้านบาทเท่านั้น เป็นเรื่องที่ สตช.ต้องไปบูรณาการทุกส่วน และทำความจริงให้ปรากฏและโปร่งใสต่อสังคม

การที่ “บิ๊กโจ๊ก” ออกมาให้ความเห็นเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และความต้องการที่จะเห็นการทำงานของตำรวจเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อให้การปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

ประเด็นเรื่องการยึดทรัพย์สินได้เพียง 31 ล้านบาทใน คดี “ชนนพัฒฐ์” เป็นเรื่องที่น่าสงสัยและควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความกระจ่างและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย รวมถึงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต การที่ทรัพย์สินที่ยึดได้มีมูลค่าน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจบ่งชี้ถึงความซับซ้อนของการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือการซ่อนทรัพย์สินที่อาจต้องมีการสืบสวนเพิ่มเติม

ดังนั้น การติดตาม คดี “ชนนพัฒฐ์” อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างถูกต้องและโปร่งใส และเพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษตามกฎหมาย

นอกจากนี้ การที่ “บิ๊กโจ๊ก” แนะจับตา คดี “ชนนพัฒฐ์” ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ที่กระทำผิดในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อให้การยึดทรัพย์สินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง ก็จะสามารถสร้างสังคมที่ปลอดภัยจากอาชญากรรมเหล่านี้ได้

ที่มา – “บิ๊กโจ๊ก” แนะจับตาคดี “ชนนพัฒฐ์” ข้องใจยึดทรัพย์ได้แค่ 31 ล้านบาท

Scroll to top