ประธานวิปฝ่ายค้าน

ส่องแกนนำ ปชน. รุ่นต่อไป วีระยุทธ หัวหน้าพรรคใหม่

ส่องแกนนำ ปชน. รุ่นต่อไป วาง “วีระยุทธ” หัวหน้าพรรคคนใหม่ ถอย “เท้ง” นั่งเลขาฯ เป็นข่าวร้อนที่หลายคนจับตาในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้เลยนะครับ พรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งเป็นพรรคใหม่ที่สืบสานอุดมการณ์จากพรรคก้าวไกล กำลังเคลื่อนไหวใหญ่ก่อนการประชุมใหญ่สามัญประจำปี วันที่ 24-26 เมษายน 2567 ตรงกับวันศาลฎีกานัดฟังคำสั่งคดี 44 ส.ส. เรื่องเสนอแก้ ม.112 ด้วยซ้ำ

ส่องแกนนำ ปชน. รุ่นต่อไป วาง “วีระยุทธ” หัวหน้าพรรคคนใหม่ ถอย “เท้ง” นั่งเลขาฯ

มาดูรายละเอียดกันแบบชัดๆ เลยครับ จากข้อมูลที่ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อ 18 เมษายน 2567 พรรคกำลังจัดสรรตำแหน่งบริหารใหม่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร หรือที่รู้จักในชื่อ “อ.ต้น” รองหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน จะก้าวขึ้นเป็น หัวหน้าพรรคประชาชนคนใหม่ แทนนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคปัจจุบัน ที่จะถอยไปนั่งเลขาธิการพรรคแทนนายศรายุทธ์ ใจหลัก ที่ลาออกไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงนี้เหมือนการโรลเลอร์โคสเตอร์เลยนะ สลับตำแหน่งเพื่อความสดใหม่

นอกจากนี้ ยังมีชื่อเด่นๆ อีกเพียบ เช่น น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ หรือ “ลิซ่า” ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะขึ้นเป็นโฆษกพรรค แทนนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ “ไอติม” ที่จะไปเป็นประธานวิปฝ่ายค้านแทน ส่วนแม่ทัพแต่ละภาคก็จัดเต็ม ภาคเหนือตอนบนมี “ตี๋ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์” ส.ส.เชียงใหม่ ภาคเหนือตอนล่าง “ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ” อดีตส.ส.พิษณุโลกเขต 5 ภาคอีสาน “วีรนันท์ ฮวดศรี” ส.ส.ขอนแก่น ภาคใต้ก็ “ภคมน” พ่วงด้วย และกทม. จ่อ “แบงค์ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์” ส.ส.กทม. เรียกได้ว่าวางหมากครบทุกภูมิภาคเลย

ส่องแกนนำ ปชน. รุ่นต่อไป: รับมือคดีใหญ่และการประชุมพรรค

ที่สำคัญคือ ทุกอย่างยังเปลี่ยนได้นะครับ ขึ้นกับมติที่ประชุมใหญ่ และคดียักษ์ 44 ส.ส. พรรคประเมิน 3 สถานการณ์ 1.ศาลไม่รับฟ้อง 2.รับฟ้องแล้วส.ส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือ 3.สั่งป.ป.ช.แก้คำร้อง พรรคจะเกาะติดสถานการณ์ไปพร้อมกัน การส่องแกนนำ ปชน. รุ่นต่อไป วาง “วีระยุทธ” หัวหน้าพรรคคนใหม่ ถอย “เท้ง” นั่งเลขาฯ นี้ จึงเป็นกลยุทธ์เพื่อความมั่นคงท่ามกลางพายุการเมือง

ทำไมพรรคถึงเลือก “วีระยุทธ” ล่ะ? เขาเป็นนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ อดีต ส.ว. มีประสบการณ์สูง เคยเป็นรองหัวหน้า ก้าวไกลมาก่อน ภาพลักษณ์น่าเชื่อถือ ส่วน “เท้ง” ลงเลขาฯ ก็ยังมีบทบาทสำคัญในการบริหารเบื้องหลัง พรรคประชาชนเกิดขึ้นหลังพรรคก้าวไกลถูกยุบ แต่สมาชิกย้ายมาเกือบหมด อุดมการณ์ปฏิรูปยังคงเดิม แกนนำรุ่นใหม่เหล่านี้จะช่วยพรรคฝ่าฟันอุปสรรค โดยเฉพาะคดี 112 ที่เป็นประเด็นร้อน

มาดูโครงสร้างแกนนำแบบละเอียดกันครับ

  • หัวหน้าพรรค: วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร (อ.ต้น)
  • เลขาธิการพรรค: ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (เท้ง)
  • โฆษกพรรค: ภคมน หนุนอนันต์ (ลิซ่า)
  • ประธานวิปฝ่ายค้าน: พริษฐ์ วัชรสินธุ (ไอติม)
  • ภาคเหนือตอนบน: ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ (ตี๋)
  • กทม.: ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ (แบงค์)
  • อื่นๆ: ศุภปกรณ์ (เหนือล่าง), วีรนันท์ (อีสาน), ภคมน (ใต้)

การจัดวางนี้แสดงถึงการกระจายอำนาจให้คนรุ่นใหม่และฐานเสียงแต่ละพื้นที่ พรรคประชาชนกำลังสร้างทีมที่แข็งแกร่งเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งท้องถิ่นและใหญ่ในอนาคต

ในมุมมองผม การส่องแกนนำ ปชน. รุ่นต่อไป วาง “วีระยุทธ” หัวหน้าพรรคคนใหม่ ถอย “เท้ง” นั่งเลขาฯ เป็นสัญญาณบวก พรรคปรับตัวเร็วท่ามกลางคดีรุมเร้า แสดงถึงความเป็นมืออาชีพ หากผ่านคดีนี้ไปได้ พรรคจะยิ่งแข็งแกร่ง คุณคิดยังไงกับไลน์อัพใหม่นี้? คอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ หรือติดตามอัปเดตข่าวการเมืองร้อนๆ ได้ที่นี่ทุกวัน!

ที่มา – ส่องแกนนำ ปชน. รุ่นต่อไป วาง “วีระยุทธ” หัวหน้าพรรคคนใหม่ ถอย “เท้ง” นั่งเลขาฯ

เพื่อไทยเหน็บตั๋วช้างสีส้ม หวั่นรัฐมนตรีสร้างปัญหา

เพื่อไทย แซะ “ปกรณ์วุฒิ” ทำหน้าที่เหมือนโฆษกภูมิใจไทย ปกป้องค่ายสีน้ำเงิน เติมเสียง สส. หวั่น รมต.ปราสาทสายฟ้า อาจสร้างปัญหาการตรวจสอบและดำเนินคดีของหน่วยงานต่างๆ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 กันยายน 2568 นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงในตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ประชาชนเห็นสัญญาณชัดเจน การเร่งเติมเสียงของพรรคภูมิใจไทย มีนักการเมืองพรรคต่างๆ เปิดตัวเข้าร่วมงานมากขึ้น น่าแปลกใจที่ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน มองไม่เห็น ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้รวมเสียงข้างมาก ไม่เป็นสัญญาณให้เกิดเสียงเพิ่มเติมในรัฐบาล

นายชนินทร์ เผยต่อไปว่า หลายฝ่ายสับสน นายปกรณ์วุฒิ เป็นรองหัวหน้าพรรคประชาชนหรือโฆษกพรรคภูมิใจไทยคนใหม่กันแน่ พรรคประชาชนต้องเข้าใจว่าข้อตกลงรัฐบาลเสียงข้างน้อยของสีส้มและสีน้ำเงินนั้น พรรคเพื่อไทยไม่ได้ร่วมรับผิดชอบด้วย แม้จะมี สส.พรรคเพื่อไทย 9 คน สนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล แต่พรรคประชาชนคือคนโหวตหนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรียกพรรค ต้องรับผิดชอบต่อการดำเนินการของรัฐบาลนี้

ขณะเดียวกัน คนเริ่มครหารัฐบาลนี้ไม่ได้ตั้งมาเพื่อยุบสภา แต่ตั้งมาเพื่อยุบคดีสีน้ำเงิน รัฐบาลนี้ตั้งขึ้นด้วยกลไกประหลาด มีผู้นำฝ่ายค้านหามแคนดิเดตพรรคภูมิใจไทยขึ้นเสลี่ยง มีประธานวิปฝ่ายค้านทำหน้าที่เสมือนโฆษกพรรคภูมิใจไทยให้ สส.กว่า 140 คน แบกองค์ประชุมแทนรัฐบาล ขัดที่เคยประกาศว่า การรักษาองค์ประชุมเป็นหน้าที่รัฐบาล วิปที่ตั้งขึ้นมาคือวิปฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้ำให้รัฐบาลสีน้ำเงินกันแน่

นายชนินทร์ ยังกล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยหวังว่ารัฐบาลใหม่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต ยึดผลประโยชน์ประชาชนและประเทศมากกว่าผลประโยชน์พวกพ้อง หรือมีเจตนาเข้ามาสะสางปัญหาคดีความที่พรรคภูมิใจไทยกำลังเผชิญ วันนี้ประชาชนกังวลรายชื่อรัฐมนตรีเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ผลประโยชน์ทับซ้อนเชื่อมโยงกลุ่มอิทธิพลการเมือง เป็นรัฐมนตรีปราสาทสายฟ้าคอนเนคชั่น อาจสร้างปัญหาการตรวจสอบและดำเนินคดีของหน่วยงานต่างๆ

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยเตรียมทีม สส. รวบรวมข้อมูลอภิปราย การแถลงนโยบายรัฐบาล 2 ประเด็น คือ 1. นโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภาในการบริหารราชการแผ่นดิน และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2. คุณสมบัติรัฐมนตรี ความรู้ความสามารถ การขัดกันแห่งผลประโยชน์ ทั้งคดีเขากระโดง คดีฮั้วเลือก สว. รวมทั้งรัฐมนตรีอื่นๆ ที่มีข้อครหาไม่ซื่อสัตย์สุจริต หรือถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด แต่ได้รับตั๋วช้างสีส้มจากพรรคประชาชนเข้าสู่ตำแหน่ง จะต้องได้รับการวินิจฉัยในมาตรฐานเดียวกับที่รัฐบาลเพื่อไทยเคยถูกตรวจสอบ

สำหรับประเด็นหลักที่เป็นไฮไลต์การแถลงนโยบายครั้งนี้คือ การตั้งคำถามตรงไปตรงมาว่า การที่พรรคภูมิใจไทยทำทุกวิถีทาง ยอมทุกอย่างเพื่อเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยในเวลา 4 เดือน มีความเกี่ยวข้องอะไรกับคดีฮั้ว สว. และคดีที่ดินเขากระโดงหรือไม่ อาจทำให้ถึงจุดจบบางพรรคการเมือง.

เพื่อไทยเหน็บตั๋วช้างสีส้ม หวั่นรัฐมนตรีสร้างปัญหา

พรรคเพื่อไทยออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานของรัฐบาลผสม และบทบาทของพรรคภูมิใจไทย รวมถึงการที่ สส. พรรคอื่นออกมาปกป้องการทำงานของพรรคภูมิใจไทย

กังวลเรื่องตั๋วช้างสีส้ม

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความกังวลเกี่ยวกับ “ตั๋วช้างสีส้ม” ที่อาจทำให้เกิดปัญหาในการตรวจสอบการทำงานของรัฐมนตรีบางท่าน

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังได้เตรียมทีม สส. เพื่อรวบรวมข้อมูลสำหรับการอภิปรายในการแถลงนโยบายของรัฐบาล โดยจะเน้นไปที่ 2 ประเด็นหลัก คือ นโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา และคุณสมบัติของรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความขัดแย้งทางผลประโยชน์

ประเด็นที่น่าสนใจคือ การที่พรรคเพื่อไทยตั้งคำถามถึงแรงจูงใจที่พรรคภูมิใจไทยยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยเชื่อมโยงกับคดีความต่างๆ ที่พรรคภูมิใจไทยกำลังเผชิญอยู่

ประเด็นเรื่อง ตั๋วช้างสีส้ม สร้างความกังวลให้กับหลายฝ่ายถึงความโปร่งใสในการทำงานของรัฐบาล และการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่สังคมไทยต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

พรรคเพื่อไทยแสดงความกังวลว่าการได้รับ ตั๋วช้างสีส้ม ของรัฐมนตรีบางท่านอาจนำไปสู่ปัญหาในอนาคต

ที่มา – พท. เหน็บตั๋วช้างสีส้ม หวั่น รมต.ปราสาทสายฟ้า สร้างปัญหา แซะ “ปกรณ์วุฒิ” ป้อง ภท.

วิปฝ่ายค้านเผย เพื่อไทยยังไม่แบ่งงาน เชื่อไม่มีร่างกม.ครม.

ประธานวิปฝ่ายค้านเผยยังไม่แบ่งงาน “เพื่อไทย” เชื่อ ไม่มีร่างกฎหมายครม.เข้าสภา ฝ่ายค้านไม่ต้องแบกองค์ประชุม ย้ำขอแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนพิจารณาเปิดศึกซักฟอกหรือไม่

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 ก.ย. 2568 ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการทำงานร่วมกันกับพรรคเพื่อไทย ว่า มีการพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการบ้างแล้ว วันนี้จึงเชิญตัวแทนจากพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมประชุมวิปฝ่ายค้านด้วย และยังไม่ได้มีการแต่งตั้งตัวแทนวิปฝ่ายค้านจากพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นทางการ ต้องรอพูดคุยกันก่อน เวลา 4 เดือนที่เหลือ ครม. ที่มีเวลาไม่มาก คงไม่ยื่นร่างกฎหมายเข้ามา ดังนั้น 4 เดือนที่เหลือจะเป็นเวลาที่สำคัญ นับถอยหลังจากวันแถลงนโยบาย คาดว่าอาจจะเป็นปลายเดือนนี้หรือต้นเดือนหน้า ก็เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่ร่างของสส.จะได้รับการพิจารณา จึงชวนเพื่อไทยว่า อยากจะผลักดันร่างใหม่ให้จบ ภายใน 4 เดือนนี้ก็อยากจะให้ร่วม พูดคุยกันให้ชัดเจน ยังมีหลายนโยบายที่พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนเห็นตรงกัน 

วิปฝ่ายค้านเผยยังไม่แบ่งงาน “เพื่อไทย” เชื่อ ไม่มีร่างกฎหมายครม.เข้าสภา

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายค้านคุมเสียงข้างมากในสภา ดังนั้นร่างกฎหมายใดที่พรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยเห็นตรงกัน รัฐบาลก็ไม่สามารถคัดค้านได้ เพราะเสียงข้างมากในสภาจะเห็นชอบกับกฎหมายนั้น จึงเชิญชวนให้มาผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์และกฎหมายที่เป็นนโยบาย ที่ได้สัญญากับประชาชนไว้ให้สำเร็จ

เชื่อ ไม่มีร่างกฎหมายครม.เข้าสภา

นายปกรณ์วุฒิ ยังกล่าวถึง ปัญหาองค์ประชุม ที่ขณะนี้ฝ่ายค้านจะต้องเป็นองค์ประชุมให้ฝ่ายรัฐบาล ว่า ที่ผ่านมาเวลาเรานับองค์ประชุม ต้องดูว่าวาระนั้นเป็นวาระอะไร ไม่ว่าพรรคไหนจะมาเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพราะมีพรรคร่วมฝ่ายค้านสลับสับเปลี่ยนหน้ากันมามาก หลักการที่ตนพูดกับพรรคร่วมฝ่ายค้านยังคงเดิม หากร่างกฎหมายใด หรือวาระใดที่พรรคประชาชนเห็นด้วย พรรคประชาชนพร้อมเป็นองค์ประชุมให้เสมอ แต่หากเรื่องใดที่ ครม. เสนอมา แล้วเราไม่ได้เห็นด้วย ร่างบางร่างเสนอมาอย่างเร่งรีบ ไม่รอบคอบ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่เสนอกฎหมายมา ที่จะต้องรักษาองค์ประชุม ซึ่งถ้าหากเป็นร่างของพรรคประชาชน เราไม่นับองค์ประชุมแน่นอน และหลังจากนี้คงจะมีการพิจารณาร่างกฎหมายที่สส.เสนอเข้ามาเท่านั้น และก่อนที่จะเสนอร่างเข้ามาในระเบียบวาระก็คงมีการพูดคุยกันมาในระดับหนึ่งแล้ว ดังนั้นร่างของพรรคเพื่อไทย เราพร้อมที่จะพูดคุยให้สภาบรรจุวาระ และคิดว่าคงไม่มีเหตุการณ์ที่พรรคเพื่อไทยขอนับองค์ประชุมในขณะที่พิจารณาร่างของพรรคเพื่อไทยอยู่

ส่วนเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่พรรคเพื่อไทยเสนอจะขอเปิดในอีก 1 เดือนนั้น นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นสิทธิของท่าน แต่อยากให้มีการพูดคุย พิจารณาให้ดีก่อน อย่างน้อยพรรคเพื่อไทยเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากช่วงเวลา 1 เดือนหลังจากที่รัฐบาลได้ทำงานแล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีการขยับไปข้างหน้า ก็ต้องมาคุยกันว่า ควรจะเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จดีหรือไม่ แต่ทั้งนี้ก็เป็นสิทธิของพรรคเพื่อไทย ส่วนของพรรคประชาชนเองเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงที่ทำกับพรรคภูมิใจไทยว่า เราจำเป็นจะต้องประคอง หากหลักฐานข้อมูลที่มีการอภิปรายมีความหนักแน่นและมีความชัดเจน เราก็พร้อมลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ไม่ว่าคนใดก็ตาม ถ้าถึงเวลาที่สุกงอมแล้วเหมาะสมจริงๆ พรรคประชาชนเองก็พร้อมที่จะยื่นบางรายชื่อที่เราไม่ไว้วางใจ ในครม.ชุดนี้เช่นกัน

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานร่วมกันของพรรคร่วมฝ่ายค้าน และการผลักดันกฎหมายต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน การที่ประธานวิปฝ่ายค้านออกมาให้ความเห็นเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอน และความท้าทายในการทำงานร่วมกันของพรรคการเมืองต่างๆ ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของรัฐบาล

การที่วิปฝ่ายค้านเผย เพื่อไทยยังไม่แบ่งงาน และเชื่อว่าไม่มีร่างกฎหมายครม.เข้าสภา อาจส่งผลต่อการพิจารณากฎหมายสำคัญต่างๆ ในสภา หวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมมือกันเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน

ที่มา – ประธานวิปฝ่ายค้านเผยยังไม่แบ่งงาน “เพื่อไทย” เชื่อ ไม่มีร่างกฎหมายครม.เข้าสภา

Scroll to top