ประธานสภากรุงเทพมหานคร

“ชัชชาติ” ย้ำให้ความสำคัญประชุมสภา กทม. แจงไม่อยู่ช่วงแก้ข้อบังคับประชุม

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจเกี่ยวกับกรณีการเข้าร่วมประชุมสภากรุงเทพมหานครของท่านผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่หลายคนอาจจะเห็นภาพข่าวผ่านตากันมาบ้าง ซึ่งล่าสุดทางท่านผู้ว่าฯ ได้ออกมาไขข้อข้องใจถึงประเด็นที่ว่าทำไมถึงไม่อยู่ในช่วงแก้ข้อบังคับการประชุมครับ

“ชัชชาติ” ย้ำให้ความสำคัญประชุมสภา กทม. แจงไม่อยู่ช่วงแก้ข้อบังคับประชุม

ท่านผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า “ชัชชาติ” ย้ำให้ความสำคัญประชุมสภา กทม. แจงไม่อยู่ช่วงแก้ข้อบังคับประชุม มาโดยตลอด โดยในวันเกิดเหตุท่านและคณะผู้บริหารได้เข้าร่วมประชุมตั้งแต่ช่วงเช้า ชี้แจงกระทู้สดและญัตติต่างๆ อย่างครบถ้วนตามหน้าที่ แต่เมื่อเข้าสู่วาระการแก้ไขข้อบังคับการประชุม ซึ่งเป็นเรื่องภายในของสภาฯ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับฝ่ายบริหาร ท่านจึงออกไปปฏิบัติภารกิจอื่นเพื่อความเป็นระเบียบและให้เกียรติสมาชิกสภากรุงเทพมหานครให้ได้อภิปรายกันอย่างเต็มที่ครับ

ทำความเข้าใจหน้าที่ฝ่ายบริหารในสภา

หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบครับว่า ในทางปฏิบัติแล้วผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและฝ่ายบริหารไม่ได้มีสถานะเป็นองค์ประชุมของสภา กทม. ดังนั้นการที่ผู้บริหารออกไปปฏิบัติภารกิจในระหว่างที่สภาฯ พิจารณาวาระที่ไม่เกี่ยวข้องจึงเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ตามระบบงานปกติ

  • ผู้ว่าฯ และผู้บริหารเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงกระทู้และญัตติสำคัญอย่างสม่ำเสมอ
  • เมื่อเป็นวาระภายในของสภาฯ ฝ่ายบริหารจะหลีกทางให้เพื่อให้ สก. ทำงานได้อย่างอิสระ
  • หากมีข้อซักถาม ท่านผู้ว่าฯ ยังคงเตรียมข้อมูลและเอกสารชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรส่งให้พิจารณาอยู่เสมอ

จากเหตุการณ์นี้ทำให้เราเห็นถึงทัศนคติของท่านผู้ว่าฯ ที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการทำงานแบบมืออาชีพ การแบ่งหน้าที่ให้ชัดเจนระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติเป็นสิ่งที่ช่วยให้การทำงานของกรุงเทพมหานครเดินหน้าไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับ

บทเรียนในครั้งนี้สอนให้เรารู้ว่า การทำงานร่วมกันในองค์กรใหญ่อย่างกทม. ต้องอาศัยทั้งการมีส่วนร่วมและการให้เกียรติซึ่งกันและกัน สำหรับคนที่กังวลว่าท่านผู้ว่าฯ จะเพิกเฉยต่อการประชุม บอกได้เลยครับว่าท่านยังคงมุ่งมั่นกับการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ อย่างเต็มที่แน่นอนครับ

ที่มา – “ชัชชาติ” ย้ำให้ความสำคัญประชุมสภา กทม. แจงไม่อยู่ช่วงแก้ข้อบังคับประชุม

ประวัติ วิรัตน์ มีนชัยนันท์ อดีต สก. มีนบุรี 5 สมัย

เรียกได้ว่าเป็นข่าวที่สร้างความฮือฮาให้กับวงการเมืองท้องถิ่นกรุงเทพมหานครไม่น้อย เมื่อเราได้เห็นการกลับมาของนักการเมืองรุ่นใหญ่ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีอย่างนายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ที่ล่าสุดได้ตัดสินใจลงสนามเลือกตั้งอีกครั้งภายใต้กลุ่ม “เพื่อไทย Life ลงตัว” ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ ประวัติ “วิรัตน์ มีนชัยนันท์” อดีต สก. มีนบุรี 5 สมัย กลับมาใหม่ ภายใต้กลุ่ม “เพื่อไทย Life ลงตัว” ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นครับ

เจาะลึก ประวัติ “วิรัตน์ มีนชัยนันท์” อดีต สก. มีนบุรี 5 สมัย กลับมาใหม่ ภายใต้กลุ่ม “เพื่อไทย Life ลงตัว”

นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ เกิดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2506 ปัจจุบันอายุ 63 ปี พื้นเพมาจากตระกูล “มีนชัยนันท์” ซึ่งเป็นตระกูลบ้านใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในเขตมีนบุรี ไม่เพียงแต่มีความโดดเด่นในด้านอิทธิพลทางการเมืองเท่านั้น แต่ครอบครัวนี้ยังเป็นที่รู้จักในฐานะนักธุรกิจแถวหน้าที่มีรากฐานความมั่นคงทางเศรษฐกิจยาวนานหลายทศวรรษ

เส้นทางการเมืองของวิรัตน์ มีนชัยนันท์

หากจะพูดถึง ประวัติ “วิรัตน์ มีนชัยนันท์” อดีต สก. มีนบุรี 5 สมัย กลับมาใหม่ ภายใต้กลุ่ม “เพื่อไทย Life ลงตัว” เราไม่สามารถมองข้ามประสบการณ์การทำงานที่เข้มข้นได้เลย โดยเส้นทางการเมืองของเขานั้นเรียกได้ว่าโชกโชน เริ่มต้นจากการเป็น สก. เขตมีนบุรีในปี 2544 และได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้ทำหน้าที่ต่อเนื่องถึง 5 สมัย

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นายวิรัตน์ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาพื้นที่อย่างแท้จริง ผ่านตำแหน่งหน้าที่สำคัญต่างๆ เช่น:

  • สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตมีนบุรี 5 สมัย
  • อดีตผู้อำนวยการตลาดนัดจตุจักร
  • อดีตประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 23

ความสำเร็จเหล่านี้ตอกย้ำให้เห็นว่า นายวิรัตน์ไม่ได้เพียงแค่เป็นนักการเมืองที่มาตามกระแส แต่เป็นบุคคลที่เข้าใจปัญหาและความต้องการของคนในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง การตัดสินใจกลับมาลงสนามเลือกตั้งอีกครั้งในครั้งนี้ภายใต้ชื่อกลุ่ม “เพื่อไทย Life ลงตัว” จึงเป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตาในฐานะความหวังใหม่ของคนกรุงเทพฯ

เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า การกลับมาคราวนี้ของนักการเมืองผู้มีประสบการณ์สูงอย่างนายวิรัตน์ จะสามารถเปลี่ยนผ่านและสร้างความเปลี่ยนแปลงตามที่ประชาชนคาดหวังได้มากน้อยเพียงใด แต่เชื่อได้เลยว่าด้วยฐานเสียงที่เหนียวแน่นและบทบาทในอดีตที่ผ่านมา จะทำให้นายวิรัตน์เป็นตัวเลือกที่สำคัญที่คนมีนบุรีไม่ควรมองข้ามอย่างแน่นอน

ที่มา – ประวัติ “วิรัตน์ มีนชัยนันท์” อดีต สก. มีนบุรี 5 สมัย กลับมาใหม่ ภายใต้กลุ่ม “เพื่อไทย Life ลงตัว”

“สรวงศ์” ซัด “ดร.จอห์น” เผาบ้านตัวเอง

“สรวงศ์” ซัด “ดร.จอห์น” เผาบ้านตัวเอง ไม่ใช่ลูกผู้ชาย ย้อนได้ตำแหน่งก็เพราะ พท.

ในแวดวงการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวและดราม่าอยู่เสมอ เรื่องราวล่าสุดระหว่างเลขาธิการพรรคเพื่อไทยกับอดีต ส.ก.ลาดกระบัง กำลังเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ “สรวงศ์” ซัด “ดร.จอห์น” เผาบ้านตัวเอง ไม่ใช่ลูกผู้ชาย ย้อนได้ตำแหน่งก็เพราะ พท. คือหัวใจของข่าวนี้ที่สะท้อนถึงความขัดแย้งภายในพรรคและการเมืองท้องถิ่น

“สรวงศ์” ซัด “ดร.จอห์น” เผาบ้านตัวเอง ไม่ใช่ลูกผู้ชาย

นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาโต้กลับอย่างดุเดือดต่อนายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือที่รู้จักกันในชื่อ ดร.จอห์น หลังจากที่ดร.จอห์นประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย สิ่งที่สรวงศ์ชี้ให้เห็นคือ การกระทำของดร.จอห์นนั้นเหมือนกับการเผาบ้านที่ตัวเองเคยอยู่อาศัย ซึ่งไม่ใช่พฤติกรรมของผู้ชายที่แท้จริง พรรคเพื่อไทยคือผู้ที่มอบโอกาสให้ดร.จอห์นก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นประธานสภากรุงเทพมหานคร หรือประธานคณะกรรมการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 หากไม่มีพรรคสนับสนุน ดร.จอห์นคงไม่มีวันได้ตำแหน่งเหล่านี้

นอกจากนี้ สรวงศ์ยังย้อนถึงจุดเริ่มต้นของดร.จอห์นในสนามการเมือง โดยพรรคเพื่อไทยคือผู้ส่งเขาเข้าสู่ตำแหน่ง ส.ก.เขตลาดกระบัง และตลอดเวลาที่ผ่านมา ดร.จอห์นได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจาก ส.ส.อิ่ม ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ในพื้นที่ลาดกระบัง การที่ดร.จอห์นอ้างว่าพรรคไม่เอื้อต่อการทำงานนั้น สรวงศ์มองว่าเป็นเพียงคำพูดสวยหรูที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง มันคือการสร้างข้ออ้างเพื่อกลบเกลื่อนการหนีความรับผิดชอบ

ย้อนได้ตำแหน่งก็เพราะ พท. พรรคเพื่อไทยคือผู้ให้โอกาส

การเมืองในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะในเขตย่านลาดกระบังและเขตลาดกระบัง มักมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของพรรคใหญ่ๆ อย่างเพื่อไทย “สรวงศ์” ซัด “ดร.จอห์น” เผาบ้านตัวเอง ไม่ใช่ลูกผู้ชาย ย้อนได้ตำแหน่งก็เพราะ พท. ชี้ให้เห็นว่าพรรคคือรากฐานที่ทำให้ดร.จอห์นมีวันนี้ หากย้อนดูประวัติศาสตร์การเมืองท้องถิ่น พรรคเพื่อไทยมักเป็นผู้สนับสนุนสมาชิกให้เติบโตผ่านการเลือกตั้งและกิจกรรมต่างๆ

  • ตำแหน่งประธานสภากรุงเทพมหานคร: ดร.จอห์นได้รับมอบหมายจากพรรคเพื่อไทยโดยตรง ทำให้เขาเป็นผู้นำสำคัญในสภา
  • คณะกรรมการงบประมาณ: โอกาสนี้มาจากความไว้วางใจของพรรคเท่านั้น
  • การสนับสนุนจาก ส.ส.ท้องถิ่น: ส.ส.อิ่ม ธีรรัตน์ ให้ความช่วยเหลืออย่างสม่ำเสมอในการรณรงค์และกิจกรรม

การลาออกครั้งนี้ของดร.จอห์น ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า เขาจะสามารถพิสูจน์ตัวเองในเส้นทางใหม่ได้จริงหรือไม่ โดยไม่พึ่งพาพรรคเก่า สิ่งนี้สะท้อนถึงวัฒนธรรมการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและการทรยศหักหลัง ในมุมมองของสรวงศ์ การเดินออกไปแบบนี้คือการตัดสินใจส่วนตัว แต่สังคมจะจับตาดูว่ามันนำไปสู่ประโยชน์ของประชาชนจริงหรือแค่เกมการเมือง

ขณะที่พรรคเพื่อไทยยังคงเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไป โดยเน้นนโยบายที่ตอบโจทย์คนกรุงเทพฯ เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและงบประมาณที่โปร่งใส ดราม่าครั้งนี้อาจเป็นบทเรียนให้สมาชิกพรรคคนอื่นๆ คิดทบทวนถึงความภักดีและการรับผิดชอบต่อฐานะที่ได้รับมอบหมาย

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่นๆ ในแวดวงการเมืองท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง เช่น การเลือกตั้ง ส.ก.ครั้งหน้า หรือการจัดการงบประมาณกรุงเทพฯ ที่อาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ ผู้สนใจควรติดตามข่าวสารการเมืองอย่างใกล้ชิด เพื่อเข้าใจบริบทที่กว้างขึ้น

ในที่สุด “สรวงศ์” ซัด “ดร.จอห์น” เผาบ้านตัวเอง ไม่ใช่ลูกผู้ชาย ย้อนได้ตำแหน่งก็เพราะ พท. คือคำเตือนที่ชัดเจนถึงทุกคนในวงการ การเมืองไม่ใช่แค่การปีนป่าย แต่คือการรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง หากคุณเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ลองคิดทบทวนดูว่าคุณกำลังสร้างบ้านหรือเผามันอยู่

คุณคิดเห็นอย่างไรกับดราม่าครั้งนี้? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – “สรวงศ์” ซัด “ดร.จอห์น” เผาบ้านตัวเอง ไม่ใช่ลูกผู้ชาย ย้อนได้ตำแหน่งก็เพราะ พท.

Scroll to top