ประภัตร โพธสุธน

อนุทิน ขอบคุณน้ำใจ สส.กล้าธรรม ร่วมวันเกิด ประภัตร

อนุทิน ขอบคุณน้ำใจ สส.กล้าธรรม ร่วมวันเกิด ประภัตร

กลายเป็นประเด็นที่สร้างสีสันให้กับการเมืองไทยไม่น้อย เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเปิดใจถึงบรรยากาศงานวันคล้ายวันเกิดของ นายประภัตร โพธสุธน สส. สุพรรณบุรี จากพรรคภูมิใจไทย ที่มีแขกเหรื่อมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะการปรากฏตัวของ นายณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ สส. พรรคกล้าธรรม ที่มาร่วมแสดงความยินดีในครั้งนี้

นายอนุทิน ได้กล่าวถึงความประทับใจว่า การที่ นายณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ สส. พรรคกล้าธรรม มาร่วมงานในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีและน่าชื่นชม เพราะสะท้อนให้เห็นถึงน้ำใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักการเมือง ซึ่ง อนุทิน ขอบคุณน้ำใจ สส.กล้าธรรม ร่วมวันเกิด ประภัตร อย่างจริงใจ เพราะการเมืองในยุคนี้การแสดงไมตรีจิตต่อกันคือสิ่งที่สังคมต้องการเห็นมากที่สุด

บรรยากาศชื่นมื่น อนุทิน ขอบคุณน้ำใจ สส.กล้าธรรม ร่วมวันเกิด ประภัตร

นอกจากเรื่องของน้ำใจ สส. แล้ว นายอนุทินยังได้พูดถึงบารมีของนายประภัตรที่คนสุพรรณบุรีต่างให้ความเคารพรัก ซึ่งท่านนายกฯ ได้กล่าวอย่างอารมณ์ดีเมื่อถูกสื่อมวลชนถามถึงประเด็นการเมืองที่อาจจะดูจั๊กจี้หัวใจไปบ้าง โดยเฉพาะเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีที่ใครหลายคนกำลังจับตามอง

  • บรรยากาศงานวันเกิดนายประภัตรเป็นไปอย่างอบอุ่น
  • มิตรภาพข้ามพรรคแสดงให้เห็นถึงความสามัคคี
  • นายกฯ อนุทินเน้นย้ำถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม นายอนุทินได้ทิ้งท้ายด้วยคำตอบสุดกวนเมื่อถูกถามถึงประเด็นการปรับ ครม. ว่า “ปรับครม.ช้า ๆ นี้” ซึ่งทำเอาสื่อมวลชนถึงกับยิ้มไปตามๆ กัน สะท้อนให้เห็นถึงสไตล์การตอบคำถามที่เป็นเอกลักษณ์และมีความเป็นกันเองสูง

การที่ อนุทิน ขอบคุณน้ำใจ สส.กล้าธรรม ร่วมวันเกิด ประภัตร ในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่เป็นการชื่นชมบุคคล แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณบวกว่าในฐานะนักการเมือง แม้จะอยู่คนละพรรคแต่ก็สามารถรักษาความเป็นเพื่อนมนุษย์และให้เกียรติซึ่งกันและกันได้ ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างบรรยากาศทางการเมืองให้สร้างสรรค์ยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ เราต้องมาจับตาดูกันต่อไปว่า การเมืองไทยจะดำเนินไปในทิศทางใด แต่ที่แน่ๆ มิตรภาพที่เกิดขึ้นในวันเกิดของนายประภัตรเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า การมีน้ำใจให้กันคือหัวใจสำคัญของการทำงานร่วมกันเพื่อประเทศชาติ

ที่มา – “อนุทิน” ขอบคุณน้ำใจ สส.กล้าธรรม ร่วมวันเกิด “ประภัตร” บอกมีคนรักทั่วสุพรรณบุรี สื่ออย่าถามจั๊กจี้

อนุทิน อวยพรวันเกิด 77 ปี ประภัตร โพธสุธน ปากหวาน

อนุทิน อวยพรวันเกิด 77 ปี ประภัตร โพธสุธน ปากหวาน

บรรยากาศที่จังหวัดสุพรรณบุรีเต็มไปด้วยความอบอุ่น เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาร่วมงานฉลองวันคล้ายวันเกิดครบ 77 ปี ของนายประภัตร โพธสุธน สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ท่ามกลางพี่น้องประชาชนและนักการเมืองระดับประเทศที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง

ในการกล่าวบนเวที อนุทิน อวยพรวันเกิด 77 ปี ประภัตร โพธสุธน ปากหวาน ด้วยการยกย่องว่านายประภัตรเป็นผู้ที่รักชาติ รักแผ่นดิน และเป็น สส. ตลอดกาลของชาวสุพรรณบุรี การมาเยือนในครั้งนี้ทำให้นายอนุทินย้อนนึกถึงวันแรกที่ลงพื้นที่หาเสียง ซึ่งในตอนนั้นเขายังไม่มั่นใจนักว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้รับความนิยม แต่เมื่อได้รับโอกาสและความไว้วางใจจากชาวสุพรรณบุรีอย่างท่วมท้น ความมั่นใจก็เกิดขึ้นทันทีว่าพรรคจะคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งได้อย่างแน่นอน

ความผูกพันที่เหนียวแน่นกับชาวสุพรรณบุรี

อนุทิน อวยพรวันเกิด 77 ปี ประภัตร โพธสุธน ปากหวาน และประกาศชัดเจนว่านับจากนี้ไป ทุกวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี เขาต้องเดินทางมาที่จังหวัดสุพรรณบุรีเพื่อพบปะพี่น้องประชาชนเสมอ นอกจากนี้ยังให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจ ราคาสินค้าเกษตร ไปจนถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ดียิ่งขึ้นตามลำดับ

ภายในงานยังมีตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทยและแกนนำสำคัญมากมายที่ตบเท้าเข้าร่วมงาน อาทิ:

  • นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
  • นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • คณะ สส. นครปฐม และ สส. สุพรรณบุรี จากพรรคภูมิใจไทย

นายอนุทินยังได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยความมั่นใจว่า รากฐานที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ได้วางเอาไว้ในสุพรรณบุรีนั้นเข้มแข็งมาก และด้วยความร่วมมือของนายประภัตรและทีมงานทุกคน จะทำให้จังหวัดสุพรรณบุรีก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ถือเป็นโมเดลการทำงานการเมืองที่ยึดโยงกับประชาชนเป็นหลักอย่างแท้จริง การได้เห็นความสมัครสมานสามัคคีเช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อตัวบุคคลและพรรคการเมืองได้อย่างชัดเจน

ที่มา – “อนุทิน” อวยพรวันเกิด 77 ปี “ประภัตร โพธสุธน” ปากหวาน 1 สิงหาคมทุกปี ต้องมาเบิร์ทเดย์

“วราวุธ” รดน้ำขอพรปีใหม่ไทย “ประภัตร”

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้มาพร้อมความอบอุ่นและประเพณีที่สืบทอดกันมานาน นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่น่าประทับใจ เมื่อ“วราวุธ” รดน้ำขอพรปีใหม่ไทย “ประภัตร” อวยพรทุกคนแข็งแรง โชคดี ให้รวยไม่ไหวแล้ว ซึ่งกลายเป็นภาพที่สะท้อนถึงความเคารพและความผูกพันระหว่างนักการเมืองรุ่นพี่รุ่นน้องในจังหวัดสุพรรณบุรี

“วราวุธ” รดน้ำขอพรปีใหม่ไทย “ประภัตร” อวยพรทุกคนแข็งแรง โชคดี ให้รวยไม่ไหวแล้ว

ในวันที่ 15 เมษายน 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เดินทางไปยังบ้านทรงไทย อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อรดน้ำดำหัวและขอพรปีใหม่ไทยจากนายประภัตร โพธสุธน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความชุ่มฉ่ำ สนุกสนาน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และชาวศรีประจันต์มาร่วมกันอย่างคับคั่ง

นายวราวุธ ได้กล่าวแสดงความขอบคุณทุกคนที่มาร่วม ขณะเดียวกันยังยกย่องนายประภัตรว่าเป็น “ขุนพลเอกของพ่อบรรหาร” มาตั้งแต่สมัยที่ตัวเองยังเด็ก และยังคงเป็นเสาหลักของชาวสุพรรณบุรี โดยเฉพาะอำเภอศรีประจันต์ คำพูดที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน โดยเฉพาะเรื่อง “ไม่เคยแก่ลงเลยสักปีเดียว และยังไม่มีเจ้าสาวเคียงข้าง” ทำให้ทุกคนหัวเราะร่าอย่างสนุกสนาน

วราวุธ รดน้ำขอพรปีใหม่ไทย ประภัตร

คำอวยพรจากประภัตร สุขภาพแข็งแรง รวยไม่ไหว

ด้านนายประภัตร ได้กล่าวถึงความผูกพันที่ยาวนานกว่า 51 ปี ที่ไม่เคยทิ้งกัน โดยย้ำว่าทุกปีนายวราวุธจะมารดน้ำขอพรเสมอ แสดงถึงความเคารพและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ยังอวยพรทุกคนในวันมหามงคลสงกรานต์ว่า “ขอให้ทุกคนประสบแต่ความโชคดี มีสุขภาพแข็งแรง มั่นคงยั่งยืน และรวยๆๆ กันทุกคน สาธุ รวยไม่ไหวแล้วใช่ไหม” คำอวยพรที่ทำให้ทุกคนยิ้มแย้มและรู้สึกอบอุ่นใจ

นายวราวุธยังได้ขอพรต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสุพรรณบุรี เช่น หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ดวงวิญญาณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และพ่อบรรหาร เพื่อให้ “อาประภัตร” มีกำลังกาย กำลังใจ สติปัญญาตราบนานเท่านาน

บรรยากาศรดน้ำขอพร วราวุธ ประภัตร สงกรานต์
ประภัตร อวยพรแข็งแรง โชคดี รวยๆ ปีใหม่ไทย

เหตุการณ์“วราวุธ” รดน้ำขอพรปีใหม่ไทย “ประภัตร” อวยพรทุกคนแข็งแรง โชคดี ให้รวยไม่ไหวแล้วไม่เพียงแต่เป็นประเพณีสงกรานต์ที่งดงาม แต่ยังสะท้อนถึงความสามัคคีในชุมชนการเมืองสุพรรณบุรี ที่พัฒนาจังหวัดมาด้วยกันตั้งแต่สมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา

ความสำคัญของประเพณีรดน้ำดำหัวในยุคปัจจุบัน

ประเพณีรดน้ำดำหัวเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทยที่แสดงถึงการขอพร การเคารพผู้ใหญ่ และการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความสิริมงคล ในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็ว ประเพณีนี้ช่วยเชื่อมโยงรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ สร้างความสัมพันธ์อันดีงาม ลอง来看ตัวอย่างจากเหตุการณ์นี้:

  • เสริมสร้างความสามัคคี: การมาร่วมกันของชาวบ้านและนักการเมือง
  • อวยพรเพื่อความเจริญ: คำอวยพรเรื่องสุขภาพ โชคลาภ ความมั่งคั่ง
  • อนุรักษ์วัฒนธรรม: รักษาเอกลักษณ์ไทยในเทศกาลสงกรานต์
  • สร้างแรงบันดาลใจ: แสดงให้เห็นความผูกพันยาวนานกว่า 5 ทศวรรษ

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวน่ารักจากคำพูดของนายวราวุธที่เรียกตัวเองและนายประภัตรว่า “อาหลาน” ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะมีตำแหน่งทางการเมืองใดก็ตาม สะท้อนถึงค่านิยมแบบไทยแท้

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการเมืองที่ใกล้ชิดประชาชน ไม่ใช่แค่ช่วงเลือกตั้ง แต่เป็นทุกโอกาสสำคัญอย่างสงกรานต์ หากนักการเมืองทุกคนทำแบบนี้ได้ ก็น่าจะสร้างความไว้วางใจจากประชาชนมากขึ้น

คุณล่ะ มีประสบการณ์รดน้ำดำหัวขอพรสงกรานต์แบบไหนที่ประทับใจ? แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย หรือถ้าชอบเรื่องราวแบบนี้ กดไลค์ แชร์ และติดตามเพื่อไม่พลาดข่าวสารการเมืองท้องถิ่นที่น่าสนใจ!

ที่มา – “วราวุธ” รดน้ำขอพรปีใหม่ไทย “ประภัตร” อวยพรทุกคนแข็งแรง โชคดี ให้รวยไม่ไหวแล้ว

จับตา “ประภัตร” เข้าภูมิใจไทย จริงหรือ?

จับตา “ประภัตร โพธสุธน” เข้าค่ายภูมิใจไทย จริงหรือไม่? สส.สุพรรณบุรี เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา อาจย้ายซบภูมิใจไทย หลังภาพคล้องแขน “อนุทิน-วราวุธ” ถูกเผยแพร่!

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม เวลา 21.50 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้โพสต์ภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ที่เพิ่งเปิดตัวเตรียมร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งครั้งหน้า คล้องแขนถ่ายภาพร่วมกับนายประภัตร โพธสุธน สส.สุพรรณบุรี ในฐานะเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า “รักครับ” และอิโมจิรูปหัวใจสีน้ำเงิน

ภาพดังกล่าวจุดประกายคำถามถึงอนาคตทางการเมืองของนายประภัตร ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด หลังจากที่พรรคชาติไทยพัฒนากำลังจะผนึกกำลังกับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งที่จะมาถึง การปรากฏตัวของนายประภัตรในเฟรมเดียวกันกับหัวหน้าพรรคทั้งสอง จึงไม่อาจมองข้ามถึงความเป็นไปได้ที่เขาอาจจะตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยในอนาคตอันใกล้นี้

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ก็มีกระแสข่าวว่านายประภัตรอาจจะไปร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม (กธ.) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพรรคการเมืองที่น่าจับตามอง สถานการณ์การเมืองในจังหวัดสุพรรณบุรีจึงมีความน่าสนใจและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การตัดสินใจของนายประภัตรจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองของจังหวัด

จับตา “ประภัตร” เข้าภูมิใจไทย จริงหรือ?

การเปิดตัวของนายวราวุธที่พรรคภูมิใจไทยในวันนั้น ยังมาพร้อมกับนายเสมอกัน เที่ยงธรรม สส.สุพรรณบุรี นายอนุรักษ์ จุรีมาศ สส.ร้อยเอ็ด และนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของพรรคชาติไทยพัฒนาในการร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ

ทำไมต้องจับตา “ประภัตร โพธสุธน” ?

นายประภัตร โพธสุธน ถือเป็นนักการเมืองอาวุโสและมีประสบการณ์ยาวนานในวงการการเมืองไทย การตัดสินใจของเขาจึงมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในระดับชาติ การจับตาความเคลื่อนไหวของนายประภัตรจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารทางการเมืองอย่างใกล้ชิด

  • ประสบการณ์ทางการเมืองที่ยาวนาน
  • อิทธิพลในจังหวัดสุพรรณบุรี
  • ความสัมพันธ์กับนักการเมืองระดับชาติ

การที่นายประภัตรอยู่ในสถานะเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา ทำให้การตัดสินใจของเขามีผลต่อทิศทางของพรรคโดยรวม การที่พรรคชาติไทยพัฒนากำลังจะร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทย ยิ่งทำให้นายประภัตรตกเป็นเป้าสายตาของสื่อมวลชนและนักวิเคราะห์การเมืองมากยิ่งขึ้น

นอกจากประเด็นเรื่องการย้ายพรรค อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการที่นายประภัตรยังคงรักษาความสัมพันธ์อันดีกับนักการเมืองจากหลากหลายพรรค แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์และรักษาเครือข่ายทางการเมืองที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับนักการเมืองในยุคปัจจุบัน

สถานการณ์การเมืองไทยในขณะนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การจับตาความเคลื่อนไหวของนักการเมืองสำคัญๆ เช่น นายประภัตร โพธสุธน จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการทำความเข้าใจภูมิทัศน์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป และคาดการณ์ถึงอนาคตทางการเมืองของประเทศไทย

การที่นายประภัตร โพธสุธน จะตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด แต่สิ่งที่แน่นอนคือการตัดสินใจของเขาจะมีผลกระทบต่อการเมืองไทยอย่างแน่นอน

ที่มา – จับตา “ประภัตร” เข้าค่ายภูมิใจไทย หลังคล้องแขนร่วมเฟรม “อนุทิน-วราวุธ”

2 ธ.ค. “กล้าธรรม” เปิดขุนศึก สู้เลือกตั้ง

เตรียมตัวให้พร้อม! วันที่ 2 ธันวาคมนี้ พรรคกล้าธรรมเตรียมเปิดตัวขุนพลครั้งใหญ่ พร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง 2569 ที่กำลังจะมาถึง โดยมีทั้งบิ๊กเนมและ สส. จากต่างพรรคตบเท้าเข้าร่วมอย่างคึกคัก งานนี้ต้องจับตาดูให้ดีว่าจะมีใครบ้างที่ย้ายเข้าสังกัดพรรคกล้าธรรม โดยเฉพาะกระแสข่าวการย้ายพรรคของ “ประภัตร โพธสุธน” หลัง “วราวุธ” เปิดตัวร่วมงานกับภูมิใจไทยไปก่อนหน้านี้

แหล่งข่าวรายงานว่า ในวันที่ 2 ธันวาคม 2568 พรรคกล้าธรรม (กธ.) เตรียมจัดงานใหญ่เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อย่างเป็นทางการ เพื่อแสดงความพร้อมในการลงสนามเลือกตั้ง 2569 ที่ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการเปิดตัว สส. ปัจจุบันของพรรคที่จะลงป้องกันแชมป์เท่านั้น แต่ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การเปิดตัว สส. และกลุ่มการเมืองต่างๆ ที่ตัดสินใจย้ายมาร่วมอุดมการณ์กับพรรคกล้าธรรม

ก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวการย้ายพรรคของ สส. ในกลุ่มของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และนายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา และอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งสร้างความฮือฮาไปแล้วระลอกหนึ่ง แต่ยังไม่หมดเท่านั้น เพราะยังมีชื่อของนายปริญญา ฤกษ์หร่าย สส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.), นายจักรัตน์ พั้วช่วย สส.เพชรบูรณ์ พรรคพลังประชารัฐ, นายสัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และ พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร สส.นครปฐม พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีข่าวว่าจะมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมด้วย นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวลือว่าจะมี สส. จากพรรคเพื่อไทย (พท.) บางส่วนมาร่วมเปิดตัวในงานนี้อีกด้วย

2 ธ.ค. “กล้าธรรม” ได้ฤกษ์เปิดขุนศึกครั้งใหญ่ บิ๊กเนม-สส.ต่างพรรคสู้เลือกตั้ง

นอกจากรายชื่อที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีรายงานข่าวที่น่าสนใจว่า นายประภัตร โพธสุธน สส.สุพรรณบุรี ในฐานะเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ก็มีแนวโน้มที่จะมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมเช่นกัน โดยมีการพูดคุยกันในรายละเอียดมาระยะหนึ่งแล้ว ภายหลังจากการที่นายวราวุธ ศิลปอาชา สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้นำ สส. บางส่วนไปเปิดตัวร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งในวันนั้น นายประภัตร ไม่ได้เดินทางไปร่วมงานด้วย ทำให้เกิดกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการย้ายพรรคของนายประภัตรอย่างหนาหู

ทำไมต้องจับตาการเปิดตัวขุนศึกพรรคกล้าธรรม 2 ธ.ค. นี้?

การเคลื่อนไหวของพรรคกล้าธรรมในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมของพรรคในการสู้ศึกเลือกตั้ง 2569 ที่กำลังจะมาถึง การที่พรรคสามารถดึงดูด สส. จากหลากหลายพรรคการเมืองเข้ามาร่วมงานได้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความน่าสนใจของพรรคกล้าธรรมในสายตาของนักการเมือง

แน่นอนว่าการย้ายพรรคของ สส. เหล่านี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่ สส. เหล่านั้นมีฐานเสียงที่แข็งแกร่ง การย้ายพรรคอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจทางการเมืองในพื้นที่นั้นๆ ได้

ดังนั้น การเปิดตัวขุนศึกของพรรคกล้าธรรมในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ จึงเป็นเหตุการณ์ที่ทุกสายตาต้องจับจ้อง เพราะอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญทางการเมือง และอาจส่งผลกระทบต่อผลการเลือกตั้ง 2569 ในอนาคต หากพรรคกล้าธรรมสามารถสร้างกระแสและความนิยมได้อย่างต่อเนื่อง ก็อาจกลายเป็นหนึ่งในพรรคการเมืองที่น่าจับตามองในการเลือกตั้งครั้งหน้า

การที่พรรคกล้าธรรมสามารถดึงดูดนักการเมืองมากประสบการณ์จากหลากหลายพรรคได้ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และนโยบายที่น่าสนใจของพรรค ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคสามารถสร้างความแตกต่างและดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชนได้

อย่างไรก็ตาม การย้ายพรรคของนักการเมืองก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย การที่พรรคกล้าธรรมรวบรวมนักการเมืองจากหลากหลายขั้ว อาจทำให้เกิดความขัดแย้งทางความคิดภายในพรรคได้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็อาจทำให้พรรคมีความหลากหลายทางความคิดและสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้หลากหลายกลุ่มมากขึ้น

สุดท้ายแล้ว พรรคกล้าธรรมจะประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง 2569 หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการบริหารจัดการพรรค การสร้างนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าพรรคกล้าธรรมสามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้

เตรียมติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปิดตัวขุนศึกของพรรคกล้าธรรม 2 ธ.ค. นี้ได้จากแหล่งข่าวต่างๆ และร่วมกันวิเคราะห์ว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้จะส่งผลต่อการเมืองไทยอย่างไร

การเปิดตัวขุนพล 2 ธ.ค. “กล้าธรรม” ครั้งนี้ จะเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ทางการเมืองหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – 2 ธ.ค. “กล้าธรรม” ได้ฤกษ์เปิดขุนศึกครั้งใหญ่ บิ๊กเนม-สส.ต่างพรรคสู้เลือกตั้ง

“ประภัตร” ขอเสียงหนุนตั้งรัฐบาล ร่วมหารือ พท. – ปชน.

“ประภัตร” โผล่ร่วมวงหารือ “พท. – ปชน.” ขอเสียงหนุนจัดตั้งรัฐบาล

“ประภัตร โพธสุธน” เดินทางร่วมหนุนพรรคเพื่อไทย เข้าหารือกับพรรคประชาชน ขอเสียงโหวตนายกฯ ยอมรับมาไกลเลยเดินทางมาช้า

วันที่ 31 ส.ค. 2568 เมื่อเวลา 14.45 น. นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคประชาชน เพื่อร่วมกับพรรคเพื่อไทย หารือกับพรรคประชาชน ขอเสียงหนุนจัดตั้งรัฐบาล

เมื่อถามว่าทำไมถึงมาช้า นายประภัตร ตอบว่า ตนมาไกล เดินทางมาจากศรีประจันต์เลยมาช้า

เมื่อถามว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนามาด้วยหรือไม่ นายประภัตร ตอบว่า ไม่ได้มา ส่วนรายละเอียดจะเปิดเผยหลังจากการประชุมฯ

เบื้องลึกการขอเสียงหนุนจัดตั้งรัฐบาล: ประภัตร โพธสุธน และ ชทพ.

การปรากฏตัวของนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ในการหารือระหว่างพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคประชาชน (ปชน.) เพื่อขอเสียงหนุนจัดตั้งรัฐบาล ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังคงมีความไม่แน่นอน การที่พรรคชาติไทยพัฒนาซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดิม แสดงท่าทีสนับสนุนพรรคเพื่อไทยอย่างชัดเจน ย่อมส่งผลต่อการตัดสินใจของพรรคการเมืองอื่นๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

คำถามสำคัญคือ เหตุใดพรรคชาติไทยพัฒนาจึงตัดสินใจให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทยในการจัดตั้งรัฐบาล? มีความเป็นไปได้หลายประการ:

  • ความสัมพันธ์ส่วนตัว: นายประภัตร โพธสุธน อาจมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีกับแกนนำพรรคเพื่อไทย ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจให้การสนับสนุนในครั้งนี้
  • ผลประโยชน์ทางการเมือง: พรรคชาติไทยพัฒนาอาจมองว่าการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย จะเป็นประโยชน์ต่อพรรคมากกว่าการอยู่ฝั่งตรงข้าม
  • เสถียรภาพทางการเมือง: พรรคชาติไทยพัฒนาอาจต้องการเห็นการจัดตั้งรัฐบาลที่มั่นคง เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของนายประภัตรครั้งนี้ อาจไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกับความต้องการของสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาทั้งหมด มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความขัดแย้งภายในพรรคในอนาคต

ผลกระทบต่อการเมืองไทย

การที่พรรคชาติไทยพัฒนาให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทยในการขอเสียงหนุนจัดตั้งรัฐบาล ย่อมส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองไทยอย่างแน่นอน พรรคเพื่อไทยจะมีเสียงสนับสนุนเพิ่มขึ้น ทำให้มีโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลได้มากขึ้น ในขณะเดียวกัน พรรคการเมืองอื่นๆ จะต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไปคือ ท่าทีของพรรคการเมืองอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชารัฐ หากพรรคเหล่านี้ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ประเทศไทยก็จะได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากขึ้น

การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่การปรากฏตัวของนายประภัตร โพธสุธน ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น การขอเสียงหนุนจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามดูกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “ประภัตร” โผล่ร่วมวงหารือ “พท. – ปชน.” ขอเสียงหนุนจัดตั้งรัฐบาล

Scroll to top