ประมวลกฎหมายอาญา

ศาลอาญามอบรางวัล โครงการประกวดหนังสั้น รร.อยุธยาวิทยาลัย คว้ารางวัลชนะเลิศ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวดีๆ ที่ทางหน่วยงานยุติธรรมได้พยายามเข้าถึงประชาชนมากขึ้น ล่าสุดกับข่าวที่น่าสนใจเมื่อ ศาลอาญามอบรางวัล โครงการประกวดหนังสั้น รร.อยุธยาวิทยาลัย คว้ารางวัลชนะเลิศ ไปครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี ในหัวข้อที่ทันสมัยและเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างมาก คือ “ทำกฎหมายให้เห็นภาพ ตอนหยุดคุกคามทางเพศด้วยสื่อ”

ศาลอาญามอบรางวัล โครงการประกวดหนังสั้น รร.อยุธยาวิทยาลัย คว้ารางวัลชนะเลิศ

งานนี้จัดขึ้นอย่างเป็นทางการที่ศาลอาญา โดยได้รับเกียรติจากนายจีระพัฒน์ พันธุ์ทวี อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ โดยทีม Always be A.Y.W จากโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย ได้รับรางวัลชนะเลิศรับเงินรางวัลไปถึง 10,000 บาท นอกจากนี้ยังมีทีมรองชนะเลิศจาก ม.หอการค้าไทย และเนติบัณฑิตยสภาที่สร้างสรรค์ผลงานได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน

ทำไมโครงการนี้ถึงสำคัญต่อสังคมปัจจุบัน?

โครงการที่ ศาลอาญามอบรางวัล โครงการประกวดหนังสั้น รร.อยุธยาวิทยาลัย คว้ารางวัลชนะเลิศ นี้ ไม่ใช่แค่การประกวดทั่วไป แต่เป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ความรู้เรื่องกฎหมายอาญา มาตรา 284/1 ถึงมาตรา 284/4 ที่มุ่งเน้นเรื่องการป้องกันการคุกคามทางเพศ ซึ่งเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในยุคดิจิทัล

  • เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่ของตนเอง
  • ส่งเสริมความเข้าใจในมาตรการคุ้มครองผู้ถูกคุกคามทางเพศ
  • ผลักดันการใช้สื่อสร้างสรรค์เพื่อเปลี่ยนมุมมองต่อกฎหมาย

นายรัฐวิชญ์ อริยพัชญ์พล ผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้เน้นย้ำว่า ปัจจุบันการคุกคามทางเพศเปลี่ยนรูปแบบไปมาก ทั้งการทำโดยตรงและการคุกคามผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ดังนั้นการใช้สื่อวิดีโอเป็นช่องทางสื่อสารจึงเป็นเรื่องที่ฉลาดและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ดีที่สุด

การที่ ศาลอาญามอบรางวัล โครงการประกวดหนังสั้น รร.อยุธยาวิทยาลัย คว้ารางวัลชนะเลิศ เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า พลังของคนรุ่นใหม่เมื่อผนวกกับความรู้ทางกฎหมาย จะสามารถสร้างเกราะป้องกันภัยให้กับสังคมได้เป็นอย่างดี เราขอชื่นชมทุกทีมที่เข้าร่วมโครงการนี้ เพราะสื่อที่ทรงพลังที่สุดคือสื่อที่สร้างความตระหนักรู้และช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้ปลอดภัยจากอันตรายครับ

ที่มา – ศาลอาญามอบรางวัล โครงการประกวดหนังสั้น รร.อยุธยาวิทยาลัย คว้ารางวัลชนะเลิศ

สว.สำรองแจ้งความ ม.157 ฟ้อง กกต. ละเลยสอบฮั้วสว.

สว.สำรองแจ้งความ ม.157 ฟ้อง กกต. ละเลยสอบคดี “ฮั้ว สว.”

ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) สำรอง ได้ยื่นร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีอาญากับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งคณะ และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มาตรา 172 สว.สำรองแจ้งความ ม.157 ฟ้อง กกต. ทั้งคณะข้อหาละเลยสอบคดี “ฮั้ว สว.” นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้งที่อาจมีปัญหา

สว.สำรองแจ้งความ ม.157 ฟ้อง กกต. ละเลยอย่างไร

นายอัครวัฒน์กล่าวหาว่า กกต. และเลขาธิการ กกต. ร่วมกันปล่อยปละละเลย ให้เกิดการทุจริตในการเลือกตั้ง สว. รอบที่ผ่านมา ทำให้กระบวนการเลือกตั้งเสียหายอย่างร้ายแรง นับตั้งแต่ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่าหนึ่งปี แต่ กกต. ยังไม่สามารถชี้แจงหรือแก้ไขข้อสงสัยต่อสาธารณชนได้ ทั้งที่มีกระแสสังคมและหลักฐานจำนวนมากบ่งชี้ถึงการทุจริตและการ “ฮั้ว” ในการเลือกตั้ง สว.

คดีที่มีหลักฐานปรากฏตั้งแต่แรก กลับถูกปล่อยให้ยืดเยื้อนานนับเดือนนับปี สิ่งที่ปรากฏกลับตรงกันข้ามกับที่ทุกคนคาดหวังว่าการเลือกตั้งจะต้องสุจริตยุติธรรม นายอัครวัฒน์ ยังเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยสำนวนและหลักฐานต่อสาธารณะโดยไม่มีเหตุผลสมควรในการปกปิด และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้ามาสืบสวนโดยไม่ถูกแทรกแซง เพื่อปกป้องหลักการประชาธิปไตยและความเป็นธรรม

ผลกระทบจากการละเลยของ กกต.

การละเลยสอบคดี “ฮั้ว สว.” ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความเชื่อมั่นในระบบการเมืองไทย ผู้สมัครและประชาชนจำนวนมากรู้สึกว่ากระบวนการเลือกตั้งไม่โปร่งใส สว.สำรองแจ้งความ ม.157 ฟ้อง กกต. ทั้งคณะข้อหาละเลยสอบคดี “ฮั้ว สว.” จึงเป็นการจุดประกายให้เกิดการตรวจสอบที่เข้มข้นยิ่งขึ้น หาก กกต. ไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง อาจนำไปสู่ปัญหาการทุจริตที่รุนแรงกว่าเดิมในอนาคต

  • ขาดความโปร่งใสในกระบวนการสอบสวน
  • หลักฐานถูกปกปิดจากสาธารณะ
  • ความเชื่อมั่นใน สว. ลดลง
  • เรียกร้อง DSI เข้ามาช่วยเหลือ

นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สว. ที่ผ่านมา ซึ่งมีข้อร้องเรียนจำนวนมากเกี่ยวกับการฮั้วประมูลและการสมรู้ร่วมคิดระหว่างผู้สมัคร นายอัครวัฒน์ ในฐานะ สว.สำรอง ได้รวบรวมเอกสารและพยานหลักฐานเพื่อสนับสนุนการแจ้งความครั้งนี้ โดยหวังว่าจะนำไปสู่การสอบสวนที่เป็นธรรม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสสังคมที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบเลือกตั้งให้โปร่งใสยิ่งขึ้น ในฐานะผู้ดูแลการเลือกตั้ง กกต. มีหน้าที่สำคัญในการรักษาความสุจริต หากพบการละเลยจริง อาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางอาญาที่รุนแรงได้ สว.สำรองแจ้งความ ม.157 ฟ้อง กกต. ทั้งคณะข้อหาละเลยสอบคดี “ฮั้ว สว.” จึงไม่ใช่แค่คดีส่วนตัว แต่เป็นประเด็นสาธารณะที่ทุกคนควรติดตาม

จากข้อมูลที่ได้รับ ทีมทนายความของนายอัครวัฒน์ได้ยื่นเอกสารครบถ้วนต่อพนักงานสอบสวนแล้ว และคาดว่าจะมีการไต่สวนในเร็ววันนี้ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมต่อกระบวนการเลือกตั้งทั้งระบบ

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดีในการต่อสู้กับการทุจริต หากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกัน จะช่วยยกระดับคุณภาพการเมืองไทยให้ดีขึ้นได้ ลองติดตามพัฒนาการของคดีนี้ และแชร์ความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เกิดการอภิปรายที่กว้างขวางยิ่งขึ้น

ที่มา – สว.สำรองแจ้งความ ม.157 ฟ้อง กกต. ทั้งคณะข้อหาละเลยสอบคดี “ฮั้ว สว.”

Scroll to top