ประวิตร วงษ์สุวรรณ

“ลุงป้อม” เดินสายทำบุญสิงห์บุรี พร้อมมอบถุงยังชีพ

“ลุงป้อม” เดินสายทำบุญสิงห์บุรี พร้อมมอบถุงยังชีพให้กำลังใจตำรวจ-อพปร. เป็นข่าวที่สร้างความประทับใจให้กับประชาชนหลายคน เมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ลุงป้อม” ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ เดินทางไปยังจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อทำบุญไหว้พระอย่างเรียบง่าย โดยใช้เวลาส่วนตัวหลังจากวางบทบาททางการเมือง

“ลุงป้อม” เดินสายทำบุญสิงห์บุรี พร้อมมอบถุงยังชีพให้กำลังใจตำรวจ-อพปร.

กิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ลุงป้อมได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถวายสังฆทานและปัจจัยไทยธรรมที่วัดสำคัญหลายแห่งในสิงห์บุรี เช่น วัดอัมพวัน วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร และวัดพิกุลทอง บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบและศรัทธา แสดงให้เห็นถึงด้านที่เคร่งครัดในเรื่องศาสนาของท่าน

ลุงป้อมทำบุญสิงห์บุรี
ลุงป้อมไหว้พระวัดดัง

หลังจากทำบุญเสร็จ ลุงป้อมแวะรับประทานอาหารกลางวันที่คอฟฟี่มิลค์ คาเฟ่ ร้านอาหารชื่อดังของชาวสิงห์บุรี ระหว่างนั้นมีประชาชนจำนวนมากเข้ามาทักทาย ขอถ่ายรูปเซลฟี่ และอวยพรให้มีสุขภาพแข็งแรง รวมถึงขอให้ยังคงเป็นที่ปรึกษาชาติบ้านเมืองต่อไป บรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเอง เหมือนญาติผู้ใหญ่ที่มาเยี่ยมบ้าน

มอบถุงยังชีพให้กำลังใจเจ้าหน้าที่

ไฮไลต์สำคัญของวันนี้คือการมอบถุงยังชีพให้กับข้าราชการตำรวจและอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อพปร.) ในพื้นที่อำเภอท่าช้าง เพื่อขอบคุณที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนอย่างเสียสละ ถุงยังชีพเหล่านี้เต็มไปด้วยของใช้จำเป็น ช่วยเสริมกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างเต็มที่

มอบถุงยังชีพตำรวจอพปร.
  • วัดอัมพวัน: ถวายสังฆทานอย่างเรียบง่าย
  • วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร: กราบไหว้พระนอนองค์ใหญ่
  • วัดพิกุลทอง: สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
  • ร้านคอฟฟี่มิลค์: พบปะประชาชนอย่างใกล้ชิด
  • อ.ท่าช้าง: มอบถุงยังชีพให้ตำรวจและอพปร.

กิจกรรม “ลุงป้อม” เดินสายทำบุญสิงห์บุรี พร้อมมอบถุงยังชีพให้กำลังใจตำรวจ-อพปร. แสดงให้เห็นถึงจิตใจเมตตาและความรับผิดชอบต่อสังคมของท่าน แม้จะวางมือจากเวทีการเมือง แต่ยังคงเป็นที่รักของประชาชน การทำบุญเช่นนี้ไม่เพียงเสริมบุญบารมีส่วนตัว แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ หันมาทำความดี

ประชาชนขอถ่ายรูป
ถุงยังชีพกำลังใจ

ในยุคที่สังคมต้องการผู้นำที่มีคุณธรรม การกระทำของลุงป้อมเป็นตัวอย่างที่ดี หากคุณชื่นชอบข่าวการเมืองและกิจกรรมสร้างสรรค์ แนะนำให้ติดตามต่อไป เพราะเรื่องดีๆ แบบนี้มีให้เห็นอีกเพียบ สามารถแชร์ประสบการณ์ทำบุญของคุณในคอมเมนต์ได้เลยนะครับ

บรรยากาศอบอุ่น

ที่มา – “ลุงป้อม” เดินสายทำบุญสิงห์บุรี พร้อมมอบถุงยังชีพให้กำลังใจตำรวจ-อพปร.

ร.ต.อ.เฉลิม ซบ พปชร. 12 ธ.ค. นี้

พล.อ.ประวิตรและพรรคพลังประชารัฐย้ำการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ในปี 2568 พร้อมชูผลงานในอดีตสมัยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ที่เคยดูแลเรื่องน้ำจนประสบความสำเร็จมาแล้ว และแย้มว่าในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ ร.ต.อ.เฉลิม จะเปิดตัวร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.).

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้เปิดเผยว่า ในการประชุมใหญ่ของพรรคฯ ได้มีการหารือถึงเรื่องน้ำท่วมในภาคใต้ และได้มีการเปิดศูนย์ประสานงานเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมทั้งเปิดโรงครัวภาคใต้ทั้งหมด 6 แห่ง นอกจากนี้ยังได้พยายามติดต่อแม่ทัพภาค 4 เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้อีกด้วย พล.อ.ประวิตรยังได้กล่าวถึงผลงานในอดีตของตนเอง สมัยที่ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและดูแลเรื่องการบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศ ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ดูแลงานด้านนี้ ได้เคยประกาศว่า ทั่วประเทศไม่มีการประสบปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมตลอด 9 ปีที่อยู่ในรัฐบาล โดยสามารถบริหารจัดการน้ำท่วมและน้ำแล้งได้อย่างสำเร็จมาแล้วทั่วประเทศ

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรยังได้กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากว่า จะต้องมีแผนการดำเนินงานทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยจะต้องหาผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ และเป็นมืออาชีพ เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการ และบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำทั้งหมดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

สำหรับเส้นทางการเมืองในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ พล.อ.ประวิตรยอมรับว่า พรรคพลังประชารัฐในขณะนี้ อาจจะเป็นม้านอกสายตาของใครหลายคน แต่ก็ขออย่ายึดติดกับสุภาษิตโบราณที่ว่า “สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร” เพราะตนเองในฐานะทหารเก่าที่ผ่านทั้งสนามรบและสนามการเมืองมาอย่างโชกโชน อีกทั้งยังเคยเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลในสมัยที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีมาถึง 9 ปี ทำให้รู้จักธรรมชาติของนักการเมืองเป็นอย่างดี ยิ่งล่าสุด ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศว่าจะมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ ยิ่งแสดงให้เห็นว่า ตนเองและพรรคพลังประชารัฐยังคงเป็นทางเลือกหนึ่งของนักการเมืองที่กำลังตัดสินใจเกี่ยวกับเส้นทางการเมืองของตนเอง ซึ่งกำลังจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

ร.ต.อ.เฉลิม เตรียมสมัคร พปชร. 12 ธ.ค. นี้

การตัดสินใจของ ร.ต.อ.เฉลิม ที่จะเข้ามาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐในครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างความฮือฮาให้กับวงการการเมืองเป็นอย่างมาก เนื่องจาก ร.ต.อ.เฉลิม ถือเป็นนักการเมืองรุ่นเก๋าที่มีประสบการณ์และความสามารถมากมาย และการเข้ามาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐในครั้งนี้ อาจจะทำให้พรรคพลังประชารัฐมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และมีโอกาสที่จะกลับมาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้อีกครั้งในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

ทำไม ร.ต.อ.เฉลิม ถึงเลือก พปชร.?

คำถามที่หลายคนอาจจะสงสัยก็คือ ทำไม ร.ต.อ.เฉลิม ถึงตัดสินใจที่จะเข้ามาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ ร.ต.อ.เฉลิม เคยเป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งก็อาจจะเป็นไปได้ว่า ร.ต.อ.เฉลิม มองเห็นศักยภาพของพรรคพลังประชารัฐ และเชื่อมั่นว่าพรรคพลังประชารัฐจะสามารถเป็นทางเลือกในการพัฒนาประเทศได้ หรืออาจจะเป็นเพราะว่า ร.ต.อ.เฉลิม มีความสัมพันธ์ที่ดีกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐเป็นการส่วนตัวก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของ ร.ต.อ.เฉลิม ในครั้งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเส้นทางการเมืองของตนเอง และจะเป็นที่น่าจับตามองต่อไปว่า การเข้ามาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐของ ร.ต.อ.เฉลิม จะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยอย่างไรบ้างในการเลือกตั้งครั้งหน้า คงต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา – แย้ม 12 ธ.ค.2568 “ร.ต.อ.เฉลิม” สมัครเข้าพรรคพลังประชารัฐซบ “ลุงป้อม”

“บิ๊กป้อม” ยัน พลังประชารัฐสู้ต่อ เปิดตัว 80 ว่าที่ สส.

“พล.อ.ประวิตร” ลั่น พลังประชารัฐพร้อมสู้ เปิด 80 ว่าที่ผู้สมัคร สส. ตั้งเป้า 50-60 ที่นั่ง เลือกตั้งหน้าส่งทุกเขต “ภัครธรณ์” ย้ำชัด “ลุงป้อม” ยังเป็นแคนดิเดตนายกฯ ถือฤกษ์เปิดที่ทำการพรรคใหม่

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 ตุลาคม 2568 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นประธานเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. จำนวน 80 คน โดยมีแกนนำพรรคและกรรมการบริหารพรรค อาทิ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะรองหัวหน้าพรรค และ สส.สระแก้ว, นายภัครธรณ์ เทียนไชย รักษาการเลขาธิการพรรค, นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค, พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ เหรัญญิกพรรคและนายทะเบียนพรรค, ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี กรรมการบริหารพรรค, นายวัน อยู่บำรุง กรรมการบริหารพรรค รวมไปถึง นายไพศาล พืชมงคล อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรี มาร่วมด้วย

โดยก่อนแถลงเปิดตัว พล.อ.ประวิตร ได้ประชุมกรรมการบริหารพรรค และร่วมรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับกรรมการบริหารพรรค สส.พรรค และว่าที่ผู้สมัคร สส. ประกอบด้วย พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีต รมว.กลาโหม ซึ่งจะมาเป็นประธานที่ปรึกษาพรรค, นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ สส.หนองคาย เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสมศักดิ์ คุณเงิน อดีต สส.ขอนแก่น พรรคพลังประชารัฐ นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต สส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย นายนิยม เวชกามา อดีต สส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย นายไกร ดาบธรรม อดีต สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีต สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (อดีตที่ปรึกษา รมว.วัฒนธรรมในรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน) นายศักดา คงเพชร อดีต สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อดีต สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย นพ.ประสงค์ บูรณ์พงศ์ อดีต สส.นครพนม และนางมุกดา พงษ์สมบัติ อดีต สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่ากรรมการบริหารพรรค อาทิ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรค ไม่ได้เข้าร่วมด้วย โดยมีรายงานว่า นายชัยวุฒิ ได้ลาออกจากสมาชิกพรรค เพื่อไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะมีการประชุมใหญ่เพื่อปรับโครงสร้างพรรคพลังประชารัฐ และแก้ไขข้อบังคับพรรคช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้

จากนั้น พล.อ.ประวิตร แถลงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.จำนวน 80 คน โดย นายภัครธรณ์ กล่าวว่า มีนักการเมืองที่มีประสบการณ์มาอยู่กับเราเยอะ ขณะเดียวกัน หัวหน้าพรรคได้มีการลงนามแต่งตั้งประธานที่ปรึกษาพรรคคือ พล.อ.ธรรมรักษ์ เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ทางการเมือง จะมาให้คำแนะนำกับพวกเราที่เป็นคณะกรรมการบริหารพรรคในการที่จะสร้างสรรค์พรรคให้เติบโตขึ้นไปตามแนวนโยบายที่หัวหน้าพรรคมอบหมายไว้ให้ และยังมีทีมที่เป็นอดีต สส. อดีตรัฐมนตรี ที่ยังอยู่กับพรรคเรายังเหนียวแน่นมาโดยตลอด

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาคงเห็นแล้วว่าการเปลี่ยนแปลงในทางการเมืองของประเทศของเรานั้นเป็นไปในทิศทางไหน ยังยืนยันว่า พล.อ.ประวิตร ต้องการให้พรรคพลังประชารัฐเป็นที่รวบรวมคนเก่ง และที่สำคัญที่สุดต้องเป็นคนดี ซึ่งท่านเน้นย้ำอยู่เสมอว่าพรรคต้องการคนดี คนที่มุ่งหวังที่จะช่วยเหลือบ้านเมือง ดูแลทุกข์สุขของประชาชน แก้ปัญหาเรื่องความเดือดร้อน จะเห็นว่าพรรคพลังประชารัฐมีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องความมั่นคง ในเรื่องของการเทิดทูนสถาบัน การแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน รวมถึงดูแลผู้สูงอายุซึ่งต่างๆ เหล่านี้หัวหน้าพรรคได้ทำมาโดยตลอด และยังคงยืนหยัดที่จะทำต่อไป”

นายภัครธรณ์ ระบุต่อไป ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าในอนาคตอันใกล้นี้ พรรคพลังประชารัฐจะมีนโยบายที่ชัดเจนออกมาให้ได้เห็น โดยตลอดเวลาที่ผ่านมาพรรคเน้นที่คุณภาพ ทุกคนที่อยู่ที่นี่เป็นผู้ที่มีอุดมการณ์ร่วมกันในการที่จะทำงานเรื่องของการเมืองต่อไป หัวหน้าพรรคมีนโยบายต้องการคนที่สุจริต โปร่งใส มีความซื่อสัตย์ เราจะเดินหน้าในแนวทางนี้ต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะส่งกี่เขตและตั้งเป้ากี่ที่นั่ง นายภัครธรณ์ ตอบว่า พรรคพลังประชารัฐถือเป็นพรรคเล็กๆ แต่เราก็มีความพร้อมและต้องการกำลังสำคัญจากทุกๆ คน หัวหน้าพรรคไม่ได้กำหนดว่าจะได้ สส.เท่าไหร่ แต่เป้าหมายของเราอย่างน้อยอยากมี 50-60 คนขึ้นไป เพื่อจะได้สามารถทำให้บ้านเมืองดีขึ้นได้ เพราะถ้ามี 50-60 คน อย่างน้อยเราก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาลค่อนข้างแน่นอน เราเน้นเรื่องคุณภาพ นโยบายของหัวหน้าพรรคคือ ส่งผู้สมัคร สส.ทุกเขต

ส่วนคำถามว่าอะไรคือจุดแข็งที่ทำให้พรรคพลังประชารัฐไปถึงเป้าหมาย นายภัครธรณ์ เผยว่า คนที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ทางการเมืองมาอยู่ที่พรรคเราจำนวนมาก ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ที่สำคัญนโยบายของพรรคเราชัดเจนที่เรียกว่าอนุรักษ์นิยม เราชัดเจนว่าวัฒนธรรมประเพณี ความมั่นคงของประเทศ หัวหน้าพรรคมาจากทหาร มีความชัดเจนในเรื่องของความรักชาติ การดูแลพี่น้องประชาชน เชื่อว่าวันนี้ประชาชนมีความกังวล แต่นโยบายของพรรคจะสร้างความมั่นใจและความศรัทธาให้กับประชาชนได้ มั่นใจในตัวของพรรค

เมื่อถามต่อไปถึงเรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายภัครธรณ์ ระบุว่า หัวหน้าพรรคต้องเป็นแคนดิเดตอยู่แล้ว เพราะเป็นหัวหน้าพรรค ต้องมีชื่อท่านอยู่แล้ว ส่วนจะส่งคนเดียวหรือไม่นั้นต้องรอที่ประชุมก่อน

ทางด้าน พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า “ฝากบอกถึงสมาชิกพรรคทุกคน ไม่ต้องห่วง ทำเต็มที่ พรรคยังอยู่ สู้กันต่อไป พร้อมสู้อยู่แล้ว” ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันนี้ถือเป็นการเปิดที่ทำการพรรคพลังประชารัฐใหม่ โดยตั้งอยู่เลขที่ 267/1 ถนนประชาราษฎร์สาย 1 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม. ซึ่งย้ายจากอาคารรัชดา วัน ถนนรัชดาภิเษก.

“บิ๊กป้อม” ยันพลังประชารัฐสู้ต่อ ย้ายที่ทำการพรรค พร้อมเปิดตัว 80 ว่าที่ผู้สมัคร สส.

การเปิดตัว 80 ว่าที่ผู้สมัคร สส. ของพรรคพลังประชารัฐครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า แม้ว่าจะมีข่าวการเปลี่ยนแปลงภายในพรรค แต่ พล.อ.ประวิตร ยังคงยืนยันความมั่นใจและพร้อมที่จะนำพาพรรคไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

พลังประชารัฐสู้ต่อ เปิดตัว 80 ว่าที่ผู้สมัคร สส.

การย้ายที่ทำการพรรคใหม่และการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. ถึง 80 คน ถือเป็นการประกาศความพร้อมของพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งที่จะมาถึง พล.อ.ประวิตรยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการนำทัพ และยังคงเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคอีกด้วย

การที่พรรคพลังประชารัฐตั้งเป้าหมาย สส. ไว้ที่ 50-60 ที่นั่ง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต และด้วยนโยบายที่เน้นความมั่นคง การเทิดทูนสถาบัน และการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน พรรคพลังประชารัฐจึงหวังที่จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ การ“บิ๊กป้อม” ยันพลังประชารัฐสู้ต่อ ย้ายที่ทำการพรรค พร้อมเปิดตัว 80 ว่าที่ผู้สมัคร สส. ยังเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าพรรคพลังประชารัฐยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป ถึงแม้จะมีอุปสรรคและความท้าทายรออยู่ข้างหน้าก็ตาม

การเปิดตัวผู้สมัคร สส. ทั้ง 80 ท่าน แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายและความพร้อมของพรรคที่จะเข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่ ซึ่งทำให้พรรคมีความแข็งแกร่งและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับการเลือกตั้งครั้งต่อไปอย่างเต็มที่

ดังนั้น การที่ “บิ๊กป้อม” ยันพลังประชารัฐสู้ต่อ ย้ายที่ทำการพรรค พร้อมเปิดตัว 80 ว่าที่ผู้สมัคร สส. จึงเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าพรรคพลังประชารัฐยังคงเป็นพรรคการเมืองที่สำคัญและพร้อมที่จะแข่งขันในการเลือกตั้งที่จะมาถึงอย่างเต็มกำลัง

ที่มา – “บิ๊กป้อม” ยันพลังประชารัฐสู้ต่อ ย้ายที่ทำการพรรค พร้อมเปิดตัว 80 ว่าที่ผู้สมัคร สส.

“ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก!

“ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก ต่อสายคุยกันดีอยู่ เมิน “บิ๊กป้อม-อนุทิน” หม่ำข้าวส่งสัญญาณ โยนถามคนปล่อยสูตรพลิกขั้ว 270 เสียง

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 29 ส.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาการแทนนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าอาจจะมีการพลิกขั้วล้มรัฐบาลชุดนี้ ได้มีการส่งสัญญาณไปยังพรรคร่วมรัฐบาลบ้างหรือไม่ ว่า ไม่จำเป็นต้องส่งสัญญาณ ส่วนเรื่องดีลข้ามขั้วนั้น ก็เห็นพูดมาเป็นเดือน ไม่เป็นอะไร ทุกอย่างชัดเจนและเรามั่นใจว่าได้แสดงความจริงใจทุกอย่าง และตั้งใจทำไม่มีปัญหาแบบที่ถูกกล่าวหาอยู่ที่ดุลพินิจของศาลในการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน หากศาลตัดสินอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น เพราะเราได้แสดงหลักฐานทุกอย่างไปแล้ว

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวพรรคฝ่ายค้านประชุมกันถึงตี 2 เมื่อคืนที่ผ่านมา ก็เชิญประชุมไป ไม่มีปัญหาอะไร เป็นหน้าที่ที่เขาต้องทำ แต่ถ้าจะไปถามว่ามีเงินมาซื้อจำนวนหนึ่ง ตนมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระเอาความจริงดีกว่า เขามีสิทธิ์ประชุม ส่วนผลจะเป็นอย่างไรตนตอบไม่ได้ ไม่รู้ว่าเขาไปตกลงอะไรกัน

เมื่อถามว่ายังมั่นใจในพรรคร่วมรัฐบาลที่จับมือกันอยู่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า มั่นใจเราคุยกันดีมาตลอด เวลาเจอกันก็บอกว่าสื่อไปไกล ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรเลย ดังนั้นตนมั่นใจในสิ่งที่เกิดขึ้น และเมื่อถึงเวลาสถานการณ์จะช่วยให้ทุกฝ่ายตัดสินใจอย่างรอบคอบด้วยตัวของเขาเอง เราจะไม่คาดหวังและไปพูดให้เกิดความขัดแย้ง ตนจะพูดเฉพาะความจริงจากสิ่งที่เกิดขึ้น ย้ำว่าไม่มีปัญหา ใครจะไปกินข้าวกับใครหรือไปประชุมกับใครก็ทำได้ไม่มีอะไร และในสถานการณ์แบบนี้ใครกินข้าวกับใครก็ได้ ตนก็คุยโทรศัพท์กับบุคคลต่างๆ เป็นเรื่องธรรมดาในวงการเมือง

เมื่อถามต่อถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พบกันที่บ้านป่ารอยต่อ เป็นการส่งสัญญาณว่ามีการเดินเกมพลิกขั้วหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ส่งสัญญาณหรอก ตนก็นั่งกินข้าวกับคนอื่น

เมื่อถามย้ำว่ามีการปล่อยข่าวว่าฝั่งตรงข้ามมีการรวมเสียงได้แล้วถึง 270 เสียง มองว่าเป็นไปได้หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ควรไปถามคนปล่อยข่าว ให้เขาพูดมาให้ชัดเจน ตนไม่อยากตอบ  เมื่อถามอีกว่า มีพรรคร่วมรัฐบาลต่อสายมาพูดคุยบ้างหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขออนุญาตไม่พูด เพราะเป็นเรื่องภายในของแต่ละพรรค

“ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก

จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ค่อนข้างร้อนแรงในขณะนี้ คำถามที่หลายคนสงสัยคือ รัฐบาลจะยังคงอยู่รอดปลอดภัยหรือไม่? นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์และยืนยันความมั่นใจว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังคงจับมือกันอย่างแน่นแฟ้น และไม่มีสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงขั้วทางการเมือง

ความมั่นใจของ “ภูมิธรรม” ต่อพรรคร่วมรัฐบาล

นายภูมิธรรมย้ำว่าได้มีการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง และทุกฝ่ายยังคงมีความเข้าใจอันดีต่อกัน แม้ว่าจะมีข่าวลือเกี่ยวกับการดีลข้ามขั้วหรือการรวมเสียงของฝ่ายค้าน แต่เขามองว่าเป็นเพียงกระแสข่าวที่ไม่มีมูลความจริง

ท่าทีของนายภูมิธรรมต่อข่าวลือ

ถึงแม้จะมีข่าวลือและกระแสต่างๆ มากมาย แต่ “ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก และพร้อมที่จะทำงานร่วมกันต่อไป เขายังกล่าวอีกว่า การที่นักการเมืองจะไปพบปะพูดคุยกับใครเป็นเรื่องปกติ และไม่ควรนำมาเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

สิ่งที่ประชาชนควรจับตาดู

  • การทำงานร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล
  • ท่าทีของพรรคฝ่ายค้านและการเคลื่อนไหวต่างๆ
  • การแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศของรัฐบาล

ในขณะที่สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ

“ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่รัฐบาลสามารถทำงานเพื่อประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่าย หากรัฐบาลสามารถทำได้ตามเป้าหมาย ก็จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคทางการเมืองไปได้

ที่มา – “ภูมิธรรม” มั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลจับมือแน่นปึ้ก เมินสูตรพลิกขั้ว 270 เสียง

Scroll to top